- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 37 เงินกู้สำเร็จ
บทที่ 37 เงินกู้สำเร็จ
บทที่ 37 เงินกู้สำเร็จ
เมืองเผิงเฉิง, เขตฝูเถียน
สำนักงานใหญ่ธนาคารเจาซาง (China Merchants Bank) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กระจกอาคารสะท้อนแสงแดดเจิดจ้าของแดนใต้ ดูราวกับถังทองขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทะเยอทะยานทางการเงินอันพลุ่งพล่านของเมืองนี้ หยางซานยืนอยู่หน้าตึก จัดชุดสูททำงานของเธออย่างประหม่า เอกสารในอ้อมกอดหนักอึ้งราวกับแบกภูเขา ตรงกันข้ามกับหม่าอวี่เถิง เขาเพียงแค่ขยับเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ไร้ความกังวลของการต้องมาขอร้องใคร "ไปกันเถอะ ผอ.หยาง ไปแสดงให้พวกเขาเห็นว่า 'ทรัพย์สินคุณภาพสูง' มันเป็นยังไง"
คนที่มารับเรื่องพวกเขาคือ หลี่ฟู่จ่ง รองผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ ชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบทอง ดูหัวไวและเขี้ยวลากดิน หลังทักทายพอเป็นพิธี รองผู้จัดการหลี่ก็รับปึกเอกสารหนาเตอะจากหยางซานไปเปิดดู เขาอ่านเร็วมาก แต่ยิ่งอ่าน คิ้วก็ยิ่งขมวดมุ่นเข้าหากัน จนเมื่อถึงหน้า "หลักทรัพย์ค้ำประกัน" นิ้วของเขาก็ชะงักกึก "คุณหม่า ขอพูดตรงๆ นะครับ" รองผู้จัดการหลี่ดันเอกสารกลับไปที่กลางโต๊ะเบาๆ "แผนของคุณผมเข้าใจแล้ว เอาสัญญาซื้อขายเครื่องจักรกับโมโตโรล่า และสัญญาว่าจ้างผลิตสินค้าในอนาคต มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันขอกู้เงินเรา?"
"ถูกต้องครับ" หม่าอวี่เถิงพยักหน้า "มันผิดระเบียบครับ" รองผู้จัดการหลี่ส่ายหน้าทันที "หลักทรัพย์ค้ำประกันต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตน กรรมสิทธิ์ชัดเจน และสามารถยึดขายทอดตลาดได้ทันที เครื่องจักรของคุณชุดนี้ตอนนี้ยังอยู่อเมริกา ยังไม่ทันได้รื้อถอนขนย้ายด้วยซ้ำ ธนาคารจะประเมินมูลค่าและควบคุมความเสี่ยงยังไง? ในขั้นตอนการทำงานของเรา ไม่มีกรณีศึกษาแบบนี้มาก่อนครับ"
หัวใจของหยางซานดิ่งวูบ สิ่งที่กลัวที่สุดเกิดขึ้นจริงๆ การเอา "วิมานในอากาศ" มาจำนองแบบนี้ ปฏิกิริยาแรกของคนทำธนาคารที่รอบคอบทุกคนคือการปฏิเสธ จรรยาบรรณวิชาชีพสั่งให้รองผู้จัดการหลี่ไล่แขกกลับไป แต่นิ้วของเขากลับหยุดอยู่ที่สัญญาความร่วมมือที่มีตราประทับของบริษัทโมโตโรล่าอีกครั้ง ยักษ์ใหญ่ระดับโลก... โมโตโรล่า สัญญานี้ของจริง และแนวโน้มออเดอร์ในอนาคตก็เป็นของจริง ความเสี่ยงมีแน่ แต่ผลตอบแทนก็มหาศาลเช่นกัน
