- หน้าแรก
- สูตรโกงเซียนเพี้ยน กับฮาเร็มรักนักบุญหญิง
- บทที่ 19 บทละครไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา
บทที่ 19 บทละครไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา
บทที่ 19 บทละครไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา
บทที่ 19 บทละครไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา
ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอุ่นและม่านดอกฝูหรง
เจี้ยนสือซานลุกขึ้นนั่งบนตั่งยาว บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย รู้สึกปวดหนึบที่บั้นเอวเล็กน้อยจึงรีบเอามือนวดคลึง
เมื่อสติกลับมาแจ่มใส เขาตบไหล่หญิงสาวข้างกายเบาๆ "เป็นอย่างไรบ้าง เด็กอายุสิบแปดคนนั้น?"
โฉมงามจริตมารส่งเสียงครางอย่างเอียงอาย "อูย... น้องชายคนนี้ใส่แรงไม่ยั้งเลยนะเจ้าคะ เล่นเอาพี่สาวแทบแย่~"
เจี้ยนสือซานหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ แม้ความพ่ายแพ้ในสนามรักจะยังหอมหวานราวกับชัยชนะก็ตาม
"ข้าไปล่ะ!"
หญิงสาวลุกขึ้นช่วยเขาแต่งตัว ก่อนจะเดินลงมาส่งเขาที่ชั้นล่างอย่างเอาใจใส่
"พี่สาวหง คิดเงินด้วย!" เจี้ยนสือซานตะโกนเรียกแม่เล้าหุ่นเย้ายวนในชุดสีแดงสดที่ยืนอยู่ตรงบันไดด้วยน้ำเสียงองอาจ
"คุณชายดาบตื่นแล้วหรือเจ้าคะ~ ถูกใจแม่นางชุ่ยชุ่ยไหมเอ่ย?" พี่สาวหงกรีดนิ้วทำไม้ทำมืออย่างมีจริต รอยยิ้มหยาดเยิ้มเปี่ยมเสน่ห์
"ถูกใจแน่นอน ไว้ข้าจะมาใหม่!"
"วิเศษเลยเจ้าค่ะ พอดีมีคนแจ้งมาว่าค่าใช้จ่ายของท่านถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว~"
คิ้วหนาของเจี้ยนสือซานขมวดเข้าหากัน "ใคร?"
พี่สาวหงรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างจนใจกระตุก... คนผู้นี้เป็นตัวปัญหาจริงๆ ด้วย
"รองหัวหน้าจางแห่งแก๊งพยัคฆ์คำรามเพิ่งจะมาที่นี่เจ้าค่ะ เขาไม่เพียงแต่จ่ายค่าบริการให้ท่าน แต่ยังเปิดป้ายหยกวีไอพีของหอเฟิงเย่ว์พร้อมเติมเงินไว้ให้อีกหนึ่งพันหินวิญญาณระดับต่ำ"
"เขาบอกว่าเป็นของขวัญแทนคำขอโทษ และฝากบอกท่านว่าตัวต้นเรื่องถูกจัดการแล้ว แก๊งพยัคฆ์คำรามเป็นแก๊งที่เคารพกฎหมายเจ้าค่ะ"
"แหม... บารมีหน้าตาของคุณชายช่างใหญ่โตพอๆ กับดาบยักษ์เล่มนั้นเลยนะเจ้าคะ~"
ขณะพูด นางก็ยื่นป้ายหยกเนื้อดีที่สลักชื่อหอเฟิงเย่ว์ส่งให้
เจี้ยนสือซานเดาะลิ้น
"ข้ามองพวกเขาผิดไปจริงๆ แก๊งท้องถิ่นพวกนี้ช่างมีมารยาทนัก!"
มิน่าล่ะ เมื่อคืนพวกนั้นถึงรีบหนีไป คงเพราะสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของข้าสินะ
เป็นไปตามคาด ต่อให้พยายามซ่อนตัวแค่ไหน รัศมีอันร้ายกาจของข้าก็ยังเล็ดลอดออกมาอยู่ดี
เอาเถอะ... ในเมื่อพวกเขายอมรับผิด ข้าก็จะยกโทษให้
เขาเก็บป้ายหยกเข้ากระเป๋า กล่าวลาหญิงสาวทั้งสอง แล้วเดินทอดน่องออกไปอย่างสบายอารมณ์
พี่สาวหงหรี่ตามองแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายลับไป "สรุปแล้ว เจ้ามองออกหรือไม่?"
ชุ่ยชุ่ยทำปากยื่น "ระดับจินตาน (แก่นทองคำ) เจ้าค่ะ เป็นผู้ฝึกดาบที่มีร่างกายแข็งแกร่งมาก แต่ว่า... เขามีจุดอ่อนอยู่"
"ก็ดี... เขาก็มองเจ้าไม่ออกเหมือนกัน"
"เฮ้อ ไม้ตายนี้ใช้ได้ผลทุกทีสินะ..." น้ำเสียงของชุ่ยชุ่ยแฝงความเสียดาย
โดยไม่รู้ตัวว่าถูกประเมินไส้พุงจนหมดเปลือก เจี้ยนสือซานเดินทอดน่องไปยังประตูเมืองอย่างสบายใจ
วันนี้เขายังมีภารกิจของสำนักที่ต้องทำให้เสร็จ
เขาสอบถามทหารยามเกี่ยวกับภูมิประเทศโดยรอบ แล้วเดินจากไป
เขาไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าที่แอบมองเขาจากด้านหลัง
ที่หน้าประตูเมือง ฉางอันจ้องมองดาบยักษ์ที่สะดุดตาเล่มนั้น "บังเอิญจัง... เจ้านั่นอีกแล้ว"
โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เขาเบี่ยงตัวหลบฉีกออกไปอีกทาง เดินห่างจาก 'นักดาบใหญ่' ผู้นั้นทันที
จนเมื่อลับตาคน เขาจึงเรียกกระบี่อาณาเขตลิขิตเซียนออกมา แล้วพุ่งทะยานเป็นลำแสงหายไป
ไม่มีเวลาแล้ว... เขาต้องไปให้ทันตามนัด!
...เทือกเขาชิงหลิง
เทือกเขาอันเป็นที่ตั้งของสำนักเซียนอวี้ชิงทอดยาวนับพันลี้ มีเทือกเขาสาขาย่อยนับไม่ถ้วน
ณ เนินเขาแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากตัวสำนัก ผู้ฝึกตนชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินเคียงคู่กัน
บริเวณนี้ไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและมีผลผลิตทางวิญญาณน้อยมาก จึงไม่ค่อยมีศิษย์สำนักเซียนอวี้ชิงผ่านมา
"ขอโทษที่ต้องรบกวนศิษย์พี่เฉินเหลียง ให้ลำบากมาเก็บหญ้าขนวิญญาณเป็นเพื่อนข้าไกลขนาดนี้นะเจ้าคะ"
ผู้พูดเป็นหญิงสาวท่าทางขี้อาย แววตาเต็มไปด้วยความประหม่า นิ้วมือม้วนชายเสื้อเล่นแก้เก้อ
"ไม่เป็นไรหรอกโหรวอิง รีบเก็บเถอะ... เสร็จแล้วจะได้รีบกลับ ที่นี่ห่างจากสำนักมาก หากเจอพวกโจรบำเพ็ญเพียรหรือพวกนอกรีตเข้าจะยุ่งยาก"
เฉินเหลียง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่รูปร่างผอมบางเกินไปเอ่ยตอบ
"เอ๊ะ! พวกโจรบำเพ็ญเพียรคงไม่กล้าแตะต้องศิษย์ของสำนักเซียนอวี้ชิงหรอกกระมัง?"
โหรวอิงร้องอุทานเบาๆ ก่อนจะถามด้วยความคาดหวัง
"ถ้าเกิดเราเจอพวกมันจริงๆ ศิษย์พี่จะปกป้องข้าไหมเจ้าคะ?"
"วางใจเถอะโหรวอิง เราโตมาด้วยกัน ข้าไม่มีวันยอมให้ใครทำอะไรเจ้าได้"
ทันทีที่เฉินเหลียงพูดจบ เสียงหัวเราะชั่วร้ายก็ดังขึ้นใกล้ๆ
"ฮี่ ฮี่ ฮี่... ได้เจอสาวน้อยน่ารักบอบบางในที่รกร้างแบบนี้... สวรรค์ประทานพรชัดๆ ~"
เสียงอันน่าขนลุกทำให้ศิษย์ทั้งสองสะดุ้งโหยง
พวกเขารีบคว้าอาวุธวิเศษออกจากแหวนมิติและหันขวับไปทางต้นเสียง
จากหลังต้นไม้ใหญ่ ชายสวมชุดคลุมดำก้าวออกมา ใบหน้าถูกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำที่พวกโจรนิยมใช้เพื่อป้องกันการตรวจสอบด้วยสัมผัสวิญญาณ
โหรวอิงเห็นร่างสูงใหญ่กำยำที่สูงกว่าเฉินเหลียงถึงหนึ่งช่วงศีรษะ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนแลดูแข็งแกร่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศ
แม้จะเห็นเพียงคิ้วเข้มและดวงตาคมกริบ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความโดดเด่น... ทว่าแววตานั้นกลับฉายแววหื่นกระหายอย่างชัดเจน
โหรวอิงรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจเล็กน้อย แต่นางทันเห็นชายคนนั้นขยิบตาให้ จึงผ่อนคลายลง
นี่คือ 'พ่อหนุ่มน้อยรูปหล่อ' ที่พวกศิษย์พี่พูดถึงหรือ?
หุ่นแซ่บขนาดนี้... ไม่เลวเลยแฮะ~
"เจ้าเป็นใคร? พวกเราเป็นศิษย์ของสำนักเซียนอวี้ชิงนะ!"
เฉินเหลียงจ้องเขม็งไปที่ร่างนั้น ประกาศชื่อสำนักก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้อีกฝ่ายเกรงกลัว
"สำนักเซียนอวี้ชิงแล้วไง? ข้าเคยเล่นสนุกกับคนของพวกเจ้ามาแล้ว!"
ฉางอันผู้สวมบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปล่อยคำหยาบคายออกมาไม่ยั้ง
เขาตวัดมือเรียกกระบี่อาณาเขตลิขิตเซียนมาถือไว้ ปลดปล่อยกลิ่นอายระดับ 'ผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อ' ออกมาเพียงเล็กน้อย
"ไสหัวไปซะ เจ้าลูกไก่อ่อน ถ้าไม่อยากทนดูภาพบาดตาก็รีบไปให้พ้น แต่ถ้ายังดื้อด้านอยู่ ข้าจะแสดงให้ดูว่าลูกผู้ชายตัวจริงเขาทำกันยังไง"
"ไม่ต้องห่วง ข้าต้องการแค่ตัวนาง ไม่เอาชีวิต ถ้าขัดขืนข้าจะฆ่าเจ้าก่อน แล้วค่อยจัดหนักนาง... ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง"
แม้โหรวอิงจะรู้ว่าเป็นการแสดง แต่นางก็อดถอยหลังด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ พลางกระซิบเสียงสั่น
"ศิษย์พี่... เราจะทำอย่างไรดี? เขาฝึกทั้งกายาและเวทคาถา แถมระดับพลังยังสูงกว่าเรา ยันต์ระดับสร้างรากฐานของข้าคงรับมือเขาไม่ไหวแน่!
"ทะ... ทำไมท่านไม่หนีไปก่อนล่ะ!"
เฉินเหลียงกัดริมฝีปากซีดเผือด ก้าวมายืนขวางหน้าโหรวอิงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อย่า... อย่าบังอาจทำร้ายศิษย์น้องของข้านะ!"
ดวงตาของโหรวอิงเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกผิด... นางสงสัยในความรู้สึกของพี่เฉินเหลียงได้อย่างไรกัน? นางนี่มันแย่จริงๆ!
ได้เวลาจบละครฉากนี้แล้ว!
ตามแผนที่วางไว้ พวกเขาจะปะทะกันเล็กน้อย นางจะปายันต์โจมตีระดับกลั่นลมปราณใส่ แล้วแกล้งทำเป็นพบว่าเขาบาดเจ็บและแค่ขู่เก่งไปงั้น จากนั้น 'พ่อหนุ่มน้อยรูปหล่อ' ก็จะหนีไป แล้วนางกับศิษย์พี่เฉินเหลียงก็จะครองรักกันอย่างมีความสุข... ฉางอันจำบทได้แม่นยำ
เขาชี้ปลายกระบี่ไปที่ชายหนุ่มแล้วคำรามลั่น
"กล้าดีนี่เจ้าลูกไก่อ่อน! ข้าจะให้เจ้าได้เห็นความจริงอันโหดร้าย!"
"ชิ... ดูไปแล้วเจ้าเองก็หน้าตาสะสวยบอบบางเหมือนกันนี่นา ในเมื่อเจ้าทนเห็นศิษย์น้องเจ็บปวดไม่ได้ งั้นเจ้ามาอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาให้ข้าแทนดีไหม? แล้วข้าจะปล่อยนางไป"
"เอาล่ะ... เจ้าจะอยู่ หรือจะให้นางอยู่? เลือกมา!"
"ฮี่ ฮี่ ฮี่..."
เฉินเหลียงทิ้งกระบี่ยาวในมือลงพื้นเสียงดังเคร้ง ดวงตาจับจ้องเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบตรงหน้า แววตาเป็นประกายด้วยความปิติยินดีอย่างประหลาด
"ข้ายอม! ปู้ยี่ปู้ยำข้าให้หนำใจได้เลย... ไม่ต้องออมมือนะ..."
ฉางอันชะงักกึก สีหน้าเหมือนห่านโดนบีบคอ
เสียงหัวเราะชั่วร้ายของเขาชะงักค้างกลางอากาศทันที