- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 16 ลูกค้าประเดิมของเล่ยเถิง L1
บทที่ 16 ลูกค้าประเดิมของเล่ยเถิง L1
บทที่ 16 ลูกค้าประเดิมของเล่ยเถิง L1
จากมุมอับที่ห่างไกล ฝ่าฝูงชนที่จอแจสับสนวุ่นวาย ฝีเท้าของหลิวเจี้ยนไม่ได้รวดเร็ว ซ้ำยังแฝงความลังเลและเชื่องช้า เขาเดินตามหลังหม่าอวี่เถิงโดยเว้นระยะห่างไว้สามก้าว ระยะห่างนี้คือการพินิจพิเคราะห์ และการระวังตัว ตลอดทางที่ผ่านมา เขาเจอเซลส์แมนปากหวานก้นเปรี้ยวมานับไม่ถ้วน ได้ยินคำสัญญาที่สวยหรูเกินจริงมาจนเอียน บริษัทจีนสร้างแบตลิเธียม? แถมประสิทธิภาพเทียบเท่าโซนี่? คุยโวโอ้อวดเกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง เขาแทบจะฟันธงได้เลยว่า นี่คงเป็นเถ้าแก่โรงงานห้องแถวอีกคนที่หวังจะหลอกกินงบวิจัย หรือไม่ก็มาหลอกล้วงข้อมูลเทคนิค ที่ยอมเดินตามมา ก็แค่อยากจะตัดใจให้สิ้นซากเท่านั้น
แต่เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ใจกลางโซน A บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทันตา ขนาดของบูธ การออกแบบ และบุคลิกของพนักงาน ล้วนขีดเส้นแบ่งระดับชั้นกับพวกโซนรอบนอกอย่างชัดเจน ความหวังริบหรี่เริ่มผุดขึ้นในใจของหลิวเจี้ยนอีกครั้ง เพราะคนที่สามารถจับจองพื้นที่ตรงนี้ได้ ย่อมต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ คงไม่เสียเวลามาหลอกต้มหรือลอบกัด "สหายอาวุโส" อย่างเขาหรอกมั้ง
ทันใดนั้น เขาเห็นหม่าอวี่เถิงหยุดฝีเท้าลงตรงหัวมุมทางแยก แล้วหลิวเจี้ยนก็ยืนแข็งทื่อ เบื้องหน้าเขา คือบูธที่เขาหาคำมาบรรยายไม่ได้ สีเงิน ขาว ฟ้า สอดประสานกัน เส้นสายคมกริบจนเกือบจะดูเย็นชา ไร้ซึ่งสิ่งประดับตกแต่งรุงรัง พื้นที่ทั้งหมดแผ่กลิ่นอายมินิมอลและล้ำยุคอย่างที่สุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมสีแดงทองอร่ามรอบข้าง บูธนี้เหมือนสิ่งแปลกปลอมที่เงียบขรึมและหยิ่งทระนง มันไม่เรียกลูกค้า ไม่ตะโกนขายของ แค่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบๆ ก็เพียงพอที่จะขับเน้นให้ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวดูเก่าคร่ำครึไปจนหมดสิ้น
ใจกลางบูธ ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์หลายลำส่องลงมาจากเบื้องบน โฟกัสไปที่แท่นโชว์อะคริลิกใสวาววับ ณ จุดศูนย์กลางของแสงนั้น มีแบตเตอรี่สีเงินวางสงบนิ่งอยู่ไม่กี่ก้อน ผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte) ของโลหะ งานประกอบที่แนบสนิทไร้รอยต่อ และการออกแบบที่เรียบง่ายจนถึงขีดสุด... หัวใจของหลิวเจี้ยนกระตุกวูบ
เกาเสียงเห็นหม่าอวี่เถิงพาคนกลับมา ก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ "ท่านประธาน กลับมาแล้วเหรอครับ" หม่าอวี่เถิงเบี่ยงตัว ให้หลิวเจี้ยนก้าวขึ้นมา "นี่คือคุณหลิว ผู้จัดการทั่วไปจาก เคอคัง เทเลคอม เขาให้ความสนใจสินค้าของเรามาก" เกาเสียงสลับโหมดเข้าสู่การทำงานทันที เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ผายมือเชื้อเชิญหลิวเจี้ยนอย่างสุภาพ "เชิญครับคุณหลิว นี่คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่น 'เล่ยเถิง L1' ของเราครับ น้ำหนักต่อก้อน 45 กรัม ความหนา 5 มิลลิเมตร ความจุ 1,050 มิลลิแอมป์"
หลิวเจี้ยนขยับเข้าไปใกล้ หยิบแบตเตอรี่ตัวอย่างขึ้นมา สัมผัสในมือเบากว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก เขาใช้เล็บกรีดผ่านรอยต่อ ลื่นไหลไม่มีสะดุด จากนั้นเขาก็ยิงคำถามเรื่องสเปกและประสิทธิภาพรัวๆ เกาเสียงตอบคำถามไปพลาง หยิบรายงานผลการทดสอบปึกหนาออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ เปิดให้หลิวเจี้ยนดู บนหน้ากระดาษประทับตราสีแดงสดของ ศูนย์ตรวจสอบมาตรฐานเมืองเผิงเฉิง หลิวเจี้ยนพลิกอ่านทีละหน้า ยิ่งอ่านมือยิ่งพลิกเร็วขึ้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลทุกตัว กราฟทุกเส้น ในรายงานฉบับนี้ กำลังทุบทำลายความเชื่อเดิมๆ ของเขาที่มีต่อแบตเตอรี่สัญชาติจีนจนแหลกละเอียด
สุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้น สบตาหม่าอวี่เถิงตรงๆ "แบตเตอรี่ตัวนี้... พวกคุณขายเท่าไหร่ครับ?" เขาถามคำถามสุดท้าย นี่คือจุดตายที่จะชี้ชะตาทุกอย่าง หม่าอวี่เถิงเริ่มเอ่ยปาก เขาไม่บอกราคาตรงๆ แต่ย้อนถามกลับ "คุณหลิวครับ ราคาที่โซนี่เสนอให้คุณ คือ 130 ดอลลาร์ ใช่ไหมครับ?" หลิวเจี้ยนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
หม่าอวี่เถิงยิ้มบางๆ ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาขึ้นมา "ราคาขายส่งของเรา... 70 ดอลลาร์ครับ"
รูม่านตาของหลิวเจี้ยนหดวูบ หม่าอวี่เถิงทำเหมือนไม่เห็นปฏิกิริยานั้น แล้วเกทับลงไปอีก "แถมเรารับชำระด้วยเงินหยวน คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน ก็ตกประมาณ 575 หยวนครับ"
มือที่กำแบตเตอรี่ของหลิวเจี้ยนเริ่มสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่ เขาไม่ได้กลัว แต่เขากำลังตื่นเต้นจนแทบคลั่ง ต้นทุนแบตเตอรี่หายไปครึ่งหนึ่ง! นั่นหมายความว่ามือถือของเคอคังจะมีข้อได้เปรียบด้านราคาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ หมายความว่าในที่สุดพวกเขาก็สามารถถลกแขนเสื้อลงไปฟาดฟันกับแบรนด์นอกในตลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรี! "ผมขอไปดูโรงงานของคุณหน่อย!" เสียงของหลิวเจี้ยนเจือความเด็ดเดี่ยว เหมือนคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้ท่อนสุดท้ายไว้ได้ "ถ้าสินค้าล็อตผลิตจริงไม่มีปัญหา ผมจะวางมัดจำสั่งล็อตทดลองผลิตทันที!"
"ยินดีต้อนรับเสมอครับ"
ทั้งสองนัดแนะกันว่าหลังจบงานแฟร์จะพาไปดูโรงงานทันที หม่าอวี่เถิงไม่คิดว่าลูกค้าเจ้าแรกของแบตลิเธียมจะเป็นบริษัทในประเทศ แม้จะประเดิมเปิดบิลได้สวย แต่ใจเขาก็ยังหวังยอดส่งออก เพราะวัตถุดิบขั้วไฟฟ้าของเขายังต้องนำเข้า ตอนนี้เงินตราต่างประเทศในจีนยังค่อนข้างตึงตัว ถ้าไม่มีออเดอร์จากต่างประเทศเข้า การผลิตของเขาอาจสะดุดเพราะมาตรการควบคุมเงินตราต่างประเทศได้
หลังจากส่งหลิวเจี้ยนที่ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่กลับไปแล้ว หม่าอวี่เถิงยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็เห็นน้าชาย หลี่เหวินปิน เดินนำคณะคนกลุ่มหนึ่งตรงมาที่บูธ คนเดินนำหน้าตรงกลาง คือชายวัยราวห้าสิบปี สวมเสื้อแจ็กเก็ตข้าราชการเรียบง่าย แต่ท่วงท่าเดินมั่นคง แผ่บารมีน่าเกรงขาม คนรอบข้างต่างเดินตามหลังเขาครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ หม่าอวี่เถิงใจเต้นตึก "ผู้มีบารมี" (กุ้ยเหริน) มาแล้ว
"คุณหม่า มานี่หน่อย" หลี่เหวินปินกวักมือเรียกเขา "นี่คือท่านรองฯ จาง จากเทศบาลเมือง" หม่าอวี่เถิงก้าวเข้าไปทันที ท่าทีนอบน้อมแต่ไม่ถ่อมตนจนต่ำต้อย "สวัสดีครับท่านรองฯ จาง ผมหม่าอวี่เถิง จากเล่ยเถิงแบตเตอรี่ครับ"
สายตาของท่านรองฯ จางจับจ้องไปที่แบตเตอรี่กลางแท่นโชว์ แล้วพยักหน้า "เหวินปินเอารายงานของคุณให้ผมดูแล้ว... ดีมาก!" เขารับแบตเตอรี่จากมือเกาเสียงมาลองชั่งน้ำหนักในมือ "เมืองเผิงเฉิงของเรา ต้องการคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายการผูกขาดเทคโนโลยีจากต่างชาติแบบนี้แหละ มีไฟ มีความคิด!"
หม่าอวี่เถิงรู้ทันทีว่าโอกาสมาถึงแล้ว เขาไม่เสียเวลาพูดจาเยินยอตามน้ำ แต่ฉวยโอกาสขยี้คำว่า "การผูกขาดเทคโนโลยี" ทันที "ท่านรองฯ ครับ เราไม่กลัวความท้าทาย แต่เรากลัวไม่มีโอกาสได้ท้าทายครับ" เขาก้าวไปข้างหน้า พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปลุกใจ "แบตเตอรี่ลิเธียมของเรา ในทางเทคนิคเราไล่ทันสินค้าหลักของญี่ปุ่นแล้วครับ"
"แต่ลำพังเทคโนโลยีอย่างเดียวยังไม่พอ เราต้องการ ระบบนิเวศอุตสาหกรรมด้วยครับ!"
"เผิงเฉิงมีอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ แม้ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังไม่ได้ใช้แบตลิเธียม แต่อนาคตต้องได้ใช้แน่ๆ"
"ถ้าเราสามารถใช้แบตเตอรี่ของเราเอง ติดอาวุธให้กับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเราเอง เราก็จะสร้างวงจรปิดที่สมบูรณ์ตั้งแต่ชิ้นส่วนหลักไปจนถึงสินค้าปลายน้ำได้!"
"นี่ไม่ใช่แค่สร้างกำไรให้บริษัทเราแห่งเดียว แต่เป็นการเพิ่ม มูลค่าทางเทคโนโลยี ให้กับ 'Made in Pengcheng' ทั้งระบบ!"
"วันข้างหน้า พอฝรั่งพูดถึงเผิงเฉิง จะต้องไม่นึกถึงแค่เสื้อเชิ้ตราคาถูกหรือของเล่นพลาสติก แต่ต้องนึกถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไฮเทคครับ!"
คำพูดฉะฉานหนักแน่นเล่นเอาคณะผู้ติดตามอึ้งไปตามๆ กัน ท่านรองฯ จางเผยสีหน้าสนใจอย่างชัดเจน "พูดได้ดี! ธุรกิจมีปัญหา รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยแก้" เขาวางแบตเตอรี่กลับลงบนแท่น "คุณหม่า ว่ามาเลย ต้องการให้ทางเมืองช่วยอะไรบ้าง?"