- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 39 ที่ดินยังไม่พอ
บทที่ 39 ที่ดินยังไม่พอ
บทที่ 39 ที่ดินยังไม่พอ
ในห้องประชุมใหญ่ที่สุดของเล่ยเถิงแบตเตอรี่ หม่าอวี่เถิงยืนหน้าไวท์บอร์ดที่คุ้นเคย ด้านหลังมีผู้บริหารแกนนำของเล่ยเถิงอิเล็กทรอนิกส์นั่งกันเต็มพรึบ จางเคอที่ถูกเรียกตัวด่วนมาจากงานคุมก่อสร้างปรับปรุงโรงงานใหม่ ยังมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย "ตั้งแต่วันนี้ โรงงานเดิมของเราตรงนี้ และโรงงานใหม่ฝั่งตรงข้าม จะถูกผนวกรวมกัน และเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า... นิคมเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเล่ยเถิง" หม่าอวี่เถิงตวัดปากกาเขียนตัวอักษรหนักแน่นลงบนไวท์บอร์ด
เขาหันกลับมามองทุกคน "พร้อมกันนี้ โครงสร้างบริษัทจะถูกปรับใหม่ เราจะจัดตั้ง 'เล่ยเถิง อินดัสเตรียล กรุ๊ป' โดยมีบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% สองบริษัท คือ 'เล่ยเถิงแบตเตอรี่' ที่โฟกัสธุรกิจแบตเตอรี่ และ 'เล่ยเถิงอิเล็กทรอนิกส์' ที่จะมารับช่วงต่อสายการผลิตของโมโตโรล่า"
"และจะก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาของเครือ โดยยกระดับจากแผนก R&D เดิม ประกอบด้วยห้องแล็บแบตเตอรี่ลิเธียม ห้องแล็บวัสดุศาสตร์ และห้องแล็บกระบวนการผลิต"
ผังองค์กรใหม่ปรากฏชัดเจนบนกระดาน ห้องประชุมเงียบกริบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาออกมา เครือบริษัท (Group)! นิคมเทคโนโลยี! คำศัพท์หรูหราอลังการพวกนี้ ปลุกเร้าจิตวิญญาณของทุกคนให้ตื่นตัว จากโรงงานแบตเตอรี่ขนาดกลางๆ ธรรมดา ภายใต้การนำของหม่าอวี่เถิงในเวลาไม่กี่เดือน กลับเริ่มฉายแววความเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ขึ้นมาแล้ว หยางซานรีบจดบันทึกและคำนวณต้นทุนภาษีและการจัดการที่เปลี่ยนไปจากการปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้าของเธอไม่เหลือความกังวลแบบเมื่อก่อน มีแต่ความตื่นเต้นที่ถูกพัดพาไปกับวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่
ไม่กี่วันต่อมา หม่าอวี่เถิงพาหยางซานเดินเข้าตึกสำนักงานกรมที่ดินเขตเป่าอันด้วยความมั่นใจ ในอ้อมแขนของเขา คือแผนการขอใช้ที่ดินที่ทำขึ้นเองกับมือ เตรียมขอกว้านซื้อที่ดินอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 1,150 ไร่ รวมกับที่ดินโรงงานสองแห่งในมืออีก 350 ไร่ รวมเป็น 1,500 ไร่พอดิบพอดี คนที่รับเรื่องคือรองอธิบดีกรมที่ดินที่ดูใกล้เกษียณ นั่งจิบชาเก๋ากี้ สายตาแทบไม่แลมอง "หนึ่งพันหนึ่งร้อยห้าสิบไร่?" รองอธิบดีฟังจุดประสงค์จบ พลิกใบสมัครดูสองหน้า แล้วโยนลงบนโต๊ะ "พ่อหนุ่ม ปากใหญ่ไม่เบานะเรา" เขาเป่าใบชาในถ้วยช้าๆ "รู้ไหมว่าที่ดินขนาดนี้มันกว้างแค่ไหน? มันกระทบที่ดินทำกินของชาวบ้านกี่หมู่บ้าน บ้านเรือนบรรพบุรุษ ไร่นา การรื้อถอน การเวนคืน การชดเชย... รู้ไหมว่าขั้นตอนมันยุ่งยากซับซ้อนแค่ไหน เคยคิดบ้างไหม?"
คำพูดที่เตรียมมาของหม่าอวี่เถิง จุกอยู่ที่คอ "ท่านครับ เราเป็นบริษัทไฮเทค โปรเจกต์นี้..."
"พอเถอะ พอๆ" รองอธิบดีโบกมืออย่างรำคาญ "กรณีของพวกคุณ ผมรับรู้แล้ว แต่การเวนคืนที่ดินไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ ต้องพิจารณากันยาวๆ กลับไปรอฟังข่าวเถอะ" คำว่า "พิจารณากันยาวๆ" ในภาษาราชการ ก็คือคำสั่งประหารดีๆ นี่เอง
เดินออกจากตึกกรมที่ดิน แดดเที่ยงวันของเผิงเฉิงส่องกระทบตัว แต่หม่าอวี่เถิงกลับรู้สึกหนาวเหน็บ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาชนกำแพงเข้าอย่างจังนับตั้งแต่รับช่วงโรงงานมา บนรถ หม่าอวี่เถิงนั่งเงียบ นิ้วเคาะเข่าด้วยความหงุดหงิด ความราบรื่นที่ผ่านมาทำให้เขาหลงระเริง คิดว่าแค่มีเงินมีโปรเจกต์ ก็ทำได้ทุกอย่าง ความจริงตบหน้าเขาฉาดใหญ่เตือนสติ
เขาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์โทรหา หลี่เหวินปิน ผู้เป็นน้า "ผอ.หลี่ ผมอวี่เถิงครับ มีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย คือโรงงานเราต้องการขยายตัว วันนี้ผมเลยไปกรมที่ดินมา จะขอซื้อที่เพิ่ม แต่โดนไล่กลับมาในไม่กี่คำเองครับ" ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง "โห โรงงานแบตเตอรี่บ้านแกนี่รุ่งเรืองใหญ่แล้วนะ จะซื้อที่ขยายโรงงานเร็วขนาดนี้เลย?"
"แต่แกจะไปขอที่ดินกับกรมที่ดินดื้อๆ แกบ้าหรือเปล่า?" น้ำเสียงของหลี่เหวินปินแฝงแววตำหนิแบบเอ็นดูว่า "แกน่ะยังอ่อนหัด"
"เดินดุ่มๆ ไปขอที่ดิน เขาจะให้แกทำไม? แกต้องไปหาหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนสิ! ทำให้พวกเขาต้องอ้อนวอนให้แกมาลงทุน แล้วพวกเขาจะวิ่งเต้นแก้ปัญหาที่ดินให้แกเอง!"
ประโยคเดียวสว่างวาบ หม่าอวี่เถิงตาสว่างทันที แนวคิดเขาผิดตั้งแต่ต้น เขาไปลงทุนนะ ไปสร้างงานสร้างภาษีให้รัฐ ทำไมต้องไปง้อด้วย! "ขอบคุณครับผอ.!"
คราวนี้ ด้วยการประสานงานของหลี่เหวินปิน หม่าอวี่เถิงได้เข้าพบ ฟางรุ่ยหนาน รองนายกเทศมนตรีเขต ผู้ดูแลงานส่งเสริมการลงทุนโดยตรง สถานที่นัดพบ คือห้องทำงานของท่านรองฯ ฟาง หม่าอวี่เถิงไร้ซึ่งความประหม่า วางเอกสารปึกหนาหน้าปกเขียนว่า "รายงานแผนพัฒนาอุทยานเทคโนโลยีระดับสูงเล่ยเถิง" ลงบนโต๊ะทำงานของฟางรุ่ยหนานอย่างหนักแน่น "ท่านรองฯ ฟางครับ เราคือเครือบริษัทเล่ยเถิง อินดัสเตรียล ธุรกิจหลักคือผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมและรับจ้างผลิตสินค้า 3C ครับ"
แม้ธุรกิจรับจ้างผลิตจะยังไม่มีแม้แต่เครื่องจักร แต่ก็ไม่เสียหายที่จะโม้ไปก่อน อย่างน้อยที่ดินก็พร้อม เครื่องจักรก็กำลังเดินทางมา ออเดอร์ก็มีรออยู่ ยังไงก็ดูดีกว่าพวกขายฝันด้วยไฟล์ PPT เปล่าๆ เยอะ ฟางรุ่ยหนานดูเหมือนจะรู้เรื่องมาบ้างแล้ว เขาหยิบรายงานมาเปิดอ่านอย่างสนใจ หม่าอวี่เถิงเริ่มการนำเสนอ "เราวางแผนจะใช้เขตนิคมอุตสาหกรรมปัจจุบันของเราในตำบลหลงหัวเป็นฐาน เพื่อลงทุนสร้างอุทยานเทคโนโลยีระดับสูงขนาดใหญ่ครับ"
"นอกจากสายการผลิตมือถือและแบตเตอรี่ลิเธียมของเราเอง เรายังมีแผนขยายธุรกิจไปยังต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น แม่พิมพ์ความแม่นยำสูง การติดชิ้นส่วนวงจร (SMT) บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทาน 3C แบบครบวงจร"
"พร้อมกันนี้ เราวางแผนลงทุน 30 ล้านหยวน เพื่อสร้างตึกสำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัยของเครือบริษัท"
นิ้วของฟางรุ่ยหนานเคาะรายงานเบาๆ อ่านละเอียดขึ้นเรื่อยๆ หม่าอวี่เถิงทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย "ที่สำคัญที่สุด เมื่ออุทยานนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 10,000 ตำแหน่ง เราขอสัญญาว่าจะรับเกษตรกรที่เสียที่ดินทำกินในละแวกใกล้เคียง และพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในเขตของเรา เข้าทำงานเป็นลำดับแรกครับ"
ประโยคนี้ ทำให้ใบหน้าของฟางรุ่ยหนานปรากฏรอยยิ้มกว้างออกมาในที่สุด ภาษี! ไฮเทค! ห่วงโซ่อุปทาน! แก้ปัญหาการว่างงาน! นี่มันผลงานทางการเมืองที่เขาพร่ำบ่นอยากได้ในที่ประชุมทุกวันชัดๆ! "ดี! อุทยานเทคโนโลยีเล่ยเถิง เยี่ยมมาก!" ฟางรุ่ยหนานปิดแฟ้มรายงาน ท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "คุณหม่า โปรเจกต์นี้ เขตของเรายินดีต้อนรับและสนับสนุนเต็มที่ครับ!" เขาคว้าโทรศัพท์สีแดงบนโต๊ะทันที "ผมจะสั่งการเดี๋ยวนี้ ให้เขตตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมา ผมจะเป็นหัวหน้าทีมเอง เรียกหัวหน้ากรมที่ดิน กรมผังเมือง กรมโยธาฯ มาให้หมด เราจะช่วยพวกคุณเคลียร์ขั้นตอนการซื้อที่ดินให้เสร็จเร็วที่สุด!"
ภายใต้การแทรกแซงอย่างแข็งขันของรัฐบาล กรมที่ดินจำต้องกัดฟันเดินหน้างานรังวัดและรื้อถอนอย่างเร่งด่วน เผิงเฉิงในยุคนั้น ที่ดินยังไม่แพงระยับเหมือนในอนาคต ที่ดินอุตสาหกรรม 1,150 ไร่ รวมค่าธรรมเนียมและค่าชดเชยต่างๆ เบ็ดเสร็จไม่ถึง 50 ล้านหยวน หม่าอวี่เถิงวางใจได้เสียที ในอนาคตที่ดินทั้งสองผืนรวมกับที่ดินใหม่ จะมีขนาดรวมเกือบ 1,500 ไร่ มูลค่าที่ดินผืนนี้ในอีก 20 ปีข้างหน้า จะพุ่งขึ้นเป็นร้อยเท่า เขาใช้ต้นทุนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน วางรากฐานที่มั่นคงที่สุดให้กับอาณาจักรอุตสาหกรรมในอนาคต อย่างน้อยไปอีกนานแสนนาน บริษัทก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องที่ดินอีกต่อไป
เงินทุน ที่ดิน เครื่องจักร ออเดอร์... ปัญหาทุกอย่างดูเหมือนจะถูกแก้หมดแล้ว หม่าอวี่เถิงยืนริมหน้าต่างบานใหญ่ มองดูรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างวิ่งเข้าออกโรงงานฝั่งตรงข้ามอย่างขะมักเขม้น แต่ในใจเขากลับยังไม่ผ่อนคลาย เขาหันกลับมามองลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ "ตอนนี้บริษัทเราขาดอยู่อย่างเดียว และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดด้วย... คน"
ฮั่วเจี้ยนจวิน หัวหน้าฝ่ายผลิตรีบรับลูก "ท่านประธาน เรื่องนี้ง่ายครับ ช่วงนี้มีคนตกงานจากรัฐวิสาหกิจเพียบ คนงานฝีมือดี หัวหน้างานระดับล่างมีให้เกลื่อน ขอแค่เงินถึง จะเอากี่คนก็หาได้ครับ" หม่าอวี่เถิงส่ายหน้า "แค่คนงานยังไม่พอครับ" สายตาเขามองไกลออกไป "ผมไม่ได้ต้องการแค่แขนขาที่คอยทำตามคำสั่ง แต่ผมต้องการสมองที่จะมาร่วมสร้างอนาคตกับเรา ผมต้องการวิศวกรระดับท็อป ผู้บริหารที่ฉลาดที่สุด" เขาหันกลับมาจ้องหน้าลูกน้อง สั่งการสิ่งที่ทุกคนคิดว่าบ้าบิ่นที่สุดออกมา "ช่วงนี้ใกล้ฤดูกาลจบการศึกษาพอดี ผมจะเปิดโครงการรับสมัครงานตามมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่!"
เหอเวยตี้ ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลชะงัก ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ "ท่านประธานครับ เป้าหมายของเราคือที่ไหนครับ?"
"มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ... กวาดให้เรียบ ห้ามหลุดแม้แต่ที่เดียว!"
ฮั่วเจี้ยนจวินและเหอเวยตี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไปแย่งคนจากที่พวกนั้นเนี่ยนะ? เหล่าเทวดาเดินดินพวกนี้ จบมาถ้าไม่เข้าราชการ ก็เข้าบริษัทต่างชาติ อย่างแย่สุดก็ไปรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ เล่ยเถิงแบตเตอรี่? เอ่อ... ถึงจะเปลี่ยนชื่อเป็นเล่ยเถิงอินดัสเตรียลแล้ว แต่ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเป็น "บริษัทเอกชน" (SME) ไม่ได้ บัณฑิตจากมหาลัยดังๆ เขาจะชายตามองเหรอ? หม่าอวี่เถิงเองก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแค่ไหน แต่ทำก็ดีกว่าไม่ทำ หลอก... เอ้ย ดึงตัวมาได้สักคนก็กำไรแล้ว