- หน้าแรก
- ทั้งสำนักมีแต่พวกคลั่งรัก มีเพียงข้าที่บ้าดีเดือด
- บทที่ 28 คนเราที่ไหนจะไม่บ้าบ้าง ก็แค่ฝืนทนไปงั้น
บทที่ 28 คนเราที่ไหนจะไม่บ้าบ้าง ก็แค่ฝืนทนไปงั้น
บทที่ 28 คนเราที่ไหนจะไม่บ้าบ้าง ก็แค่ฝืนทนไปงั้น
บทที่ 28 คนเราที่ไหนจะไม่บ้าบ้าง ก็แค่ฝืนทนไปงั้น
สิ่งที่เรียกว่าแดนลี้ลับ หนึ่งอาจเป็นถ้ำสวรรค์ที่หลงเหลือจากยอดคนในอดีต สองคือโลกใบเล็กที่เสื่อมถอยหรือเพิ่งกำเนิด เนื่องจากกาลเวลาและมิติมาบรรจบกับโลกใบนี้ จึงถูกผู้บำเพ็ญเพียรค้นพบโดยบังเอิญ
แดนลี้ลับครั้งนี้ เป็นโลกใบเล็กที่เสื่อมถอยและกำลังล่มสลาย
หลินตู้ก้าวผ่านประตูมิติ ภาพตรงหน้ามืดดับ พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตรงหน้าก็คือทะเลทรายเวิ้งว้างและต้นไม้แห้งเฉา
รอบกายไร้ผู้คน
ความจำของหลินตู้ดีมาก แต่นางก็ยังหยิบแผนที่ประจำตระกูลออกมาดู
ดีมาก กฎสวรรค์ของโลกใบเล็กที่กำลังล่มสลายนี้เหวี่ยงนางมาตกที่ทะเลทรายไร้ที่สิ้นสุดที่กว้างใหญ่ที่สุด เรียกว่าไร้ที่สิ้นสุด เพราะทะเลทรายแห่งนี้กินพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของโลกใบเล็ก ทรายดูดและพายุทรายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ที่สำคัญคือ ยังไม่มีใครสำรวจทะเลทรายแห่งนี้จนหมดว่ามีอะไรอยู่บ้าง
เพราะความแห้งแล้งกันดารเกินไป มีตำนานว่ามีคนหลงเข้ามาเจ็ดวันก็ยังเดินออกจากทะเลทรายไม่ได้ ดังนั้นบนแผนที่จึงทำเครื่องหมายวงกลมและเครื่องหมายคำถามไว้ พร้อมตัวอักษรเล็กๆ ว่า ผู้ที่เติมเต็มแผนที่มีเซอร์ไพรส์นะจ๊ะ
นางหัวเราะเย็นยะเยือก อยากจะฆ่าคนให้รู้แล้วรู้รอด
"เจ้าช่วยแปลให้ข้าฟังหน่อยสิ ว่าอะไรคือเซอร์ไพรส์วะ"
เวลานี้ระบบดันโผล่หัวออกมาพอดี
[โฮสต์ ครั้งนี้ตู้เสากับคู่หมั้นของนางก็อยู่ในแดนลี้ลับด้วย เหลืออีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ภารกิจก็จะเสร็จสิ้น ปอดของท่านก็จะหายขาดแล้ว]
หลินตู้หลุบตา มุมปากยกยิ้มเยาะหยัน เพียงชั่วพริบตา ในมือที่ทิ้งลงข้างตัวก็ปรากฏพัดเล่มหนึ่ง
เสียงดังพรึ่บ พัดเหล็กหนักอึ้งกางออก เผยให้เห็นประกายหิมะขาวโพลน
"เขาว่ากันว่าโลกเปลี่ยนแปลง ซาฮาร่าเมื่อก่อนก็เคยเป็นทะเล ระบบ เจ้าว่า ข้าจะเปลี่ยนที่นี่ ให้กลายเป็นยุคน้ำแข็งเลยดีไหม"
นางเงยหน้า "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่า 'ฝูเซิง' ของข้า จะกว้างใหญ่ได้แค่ไหน"
ระบบรู้สึกทะแม่งๆ
โฮสต์ดูแปลกๆ หรือว่าโฮสต์คนนี้เรียนหนักจนบ้าไปแล้วในโลกผู้บำเพ็ญเพียร?
ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
หลินตู้สัมผัสได้ถึงความคิดของระบบ
แม้ระบบจะเงียบหายไปนานจนแทบเหมือนไม่มีตัวตน แต่ไม่รู้ทำไม ต่อให้ระบบไม่พูด นางก็รับรู้ความคิดของระบบได้
จะบอกว่านางถูกระบบฝังตัว สู้บอกว่าจิตวิญญาณของพวกเขาเชื่อมต่อกันน่าจะถูกกว่า
"คนเราที่ไหนจะไม่บ้าบ้าง ก็แค่ฝืนทนไปงั้นแหละ"
นางเอ่ยประโยคนี้ออกมาเรียบๆ จากนั้นพลังวิญญาณก็พรั่งพรู ทะลักออกจากตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร สู่ฝ่ามือ และถูกถ่ายเทเข้าสู่ฝูเซิง
หน้าพัดวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งงดงามบาดตา ก่อนจะเลือนหายไปในฝุ่นควัน
เสียงน้ำแข็งเกาะตัวดังก้องในอากาศ
ทรายดูดที่จ้องจะกลืนกิน สายลมที่หอบเอาฝุ่นทรายพัดผ่านมา ล้วนถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว ปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวละเอียด
ผู้เยาว์ในชุดเขียวสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวเก็บพัดพับ มองดูน้ำแข็งที่ลามเลียไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความสงบ จากนั้นก็ขยับตัว
นี่คือโลกฝูเซิงของนาง หมายความว่า นางย่อมสามารถปรากฏตัวได้ทุกที่ในอาณาเขตนี้
ภายใต้ตาทิพย์ ภาพเหตุการณ์นี้ปรากฏแก่สายตาชัดเจน
เสียงสูดหายใจดังเฮือกทั่วห้อง
พวกเขาไม่ใช่ไม่เคยเห็นคนรากวิญญาณน้ำแข็ง อาจารย์ของหลินตู้เองก็เป็นคนที่เล่าลือกันว่ากระบี่เดียวแช่แข็งได้ทั้งจงโจว แต่เด็กอายุสิบสามปีคนหนึ่ง เพียงแค่ยกมือวาดผ่านเบาๆ ก็แช่แข็งไปไกลอย่างน้อยสามจ้าง (ประมาณ 10 เมตร) พรสวรรค์เช่นนี้นับว่าน่ากลัวแล้ว
ต้องรู้ว่าผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตจิตพิณทั่วไป ปราณกระบี่ไปได้ไกลสามเชียะ (ประมาณ 1 เมตร) ก็ถือว่ามีพรสวรรค์แล้ว
ความดูแคลนที่ศิษย์ภายนอกมีต่อหลินตู้เมื่อครู่พวกเขาก็เห็นอยู่ในสายตา หากใครได้เห็นภาพนี้ด้วยตาตัวเอง ย่อมต้องรู้ซึ้งว่า อะไรคือพรสวรรค์อันดับหนึ่ง
สวรรค์ไม่เคยประเมินพรสวรรค์ของเด็กคนไหนผิดพลาด เพราะนั่นคือพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมา
มีคนถอนหายใจเบาๆ "น่าอิจฉาจริงๆ ข้าฝึกกระบี่มาสามร้อยปี ปราณกระบี่ยังไม่แน่ว่าจะไปได้ไกลขนาดนี้เลย"
ชวนให้คนริษยา และชวนให้สวรรค์ริษยา
จูยวนเอ่ยแก้ต่าง "น่าจะเป็นเพราะสมบัติวิญญาณนั่นแหละ อย่างไรเสียสำนักอู๋ซั่งเรายากจน ก็ทำได้แค่แจกสมบัติวิญญาณให้เด็กคนละชิ้นไว้ป้องกันตัว"
เจ้าสำนักเล็กๆ หลายคนหันมองหน้ากัน นี่เจ้าพูดภาษาคนอยู่หรือเปล่า?
สู้ไม่แก้ต่างยังจะดีเสียกว่า
ใครบ้างไม่รู้ว่าสำนักอู๋ซั่งแม้จะผลาญทรัพยากรบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วง แต่ก็กวาดต้อนทรัพยากรมาอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะเลี้ยงดูเหล่าอัจฉริยะที่น่าหมั่นไส้พวกนี้ออกมาได้ยังไง
พวกเขายังไม่กล้าแย่งชิง หนึ่งคือสมบัติวิญญาณเลือกเจ้าของ แย่งไปก็ไม่แน่ว่าจะใช้ได้ สองคือ กล้าแย่งของสำนักอู๋ซั่ง คงเบื่อชีวิตแล้วจริงๆ
ตีเด็ก ตัวแก่ก็โผล่มา เผลอๆ โดนถล่มราบคาบทั้งรัง
หลินตู้พบว่าฝูเซิงนี่ก็น่าสนใจดี นางเดินไปที่ไหน น้ำแข็งก็จะลามไปข้างหน้าอีก
ดังนั้นตอนที่เดินผ่านคนสองคนที่ถูกแช่แข็งเท้าอยู่ นางก็รู้สึกผิดนิดหน่อย
แต่พอเห็นหน้าชัดๆ ความรู้สึกผิดของนางก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ที่แช่แข็งไว้นั่นไม่ใช่คน แต่เป็นเศษสวะ
เศษสวะคงไม่ต้องไปสนใจหรอกมั้ง
หลินตู้ถามระบบ "ผู้ชายคนนี้พรสวรรค์ไม่สูง เข้ามาได้ยังไง? ข้าจำได้ว่าสำนักเล็กๆ ได้โควตาแค่หนึ่งหรือสองที่"
[จะเข้ามาได้ยังไงล่ะ]
หลินตู้เข้าใจทันที ที่แท้ก็เกาะลูกสาวเจ้าสำนักเข้ามานี่เอง
นางทำท่าจะเดินผ่านไปโดยไม่กะพริบตา แต่ก็ถูกเรียกไว้เสียก่อน
"หลินตู้ เจ้าคือหลินตู้ใช่ไหม?"
ฝีเท้าของหลินตู้ชะงัก สายตาตกอยู่ที่หญิงสาวซึ่งอยู่ห่างจากชายชั่วไม่ไกล "ข้าไม่ใช่"
...
หญิงสาวเอ่ยว่า "ข้าชื่อหนีซือ พ่อข้าเป็นประมุขพรรคหงเจิน"
"อ้อ พ่อข้าเป็นผีไม่มีศาล"
หลินตู้ก้าวเท้าเดินต่อ นางเดินโดยไร้เสียง รอบด้านแม้แต่ลมก็เงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำแข็งเกาะตัวที่ดังไปข้างหน้าเรื่อยๆ
เสียงนั้นในหูหลินตู้ช่างไพเราะ แต่สำหรับสองคนนั้น มันไม่ต่างอะไรกับเสียงเพรียกจากมัจจุราช
"สหายเต๋าหลินตู้ ข้ารู้ว่าท่านคือพรสวรรค์อันดับหนึ่งแห่งจงโจว ท่านไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำแข็งประหลาดนี้ ท่านต้องมีวิธีช่วยพวกเราแน่ๆ ใช่ไหม ตอนนี้ข้าขยับไม่ได้เลย"
หนีซือรีบตะโกนเรียกนาง
หลินตู้หันกลับมา "เจ้าขยับไม่ได้? น้ำแข็งนี่บางกว่าน้ำตาลเคลือบถังหูลู่ที่ข้าทำอีก เจ้าขยับไม่ได้?"
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างบริสุทธิ์ใจ เหมือนกำลังถามโจทย์ปัญหาที่คิดยังไงก็คิดไม่ออก
หนีซือเงียบไป นางจะบอกได้ยังไงว่าเพราะนางกากเกินไป? เท้านางถูกแช่แข็งจนแน่น ต่อให้ใช้พลังวิญญาณดิ้นหลุด ยังไม่ทันหยิบอาวุธเวทสำหรับบินออกมา คนก็โดนแช่แข็งอีกแล้ว
แถมน้ำแข็งนี่ไม่ได้เริ่มจากฝ่าเท้าอย่างเดียว แปลกประหลาดตรงที่ขอแค่อยู่ในอาณาเขตนี้ น้ำแข็งก็จะเหมือนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะแช่แข็งทุกอย่าง
หนาวเกินไป หนาวจนชีพจรนางไหลเวียนติดขัด ตัวนางก็แข็งทื่อไปหมดแล้ว
นี่มันทะเลทรายชัดๆ จะมีน้ำแข็งหิมะได้ยังไงกัน?
"ขอสหายเต๋าช่วยชีวิต ข้าหนีซือจะต้องตอบแทนอย่างงามแน่นอน"
ความจริงหนีซือก็เป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนที่เผลอไผลไปกับรูปลักษณ์ของหลินตู้ในวันนี้ แต่นางค่อนข้างดูแคลนความอ่อนแอของหลินตู้ นึกไม่ถึงว่าพรสวรรค์อันดับหนึ่งจะมีดีจริงๆ
หลินตู้ไม่ตอบคำถามนาง แต่กลับถามกลับไปหนึ่งคำถาม "ข้ามีข้อสงสัย ทุกคนที่ผ่านประตูมิติเข้ามาจะถูกสุ่มส่งไปยังที่ต่างๆ แดนลี้ลับนี้แม้กฎสวรรค์จะเสื่อมถอย แต่ก็ไม่น่าจะแยกคนสองคนออกจากกันไม่ได้ พวกเจ้า... มาอยู่ด้วยกันได้ยังไง?"
เพิ่งเข้ามาไม่ถึงครึ่งถ้วยชา พวกเขามาอยู่ด้วยกันได้ถ้าไม่ใช่เพราะสวรรค์อยากลองของ ก็ต้องมีวิธีอะไรสักอย่าง
หนีซืออึ้งไป นึกไม่ถึงว่าจุดสนใจของหลินตู้จะเฉไฉไปขนาดนี้
"ใช้เมล็ดบัวคู่ ข้ากับเขากินพร้อมกัน สวรรค์ก็แยกพวกเราไม่ได้"
หลินตู้ลากเสียงยาว ร้องอ้อ มองไปทางหลีต้ง
คิ้วตานางงดงามเป็นทุนเดิม โหนกคิ้วคมคายกำลังดี คิ้วเข้มดุจหมึกวาด เปลือกตาไม่มีไขมันส่วนเกิน ชั้นตาชัดลึกหางตาตกลง แต่ดวงตากลับชี้ขึ้นเล็กน้อย สายตาจึงมักแฝงแววหม่นหมองแบบกดก่อนแล้วค่อยยก
หลินตู้ยังคงหันหลังให้พวกเขา เพียงแค่เอี้ยวหน้ากลับมา จ้องมองชายหนุ่มที่ตัวแข็งทื่อผู้นั้นนิ่งๆ แล้วหัวเราะเบาๆ ทวนคำว่า "ที่แท้ก็บัวคู่นี่เอง ฟังประโยคสุดท้ายเมื่อกี้ ข้ายังนึกว่า เป็นปมประสานใจเสียอีก"