เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 การล่อลวงด้วยอาหาร

บทที่ 3 การล่อลวงด้วยอาหาร

บทที่ 3 การล่อลวงด้วยอาหาร


ความคิดพิสดารผุดขึ้นในสมองของลินน์ ออสติน

ภาพจำจากอนิเมะและนิยายมากมายที่เขาเคยอ่านในชาติภพก่อนหวนคืนกลับมา

หรือว่า... มังกรผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งทวีปตัวนี้ จะถูกกลิ่นหอมของบาร์บีคิวล่อลวงมา?

มังกรนั้นทรงพลังและทะนงตนเพียงใด? พวกมันแทบไร้คู่ต่อกรตามธรรมชาติบนผืนแผ่นดินใหญ่ แล้วเหตุใดจึงมาปรากฏตัวอย่างไร้เหตุผลที่ชายขอบป่าสัตว์อสูรเช่นนี้

ลินน์ ออสตินเคยอ่านเอกสารของอาณาจักรไอร่ามาไม่น้อย แม้ร่องรอยของมังกรจะลึกลับยากจับต้อง แต่ก็ไม่เคยมีบันทึกว่าพบมังกรแถวชายป่าสัตว์อสูรเลยตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา

ลินน์หยิบขาแกะย่างขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาหัวมังกรยักษ์ หมายจะป้อนอาหารให้สิ่งมีชีวิตมหึมาตนนี้

หัวหน้าองครักษ์ชาร์ลส์ที่อยู่ข้างๆ ตกใจสุดขีดจนร้องห้ามเสียงหลง

"นายน้อย ระวังตัวด้วย! อย่าเข้าไปนะขอรับ!"

ลินน์โบกมือห้ามไม่ให้หัวหน้าองครักษ์เข้ามาใกล้ ก่อนจะสืบเท้าต่อไปพร้อมขาแกะย่างในมือ

เป็นไปตามคาด... ขณะที่ลินน์ขยับเข้าไป ดวงตาสีทองขนาดยักษ์ค่อยๆ เคลื่อนตามการเคลื่อนไหวของเขา โดยจับจ้องไปที่ขาแกะย่างในมือตาไม่กะพริบ

เมื่อลินน์มาถึงปากถ้ำ หัวมังกรอันดุร้ายก็ค่อยๆ ผงะถอยหลัง เผยให้เห็นลำตัวมหึมาที่ปรากฏแก่สายตาของลินน์ในที่สุด

ร่างนั้นใหญ่โตราวภูเขาเคลื่อนที่ ความยาวจากหัวจรดหางแทบจะกินพื้นที่ลานป่าจนหมดสิ้น

เกล็ดสีเงินสะท้อนประกายโลหะเย็นยะเยือกยามต้องแสงอาทิตย์ เจือด้วยแสงสีทองเข้มจางๆ ที่ไหลเวียนอย่างช้าๆ

ปีกมังกรขนาดมหึมาพับอยู่สองข้างลำตัว ทว่ายังคงบดบังท้องฟ้าไปกว่าครึ่ง

เบื้องหน้าร่างยักษ์แห่งสงคราม มนุษย์ช่างดูต่ำต้อยเหลือเกิน

หัวใจของลินน์แทบหยุดเต้น แต่เขาข่มความสั่นสะท้านในจิตวิญญาณ แล้วโยนขาแกะย่างในมือออกไปเบื้องหน้า

นัยน์ตาสีทองจ้องเขม็งที่ขาแกะย่าง หัวมังกรขยับอ้าปากกว้างกลืนขาแกะลงไป

วินาทีถัดมา ภายใต้สายตาของลินน์ หัวมังกรที่ดูดุร้ายพลันชะงักค้าง ความฉงนฉายชัดในดวงตาคู่โต ราวกับนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสความอร่อยล้ำเลิศจนต้องค่อยๆ ซึมซับรสชาติอย่างตั้งใจ

เห็นดังนั้น ลินน์ก็ใจชื้นขึ้น เขาเงยหน้ามองอสูรกายตรงหน้า ฝืนยิ้มที่คิดว่าเป็นมิตรที่สุด ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"เอ่อ... พี่มังกรครับ ทางเรายังมีบาร์บีคิวอีกเพียบ สนใจรับเพิ่มไหมครับ"

เสียงของลินน์ก้องกังวานในถ้ำที่เงียบสงัด

เมื่อเผชิญคำเชิญชวน มังกรใช้เวลาคิดไม่ถึงครึ่งวินาที ก่อนจะผงกหัวขึ้นลงคล้ายมนุษย์พยักหน้าตอบรับ

ทันใดนั้น มังกรดูเหมือนจะอดใจรอไม่ไหว ร่างมหึมาพยายามยืดตัวเข้ามา เบียดเสียดจะมุดเข้าถ้ำเล็กๆ นี้ให้ได้

"ตึง!"

เสียงดังสนั่นพร้อมเศษหินร่วงกราว ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

หัวแข็งแกร่งของมังกรกระแทกปากถ้ำอย่างจัง จนเกิดรอยร้าวคล้ายใยแมงมุม

หัวใจลินน์แทบกระดอนออกมานอกอก หากถ้ำถล่ม พวกเขาทั้งสี่คนได้ถูกฝังทั้งเป็นแน่

"พี่มังกร! อย่าชนครับ เดี๋ยวถ้ำถล่ม! พวกเราจะเอาออกมาให้ท่านกินเอง!"

เมื่อได้ยินคำพูดของลินน์ มังกรก็หยุดนิ่ง ดูเหมือนมันจะตระหนักถึงปัญหาเรื่องขนาดตัว นัยน์ตาสีทองฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง

วินาทีต่อมา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องออกจากร่างมังกร จนลินน์และคนอื่นๆ ต้องหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ

เมื่อลินน์ฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ต้องตะลึงงันกับภาพตรงหน้า

ร่างมังกรยักษ์หดเล็กลงอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า เมื่อแสงสีทองจางหาย ไปปรากฏร่างเล็กๆ แทนที่มังกรตนเดิม

นั่นคือเด็กสาวโลลิตัวน้อย ส่วนสูงไม่ถึง 140 เซนติเมตร

เด็กสาวมีผมสีชมพูสลวยทิ้งตัวสบายๆ ผิวขาวผ่อง เครื่องหน้าจิ้มลิ้มราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ สวมชุดกระโปรงตัวจิ๋วดีไซน์แปลกตา

เวลานี้ "สาวน้อยผมชมพู" กำลังเอียงคอ ดวงตากลมโตสีทองจ้องมองลินน์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"..."

สมองของลินน์อื้ออึง ขาวโพลนไปหมด

หัวหน้าองครักษ์ชาร์ลส์และองครักษ์อีกสองนายแทบตาถลน

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

มังกรที่ทำลายเมืองได้ทั้งเมือง จู่ๆ กลายร่างเป็นสาวน้อยน่ารักบอบบางเนี่ยนะ?

ผิดปกติ... ผิดปกติมาก

ข้อมูลมากมายที่ลินน์เคยอ่านผ่านตาวิ่งวนในหัว

บันทึกเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกรทั้งหมดไม่เคยระบุว่ามังกรแปลงกายเป็นมนุษย์ได้

มังกรตนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?

ทว่าก่อนที่ลินน์จะหายตื่นตะลึง เด็กสาวผู้น่ารักไร้พิษสงตรงหน้าก็ทำแก้มป่อง จมูกน้อยๆ สูดดมอากาศฟุดฟิด

สุดท้าย เธอล็อกเป้าไปที่เนื้อแกะย่างชิ้นสุดท้ายบนกองไฟ

นิ้วป้อมๆ ชี้ไปที่บาร์บีคิว แล้วเอ่ยกับลินน์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด

"เนื้อ... ข้าจะกินเนื้อ"

เสียงใสหวานน่ารักช่างขัดแย้งกับภาพอสูรกายดุร้ายเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

เมื่อสบตาสีทองที่เปี่ยมไปด้วยความหมายว่า "ข้าจะกินเนื้อ" สมองของลินน์ก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง

เขาขยับหลีกทาง แล้วผายมือเชิญสาวน้อยผมชมพูไปยังเนื้อแกะย่าง

สาวน้อยผมชมพูเดินเตาะแตะด้วยขาสั้นๆ ตามลินน์ "ต๊อกแต๊ก" ตรงดิ่งไปยังกองไฟ

เธอจ้องมองขาแกะย่างที่ยาวเกือบครึ่งตัวของเธอ แล้วยื่นมือเล็กๆ คว้าหมับจากตะแกรงโดยไม่สะทกสะท้านกับความร้อนของเปลวไฟ

ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของลินน์และเหล่าองครักษ์ สาวน้อยผมชมพูอ้าปากงับขาแกะย่างคำโต

กระดูกแกะแข็งๆ กลายเป็นเหมือนเต้าหู้ในปากของเธอ ถูกบดเคี้ยวจนละเอียดในคำเดียว

ละมั่งวายุย่างตัวโตกว่าตัวเธอชัดๆ แต่กลับหายวับไปอย่างรวดเร็วด้วยการกัดกินของสาวน้อย

เธอกินอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเปื้อนคราบมัน ดวงตาหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความสุข

เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กสาวตัวเล็กน่ารัก แต่หลังจากฟาดละมั่งวายุไปทั้งตัว ท้องไส้กลับไม่ป่องออกมาสักนิด

หลังจัดการละมั่งวายุจนเกือบเกลี้ยง สาวน้อยผมชมพูเลียนิ้วอย่างพึงพอใจ เงยหน้าขึ้นสบตากับลินน์ด้วยดวงตาสีทองคู่นั้นอีกครั้ง

"เนื้อ... ข้าจะกินอีก ข้าอยากกินเนื้ออร่อยๆ เยอะๆ!"

เมื่อเห็นฉากนี้ ความหวาดกลัวในใจลินน์ก็มลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดพิกล

มังกรตัวนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่านะ?

มังกรในตำนานต้องหยิ่งผยองเย็นชา มองทุกสิ่งเป็นเพียงมดปลวกไม่ใช่หรือ?

แต่สาวน้อยผมชมพูตรงหน้านี้ดูเหมือนจอมตะกละซื่อบื้อที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แถมยังดูไม่ได้เข้าถึงยากเหมือนในตำนานด้วย

จอมตะกละที่ดูไม่ค่อยฉลาด... แต่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ

ชั่วพริบตา ความคิดบ้าบิ่นก็ผุดขึ้นในหัวลินน์ ถ้าเขาหลอกล่อให้มังกรตัวนี้มาเป็นพวกได้ วิกฤตการณ์เมืองวินเทอร์เฟลและภัยคุกคามจากจักรวรรดิออร์กยังจะเป็นปัญหาอยู่อีกหรือ?

คิดได้ดังนั้น ความตึงเครียดบนใบหน้าลินน์ก็ละลายหายไป รอยยิ้มใจดีค่อยๆ ปรากฏขึ้นแทนที่

"ได้สิ ได้แน่นอนครับ เดี๋ยวผมจะทำของอร่อยๆ ให้กินอีกเยอะๆ เลย!"

พูดจบลินน์ก็หันกลับไปสั่งชาร์ลส์ที่ยังยืนงงเป็นไก่ตาแตก

"ชาร์ลส์ เร็วเข้า! พาคนไปล่าเหยื่อแถวนี้มาเพิ่ม ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งดี แล้วก็จัดการกระต่ายที่เราล่าได้ก่อนหน้านี้ด้วย"

"รับ... รับทราบขอรับ!" ชาร์ลส์สะดุ้ง แม้สติจะยังไม่ครบถ้วนดี แต่ก็รีบพาคนออกไปทันที

หลังจากมอบหมายงานให้เหล่าองครักษ์ ลินน์ก็หันกลับมานั่งลงตรงหน้าสาวน้อยผมชมพูพร้อมรอยยิ้ม

"คุณหนูมังกร สวัสดีครับ ผมชื่อลินน์ ออสติน เป็นเจ้าเมืองวินเทอร์เฟลที่อยู่ใกล้ๆ นี้ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีชื่อว่าอะไรครับ"

น้ำเสียงของลินน์อ่อนโยนสุดขีด ราวกับกลายร่างเป็นคุณลุงใจดีที่ถืออมยิ้มมาหลอกเด็ก

เด็กสาวเอียงคอ แววตาสีทองฉายความงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะเลียคราบมันที่มุมปาก แล้วตอบเสียงอู้อี้

"ข้าชื่อ... มีอา"

"มีอา... ชื่อไพเราะจัง ว่าแต่มีอาอาศัยอยู่ในป่านี้ตลอดเลยหรือครับ"

มีอาชี้ไปทางป่าลึก "ข้านอนหลับอยู่ตรงโน้น ถ้าบาร์บีคิวพวกนี้ไม่หอมเตะจมูก ป่านนี้ข้าก็คงยังนอนอยู่"

ลินน์เข้าใจทันที เธอถูกกลิ่นหอมล่อมาจริงๆ ด้วย เห็นร่างมังกรองอาจน่าเกรงขามขนาดนั้น แต่ความคิดความอ่านกลับเรียบง่ายจนน่าตกใจ บางทีเขาอาจมีโอกาสหลอกล่อเธอไปที่เมืองวินเทอร์เฟลได้จริงๆ

จบบทที่ บทที่ 3 การล่อลวงด้วยอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว