เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 การลงมือครั้งแรก

บทที่ 3 การลงมือครั้งแรก

บทที่ 3 การลงมือครั้งแรก


ไขมันบนใบหน้าของหวังเต๋อฟากระตุกวูบ ก่อนจะรีบปั้นหน้ายิ้มประจบ "นายน้อย นี่มันกลยุทธ์ชิงส่วนแบ่งการตลาดครับ ออเดอร์จากเจ้าใหญ่พวกนี้ปริมาณมันเยอะ เรายอมกำไรน้อยหน่อยเพื่อเน้นขายจำนวนมาก ยึดพื้นที่ไว้ก่อน บีบให้โรงงานเล็กๆ เจ๊งไปซะ วันข้างหน้าเราก็จะเป็นคนกำหนดราคาเอง"

คำแก้ตัวของเขาช่างลื่นไหลไม่มีสะดุด สรุปสั้นๆ คือ ตลาดไม่ดี เลยต้องจัดโปรฯ ลดแลกแจกแถมเพื่อความอยู่รอด หม่าอวี่เถิงไม่ได้รับคำ ออเออห่อหมก เพียงแค่ดันสัญญาฉบับนั้นกลับไปบนโต๊ะเบาๆ เขารู้ว่าเรื่องนี้มีกลิ่นตุๆ แน่นอน แต่ยังไม่จำเป็นต้องล้มกระดานตอนนี้ แม้หุ้นส่วนใหญ่จะอยู่ในมือพ่อ แต่หวังเต๋อฟาก็เป็นคนเก่าแก่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เห็นแก่หน้าพ่อ ถ้าไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย เขาก็พอจะหลับตาข้างหนึ่งไปก่อนได้

"ลำบากคุณรองฯ แล้วครับ" เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ดูบัญชีเสร็จแล้ว ผมอยากไปเดินดูไลน์ผลิตสักหน่อย"

หวังเต๋อฟาชะงัก ไม่คิดว่าจะรอดตัวไปได้ง่ายๆ แบบนี้ ไอ้หนุ่มนี่... มีแผนอะไรในใจหรือเปล่า? "ได้สิครับ ได้สิ เดี๋ยวผมพาเดินดูเอง"

"ไม่ต้องครับ" หม่าอวี่เถิงยกมือห้าม "ผมเดินดูเล่นๆ เองได้ พวกคุณทำงานกันต่อเถอะ" พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องการเงิน เรียกผู้จัดการฝ่ายผลิตคนหนึ่งให้นำทางไปที่โรงงาน ทิ้งให้หวังเต๋อฟายืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น พร้อมความสงสัยที่อัดแน่นในหัว

...

หลายวันต่อมา หม่าอวี่เถิงทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์โรงงานจริงๆ เขาไม่เข้าออฟฟิศ ไม่เรียกประชุม ทุกวันเขาจะสวมชุดพนักงานธรรมดาๆ เดินลอยชายไปมาระหว่างไลน์การผลิตและแผนก R&D ตั้งแต่โกดังวัตถุดิบ ไปจนถึงเครื่องม้วนไส้แบตเตอรี่ จนถึงสายพานลำเลียงแผนกแพ็กเกจจิ้ง เขาเดินดูไปทั่วเหมือนเด็กขี้สงสัย บางครั้งเขาก็ยืนจ้องเครื่องจักรเครื่องหนึ่งนิ่งๆ นานครึ่งคั่วโมงโดยไม่พูดอะไรสักคำ บางครั้งก็หยิบงานที่ยังประกอบไม่เสร็จขึ้นมาส่องกับไฟ พลิกไปพลิกมา แล้ววางกลับที่เดิม คำถามที่เขาถามก็น่าประหลาดใจพอกัน

"ถาดใส่วัตถุดิบอันนี้ ใส่แผ่นฉนวนได้ทีละกี่แผ่น?"

"เครื่องเชื่อมจุดเครื่องนี้ เชื่อมได้กี่จุดต่อนาที?"

"คนงานเดินจากจุด A ไปจุด B เฉลี่ยใช้กี่ก้าว?"

ผู้จัดการฝ่ายผลิตที่หวังเต๋อฟาส่งมา "ประกบ" ตอนแรกก็ยังอดทนตอบดีๆ หลังๆ เริ่มตอบแบบขอไปที ดูยังไงก็ไม่ใช่คนมีความรู้เรื่องโรงงาน ชัดเจนว่าเป็นคุณหนูว่างงานอยากหาอะไรทำแก้เซ็ง หวังเต๋อฟาที่เคยระแวง ตอนนี้โล่งใจจนแทบจะจุดพลุฉลอง ทีแรกกลัวว่าลูกชายเถ้าแก่จะมาแย่งอำนาจ ที่ไหนได้... ก็แค่เสือกระดาษ วันที่มาตรวจบัญชีนั่นก็แค่ทำท่าขึงขังไปอย่างนั้นเอง

ไม่นาน เรื่อง "นายน้อยมาตรวจงาน" ก็กลายเป็นโจ๊กขำขันประจำโรงงาน "เห็นนั่นป่ะ ลูกชายเถ้าแก่ จบใหม่ไฟแรง มาชุบตัวสร้างโปรไฟล์น่ะสิ"

"ชุบตงชุบตัวอะไรกัน มาเกะกะสิไม่ว่า เมื่อวานมาถามว่าจุดหลอมเหลวตะกั่วบัดกรีเท่าไหร่ นึกว่าจะลงมือเชื่อมเองซะแล้ว"

เสียงนินทาของพนักงาน เปลี่ยนจากความเกรงใจในช่วงแรก เป็นเสียงหัวเราะเยาะลับหลัง ต่อหน้าเรียก "นายน้อย" อย่างนอบน้อม แต่พอหันหลังให้ก็เบะปากใส่ หม่าอวี่เถิงทำหูทวนลมกับเรื่องพวกนี้ สายตาที่จับจ้อง การประเมินค่า หรือความดูถูกเหยียดหยาม เขารับรู้ทั้งหมดแต่ไม่เก็บมาใส่ใจ สมองของเขาตอนนี้ทำงานเหมือนเซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง ประมวลผลทุกขั้นตอนการผลิต เวลาที่ใช้ ความสูญเสียของวัตถุดิบ และการเคลื่อนไหวของพนักงาน เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นข้อมูลดิบ บันทึกเงียบๆ ไว้ในใจ

...

กลางดึกสงัด ในห้องของหม่าอวี่เถิง มีเพียงเสียงเคาะคีย์บอร์ดดังก้อง แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สเปกเทพที่เขาประกอบเอง ส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึม บนหน้าจอ Windows 98 ที่คุ้นเคย หน้าต่างสีดำเรียบง่ายปรากฏบรรทัดโค้ดภาษา C วิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว ในยุคนี้ แนวคิดเรื่องระบบ MES (Manufacturing Execution System) ยังไม่แพร่หลายในจีน แต่สำหรับโปรแกรมเมอร์มือเก๋าจากโลกอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า การสร้างโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเป็นเรื่องกล้วยๆ เขาป้อนข้อมูลทุกอย่างที่เก็บรวบรวมมาตลอดทั้งวันลงไปทีละรายการ ความเร็วในการม้วนแบต... ประสิทธิภาพการเชื่อม... เวลาที่ใช้ในการแพ็กของ... การไหลเวียนของวัตถุดิบ...

กด Enter! ตัวเลขบนหน้าจอวิ่งวนอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุด แผนภูมิวิเคราะห์กระบวนการและข้อมูลสำคัญชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น หม่าอวี่เถิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก เจอแล้ว

ในขั้นตอนสุดท้ายของแผนกแพ็กเกจจิ้ง เนื่องจากการวางผังสายพานการผลิตที่มีข้อบกพร่องเล็กน้อย ทำให้ตำแหน่งคนงานนั่งเรียงกัน พอคนงานทำเสร็จ ต้อง "เอี้ยวตัว" ครึ่งรอบ ถึงจะวางแบตเตอรี่ลงบนสายพานได้ แค่การเอี้ยวตัวที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนี่แหละ จากโมเดลข้อมูลของเขา การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.5 วินาทีต่อชิ้น 0.5 วินาที... ดูเหมือนน้อยนิด แต่โรงงานเล่ยเถิงผลิตแบตเตอรี่วันละหลายหมื่นก้อน พอมารวมกัน มันคือการสูญเสียประสิทธิภาพมหาศาล!

...

เช้าวันรุ่งขึ้น การประชุมประจำวัน หวังเต๋อฟากำลังพ่นน้ำลายฝอยแตกเรื่องสถานการณ์ตลาด บรรดาผู้บริหารคนอื่นนั่งสัปหงก "...เพราะงั้น ปัญหาแค่นี้จิ๊บจ๊อย ขอแค่เราร่วมแรงร่วมใจ ฝ่าฟันวิกฤต..."

"ผมมีข้อเสนอครับ" เสียงเย็นชาดังแทรกขึ้นกลางประโยคยืดยาวของหวังเต๋อฟา หม่าอวี่เถิงนั่นเอง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาเอ่ยปากในที่ประชุม สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เขาด้วยความแปลกใจ

"สลับตำแหน่งสองจุดสุดท้ายของแผนกแพ็กเกจจิ้งครับ" หม่าอวี่เถิงพูดสั้นๆ ได้ใจความ

ห้องประชุมเงียบกริบ ผ่านไปไม่กี่วินาที หวังเต๋อฟาก็กระแอมไอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็ก "นายน้อย ผมรู้ว่าคุณห่วงเรื่องการผลิต นี่เป็นเรื่องดีครับ แต่ผังการผลิตพวกนี้ ช่างเก่าแก่เขาลองผิดลองถูกกันมาเป็นพันครั้งแล้ว นี่คือแบบที่ดีที่สุดแล้วครับ!"

"ขยับนิดเดียวมันรวนทั้งระบบนะครับ สายพานการผลิตไม่ใช่ตัวต่อเลโก้ของเด็กเล่น จะจับย้ายไปมาตามใจชอบไม่ได้"

"ใช่ครับนายน้อย เรื่องนี้ทำมั่วซั่วไม่ได้นะ" หัวหน้าฝ่ายผลิตรีบเสริม "แก้ไลน์ผลิตทีหนึ่ง ต้องจูนเครื่องใหม่ครึ่งวัน ผลิตของไม่ได้เลยนะครับ ออเดอร์ลูกค้าเร่งยิกๆ ขืนส่งของไม่ทันเรื่องใหญ่นะครับ" หัวหน้าฝ่ายขายก็ผสมโรงช่วยกันรุม

ชั่วพริบตา ห้องประชุมกลายเป็นเวทีรุมสวดหม่าอวี่เถิง บรรยากาศน่าอึดอัดถึงขีดสุด หม่าอวี่เถิงสัมผัสได้ถึงแรงต้านจากทุกคนในบริษัท แต่เขาไม่เถียงสักคำ ยืนฟังเงียบๆ รอจนพวกเขาพูดจบ แล้วก็ลุกขึ้น "เลิกประชุม" ทิ้งคำพูดไว้สองคำ แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไปเลย

มองตามแผ่นหลังของเขาไป รอยยิ้มบนหน้าหวังเต๋อฟายิ่งได้ใจ ก็แค่เด็กอมมือ ขู่หน่อยก็ฝ่อแล้ว

หม่าอวี่เถิงไม่ได้กลับไปที่ห้องทำงาน แต่ตรงดิ่งไปที่โรงงานแพ็กเกจจิ้ง หลี่เฉียง หัวหน้าคุมไลน์ผลิตกำลังนั่งกุมขมับดูรายงานอยู่ หลี่เฉียงอายุสามสิบต้นๆ เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จบระดับ ปวส. ในโรงงานนี้ มีฝีมือ มีไฟ แต่เพราะไม่ลงรอยกับหวังเต๋อฟา เลยโดนดองเค็ม ไม่ได้เลื่อนขั้นสักที

"หัวหน้าหลี่" หลี่เฉียงเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นหม่าอวี่เถิง ก็รีบลุกขึ้นยืน "นายน้อย"

หม่าอวี่เถิงไม่อ้อมค้อม พูดเข้าประเด็นทันที "อยากให้ไลน์ผลิตของคุณเป็นเบอร์หนึ่งของโรงงานไหม?"

หลี่เฉียงอึ้งไป หม่าอวี่เถิงหยิบกระดาษพับแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กางออกตรงหน้าเขา มันคือภาพวาดลายมือแสดงผังตำแหน่งงานที่ปรับปรุงใหม่ ด้านข้างมีตัวเลขคำนวณละเอียดยิบกำกับอยู่ "แค่สลับสองที่นั่งนี้ ง่ายๆ แค่นี้แหละ"

หลี่เฉียงก้มมองแบบร่าง คิ้วขมวดเข้าหากัน เขาเองก็เป็นคนสายเทคนิค มองปราดเดียวก็เข้าใจตรรกะของการปรับเปลี่ยนนี้ทันที ไอ้ท่าทางเอี้ยวตัวที่เกินมานั่น เขาใช่ว่าจะไม่เคยเห็น แต่ไม่เคยคิดเลยว่าไอ้ท่าทางเล็กน้อยแค่นั้นจะมีผลกระทบอะไรมากมาย แต่ตัวเลขที่ระบุบนกระดาษทำเอาเขาใจสั่น

"ผลผลิตต่อวันเพิ่มขึ้น 4.17%, ประสิทธิภาพต่อคนเพิ่มขึ้น 8.33%..."

ตัวเลขพวกนี้เหมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจเขา ถ้ามันเป็นจริงตามนี้ล่ะก็... นิ้วของหลี่เฉียงเริ่มสั่นระริก เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่สงบนิ่งคู่นั้นของหม่าอวี่เถิง "นายน้อย" ที่เดินลอยชายไปวันๆ คนนี้... หรือว่าไม่ใช่คนธรรมดา?

จบบทที่ บทที่ 3 การลงมือครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว