- หน้าแรก
- ทั้งสำนักมีแต่พวกคลั่งรัก มีเพียงข้าที่บ้าดีเดือด
- บทที่ 27 อาจารย์อาเล็ก ทำไมท่านถึงขึ้นราคาเล่า?
บทที่ 27 อาจารย์อาเล็ก ทำไมท่านถึงขึ้นราคาเล่า?
บทที่ 27 อาจารย์อาเล็ก ทำไมท่านถึงขึ้นราคาเล่า?
บทที่ 27 อาจารย์อาเล็ก ทำไมท่านถึงขึ้นราคาเล่า?
น้ำเสียงของผู้เยาว์กังวานใส เอ่ยปากดุจหิมะร่วงหล่นบนต้นสนในฤดูหนาว เพียงแค่เอ่ยปาก ฝูงชนที่เดิมทีจอแจราวกับตลาดนัดกลับเงียบกริบลงอย่างน่าประหลาด
ชายหนุ่มผู้นั้นนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สายตาแข็งทื่อเลื่อนจากเยี่ยนชิงมายังหลินตู้ จากนั้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อ สายตากวาดมองคนทั้งสี่ไปมา
"เจ้าเนี่ยนะที่ชื่อหลินตู้?"
หลินตู้พยักหน้า "ตัวจริงเสียงจริง"
ชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกทะแม่งๆ จ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้า แทบอยากจะใช้สายตาเอ็กซเรย์มองทะลุถึงกระดูกของหลินตู้ ใครโดนจ้องแบบนี้ก็คงต้องมีเคืองกันบ้าง
คนผู้นั้นกลับเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงเกียจคร้าน
"มองเสร็จหรือยัง? มองอีก คิดเงินนะ คนละยี่สิบหินวิญญาณ"
คนกลุ่มหนึ่งในนั้นรู้สึกว่าประโยคนี้คุ้นหูพิกล
"อาจารย์อาเล็ก ทำไมท่านถึงขึ้นราคาเล่า?"
หลินตู้ยิ้มบางๆ "อ๋อ เพราะเป็นพรสวรรค์อันดับหนึ่ง เลยคิดสองเท่า"
รอนางขึ้นทำเนียบฉงเซียวเมื่อไหร่ จะคิดคนละร้อยเลยคอยดู
หลินตู้รู้เรื่องการตั้งราคาดี
ชายหนุ่มผู้นั้นอึ้งไป เขามองเด็กร่างผอมบางตรงหน้า ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ ถูกห่อหุ้มด้วยขนจิ้งจอกขาวเป็นพวง รู้สึกเหมือนตัวเองต่อยหมัดเดียวอีกฝ่ายคงกระอักเลือด หรือแค่พูดเสียงดังหน่อย คนตรงหน้าอาจจะทนไม่ไหว พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เขายกมือเกาหัว คิ้วดำหนาขมวดเข้าหากัน "เจ้าจะเป็นหลินตู้ได้ยังไง?"
"หลินตู้จะเป็นแบบนี้ได้ยังไง"
หลินตู้หัวเราะ "แล้วท่านคิดว่า หลินตู้ควรจะเป็นแบบไหน?"
ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกกระบี่ผู้นั้น แต่ทุกคนต่างมองหลินตู้ด้วยสีหน้าซับซ้อน ผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งแห่งทำเนียบชิงอวิ๋น จะเป็นเด็กขี้โรคแบบนี้ได้ยังไง?
ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน แต่ดูแล้วอายุสั้นชัดๆ
คนแบบนี้ จะเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดในใต้หล้าได้อย่างไร?
สายตาที่จับจ้องมาที่หลินตู้ชั่วขณะหนึ่งมีหลากหลายอารมณ์ บางคนเสียดาย บางคนสงสัย บางคนดูแคลน
"ที่แท้พรสวรรค์อันดับหนึ่ง ก็เป็นแค่คนขี้โรค" มีคนหัวเราะเยาะ
"หรือว่าสวรรค์จะเข้าใจผิด?"
"สวรรค์จะผิดได้รึ?"
