เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บทที่ 8 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บทที่ 8 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย


ระหว่างนั่งรถไปมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแดนใต้ หม่าอวี่เถิงเอนหัวพิงกระจกรถ มองดูตึกรามบ้านช่องและทุ่งนาที่วิ่งผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว แต่ความคิดของเขากลับลอยย้อนไปเมื่อสี่ปีก่อน

"วัสดุศาสตร์และวิศวกรรม สาขานี้แหละดี! บ้านเราทำแบตเตอรี่ หัวใจสำคัญของการผลิตก็คือวัสดุทำขั้วไฟฟ้า แกเรียนจบมาจะได้มาช่วยพ่อ" ฝ่ามือหยาบกร้านของพ่อหม่ากั๋วเหลียงตบลงบนใบสมัครเลือกคณะเรียนของเขาอย่างหนักแน่น ปิดทางโต้แย้งทุกประตู ตอนนั้น ในหัวเขาเต็มไปด้วย Code, Venture Capital และตลาดหุ้น Nasdaq มุ่งมั่นจะเป็นผู้บุกเบิกคลื่นลูกใหม่แห่งวงการอินเทอร์เน็ต วัสดุศาสตร์เหรอ? นั่นมันหนึ่งใน "สี่สาขาวิชาพาตกนรก" ที่คนเขาเล่าลือกันไม่ใช่เหรอ? หมายังไม่เรียนเลยมั้ง...

แต่สุดท้าย... เรียนก็เรียน หม่าอวี่เถิงคิดแผนสำรองไว้ว่าเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้วค่อยหาทางหนีทีไล่ทีหลัง ก็เลยไม่ได้ขัดขืนมากนัก ยอมกรอกใบสมัครไปตามนั้น ใครจะไปคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลก ในจังหวะที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด สาขาวิชาที่เขาเคยดูถูก กลับกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ช่างน่าขันสิ้นดี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแดนใต้ คณะวัสดุศาสตร์และวิศวกรรม ทุกอย่างที่นี่ยังเหมือนในความทรงจำ เถาวัลย์เขียวขจีเลื้อยปกคลุมกำแพงตึกเรียน กลิ่นหอมจางๆ ของหนังสือเก่าผสมกับกลิ่นหญ้าลอยอบอวลในอากาศ เขาเดินขึ้นชั้นสามอย่างคุ้นเคย แล้วไปหยุดที่หน้าห้องทำงานสุดทางเดินที่มีป้ายแขวนว่า "ศาสตราจารย์ เหยียนปั๋วซิน"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เขาเคาะประตู "เชิญครับ" เสียงแหบพร่าของผู้ทรงคุณวุฒิดังออกมาจากด้านใน

หม่าอวี่เถิงผลักประตูเข้าไป ภายในห้องรกไปด้วยกองหนังสือและเอกสารวิชาการ ชายชราผมดอกเลา สวมแว่นสายตายาว กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองกราฟข้อมูล เขาคือศาสตราจารย์เหยียนปั๋วซิน ปรมาจารย์ด้านวัสดุแบตเตอรี่

ศาสตราจารย์เหยียนเงยหน้าขึ้น ขยับแว่นตา พอเห็นว่าเป็นใคร สีหน้าประหลาดใจก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มยินดี "อวี่เถิง? เจ้าลูกศิษย์คนนี้ เรียนจบก็หายหัวไปเลยนะ วันนี้ลมอะไรหอบมาเยี่ยมคนแก่อย่างฉันได้?" สมัยเรียน หม่าอวี่เถิงมักจะถามคำถามแปลกๆ ที่ล้ำหน้ายุคสมัยในคลาสของอาจารย์เหยียน จนไปสะดุดตาปรมาจารย์ท่านนี้เข้าอย่างจัง ก่อนจบการศึกษา อาจารย์เหยียนเคยเรียกเขาไปคุยหลายครั้ง อยากให้เขาเรียนต่อปริญญาโทเพื่อมาช่วยงานวิจัยด้านวัสดุ น่าเสียดายที่ตอนนั้นเขาใจจดใจจ่ออยู่แต่กับการสร้างธุรกิจ เลยปฏิเสธไป

"อาจารย์เหยียน ผมคิดถึงอาจารย์ไงครับ" หม่าอวี่เถิงยิ้มแฉ่ง ปิดประตูห้องเบาๆ "ฉันว่าแกคิดถึงโควตานักศึกษาปริญญาโทในมือฉันมากกว่ามั้ง?" อาจารย์เหยียนถอดแว่น นวดหว่างคิ้ว มองเขาอย่างหยอกล้อ "เป็นไงล่ะ โลกภายนอกมันโหดร้ายใช่ไหม? ชนกำแพงมาล่ะสิ? คิดได้แล้วสินะ ถึงจะกลับมาเรียนต่อน่ะ?" ในสายตาของอาจารย์เหยียน หม่าอวี่เถิงคือนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่เคยสอนมา ความคิดของเขาเป็นอิสระแต่เฉียบคมเสมอ ตอนที่รู้ว่าเขาดื้อดึงจะไปทำธุรกิจอินเทอร์เน็ต อาจารย์เหยียนก็ได้แต่เสียดายพรสวรรค์ ตอนนี้เห็นเขากลับมา ก็เลยเดาว่าคงไปสะดุดล้มข้างนอกมา แล้วอยากกลับมาซบไหล่ครูเก่า

หม่าอวี่เถิงไม่ได้ตอบรับคำแซวนั้น เขาเพียงแค่หยิบแฟ้มเอกสารออกจากกระเป๋า แล้ววางลงตรงหน้าอาจารย์เหยียนเบาๆ "อาจารย์เหยียน ลองดูนี่ก่อนครับ"

อาจารย์เหยียนงุนงงเล็กน้อย เขาหยิบเอกสารขึ้นมาดู มันไม่ใช่ใบสมัครเรียนต่อ แต่เป็นรายงานการวิเคราะห์วัสดุที่พิมพ์ออกมา พร้อมข้อมูลตัวเลขละเอียดยิบ "รายงานวิเคราะห์ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนตัวอย่าง?" อาจารย์เหยียนอ่านหัวข้อเบาๆ คิ้วกระตุกทันที เขานึกว่าหม่าอวี่เถิงมาขอเรียน ที่ไหนได้ ดันเอา "โจทย์ข้อสอบ" มาให้ ความสนใจของเขาถูกจุดติดทันที เขาสวมแว่นตากลับเข้าไป แล้วเริ่มพลิกอ่านทีละหน้า

ในห้องมีเพียงเสียงพลิกกระดาษดังกริกๆ หม่าอวี่เถิงยืนสงบนิ่ง ไม่รบกวนสมาธิ อาจารย์เหยียนอ่านช้าลงเรื่อยๆ สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งพยักหน้า บางครั้งขมวดคิ้ว นิ้วเคาะโต๊ะโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปเต็มๆ สิบนาที เขาถึงถอนหายใจยาว แล้วปิดแฟ้มลง "ใครเป็นคนทำวัสดุนี้?"

"ทีม R&D ที่โรงงานที่บ้านผมครับ"

"แนวคิดกล้าหาญมาก โดยเฉพาะสูตรอิเล็กโทรไลต์นี่ทำออกมาได้ดีทีเดียว" อาจารย์เหยียนชมเชย ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง "แต่... การจัดการวัสดุขั้วบวกขั้วลบ หยาบมาก" เขาชี้นิ้วไปที่ภาพโครงสร้างระดับจุลภาคในรายงาน "ดูตรงนี้ การกระจายตัวของอนุภาคกราไฟต์ที่ขั้วลบไม่สม่ำเสมอ ช่องว่างสำหรับฝังลิเธียมก็น้อยเกินไป แล้วดูตรงนี้ ผลึกของลิเธียมโคบอลต์ออกไซด์ที่ขั้วบวกมีตำหนิ ความบริสุทธิ์ก็ไม่ถึง ปัญหาพวกนี้ทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของลิเธียมไอออนต่ำเตี้ย สารตั้งต้นทำงานได้ไม่เต็มที่"

อาจารย์เหยียนจี้จุดตายทุกจุดอย่างแม่นยำ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขแบบตรงไปตรงมา "ในแง่ทิศทาง ลองใช้สารตั้งต้นที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่านี้ ควบคุมบรรยากาศและกราฟอุณหภูมิในเตาเผาให้แม่นยำ หรือไม่ก็ลองเคลือบผิววัสดุสำเร็จรูปดูอีกรอบ..." เขาชะงัก แล้วเงยหน้ามองหม่าอวี่เถิงด้วยความสงสัย "แล้วแกนึกยังไงถึงมาทำแบตเตอรี่ลิเธียม? โปรเจกต์อินเทอร์เน็ตของแกไม่ทำแล้วเหรอ?"

"ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็โดนลากกลับมาสืบทอดกิจการที่บ้านแล้วครับ" หม่าอวี่เถิงตอบทีเล่นทีจริง เขาเล่าสถานการณ์ของโรงงานเล่ยเถิงให้ฟังคร่าวๆ "...สรุปคือ ตอนนี้เราแก้ปัญหาอิเล็กโทรไลต์ได้แล้ว แต่มาติดแหง็กอยู่ที่วัสดุขั้วบวกขั้วลบ แบตเตอรี่ก้อนแรกที่ทำออกมา จุไฟได้แค่ 416 mAh เองครับ"

"416..." อาจารย์เหยียนทวนตัวเลข แล้วเข้าใจปัญหาทันที "ต่ำเตี้ยจริงๆ ตัวเลขนี้เข้าตลาดไม่ได้หรอก"

"เพราะงั้น วันนี้ผมมาหาอาจารย์ ไม่ได้มาแค่ขอคำปรึกษาเฉยๆ" หม่าอวี่เถิงเผยไต๋ในที่สุด "เราอยากให้เล่ยเถิงแบตเตอรี่เป็นคนออกทุน จ้างอาจารย์กับทีมงาน ใช้อุปกรณ์ล้ำสมัยของคณะ ช่วยเราวิจัยปรับปรุงวัสดุขั้วไฟฟ้าครับ"

อาจารย์เหยียนอึ้งไป เขาไม่คิดว่าหม่าอวี่เถิงจะมาในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ "พวกเราออกเงิน และให้สูตรพื้นฐาน" หม่าอวี่เถิงพูดช้าๆ แต่ชัดเจนทุกคำ "เมื่องานวิจัยสำเร็จ เปเปอร์วิชาการอาจารย์กับคณะเอาไปตีพิมพ์ลงชื่อได้เลยครับ แต่สิทธิบัตรของเทคโนโลยีที่ได้ ต้องเป็นของเล่ยเถิงแบตเตอรี่เท่านั้น"

ความร่วมมือ ภาคอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัย-งานวิจัย (Industry-University-Research Collaboration) คอนเซปต์นี้เพิ่งจะเริ่มพูดถึงกันในจีน มหาวิทยาลัยกับบริษัทส่วนใหญ่ยังงมโข่ง หรือไม่ก็ไม่มีความคิดเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ หัวใจของอาจารย์เหยียนกระตุกวูบ ตื่นเต้น! เขาตื่นเต้นมาก!

พิษจากวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปีก่อน ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว งบวิจัยที่รัฐบาลจัดสรรให้มหาวิทยาลัยก็โดนหั่นแล้วหั่นอีก เครื่องมือนำเข้าราคาแพงระยับในห้องแล็บของเขา แทบจะกลายเป็นที่วางฝุ่นเพราะไม่มีเงินซื้อวัสดุสิ้นเปลืองมาเดินเครื่อง ข้อเสนอของหม่าอวี่เถิง เหมือนฝนทิพย์ที่ตกลงมากลางทะเลทราย! ไม่ใช่ว่าคณะไม่อยากร่วมมือกับเอกชน แต่ที่ผ่านมาเจอแต่พวกเถ้าแก่เขี้ยวลากดิน จ้องแต่จะมาหลอกเอาเทคโนโลยีฟรีๆ หรือไม่ก็มองว่าวิจัยเองสู้ซื้อของฝรั่งมาขายไม่ได้ คนที่จะควักเงินก้อนโตมาลงทุนวิจัยจริงๆ... ไม่มีเลยสักคน!

"แก... แกพูดจริงเหรอ? พวกแกยอมจ่ายเงินจริงๆ นะ?" เสียงอาจารย์เหยียนสั่นเครือ "แน่นอนครับ" หม่าอวี่เถิงพยักหน้า ชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "งบประมาณสำหรับปรับปรุงวัสดุขั้วบวกขั้วลบ ผมตั้งไว้ที่ 3 ล้านหยวน เซ็นสัญญาปุ๊บ เงินงวดแรกเข้าปั๊บ แต่ต้องจ่ายตามงวดความคืบหน้านะครับ"

3 ล้าน! อาจารย์เหยียนหายใจหอบถี่ "สิทธิบัตรของแก เปเปอร์ของฉัน..." เขาพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับ เงื่อนไขนี้เหมือนตัดชุดมาให้เขาพอดีเป๊ะ! สำหรับบริษัท สิทธิบัตรคือเครื่องมือหากิน แต่สำหรับนักวิชาการอย่างพวกเขา เปเปอร์กับผลงานวิชาการต่างหากคือชีวิตจิตใจ ข้อเสนอของหม่าอวี่เถิง เกาถูกที่คันของทั้งสองฝ่ายอย่างจัง

"ตกลง! เยี่ยมมาก!" อาจารย์เหยียนตบโต๊ะดังปัง ลุกพรวดขึ้นมา เขาถือรายงานฉบับนั้น เดินงุ่นง่านไปมาในห้องด้วยความตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ "ไม่ได้ เรื่องนี้ฉันตัดสินใจคนเดียวไม่ได้" จู่ๆ เขาก็หยุดเดิน คว้าแขนหม่าอวี่เถิงหมับ "ตามฉันมา!"

"ไปไหนครับ?"

"ไปหาคณบดี!"

ไม่น่าเชื่อว่าอาจารย์เหยียนที่ดูเป็นหนอนหนังสือ จะแรงเยอะขนาดนี้ แทบจะลากหม่าอวี่เถิงถูลู่ถูกังออกจากห้อง "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต้องรีบรายงานผู้ใหญ่ในคณะด่วน! โปรเจกต์นี้ ฉันเอาด้วยแน่!"

จบบทที่ บทที่ 8 กลับสู่รั้วมหาวิทยาลัย

คัดลอกลิงก์แล้ว