ในหัวของเขา ภาพการประชุมฝ่ายเมื่อเช้าผุดขึ้นมา ผู้จัดการฝ่ายประกาศยอดสินเชื่อครึ่งปีแรก ช่องคะแนนของเขา... แดงเถือกบาดตา เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนกว่าจะถึงการสรุปผลงานกลางปี ถ้ายังไม่มี "บิ๊กดีล" เข้ามา โบนัสและการประเมินผลงานดีเด่นครึ่งปีแรกของเขาคงปลิวหายไปกับสายลมแน่ๆ คำขอสินเชื่อตรงหน้านี้ วงเงินเกินร้อยล้านหยวน ถ้าทำสำเร็จ... ในใจของรองผู้จัดการหลี่เกิดสงครามระหว่างเหตุผลและความโลภ ปฏิเสธ คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด แต่เขาจะเสียโอกาสพลิกเกมไปตลอดกาล ลุยต่อ? ความเสี่ยงสูงเกินไป ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เขาแบกรับความรับผิดชอบไม่ไหว เขาเหลือบมองหม่าอวี่เถิงที่นั่งนิ่งสงบดั่งภูผา แล้วหันไปมองหยางซานที่นั่งกระสับกระส่าย สุดท้าย แรงกดดันเรื่องยอดก็เอาชนะความรอบคอบจนได้ เขาตัดสินใจแล้ว
"คุณหม่า ผอ.หยาง รบกวนรอสักครู่นะครับ" รองผู้จัดการหลี่ลุกขึ้น เขาไม่ได้เดินไปที่ห้องผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ แต่ถือเอกสารชุดนั้นเดินดุ่มๆ ขึ้นไปที่โซนสำนักงานผู้บริหารระดับสูงข้างบน เขาจะเดิมพัน... โดยการข้ามหัวเจ้านายสายอนุรักษนิยมของตัวเอง ไปหาท่านรองผู้ว่าการธนาคารที่เขาคุ้นเคยและคุยง่ายกว่า
ในห้องทำงานรองผู้ว่าการฯ หวังรุ่นเทา ฟังรายงานสรุปจากรองผู้จัดการหลี่ และพลิกดูเอกสารอย่างรวดเร็ว คิ้วของเขาขมวดเป็นปม เขาเงยหน้าขึ้น ถลึงตาใส่น้องเมียตัวเองที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ ไอ้น้องเมียคนนี้ปกติก็ดูฉลาดหัวไว ไหงวันนี้เอาเรื่องปวดหัวมาให้เขาซะได้? เอาเครื่องจักรที่ยังอยู่อีกฝั่งมหาสมุทรมาค้ำประกันเงินกู้? เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไป คนเขาจะหาว่าคนของแบงก์เจาซางสติเฟื่องกันหมดหรือเปล่า? แต่ในเมื่อน้องเมียพาคนมาแล้ว จะไล่ตะเพิดไปเลยก็ไม่ได้ "ให้พวกเขาเข้ามา" หวังรุ่นเทาโบกมืออย่างรำคาญใจ
หม่าอวี่เถิงและหยางซานเดินเข้ามาในห้องทำงานกว้างขวาง สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แตกต่างจากข้างล่างลิบลับ หวังรุ่นเทาตีหน้านิ่ง ชี้มือไปที่โซฟา "คุณหม่า แนวคิดของคุณกล้าหาญมาก" หวังรุ่นเทาเปิดฉากทันที น้ำเสียงราบเรียบเดาอารมณ์ไม่ถูก "แต่ธนาคารมีกฎของธนาคาร เราจะปล่อยกู้ร้อยล้านโดยอาศัยแค่กระดาษสัญญาแผ่นเดียวไม่ได้"
หม่าอวี่เถิงรู้ทันทีว่าช่วงเวลาชี้ชะตามาถึงแล้ว เขาไม่ตื่นตระหนก กลับยิ้มออกมา "ท่านรองฯ หวัง ผมเข้าใจความกังวลของท่านครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่า สิ่งที่เรานำมาจำนอง ไม่ใช่แค่เครื่องจักรครับ" เขาเริ่มการแสดงของตัวเอง "อย่างแรก มูลค่าของเครื่องจักรชุดนี้ ตามสัญญาคือ 20 ล้านดอลลาร์ หรือ 160 ล้านหยวน นี่คือราคาตลาดที่ได้รับการประเมินและยอมรับแล้วครับ"
"ที่สำคัญกว่านั้น นี่คือสายการผลิตโทรศัพท์มือถือกระแสหลักของโลกในปัจจุบัน ถ้าเอามาตั้งในจีน จะเรียกว่าล้ำสมัยที่สุดก็ไม่เกินจริง"
"มันคือเทคโนโลยีที่จะเป็นกระแสหลักไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า มูลค่าของมันแข็งแกร่งมาก ไม่มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมค่าฮวบฮาบในระยะสั้นแน่นอน"
"อย่างที่สอง เครื่องจักรชุดนี้ผูกติดอยู่กับอะไร? มันผูกติดอยู่กับออเดอร์ของโมโตโรล่าในอีก 3 ปีข้างหน้าครับ!"
"เรามีสัญญาครบถ้วน มันไม่ใช่เศษเหล็กเย็นชืด แต่มันคือห่านทองคำ! ห่านที่มองเห็นอนาคตได้เลยว่า จะผลิตไข่ทองคำมูลค่าหลายร้อยล้านหยวนออกมาทุกปี!" สีหน้าของหวังรุ่นเทาเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาผายมือให้หม่าอวี่เถิงพูดต่อ
"สุดท้าย และสำคัญที่สุด คือความสามารถในการชำระหนี้ของเล่ยเถิงเอง"
"ธุรกิจแบตเตอรี่ลิเธียมของเรา ตอนนี้เป็นเจ้าเดียวในประเทศ เทคโนโลยีทัดเทียมญี่ปุ่น กำไรดีงาม กระแสเงินสดแข็งแรงมาก"
"เรามีฐานที่มั่นคงพอที่จะรองรับโปรเจกต์ใหม่นี้ และมีกำลังมากพอที่จะใช้คืนเงินกู้ก้อนนี้แน่นอนครับ" หม่าอวี่เถิงพูดไม่เร็ว แต่ทุกคำหนักแน่นเข้าเป้า เขาห่อหุ้มแผนการ "กู้เงินจากความว่างเปล่า" อันบ้าบิ่น ให้กลายเป็นโปรเจกต์การลงทุนคุณภาพสูงที่มีมูลค่าชัดเจน อนาคตสดใส และความเสี่ยงควบคุมได้
เห็นหวังรุ่นเทาและรองผู้จัดการหลี่ก้มหน้าครุ่นคิด หม่าอวี่เถิงก็โยนไพ่ตายใบสุดท้ายลงมา "ท่านรองฯ หวัง คุณหลี่ วันนี้ผมมาด้วยความจริงใจครับ"
"ถ้าเจาซางยอมสนับสนุนเล่ยเถิงในครั้งนี้ ผมขอสัญญาว่า ในอนาคตบริษัทเราจะเปิดบัญชีนิติบุคคลกับเจาซาง และย้ายธุรกรรมทางการเงินส่วนใหญ่ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศปีละหลายสิบล้านดอลลาร์ มาทำธุรกรรมที่นี่ทั้งหมดครับ!"
ประโยคนี้ ทำให้ดวงตาของหวังรุ่นเทาลุกวาวขึ้นมาทันที สำหรับธนาคาร การปล่อยกู้คือกินครั้งเดียวจบ แต่ลูกค้าองค์กรเกรดเอที่มีธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมหาศาลสม่ำเสมอ... นั่นคือเหมืองทองคำที่ขุดกินได้ยาวๆ หวังรุ่นเทาเงียบไป สมองประมวลผลชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยง คือขั้นตอนผิดระเบียบ แต่ผลตอบแทน คือยอดปล่อยกู้ก้อนโต ลูกค้าระยะยาวที่มีศักยภาพสูงลิ่ว แถมอาจจะได้คอนเนกชันไปถึงโมโตโรล่าอีกต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้น เมืองเผิงเฉิงต้องการบริษัทผู้ผลิตไฮเทคแบบนี้ เจาซางในฐานะธนาคารลูกหม้อของเผิงเฉิง การสนับสนุนให้บริษัทท้องถิ่นยกระดับตัวเอง ก็ถือเป็นความถูกต้องทางการเมืองอย่างหนึ่ง
เอาไหม? หวังรุ่นเทาเหลือบมองน้องเมียที่ทำหน้าลุ้นตัวโก่ง แล้วหันกลับมามองหม่าอวี่เถิงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม "เคสพิเศษ ก็ต้องจัดการแบบพิเศษ!" ในที่สุดเขาก็ตบโต๊ะ ตัดสินใจเด็ดขาด "เห็นแก่ความใจถึงของคุณหม่า และความไว้วางใจที่มีให้เจาซาง! ดีลนี้ เราอนุมัติ!" เขาหันไปสั่งน้องเมีย "เหล่าหลี่ คุณตามเรื่องนี้เองเลย ประเมินมูลค่าเครื่องจักรที่ 160 ล้าน ปล่อยกู้ 70% ก็คือ 110 ล้านหยวน ระยะเวลา 5 ปี! รีบทำเรื่องให้จบโดยเร็วที่สุด!"
คืนนั้น ณ ห้องวีไอพีภัตตาคารหรูในเผิงเฉิง หม่าอวี่เถิงชนแก้วกับหวังรุ่นเทาและรองผู้จัดการหลี่อย่างต่อเนื่อง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครึกครื้นและสนิทสนม ราวกับความขัดแย้งและการเจรจาต่อรองเมื่อตอนกลางวันไม่เคยเกิดขึ้น นี่คือกฎธุรกิจของยุคสมัย บางเรื่อง... ต้องจบที่โต๊ะเหล้าเท่านั้น
ตีหนึ่ง รถเก๋งโตโยต้าคราวน์แล่นฝ่าความมืดบนถนนปินไห่ ลุงจางขับรถอย่างมีสมาธิ ที่เบาะหลัง หม่าอวี่เถิงเอนตัวพิงพนัก นวดขมับที่ปวดตุบๆ เขาไม่ชินกับการต้องมาปั้นหน้าประจบสอพลอในวงเหล้าแบบนี้เลยจริงๆ แต่การทำธุรกิจในประเทศจีน ฉากหน้าแบบนี้มันเลี่ยงไม่ได้ ขืนกินดื่มแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สงสัยอายุไม่ถึงสามสิบ เขาคงได้พุงพลุ้ย หัวล้าน ลงพุงกลายเป็นเสี่ยแก่ๆ แน่เลย หม่าอวี่เถิงตัวสั่น รีบสะบัดภาพสยองขวัญนั้นออกจากหัวทันที