สวรรค์ไม่มีทางผิด ที่ผิดก็คงมีแต่หลินตู้
"เสียของจริงๆ"
"ผิดหวังชะมัด"
ยิ่งคาดหวังสูงก็ยิ่งผิดหวังมาก ทุกคนต่างคิดว่าผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งจะเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เพียงใด นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนขี้โรคที่บกพร่องแต่กำเนิดอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ยืนห่างกันไม่กี่ฟุตยังได้กลิ่นยาสมุนไพรขมๆ จางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวนางเพราะกินยามาตลอดทั้งปี
หนีจิ่นเซวียนขมวดคิ้ว เท้าเอวตะโกนเสียงดัง "พวกเจ้าดูถูกใครกัน? อาจารย์อาเล็กของพวกเราเข้าสู่วิถีสองเดือนก็สร้างรากฐานได้แล้ว พวกเจ้าทำได้หรือเปล่า?"
หลินตู้หัวเราะเบาๆ ยกมือปิดหูหนีจิ่นเซวียนก่อนที่คนอื่นจะทันได้โต้ตอบ "อย่าไปฟัง"
นางเดาไว้อยู่แล้ว อะไรที่แปะป้ายว่าที่หนึ่ง ย่อมมีคนไม่ยอมรับไม่ใช่หรือ?
โดยเฉพาะเมื่อพบว่า ที่หนึ่งคนนี้ก็งั้นๆ
ตั้งแต่เล็กจนโต โดยเฉพาะหลังจากทำสื่อโซเชียล นางได้ยินคำพูดแย่ๆ มามากมาย เรื่องแค่นี้สำหรับนางฟังแล้วก็แค่น่าขำ แต่หนีจิ่นเซวียนจิตใจบริสุทธิ์ ไม่เหมาะจะรับฟังเรื่องพวกนี้
หลินตู้คิดว่า คำพูดบางคำอย่าให้นางได้ยินจะดีกว่า
หนีจิ่นเซวียนรู้สึกเพียงใบหูทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบดุจหยก มือคู่นั้นไม่มีความอบอุ่น ออกจะเย็นแข็งด้วยซ้ำ แต่นางกลับรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ผู้ฝึกกระบี่มองหลินตู้ "เจ้าสู้ไหวเหรอ?"
หลินตู้ไม่แม้แต่จะเหลือบตามองเขา "ท่านคิดว่าข้าไหวไหมล่ะ?"
เอาล่ะ คนที่รอจะขอคำชี้แนะจากผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งต่างหยุดความคิดที่จะลองของทันที
รังแกคนขี้โรคไม่ใช่เรื่องน่าอวด ต่อให้คนขี้โรคคนนี้จะเป็นพรสวรรค์อันดับหนึ่งก็ตาม
หลินตู้ยิ้มมองเหตุการณ์ความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าสลายไปอย่างเงียบๆ ชักมือที่ปิดหูหนีจิ่นเซวียนกลับ มือคู่นั้นทิ้งลงใต้เสื้อคลุมขนสัตว์หนานุ่มอีกครั้ง ไม่มีใครเห็นว่า นิ้วโป้งของผู้เยาว์ลูบข้อนิ้วกลางเบาๆ ในดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งฉายแววดุร้ายแวบผ่าน
นางเป็นแค่ตัวประกอบที่ระบบส่งมาเพื่อตัดวาสนาที่ผิดพลาดนี่นา
พูดให้ถูก สถานะของหลินตู้ในตอนนี้ ก็คือตัวร้ายที่โหดเหี้ยม
นางรำคาญจะตายอยู่แล้ว
ยิ่งหลินตู้รำคาญ รอยยิ้มบนหน้าก็ยิ่งจริงใจ
ดังนั้นพอหนีจิ่นเซวียนเห็นรอยยิ้มนั้น ความโกรธในใจก็หายไปหมด นางพูดว่า "อาจารย์อาเล็กท่านคอยดูนะ พรุ่งนี้ออกจากแดนลี้ลับ ของที่สำนักอู๋ซั่งเราหามาได้ จะต้องเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน"
คนจงโจวคงมีนิสัยชอบจัดอันดับเป็นธรรมดา โดยเฉพาะแดนลี้ลับที่คนรุ่นก่อนค้นพบและเปิดตามเวลาแบบนี้ ยิ่งถูกสำนักต่างๆ ตีตราให้ศิษย์เข้าไปฝึกฝน ก็จะมีการจัดอันดับตามของที่หามาได้ เพื่อประเมินว่าแดนลี้ลับนี้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกกี่ปีถึงจะเปิดได้อีกครั้ง
หลินตู้ตอบรับ "นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว"
ครั้งนี้สำนักอู๋ซั่งมีจูยวนเป็นคนพาศิษย์มาและได้รับเชิญมาเป็นประธาน เขาถูกเชิญเข้าไปในห้องโถงใหญ่
ข้างในคนนั่งเต็มแล้ว แต่พอเขาเข้าไป ทุกคนก็ลุกขึ้นยืน
จูยวนประสานมือคารวะอย่างถูกธรรมเนียม แล้วจึงไปนั่งที่นั่งตรงกลาง
สัจพรตสำนักจี้ซื่อที่นั่งข้างๆ ชวนคุย "รอบนี้หลินตู้คนนั้นของสำนักท่านมาด้วยไหม?"
จูยวนพยักหน้า "มา"
พอเอ่ยชื่อหลินตู้ ทุกคนต่างเงี่ยหูฟัง
"อ้อ ร่างกายนางยังดีอยู่หรือ?" จวินเชียนได้ยินคนไปร่วมงานรับศิษย์เล่าว่า หลินตู้บกพร่องแต่กำเนิด ร่างกายอ่อนแอ ไม่รู้ว่าหลายปีมานี้สำนักอู๋ซั่งที่ทุ่มเททรัพยากรอย่างบ้าคลั่งจะเลี้ยงดูนางได้ดีแค่ไหน
"ดีมาก กินข้าวทีละสามชามใหญ่กับหมั่นโถวสองลูก มีปัญหาอะไรหรือ?" จูยวนทำอาหารบ่อย เพราะศิษย์สองคนของเขาเป็นวัยกำลังกินกำลังนอน เลยค่อนข้างรู้ปริมาณอาหารของหลินตู้
จวินเชียนแห่งสำนักจี้ซื่ออึ้งไป "หา?"
สุดท้ายก็หัวเราะออกมา "ท่านนี่ช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ"
จูยวนเลิกเปลือกตา "เจ้าคิดว่าข้าเหมือนกำลังล้อเล่นรึ?"
เสียงหัวเราะของจวินเชียนหยุดกึกเหมือนโดนบีบคอ เขาดูสีหน้าจูยวน ไม่เหมือนโกหก มองดูอีกที
ไม่ใช่สิ เจ้าไผ่ผอมขี้โรคนั่น ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนกินข้าวทีละสามชามใหญ่ได้เลยนะ?
"เอ้า แดนลี้ลับเปิดแล้ว"
สิ้นเสียงนั้น พื้นที่ว่างเปล่าหน้าโต๊ะก็ส่องแสงสีทองวูบวาบ
ปีนี้ทุกคนไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าแดนลี้ลับเหมือนคนแก่เหงาๆ รอลูกหลานตัวแสบออกมาแล้ว เพราะจูยวนแห่งสำนักอู๋ซั่งนำอาวุธเวทชิ้นหนึ่งมาด้วย
อาวุธเวทชิ้นนี้ไม่ได้ล้ำค่าอะไรมาก แต่เจ๋งตรงที่สามารถหลอมรวมเข้ากับท้องฟ้าของโลกใบเล็กได้ ทำให้คนแก่เหงาๆ อย่างพวกเขามองเห็นได้ว่าเด็กๆ กำลังทำอะไรกันอยู่
มีเจ้านี่ก็เหมือนมีตาทิพย์ แม้จะไม่ชัดแจ๋วร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นถ้าโดนต้นไม้หรือถ้ำบังก็มองไม่เห็น แต่ขอแค่อยู่บนพื้นดิน ก็มองเห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง
จูยวนมองกระจกวารี นึกถึงคำกำชับของอาจารย์อาเล็กที่ฝากฝังให้เขาดูแลหลินตู้เป็นพิเศษ ก็ยังรู้สึกแปลกๆ
ค่ายกลของเหยียนเหย่เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า กี่คนใฝ่ฝันอยากให้เขาสลักค่ายกลให้ แต่ตั้งแต่เขาบรรลุขอบเขตไร้ลักษณ์ เขาก็ไม่เคยรับงานอีกเลย แต่เพื่อหลินตู้ เขาถึงกับวาดแผนผังค่ายกลตาทิพย์นี้เอง แล้วส่งให้เหอกุยไปสร้างตาทิพย์อันนี้ขึ้นมา
ที่แท้ต่อให้เป็นคนเก่งกาจและรักอิสระแค่ไหน พอเป็นอาจารย์ก็กลายเป็นเหมือนพ่อแก่ๆ ที่เป็นห่วงไปเสียทุกเรื่อง
จูยวนไม่สงสัยเลยว่า ถ้าหลินตู้เกิดเรื่องในแดนลี้ลับจริงๆ เหยียนเหย่คงสั่งให้เขาฉีกแดนลี้ลับเข้าไปพาหลินตู้ออกมาแน่