เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ทีมงานทางเทคนิคมาถึง

บทที่ 22 ทีมงานทางเทคนิคมาถึง

บทที่ 22 ทีมงานทางเทคนิคมาถึง


เมืองเผิงเฉิง, โรงงานอิเล็กทรอนิกส์เล่ยเถิง

ทันทีที่หม่าอวี่เถิงก้าวลงจากรถ หวังเต๋อฟาก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาต้อนรับ ใบหน้าเหี่ยวย่นยิ้มแย้มจนบานเป็นดอกเบญจมาศ "คุณหม่า กลับมาซะทีนะครับ! คุณหลิวจากเคอคังมาดูงานเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาชมแบตเตอรี่เราไม่หยุดปากเลย!"

"ออเดอร์ล่ะ?" หม่าอวี่เถิงปลดเนกไทพลางเดินจ้ำอ้าวเข้าตึกสำนักงาน รอยยิ้มของหวังเต๋อฟาเจื่อนลงเล็กน้อย เสียงเบาลงกว่าเดิม "สั่งครับ สั่งแล้ว แต่มัน... ไม่เยอะเท่าไหร่"

"เท่าไหร่?"

"ห้าพันก้อนครับ"

หม่าอวี่เถิงไม่หยุดเดิน ห้าพันก้อน... น้อยนิดจริงๆ แต่ยุงก็มีเนื้อ "บริษัทเขาเพิ่งเริ่มตั้งไข่ เงินหมุนเวียนยังไม่คล่อง ยอดขายมือถือก็ยังลูกผีลูกคน เลยบอกว่าขอลองตลาดดูก่อน" หวังเต๋อฟาเดินตามหลัง คอยอธิบายอย่างระมัดระวัง "เข้าใจแล้ว" หม่าอวี่เถิงผลักประตูห้องทำงาน "ออเดอร์จะเล็กจะใหญ่ก็คือออเดอร์ สั่งให้ลูกน้องตั้งใจทำ ห้ามให้คุณภาพมีปัญหาเด็ดขาด นี่คือก้าวแรกของแบตลิเธียมเราในตลาดจีน"

ความระมัดระวังและขัดสนของหลิวเจี้ยน ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่ามหาศาลของการได้เป็นซัพพลายเออร์ให้ Motorola และตลาดอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังชื่อนั้น นั่นต่างหากคือมหาสมุทรสีครามของจริง

30 นาทีต่อมา หัวหน้าแผนกทุกคนของเล่ยเถิงนั่งพร้อมหน้าในห้องประชุม สายตาจับจ้องไปที่หม่าอวี่เถิงและเกาเสียงที่เพิ่งกลับจากอเมริกาอย่างคาดหวัง ทุกคนรู้ดีว่าเจ้านายบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเพื่อเจรจาขอแรงหนุนจาก Motorola หม่าอวี่เถิงกวาดสายตามองรอบห้อง แล้วโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "เรื่อง Motorola... ตกลงกันได้แล้ว"

ประโยคเดียวเหมือนระเบิดใต้น้ำ ห้องประชุมเดือดพล่าน เสียงพูดคุยอื้ออึงดังกระหึ่ม "จริงดิ? เราได้จริงๆ เหรอเนี่ย?"

"ฉันบอกแล้วว่าถ้าคุณหม่าลงมือเอง ไม่มีคำว่าพลาด!" หม่าอวี่เถิงยกมือขึ้นกดลงเบาๆ เสียงจอแจเงียบกริบทันที ทุกคนมองเขาตาแป๋ว "พวกเขาตกลงจะสนับสนุนเรา แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราได้ออเดอร์มานอนกอดแล้ว" น้ำเสียงเขาเย็นชาลง "อีก 5 วัน Motorola จะส่ง 'ทีมสนับสนุนด้านเทคนิค' มาช่วยเราปรับปรุงไลน์การผลิตและสร้างระบบควบคุมคุณภาพ"

"ก็ดีสิครับ!" หัวหน้าฝ่ายเทคนิคอดแทรกขึ้นมาไม่ได้

"ดีน่ะดี แต่มันคือการสอบ" ข้อนิ้วของหม่าอวี่เถิงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ก๊อก ก๊อก "ตั้งแต่วันนี้ ลืมไอ้วิธีการทำงานเช้าชามเย็นชามแบบเดิมๆ ไปซะ ทุกคนต้องงัดจิตวิญญาณตอนเริ่มก่อตั้งโรงงานออกมาใช้"

"ผมไม่สนว่าพวกคุณเคยเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารระดับไหนมาก่อน นับจากวินาทีนี้... พวกคุณคือนักเรียน"

"คนของ Motorola ว่าไง เราต้องทำตามนั้น ใครหน้าบางรับไม่ได้ เขียนใบลาออกตอนนี้ได้เลย" เขาลุกขึ้นยืน สองมือยันโต๊ะ โน้มตัวจ้องหน้าเหล่าผู้บริหาร "นี่เป็นโอกาสทองที่เราจะได้ 'ผลัดเปลี่ยนกระดูก' เป็นคนใหม่ เข้าใจตรงกันนะ?" เจอกับสายตาดุๆ ของหม่าอวี่เถิง ไม่มีใครกล้าปริปากแย้ง

5 วันต่อมา รถตู้ธุรกิจคันหนึ่งจอดสนิทหน้าโรงงาน เกาเสียงเปิดประตูรถ ชายเชื้อสายจีนวัย 30 ต้นๆ ก้าวลงมา สวมชุด Smart Casual เรียบกริบ ใบหน้าเคร่งขรึม ในมือถือกระเป๋าเอกสารเรียบง่าย "คุณหม่า นี่คือคุณจางเคอ วิศวกรจาง หัวหน้าทีมสนับสนุนเทคนิคชุดนี้ครับ"

"วิศวกรจาง ยินดีต้อนรับครับ" หม่าอวี่เถิงยื่นมือออกไป จางเคอจับมือตอบเบาๆ แล้วปล่อยทันที เขาไม่พูดคุยตามมารยาท สายตามองข้ามไหล่หม่าอวี่เถิง พุ่งตรงไปที่อาคารโรงงานเก่าๆ ด้านหลัง "คุณหม่า สวัสดีครับ"

หม่าอวี่เถิงจัดที่พักให้พวกเขา ทีมงานพักผ่อนเล็กน้อย แล้ววันรุ่งขึ้นก็เริ่มงานทันที ในโรงงาน เสียงเครื่องจักรคำรามก้อง จางเคอเดินสำรวจไลน์การผลิตโดยไม่พูดสักคำ เขาอ่านข้อมูลมาหมดแล้ว รู้จักไลน์การผลิตแบบกึ่งทำมือนี้ดี สีหน้าจึงไม่มีแววแปลกใจหรือดูถูก เขาแค่ "มอง" มองด้วยสายตาเหมือนหมอผ่าตัดที่กำลังชำแหละร่างกาย ตรวจสอบทุกการเคลื่อนไหวของคนงาน การไหลเวียนของวัตถุดิบทุกชิ้น การกองวางสินค้ากึ่งสำเร็จรูปทุกจุด ตัวหนังสือและสัญลักษณ์ในสมุดจดของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ 2 ในห้องประชุมเล่ยเถิง ผู้บริหารและแกนนำฝ่ายเทคนิคมากันครบ ทุกคนมีกระดาษปากกาตรงหน้า นั่งตัวตรงเหมือนเด็กประถม จางเคอยืนหน้าไวท์บอร์ด เปิดโปรเจกเตอร์ฉายไฟล์ PPT ที่เตรียมมา "Six Sigma (ซิกซ์ ซิกมา)" เสียงของจางเคอราบเรียบไร้อุณหภูมิเหมือนตัวเขา "เทคนิคการปรับปรุงกระบวนการคุณภาพขององค์กร มุ่งเน้นความสมบูรณ์แบบระดับ 'Zero Defect' (ไร้ตำหนิ) เพื่อลดต้นทุนคุณภาพอย่างมหาศาล และยกระดับประสิทธิภาพทางการเงินรวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขัน" เขาเริ่มอธิบายโมเดล DMAIC, กฎพาเรโต, แผนผังก้างปลา...

ศัพท์เทคนิคและกราฟซับซ้อนที่ช่างรุ่นเก่าไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำเอาพวกเขามึนตึ้บ หน้าตาบอกบุญไม่รับ หม่าอวี่เถิงนั่งเงียบอยู่ที่หัวโต๊ะ ฟังอย่างตั้งใจ พอบรรยายจบ เขาถึงเอ่ยปากช้าๆ "ตั้งแต่วันนี้ ทุกคนในที่นี้ต้องเข้าอบรม วิศวกรจางจะเป็นคนสอนและสอบ ใครเรียนไม่รู้เรื่อง ใครตามไม่ทัน... ไสหัวออกไป"

"นี่ไม่ใช่การหารือ แต่คือคำสั่ง"

โรงงานเล่ยเถิงทั้งโรงงาน ถูกบังคับกดปุ่ม "โหมดการเรียนรู้" เริ่มจากระดับบริหาร กลางวันทำงาน กลางคืนโดนขังในห้องประชุมเรียนหนังสือจนขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า พอเรียนรู้เรื่อง ก็ต้องไปจับมือสอนคนงานในไลน์ผลิตต่อ เสียงบ่นระงมไปทั่วโรงงาน "ทำอะไรไร้สาระแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร? สู้เอาเวลาไปทำโอทีผลิตของเพิ่มยังดีกว่า!"

"นั่นสิ เรามาทำงานหาเงินนะเว้ย ไม่ได้มาเรียนหนังสือ"

"ทำงานเหนื่อยจะตายชัก กลางคืนยังต้องมาท่องภาษาต่างดาวอีก ใครจะไปไหววะ?"

หม่าอวี่เถิงตอบโต้ด้วยวิธีที่ง่ายและเถื่อน ฝ่ายบุคคลปิดประกาศกระดาษแดงหรา: "พนักงานที่สอบผ่านความรู้พื้นฐาน Six Sigma รับเงินสดรางวัลทันที 2,000 หยวน และปรับฐานเงินเดือนขึ้น 1 ขั้น!" สองพันหยวน! ยุคนั้นเงินเดือนคนงานในเผิงเฉิงเฉลี่ยแค่พันนิดๆ โรงงานเงียบกริบทันที ความขุ่นเคืองทั้งหมดถูกธนบัตรฟาดจนปลิวหายไป แทนที่ด้วยความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ระดับบ้าคลั่ง

ครึ่งเดือนต่อมา ทีมของจางเคอขุดคุ้ยไส้พุงเล่ยเถิงจนทะลุปรุโปร่ง เขายืนหน้าไวท์บอร์ด ใช้ปากกามาร์กเกอร์สีดำวาดผังกระบวนการผลิตของเล่ยเถิงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่วัตถุดิบเข้าคลัง จนถึงผสม เคลือบ อัด รีด ซีล ตรวจสอบ... ทุกขั้นตอนชัดเจน จากนั้น เขาเปลี่ยนเป็นปากกาแดง "การตรวจรับวัตถุดิบ ขาดการวิเคราะห์สเปกตรัมของสารเคมีสำคัญ ซัพพลายเออร์ส่งอะไรมาพวกคุณก็รับหมด นี่คือปัญหาแรก" เขากากบาทสีแดงตัวใหญ่ที่จุดเริ่มต้น "ขั้นตอนการผสม ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น เวลา โดยอาศัยประสบการณ์ช่างเก่าแก่ ไม่มีข้อมูลมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้เลย" กากบาทแดงตัวที่สอง "ขั้นตอนการเคลือบอัตราการสุ่มตรวจความหนาสม่ำเสมอไม่ถึง 5% มีก็เหมือนไม่มี" กากบาทแดงตัวที่สาม ...

จางเคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุกคำเหมือนมีดกรีดลงบนศักดิ์ศรีของทีมช่างเล่ยเถิง พูดหนึ่งประโยค กากบาทแดงหนึ่งตัว ไม่ถึงสิบนาที ผังงานที่เป็นดั่งหัวใจของเล่ยเถิง ก็เต็มไปด้วยกากบาทสีแดงน่ากลัวกว่า 20 จุด ถูกวิจารณ์จนไม่เหลือชิ้นดี เถ้าแก่หวัง หัวหน้าฝ่ายผลิต หน้าเปลี่ยนสีสลับไปมา ปากสั่นระริก "วิศวกรจาง... คุณทำแบบนี้... มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?" วิศวกรคุมเครื่องรีดคนหนึ่งทนไม่ไหวลุกขึ้นโวย "บางจุดเรายอมรับว่ามีตำหนิ แต่หลายเรื่องที่คุณพูดมันจับผิดกันชัดๆ! เราทำแบบนี้มาตั้งหลายปี ก็ไม่เห็นเคยเกิดเรื่องใหญ่อะไรเลย!"

