- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 2: กล้าดียังไงมาคิดไม่ซื่อกับหม่ามี้
บทที่ 2: กล้าดียังไงมาคิดไม่ซื่อกับหม่ามี้
บทที่ 2: กล้าดียังไงมาคิดไม่ซื่อกับหม่ามี้
บทที่ 2: กล้าดียังไงมาคิดไม่ซื่อกับหม่ามี้
หกปีต่อมา... ท่าอากาศยานนานาชาติไห่เฉิง เมืองอันซิตี้
ท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่านในโถงผู้โดยสารขาออก ปรากฏร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งเดินอาด ๆ ออกมาด้วยท่าทางสุดคูล
เขาอยู่ในชุดสูทสากลสั่งตัดประณีตพอดิบพอดีตัว สวมรองเท้าหนังสีดำขัดเงาวับจนไร้ที่ติ บนใบหน้ามีแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ยักษ์ที่ปิดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง
"หม่ามี้ อยู่ไหนครับ ? ได้ยินแล้วตอบด้วย"
เด็กชายถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับนิลเหลี่ยมงาม เขาไม่สนใจสายตาเอ็นดูและเสียงอุทานด้วยความทึ่งจากคนรอบข้าง มือเล็ก ๆ พยายามเบียดเสียดฝูงชนที่หลั่งไหลราวกับคลื่นมนุษย์ ก่อนจะหาที่นั่งตรงมุมที่ไม่สะดุดตานักแล้วหย่อนก้นลงนั่งด้วยท่าทางจริงจัง
บนข้อมือของเขาคือนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ระบุตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้ปรากฏจุดสีแดงเล็ก ๆ กำลังวิ่งพล่านไปมาไม่หยุด เด็กชายจ้องหน้าจออยู่นานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความ "ปลงตก" ต่อโลก
"หม่ามี้ครับ รบกวนช่วยรับสายหน่อยได้ไหม โอเคไหมครับ ? "
น้ำเสียงนั้นยังคงใสซื่อตามประสาเด็ก แต่คำพูดที่พ่นออกมากลับเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย หรือถ้าจะพูดให้ถูก... เหมือน "คุณพ่อวัยเกษียณที่กำลังกังวลเรื่องลูกสาวจอมซน" ไม่มีผิดเพี้ยน
ผู้โดยสารรอบข้างที่ได้ยินต่างพากันหัวเราะคิกคัก
มีคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะแหย่เขา "หนูน้อย เธอถูกแม่เก็บมาเลี้ยงหรือเปล่าเนี่ย ? เขาไม่เอาเธอแล้วมั้ง ? "
เด็กชายได้ยินดังนั้นก็ละสายตาจากนาฬิกาชั่วคราว เขาคลี่ยิ้มอย่างมีมารยาทพลางตอบกลับนิ่มๆ ว่า "ไม่ครับ ! มีแต่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงนั่นแหละครับ ที่ชอบทึกทักว่าคนอื่นถูกเก็บมาเลี้ยงเหมือนตัวเอง"
ชายคนนั้นอึ้งกิมกี่ไปชั่วครู่ พอตั้งสติได้ว่าโดนเด็กหลอกด่าก็หน้าชาด้วยความอับอาย "เฮ้ย ! พูดจาเลอะเทอะอะไรของแก..."
เขารู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางที่สาธารณะ ความโกรธพุ่งปรี๊ดจนตั้งท่าจะสั่งสอนเจ้าเด็กปากดีคนนี้สักบทเรียน
แต่ทันใดนั้น ดวงตาของเด็กชายก็เป็นประกาย ใบหน้าสลักเสลาราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเผยรอยยิ้มดีใจออกมา "หม่ามี้ ! "
เขากระโดดลงจากเก้าอี้พนักพิงอย่างคล่องแคล่ว แล้วกางแขนพุ่งตัวไปด้านหลังของชายคนนั้นทันที
ชายคนนั้นชะงักไป เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะดังขึ้นจากด้านหลัง ตามมาด้วยน้ำเสียงหวานใสที่ฟังดูเกียจคร้านเล็กน้อยเอ่ยกับเด็กชายว่า "คุณหนูซูโต้วโต้ว ไปแกล้งคุณน้าเขาอีกแล้วใช่ไหมเรา ? "
ซูโต้วโต้วแค่นหัวเราะพลางยักไหล่อย่างทระนง "หม่ามี้ ดูถูกผมเกินไปแล้ว... นั่นน่ะเหรอครับที่เรียกว่าแกล้ง ? ผมกำลังชี้แนะแนวทางการเป็นมนุษย์ให้เขาต่างหาก"
อื้อหือ !
ซูเสี่ยวเนี่ยนถึงกับหน้ามืดไปครู่หนึ่ง... เจ้าลูกชายของเธอเริ่มจะ "ปีศาจ" ขึ้นทุกวันแล้ว
อายุแค่นี้แต่ความคิดความอ่านเกินวัยไปไกล... แต่น่าภูมิใจชะมัด !
เธอก้มตัวลง บีบแก้มยุ้ย ๆ ของโต้วโต้วอย่างหมั่นเขี้ยวพลางชมในใจว่า 'ลูกแม่เก่งที่สุด'
ซูโต้วโต้วทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะเงยหน้าถาม "แต่หม่ามี้ครับ ตกลงแดดดี๊ของผมคือใครกันแน่ ? ไอคิวระดับอัจฉริยะของผมเนี่ย ดูยังไงก็ไม่น่าจะได้พันธุกรรมมาจากหม่ามี้เลยสักนิด"
โต้วโต้วบ่นอุบด้วยท่าทางเหม็นเบื่อ "นาฬิการะบุตำแหน่งก็ยังใช้ไม่เป็น หม่ามี้ต้องเดินตามผมมาติด ๆ เลยนะ ถ้าขืนทำตัวเองหลงทางอีก โต้วโต้วคงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ หม่ามี้ต้องสงสารผมแน่ ๆ เลยใช่ไหมครับ ? "
จากท่าทางเหม็นเบื่อเปลี่ยนเป็นสีหน้าละห้อยน่าสงสารในพริบตา ทำเอาซูเสี่ยวเนี่ยนที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ถึงกับไปไม่เป็น...
โว้ยยย ! ลูกเธอน่ะอัจฉริยะก็จริง แต่ไอ้นิสัยชอบจิกกัดแม่ตัวเองเนี่ย เมื่อไหร่จะหายสักที !
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับลูกชายระดับเทพขนาดนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ และรับปากอย่างเอาใจ "จ้า ๆ แม่สัญญา ต่อจากนี้จะเดินตามแจไม่ให้หลงแน่นอน ไม่ปล่อยให้โต้วโต้วเป็นเด็กกำพร้าหรอกเนอะ ดีไหมครับ ? "
"อื้ม หม่ามี้เด็กดี ! เดี๋ยวกลับบ้านไป โต้วโต้วจะทำลูกชิ้นทอดให้ทานนะ"
ซูโต้วโต้วลูบหัวปลอบโยนหม่ามี้ด้วยความอ่อนโยน
ซูเสี่ยวเนี่ยน: "..."
ช่างเป็นแม่ที่ไม่ได้ความเลยจริง ๆ
นอกจากออกจากบ้านแล้วหลงทิศหลงทาง กลับบ้านไปยังต้องให้ลูกชายเป็นคนเข้าครัวทำกับข้าวให้อีก... ซูเสี่ยวเนี่ยนแอบทบทวนตัวเองเงียบ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความลำพองใจยิ่งกว่าเดิม
ก็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอเป็นอัจฉริยะนี่นา !
ทั้งสองคนยืนรับส่งมุกกันอย่างสนุกสนาน โดยเมินเฉยต่อชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
ชายคนนั้นมองคู่แม่ลูกสุดประหลาดด้วยความเหวอ ก่อนจะโกรธจนตัวสั่น...
หน็อย ! บ้านไหนสั่งสอนให้ผู้หญิงบ๊อง ๆ กับเจ้าเด็กปากกรรไกรนี่ออกมาเดินเพ่นพ่านกันห๊ะ !
"นี่ ! ฉันพูดกับเธอนะ อบรมลูกยังไงฮะ ? รู้ตัวไหมว่าเมื่อกี้มันด่าฉัน ! "
เขาแผดเสียงลั่นด้วยความโมโหสุดขีด