- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 15 มือถือสัญชาติจีน
บทที่ 15 มือถือสัญชาติจีน
บทที่ 15 มือถือสัญชาติจีน
แผ่นหลังของจูสยงเฟยหายลับไปในฝูงชนที่จอแจ แต่คำพูดหยาบคายที่ทิ้งไว้ยังลอยอวลในอากาศ หมัดของเกาเสียงกำแน่นจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ หน้าอกกระเพื่อมแรงด้วยความโกรธ "ท่านประธาน ไอ้บ้านั่นมันหยามกันเกินไปแล้ว! ผม..."
"เขาบอกว่าบูธเราเหมือนศาลาหน้าเมรุ" หม่าอวี่เถิงหันกลับมา มองพนักงานที่หน้าตาบอกบุญไม่รับ "ไม่ต้องไปสนขี้ปากชาวบ้าน เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด การคว้าออเดอร์แบตลิเธียมให้ได้ คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดของเราตอนนี้"
ดีไซเนอร์จากบริษัทโฆษณาพาคนงานเก็บงานขั้นตอนสุดท้ายเสร็จพอดี ทันทีที่สับคัตเอาต์ไฟขึ้น ลำแสงสีขาวนวลตาหลายลำจากสปอตไลท์รางบนเพดาน ก็สาดส่องลงมาโฟกัสที่แท่นโชว์อะคริลิกใสกลางบูธอย่างแม่นยำ จุดรวมสายตา คือแบตเตอรี่ "เล่ยเถิง L1" สามก้อนที่วางเรียงกันอย่างมีศิลปะ เปลือกโลหะสีเงินสะท้อนแสงไฟเป็นประกายด้านๆ ดูหรูหรา ไร้ซึ่งลวดลายรุงรัง แต่มันกลับดึงดูดสายตายิ่งกว่าสินค้าสีฉูดฉาดรอบข้าง มันดูไม่เหมือนสินค้าอุตสาหกรรม แต่เหมือนงานศิลปะจากโลกอนาคตที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ทั้งบูธดูโล่ง โปร่ง เรียบง่าย เย็นเยียบ แผ่รังสีความหยิ่งทระนงแบบ "คนไม่เกี่ยวถอยไป" ออกมา ท่ามกลางฉากหลังที่เต็มไปด้วยสีแดงตัดเขียว ทองตัดม่วง อันแสนวุ่นวาย บูธนี้เหมือนผู้มาเยือนจากมิติที่สูงกว่า ขับเน้นให้บูธที่เน้น "ความมงคลร่ำรวย" รอบๆ ดูบ้านนอกและราคาถูกไปถนัดตา
"พระเจ้าช่วย..." ดีไซเนอร์พึมพำกับตัวเอง ตะลึงงันกับผลงานที่ตัวเองสร้างขึ้นกับมือ ก่อนหน้านี้เขายังกังขาในไอเดียของหม่าอวี่เถิง แต่ตอนนี้ เหลือเพียงความศรัทธา นี่มันไม่ใช่บูธขายของแล้ว นี่มันวิหารแห่งเทคโนโลยีชัดๆ
...
เสียงระฆังเปิดงานอย่างเป็นทางการดังขึ้น คลื่นมนุษย์มหาศาลทะลักเข้ามาจากทุกประตู อัดแน่นเต็มทุกทางเดินในพริบตา เสียงจอแจของผู้คน เสียงเจรจาภาษาต่างประเทศร้อยแปดพันเก้า เสียงสาธิตสินค้า ผสมปนเปกันกลายเป็นซิมโฟนีแห่งยุคสมัยการค้าต่างประเทศของจีนที่สดใสที่สุด หน้าบูธเล่ยเถิง หม่าอวี่เถิงเรียกประชุมด่วนกับเกาเสียงและเซลส์มือทองที่คัดมาจากฝ่ายการตลาด "ถ้ามีลูกค้ามาสอบถาม ให้ตอบตามสคริปต์ที่ซ้อมไว้นะ" เขายัดโทรศัพท์มือถือ Motorola 8900X "กระดูกหมู" เครื่องใหม่เอี่ยมใส่มือเกาเสียง "เรื่องเทคนิค วิศวกรเกาตอบ ส่วนเรื่องเจรจาการค้า พวกคุณลุยได้เลย" เขาหยุดมองหน้าทุกคนทีละคน "ถ้ามีลูกค้าเจ้าใหญ่ระดับโลกเข้ามา ให้รีบโทรหาผม ผมจะไปเดินดูบูธอื่นหน่อย แล้วก็ลองหาลูกค้าในประเทศดูด้วย" สั่งงานเสร็จ เขาก็หันหลังแทรกตัวหายไปในฝูงชน
หม่าอวี่เถิงเดินลุยเดี่ยวท่ามกลางฮอลล์ยักษ์ เขาเหมือนผู้สังเกตการณ์ที่ใจเย็น กวาดตามองระบบนิเวศทางธุรกิจที่ล้ำหน้าที่สุดของประเทศในยุคนี้ โซน A เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่จริงๆ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร แต่ละเจ้าสเกลใหญ่โต แต่กลับไม่มีสินค้าชิ้นไหนที่ทำให้ตาวาวได้เลย ยิ่งเดินไปโซน B โซน C ปริมาณเทคโนโลยีในสินค้ายิ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ของเล่น พลาสติก นาฬิกาควอตซ์... ละลานตา แต่เหมือนกันไปหมด หน้าบูธพวกนี้เต็มไปด้วยพ่อค้าหัวทองตาฟ้านั่งจิ้มเครื่องคิดเลข เถียงคอเป็นเอ็นกับเถ้าแก่จีนเพื่อต่อราคาแค่ไม่กี่เหมา ทุกอย่างตอกย้ำการคาดการณ์ของเขา สภาพอุตสาหกรรมในประเทศตอนนี้ ยังไม่มีดินที่เหมาะสมให้ "เล่ยเถิง L1" เติบโตได้จริงๆ เขาต้องมองหาลูกค้าต่างชาติเท่านั้น
แต่ในจังหวะนั้นเอง หม่าอวี่เถิงเดินมาถึงมุมอับมุมหนึ่งของโซน A บูธซอมซ่อบูธหนึ่งสะดุดตาเขาเข้า บนโต๊ะมีเครื่องสีดำหน้าตาเทอะทะวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่กี่เครื่อง แต่ภาพและข้อความบนป้ายโฆษณา กลับกระแทกใจเขาอย่างจัง "เคอคัง เทเลคอมมือถือ GSM!"
เท้าของหม่าอวี่เถิงถูกตรึงอยู่กับที่ทันที หัวใจเต้นรัวแรงจนคุมไม่อยู่ ยุคนี้มีมือถือแบรนด์จีนแล้วเหรอ? เขารีบจ้ำอ้าวเข้าไป หลังเคาน์เตอร์ ชายวัยกลางคนหน้าตาซูบตอบ เบ้าตาลึก กำลังสาธิตสินค้าให้ลูกค้าคนหนึ่งดู ลูกค้าส่ายหน้า วางมือถือลง แล้วเดินจากไป ความผิดหวังฉายวูบบนหน้าชายคนนั้น แต่เขาก็รีบหยิบผ้ากำมะหยี่มาเช็ดรอยนิ้วมือบนตัวเครื่องอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็นลูกรัก หม่าอวี่เถิงเดินเข้าไป หยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมา หนักอึ้ง ประมาณครึ่งชั่งได้ (250 กรัม) เป็นดีไซน์ฝาพับ มีหน้าจอแสดงผลสีเดียว แม่พิมพ์ตัวเครื่องทำออกมาได้ดี รอยต่อเรียบเนียนเวลาลูบผ่าน
"นี่พวกคุณวิจัยเองเหรอครับ?" ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นคนจีนด้วยกัน แววตาก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง "ใช่ครับ นอกจากชิปกับเบสแบนด์ นอกนั้นเคอคังเราทำเองหมด!" พอพูดถึงสินค้า หลังของเขาก็ยืดตรงทันที ความภูมิใจฉายชัดบนใบหน้าเหนื่อยล้า คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่าเขาชื่อ หลิวเจี้ยน ผู้จัดการทั่วไปของเคอคังเทเลคอม
"สุดยอดครับ" หม่าอวี่เถิงชมจากใจจริง คำชมที่จริงใจนี้เหมือนไปสะกิดโดนใจหลิวเจี้ยนเข้า สีหน้าตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลง เริ่มพูดเยอะขึ้น "สุดยอดแล้วมีประโยชน์อะไร? ไม่มีใครยอมรับ คนในประเทศหาว่าหลอกลวง ฝรั่งหาว่าของก๊อป" เขายิ้มขื่นๆ แล้วถอนหายใจยาว ชี้ไปที่มือถือเครื่องนั้น "ปัญหาใหญ่สุดคือแบตเตอรี่ เพื่อให้คุยได้นาน เราต้องยัดแบตเตอรี่นิกเกิล-ไฮไดรด์ก้อนเบ้อเริ่มเข้าไป ทั้งหนักทั้งอึดน้อย ชาร์จเต็มทียังแสตนด์บายได้ไม่ถึงสิบชั่วโมงเลย"
เขาระบายความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานออกมาจนหมด "เราก็อยากใช้แบตลิเธียมแบบมือถือเมืองนอก เบา จุไฟเยอะ ผมเคยฝากคนหิ้วตัวอย่างของโซนี่มาจากญี่ปุ่น ดีมากเลยครับ! แต่คุณทายสิเขาเสนอราคามาเท่าไหร่?" หลิวเจี้ยนชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว แล้วพลิกมือ "ร้อยสามสิบเหรียญต่อก้อน! แถมไม่ขายปลีก ต้องสั่งขั้นต่ำหมื่นก้อน! มือถือเราต้นทุนหน้าโรงงานแค่สามพันหยวน ถ้าใช้แบตพวกมัน ต้นทุนพุ่งไปอีกเกือบครึ่ง ใครจะซื้อไหว?"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นและไร้หนทางของคนทำเทคโนโลยีที่เจอกำแพงการค้า "สินค้าจีนในสายตาพวกมันก็คือของถูก อยากใช้ของดีเหรอ? ไม่ขายให้ หรือไม่ก็โก่งราคาให้เจ๊งไปข้าง!" หม่าอวี่เถิงยืนฟังเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะ เขามองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหของหลิวเจี้ยน ราวกับนายพรานเก๋าเกมที่มองเหยื่อเดินเข้ากับดักทีละก้าว รอจนอารมณ์ของหลิวเจี้ยนสงบลง เขาถึงค่อยเอ่ยปากช้าๆ รอยยิ้มนั้น แฝงมนตร์สะกดประหลาด
"คุณหลิวครับ ถ้าผมบอกว่า ต่อไปคุณไม่ต้องโดนพวกญี่ปุ่นบีบคออีกแล้วล่ะครับ?" หลิวเจี้ยนชะงัก หม่าอวี่เถิงโน้มตัวไปข้างหน้า ตอกย้ำทีละคำชัดๆ ลงในหูอีกฝ่าย "ถ้ามีบริษัทจีนสักแห่ง ที่สามารถหาแบตเตอรี่ลิเธียมที่ประสิทธิภาพเท่าเทียมกับโซนี่มาให้คุณได้" เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วทิ้งระเบิดลูกใหญ่ "แต่ราคา... แค่ครึ่งเดียวล่ะครับ?"
อากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง หลิวเจี้ยนเงยหน้าขวับ แววตาเปล่งประกายด้วยความไม่อยากเชื่อ แต่เพียงวินาทีเดียวก็เปลี่ยนเป็นความระแวงสงสัยขั้นสุด "บริษัทจีน? ทำแบตลิเธียม?" เขามองสำรวจชายหนุ่มที่ดูเด็กเกินวัยตรงหน้า น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าว "ไอ้หนุ่ม อย่ามาล้อเล่นระดับชาตินะ! คุณมาจากบริษัทไหน?"
หม่าอวี่เถิงไม่ตอบตรงๆ เขาแค่ยิ้มอย่างมีเลศนัย หันข้าง ผายมือเชื้อเชิญไปทางบูธของตัวเอง "คุณหลิว สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เชิญตามผมมาครับ ผมจะพาไปดู แบตเตอรี่ลิเธียมที่คนจีนสร้างเองกับมือ"