"ไม่เกิดเรื่อง ไม่ได้แปลว่าถูก" จางเคอหันกลับมามองด้วยสายตาเย็นเยียบ "มาตรฐานพวกคุณคือ 'ไม่เกิดเรื่อง' แต่มาตรฐาน Motorola คือ 'เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเรื่อง' นี่แหละความต่าง"

"คุณมันดีแต่พูด! รู้ไหมว่าถ้าแก้ตามคุณหมดต้องใช้เงินเท่าไหร่? ต้องเสียเวลาแค่ไหน?"

"นั่นเป็นเรื่องที่เจ้านายคุณต้องคิด ไม่ใช่ผม"

บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนเกือบจะวางมวย วิศวกรหลายคนลุกขึ้นยืนจ้องหน้าจางเคออย่างเอาเรื่อง เกาเสียงนั่งไม่ติด อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่โดนหม่าอวี่เถิงยกมือห้ามไว้ ทุกคนหันมามองหม่าอวี่เถิง รอให้เขาไกล่เกลี่ย หรือพูดเข้าข้างลูกน้องตัวเองบ้าง

หม่าอวี่เถิงลุกขึ้นยืน แต่เขาไม่ได้เดินไปหาลูกน้อง เขากลับเดินไปที่ไวท์บอร์ด "สิ่งที่วิศวกรจางพูด คือมาตรฐานที่เราต้องทำให้ได้ในอนาคต!" ประโยคเดียว จบทุกข้อโต้แย้ง พนักงานเล่ยเถิงมองเจ้านายด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ หม่าอวี่เถิงไม่สน การเรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมา บวกกับสมองที่อัปเกรดจากการข้ามมิติ ทำให้เขาเข้าใจระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่จนทะลุปรุโปร่ง เขารู้ดีว่าถ้าอยากผ่านบททดสอบสุดท้ายของ Motorola มาตรฐานพวกนี้คือสิ่งที่ "ต้องมี"

เมื่อเห็นว่าได้รับแรงหนุนจากหม่าอวี่เถิง จางเคอก็เริ่มอธิบายวิธีแก้ปัญหา "ตรงนี้ต้องเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจ เราอาจจะต้องพิจารณานำเข้าระบบวัดความหนาด้วยเลเซอร์แบบออนไลน์"

"ระหว่างขั้นตอนเคลือบกับอบแห้ง ให้เพิ่มจุดตรวจเช็กหนึ่งจุด ส่งข้อมูลเรียลไทม์ ถ้าค่าเกินเกณฑ์ให้ระบบแจ้งเตือนและหยุดเครื่องอัตโนมัติ แบบนี้ไม่เพียงตรวจสอบได้ 100% แต่ยังลดการสูญเสียวัตถุดิบยกชุดจากการมารู้ทีหลังด้วย"

"ส่วนการตรวจสอบการรั่วไหลหลังซีล ใช้น้ำตรวจมันช้าและเสี่ยงปนเปื้อน เปลี่ยนไปใช้ ฮีเลียม ลีค ดีเทคเตอร์ ดีกว่า แม่นกว่า เร็วกว่า"

เขาพูดไปวาดไป ใช้ปากกาสีน้ำเงินวาดกระบวนการและอุปกรณ์ใหม่ลงบนกระดานอย่างคล่องแคล่ว หม่าอวี่เถิงนั่งฟังและจดบันทึกอย่างตั้งใจ สายตามองจางเคอที่กำลังบรรยายอยู่หน้าห้อง ความเป็นมืออาชีพ ความละเอียดรอบคอบ และความเข้าใจลึกซึ้งในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมของจางเคอ คือบุคลากรที่เล่ยเถิงแบตเตอรี่ต้องการที่สุดในตอนนี้ ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่ง ผุดขึ้นมาและเติบโตอย่างรวดเร็วในใจเขา แค่ที่ปรึกษาจาก Motorola เหรอ? ไม่... ไม่พอ คนคนนี้... ต้องมาเป็นคนของฉัน

จบบทที่ บทที่ 22 ทีมงานทางเทคนิคมาถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว