เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า

บทที่ 15 ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า

บทที่ 15 ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า


บทที่ 15 ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า

หลินตู้บอกว่าจะไปร้านหนังสือ อาศัยจังหวะที่ทุกคนถูกชั้นหนังสือบังตาอยู่ด้านใน นางก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ของเถ้าแก่ "เถ้าแก่ รับซื้อนิยายไหม?"

เถ้าแก่สวมชุดคลุมแขนกว้างลายพู่กันจีน มือหนึ่งถือหนังสือเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้ไผ่ ดวงตากึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับอย่างเกียจคร้าน "นิยาย? นิยายอะไร?"

หลินตู้ยื่นผลงานแห่งความทุ่มเทของตนเองออกไป

คนที่เอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เลิกเปลือกตาขึ้น อ่านทีละคำ "หลังจาก... ถูกโฉมงามที่เก็บได้ข้างทางปลุกปล้ำ?"

ดวงตาที่เดิมทียังสะลึมสะลือเบิกกว้างในทันใด จ้องมองเด็กน้อยอายุไม่เกินสิบกว่าขวบตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ "เจ้าเขียนรึ?"

หลินตู้โบกมือ แสร้งทำท่าทาง "จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าแค่มาทำธุระแทนอาจารย์เท่านั้น ศิษย์อย่างข้า ย่อมต้องทำความฝันของอาจารย์ให้เป็นจริง"

"ท่านดูสิ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ได้ไหม? อาจารย์ข้าอายุมากแล้ว มีงานอดิเรกแค่เรื่องนี้ ต่อให้ข้าต้องออกเงินเอง ก็ไม่อาจปล่อยให้ท่านผู้เฒ่าจากไปพร้อมความเสียดายได้"

เหยียนเหย่ที่อยู่ๆ ก็โดนศิษย์ตัวเองโยนหม้อดำใบใหญ่ใส่โดยไม่รู้ตัว จามออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ กำลังครุ่นคิดว่าตนเองเป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตไท่ชิง จะเป็นหวัดได้ด้วยหรือ?

เถ้าแก่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก "เจ้าช่างกตัญญูจริงๆ"

หลินตู้พยักหน้า ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ข้า

ชายหนุ่มก้มหน้าเปิดหน้าแรก ตัวหนังสือไก่เขี่ยเบี้ยวๆ บูดๆ ปรากฏสู่สายตา มุมปากเขากระตุก "นี่อาจารย์เจ้าเป็นคนเขียนจริงๆ หรือ"

หลินตู้ร้องอ้อ "อ้อ อาจารย์ข้ามองไม่เห็น ลายมือเลยหวัดไปบ้าง แต่อ่านออกก็พอ อ่านออกก็พอ"

นางที่เคยฝึกคัดลายมือด้วยพู่กันแค่ตอนเรียนประถม เขียนออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีถมไปแล้ว

เถ้าแก่ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ แต่ไม่นานเสียงพลิกหน้ากระดาษก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าท่าทางก็เปลี่ยนไปตาม จากยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม จากนั้นดวงตาก็ค่อยๆ เบิกกว้าง ค่อยๆ อัดอั้นตันใจด้วยความโกรธ สุดท้ายน้ำตาคลอเบ้า ตบโต๊ะผางลุกขึ้นยืน

"จบแค่นี้เรอะ? ศิษย์พี่ใหญ่ตายแบบนี้เลยเรอะ? ผู้ฝึกตนหญิงนั่นก็ได้จินตัน*เหาะเหินเดินอากาศเป็นเซียนไปดื้อๆ แบบนี้เลยเรอะ?"

(*จินตัน คือแก่นพลัง หรือแก่นปราณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ฝึกตน)

"เอ่อ อาจารย์ข้าฝากบอกว่า ถ้ามีคนอ่าน ย่อมมีภาคต่อ ท่านดูสิ พิมพ์ได้ไหม?"

"ได้ ได้ ได้ ข้าไม่ได้อ่านนิยายที่ทำให้คนถอนตัวไม่ขึ้นแบบนี้มานานแล้ว อาจารย์เจ้านี่อัจฉริยะจริงๆ ติดแค่ชื่อเรื่อง... ไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่"

เถ้าแก่ลูบคาง "เกรงว่าพวกฝ่ายธรรมะคงจะไม่ซื้อกระมัง"

หลินตู้เลิกคิ้ว ใบหน้าหล่อเหลาหมดจด น้ำเสียงราบเรียบแต่เนื้อความกลับเสรีไร้กรอบ

"ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร? เจ็ดอารมณ์หกปรารถนา เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ผู้บำเพ็ญเพียรจะไม่มีกิเลสตัณหาเชียวหรือ? อยากเก่งกาจก็เป็นกิเลส ความรักใคร่ก็เป็นกิเลส กิเลสยังแบ่งสูงต่ำอีกหรือ?"

เห็นชัดว่าเป็นตรรกะวิบัติ แต่เถ้าแก่กลับคล้อยตาม "เอาล่ะ ตกลงตามนี้ ส่วนแบ่งสามเจ็ด ท่านแซ่อะไร?"

"หลิน หลินไม้คู่"

"ท่านอาจารย์น้อยหลิน พิมพ์เสร็จแล้วข้าจะส่งตัวอย่างไปให้ ขอที่อยู่ท่านด้วย"

หลินตู้ยิ้มบางๆ "ไม่ต้อง อีกไม่นานข้าจะลงเขามาหาเอง"

นางประทับรอยนิ้วมือลงบนสัญญาอย่างคล่องแคล่ว หันกลับไปสบสายตาสงสัยของเพื่อนร่วมสำนักที่เดินออกมาจากด้านใน

"ไปกันเถอะ ไปกินที่ร้านเซียงหม่านโหลวกันเถอะ"

กลุ่มคนเดินหัวเราะร่าเริงจากไป เถ้าแก่บนเก้าอี้ไม้ไผ่หรี่ตามองแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป สะบัดสัญญาที่เพิ่งประทับรอยนิ้วมือเมื่อครู่ มองดูรอยนิ้วมือบนนั้น ท้ายที่สุดก็ยิ้มออกมาเบาๆ

น่าสนใจ เห็นชัดว่าเขายื่นพู่กันให้ แต่ศิษย์กตัญญูผู้นั้นตอนรับพู่กันกลับลังเล มือสั่น เปลี่ยนเป็นประทับรอยนิ้วมือแทน

ไม่อยากทิ้งลายมือตัวเองไว้?

อาจารย์ที่เจ้าพูดถึง ใช่ตัวเจ้าเองจริงๆ หรือไม่?

เถ้าแก่ร้านหนังสือคาดไม่ถึงว่า คำว่าอีกไม่นาน คือเจ็ดวันให้หลัง

ตอนที่คนผู้นั้นก้าวเข้ามาในร้าน เขาแทบจำไม่ได้ ชุดเขียวมอซอและมวยผมแบบนักพรตที่เกล้าไว้ลวกๆ หายไปแล้ว

นางสวมชุดยาวผ้าไหมสีเขียวอมฟ้าปักลายเมฆและนกกระเรียนขาว ผมรวบตึงไว้กลางศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวสั้น ใช้ห่วงหยกครอบทับผ้าคลุมผมรัดหน้าผากเพื่อความแน่นหนาอีกชั้น คิ้วตาที่งดงามและโครงหน้าที่ได้รูปชัดเจนโดดเด่นขึ้นมาทันที แม้ผิวพรรณจะขาวซีดราวกับกระดาษ แต่ก็ดูเป็นหนุ่มน้อยเจ้าสำราญอย่างแท้จริง

"เถ้าแก่ เป็นอย่างไรบ้าง? พิมพ์เสร็จหรือยัง?"

น้ำเสียงเกียจคร้านดังขึ้น เถ้าแก่ถึงกล้าฟันธงว่านี่คือยอดกตัญญูคนเมื่อวันก่อน

"วางขายไปเมื่อห้าวันก่อน ท่านทายสิว่าเป็นอย่างไร?"

เขากำลังจะพูดต่อ ก็เห็นผู้ฝึกตนชายท่าทางเคร่งขรึมคนหนึ่งทำลับๆ ล่อๆ เดินเข้ามา มองซ้ายมองขวา เห็นหลินตู้อยู่ก็ไม่กล้าเดินเข้ามา

"จะเอาเล่มนั้นใช่ไหม ยี่สิบหินวิญญาณขั้นต่ำ ไม่ต้องควักออกมาจากแขนเสื้อหรอก วางเงินไว้แล้วหยิบไปได้เลย"

คนผู้นั้นเห็นแค่ขอบหนังสือโผล่ออกมาจากแขนเสื้อ พอได้ยินเถ้าแก่พูดเช่นนั้นก็รีบควักเงินจ่ายแล้วรีบเดินจากไปทันที

หลินตู้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง "คงไม่ใช่หนังสือที่ข้าเอามาให้หรอกนะ?"

"อืม" เถ้าแก่พยักหน้า สะบัดแขนเสื้ออย่างใจเย็น เก็บก้อนหินรูปไข่ที่แผ่ไอวิญญาณจางๆ ยี่สิบก้อนบนโต๊ะเข้ากระเป๋า

"มันน่าอับอายขนาดนั้นเลยหรือ?" หลินตู้ยกมือลูบคาง

"แต่คำพูดของท่านก็ถูก ชื่อเรื่องแม้มิอาจขึ้นทำเนียบหรูหรา แต่ดึงดูดใจผู้คนนัก ตั้งแต่วางแผง ยอดขายดีเยี่ยม เพียงแต่ทุกคนล้วนแอบซื้อกันลับๆ ล่อๆ"

เถ้าแก่เดาะลิ้นชมเชย "สมกับเป็น…อาจารย์ของท่าน ช่างรอบรู้ เชี่ยวชาญจิตใจคนนัก"

หลินตู้ยิ้ม "เอามาให้ข้าห้าเล่ม ข้าจะเอาไปให้คน"

"ได้เลย ส่วนแบ่งจ่ายรายเดือน แต่หนังสือเล่มนี้ ช่วงนี้ของขาดตลาด ท่านเอาไปน้อยหน่อยได้ไหม? สักสามเล่มเป็นไง?"

หลินตู้ถือหนังสือสามเล่มเดินออกจากร้านหนังสือ ไปสมทบกับพวกโม่หลิน

วันนี้เป็นงานเลี้ยงส่งโม่หลินลงเขาไปหาประสบการณ์ หลินตู้เป็นคนเสนอเอง ทุกคนต่างดีใจที่จะได้กินของอร่อย

ดังนั้นศิษย์พี่ใหญ่จึงได้รับของขวัญอำลาจากอาจารย์อาเล็ก

"การเดินทางครั้งนี้คงมีช่วงที่เบื่อหน่ายบ้าง มา หนังสือเล่มนี้เจ้ารับไว้ ว่ากันว่าเป็นนิยายที่ขายดีที่สุดในช่วงนี้ ขายดีขนาดนี้ ย่อมต้องแฝงความหมายลึกซึ้งแน่"

หลินตู้ยื่นหนังสือเล่มนั้นให้โม่หลิน แววตาจริงใจ

โม่หลินรับหนังสือเล่มนั้นมา "ข้ารู้อยู่แล้วว่าอาจารย์อาเล็กชอบอ่านหนังสือ ไปหอตำราของสำนักทุกวัน ข้าจะตั้งใจศึกษาอย่างละเอียดแน่นอน"

"ถูกต้องแล้ว" หลินตู้ปลาบปลื้มยิ่งนัก

"การอ่านเรื่องราว สิ่งสำคัญที่สุดคืออารมณ์ร่วม ต้องสวมบทบาทเป็นตัวเอก ถึงจะสะท้อนดูตัวเองได้ เก็บเกี่ยวได้มากขึ้น"

โม่หลินพยักหน้า ดูไม่ออกเลยว่าอาจารย์อาเล็กแม้อายุน้อยแต่กลับมีความรู้สึกลึกซึ้งในการอ่านหนังสือเพียงนี้ เขาชื่นชมพลางก้มมองหน้าปก

《หลังจากถูกโฉมงามที่เก็บได้ข้างทางปลุกปล้ำ》

สีหน้าของชายหนุ่มรูปงามแปรเปลี่ยนเป็นพิกลในชั่วพริบตา เขาเงยหน้ามองคนที่เริ่มกินขนมหลังอาหารต่อ แล้วก้มมองชื่อหนังสืออีกครั้ง

"อาจารย์อาเล็ก... หนังสือเล่มนี้ของท่าน ให้ผิดเล่มหรือเปล่า?"

"ไม่นะ" หลินตู้หยิบขนมลั่วต๋ากุ๋นขึ้นมา

"ลั่วต๋ากุ๋นจานเดียวไม่พอ ขออีกจานเถอะ พวกเรามีตั้งห้าคน"

โม่หลินเก็บหนังสือเงียบๆ ยื่นมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์

จบบทที่ บทที่ 15 ลูกกตัญญูอันดับหนึ่งในใต้หล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว