- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นท่านลอร์ดตกอับ เริ่มต้นสร้างเมืองด้วยการหลอกใช้สาวมังกรจอมตะกละ
- บทที่ 6 สัมผัสประสบการณ์บริการจากมังกร
บทที่ 6 สัมผัสประสบการณ์บริการจากมังกร
บทที่ 6 สัมผัสประสบการณ์บริการจากมังกร
"ก็ได้" ลินน์ยอมจำนนในท้ายที่สุดอย่างเสียไม่ได้
"แต่เราต้องเลี่ยงเส้นทางหลักและห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด ฉันเป็นถึงเจ้าเมืองเชียวนะ ถ้ามีคนเห็นสภาพฉันขี่หลังชาวบ้านแบบนี้ ต่อไปจะเอาหน้าไปปกครองเขตแดนได้ยังไง"
มีอาพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจเสียทีเดียว ทว่าถึงจะไม่รู้ความหมาย แต่ขอแค่ได้กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง จะอะไรนางก็ยอมทั้งนั้น
เมื่อตกลงกันได้ ลินน์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าประหนึ่งกำลังจะไปตาย แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงนอนคว่ำไปบนแผ่นหลังเล็กจ้อยของมีอาอย่างระมัดระวัง
ความรู้สึกบอบบางที่คาดไว้กลับไม่ปรากฏ แต่กลายเป็นความนุ่มนิ่มและความอบอุ่นที่เกินคาดแทน
ร่างกายเล็กๆ ของมีอาแผ่ไออุ่นประหลาดออกมา มันอบอุ่น สบายตัว แถมยังมีกลิ่นหอมจางๆ ที่ระบุไม่ได้ลอยมาเตะจมูก
จู่ๆ ลินน์ก็เริ่มจินตนาการบรรเจิด... แบบนี้จะนับว่าเขาได้เป็น 'อัศวินมังกร' แล้วหรือเปล่านะ? ถึงตอนนี้มีอาจะอยู่ในร่างมนุษย์ แต่ร่างจริงของนางก็คือมังกรนี่นา
หากพวกนายน้อยในเมืองหลวงรู้เข้าว่าเขาได้กลายเป็นอัศวินมังกรจริงๆ คงได้อิจฉาตาร้อนจนอยากจะรุมกระทืบเขาให้ตายแน่ๆ
ในยุคปัจจุบัน อัศวินที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรคืออัศวินกริฟฟิน ส่วนตำนานของอัศวินมังกรนั้นสาบสูญไปเกือบพันปีแล้ว แต่เขากลับได้เป็นมันอย่างงงๆ
แต่ก็นะ ตอนนี้เขาคงเป็นได้แค่เวอร์ชันทดลองใช้งาน ยังอีกยาวไกลกว่าจะได้อัปเกรดเป็นตัวเต็ม
ในขณะที่ลินน์กำลังดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดวิเศษของการเป็นอัศวินมังกร เขาก็ได้ยินเสียงร้องใสๆ ของมีอาดังขึ้น
"ไปกันเถอะ!"
ชั่วพริบตาต่อมา ลินน์รู้สึกว่าทิวทัศน์เบื้องหน้ากลายเป็นเส้นแสงวูบวาบจนมองไม่ทัน เสียงลมกรรโชกหวีดหวิวพัดผ่านหูไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกไร้น้ำหนักและความวิงเวียนอย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมสมอง จนลินน์ต้องกอดรัดร่างเล็กของมีอาไว้แน่น
นี่มันไม่ใช่การขี่หลังธรรมดาแล้ว! มันน่าหวาดเสียวยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาหรือเครื่องเล่นดิ่งพสุธาในชาติที่แล้วแบบเทียบกันไม่ติด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เมื่อมีอาหยุดวิ่งในที่สุด เท้าของลินน์ก็ได้สัมผัสพื้นดินเสียที เขาเดินโซซัดโซเซไปพิงต้นไม้แห้งใกล้ๆ โน้มตัวลงแล้วเริ่มอาเจียนอย่างหนัก
"ลินน์น่ะ อ่อนแอจังเลยนะ"
มีอาจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของลินน์ พลางเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้ซึ่งความเหนื่อยล้า มีเพียงความตื่นเต้นสนุกสนาน
ลินน์ได้แต่โบกมือปัดๆ ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปต่อปากต่อคำกับโลลิผมชมพูจอมแก่นนี่หรอก หลังจากนั่งพักที่ชายป่าอยู่ครู่ใหญ่ ลินน์ก็เริ่มฟื้นตัว
เขาจัดแจงเสื้อคลุมที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ จูงมือมีอาแล้วเดินมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองอันทรุดโทรมของเมืองวินเทอร์เฟล
"ท่านเจ้าเมือง"
ทหารยามที่เฝ้าประตูเมืองแสดงสีหน้าตกตะลึงและสงสัยระคนกัน เมื่อเห็นลินน์กลับมาเพียงลำพัง พร้อมจูงมือเด็กสาวหน้าตางดงามราวกับตุ๊กตาหยกที่แต่งกายประหลาด
แต่พวกเขาก็รีบตั้งสติและทำความเคารพทันที
ลินน์พยักหน้ารับแล้วสั่งทหารยามว่า "ถ้าหัวหน้าองครักษ์ชาร์ลส์กลับมาเมื่อไหร่ บอกให้เขาไปหาฉันที่คฤหาสน์เจ้าเมืองทันทีเลยนะ"
"รับทราบครับ ท่านเจ้าเมือง"
ลินน์พามีอาเดินเข้าไปในเมืองที่เป็นของเขาอย่างช้าๆ
ถนนหนทางในวินเทอร์เฟลเต็มไปด้วยหลุมบ่อ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยกระท่อมไม้ซุงหยาบๆ ที่สร้างขึ้นอย่างลวกๆ จนดูบิดเบี้ยว
ผู้คนบนท้องถนนบางตา ชาวเมืองไม่กี่คนที่พบเห็นต่างมีสภาพผอมโซ ตัวเหลืองซีด สวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าฉายแววตายด้านจากการหิวโหยและทำงานหนักมาอย่างยาวนาน
เมื่อชาวเมืองเหล่านี้เห็นเครื่องแต่งกายหรูหราของลินน์ แววตาของพวกเขาก็ฉายความหวาดกลัวและพยายามหลบเลี่ยง
ต่างพากันก้มหน้า ห่อตัว และถอยกรูดไปข้างทาง ราวกับเห็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำพวกเขาก็ไม่ปาน
ลินน์สังเกตเห็นรายละเอียดเหล่านี้อย่างชัดเจนและอดถอนหายใจในใจไม่ได้
เจ้าเมืองวินเทอร์เฟลคนก่อน บารอนเฒ่าที่ได้ย้ายไปเสวยสุขในแดนใต้ที่มั่งคั่ง คงเป็นทรราชที่ขูดรีดภาษีอย่างหนักหน่วงแน่นอน
ภาษีที่สูงลิ่วคงสูบเลือดเนื้อชาวเมืองจนแห้งเหือด พวกเขาจึงมองลินน์ด้วยสายตาแบบเดียวกับที่มองเจ้าเมืองคนก่อน คือมองเป็นคนที่จ้องแต่จะรีดไถทรัพย์สินจากพวกเขา
ในสภาพการณ์เช่นนี้ ยังจะมีหน้าไปเก็บภาษีอะไรได้อีก? ลินน์ประเมินว่าขืนเขาออกคำสั่งขึ้นภาษีอีกแม้แต่ฉบับเดียว เขตแดนนี้คงล่มสลายเพราะความสิ้นหวังของผู้คน โดยไม่ต้องรอให้พวกออร์กหรือสัตว์อสูรมาบุกโจมตีด้วยซ้ำ
ชาวเมืองนับพันชีวิตที่ดิ้นรนอยู่บนปากเหวแห่งความตายเหล่านี้ คือทรัพย์สินทั้งหมดที่ลินน์มีในตอนนี้ และเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาในอนาคต
เพื่อที่จะปักหลักอย่างมั่นคงในดินแดนรกร้างแห่งนี้ หรือแม้กระทั่งสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ปัญหาแรกที่ต้องแก้คือต้องทำให้ชาวเมืองเหล่านี้มีชีวิตรอดและมองเห็นความหวังเสียก่อน
แต่จะฟื้นฟูจิตใจที่แตกสลาย เรียกคืนแรงจูงใจในการผลิตและความเชื่อมั่นในชีวิตกลับมาได้อย่างไร... นั่นคือความท้าทายที่หนักหนาที่สุดในเวลานี้
มีอาที่เดินอยู่ข้างๆ กระตุกมือลินน์เบาๆ แล้วเอ่ยถามเสียงค่อย
"ลินน์ ทำไมพวกเขาทุกคนดูเศร้าจัง แล้วของที่พวกเขาถืออยู่ก็ดูไม่อร่อยเลย"
ลินน์ก้มหน้าลงสบตาสีทองบริสุทธิ์ของมีอา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เพราะพวกเขาหิว และไม่มีเงินซื้อของอร่อยกินน่ะสิ แต่ไม่ต้องห่วงนะ อีกไม่นาน ฉันจะทำให้พวกเขาทุกคนได้กินอิ่มนอนหลับแน่นอน"
คำพูดของลินน์ฟังดูเหมือนคำสัญญาที่มีต่อมีอา แต่มันคือคำปฏิญาณอันหนักแน่นต่อตัวเขาเองเสียมากกว่า
เมื่อลินน์พามีอาเข้ามาในปราสาท คนแรกที่เขาพบคือแอนนา
นางกำลังถือไม้กวาด กวาดฝุ่นบนพื้นอย่างเหม่อลอย พลางชำเลืองมองไปทางประตูเป็นระยะ ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ทันทีที่ร่างของลินน์ปรากฏขึ้นที่ประตู แอนนาก็ชะงักกึก
วินาทีต่อมา เสียงร้องปนสะอื้นก็ดังขึ้น
"นายน้อย!"
แอนนาทิ้งไม้กวาดในมือทันที ก่อนจะพุ่งเข้าหาลินน์และโถมตัวเข้ากอดเขาแน่น สองแขนโอบรัดเอวของลินน์ไว้สุดแรง
"ฮือออ นายน้อย ในที่สุดท่านก็กลับมา! แอนนาเป็นห่วงท่านแทบแย่"
ร่างกายของแอนนาสั่นเทาเล็กน้อย คำพูดของนางเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและกังวลอย่างแท้จริง
ลินน์รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขาโอบกอดแอนนาเบาๆ ลูบหลังนาง แล้วปลอบโยนเสียงทุ้ม
"โอ๋ๆ ฉันก็กลับมาปลอดภัยแล้วนี่ไง โตป่านนี้แล้ว เลิกร้องไห้ได้แล้วนะ"
มีอาที่ยืนอยู่ข้างๆ เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีทองกลมโตฉายแววสงสัยใคร่รู้
นางมองดูคนทั้งสองที่กอดกันกลม แล้วก้มมองมือตัวเองที่จับมือลินน์อยู่ ดูเหมือนนางจะไม่เข้าใจว่าทำไมสาวใช้ผมสีส้มคนนี้ถึงต้องพุ่งเข้ากอดลินน์อย่างตื่นเต้นขนาดนั้น
ด้วยความคิดที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาของเผ่าพันธุ์มังกร มีอาจึงปราศจากแนวคิดซับซ้อนอย่างเรื่องความรักระหว่างชายหญิง นางจึงไม่เข้าใจฉากตรงหน้านี้เลยสักนิด
หลังจากได้รับการปลอบโยนจากลินน์ อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของแอนนาก็เริ่มสงบลง นางเพิ่งจะรู้ตัวว่าเผลอแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป ใบหน้าสวยหวานจึงแดงซ่านไปทั้งหน้า รีบผละออกจากอ้อมกอดของลินน์ ก้มหน้าลงและบิดชายเสื้อด้วยความประหม่า
และในตอนนั้นเอง แอนนาก็เพิ่งสังเกตเห็นโลลิน้อยผมสีชมพูที่ยืนอยู่ข้างกายลินน์ เด็กสาวที่นายน้อยจูงมือมาด้วยและกำลังจ้องมองมาที่นางตาแป๋ว