- หน้าแรก
- ย้อนวันวานมาพบรัก ของอนาคตบอส
- บทที่ 8 : ลูกล่อลูกชนของหวังฮ่าว
บทที่ 8 : ลูกล่อลูกชนของหวังฮ่าว
บทที่ 8 : ลูกล่อลูกชนของหวังฮ่าว
"เซียวเซียว คะแนนของเธอไม่มีปัญหาแน่นอน ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยเยี่ยนจิงเถอะ เชื่อฉันสิ เธอสอบติดชัวร์!"
จางมู่ไป๋ เด็กหนุ่มผู้มีผลการเรียนดีและมีเส้นสาย เขาได้โควตาเข้าศึกษาต่อเรียบร้อยแล้ว
ทว่านิสัยใจคอของหมอนี่จัดว่าพื้นเพธรรมดามาก ตลอดสามปีในชั้นมัธยมปลาย เขาเย่อหยิ่งจองหอง เที่ยวดูถูกคนอื่นไปทั่ว ถือเป็นตัวอย่างของพวก 'หัวกะทิขี้อวด' ประจำห้องเลยก็ว่าได้
ในความทรงจำของซูอวี่ จางมู่ไป๋มักทำคะแนนได้ดีเสมอ แต่พอออกจากห้องสอบทีไรก็ชอบบ่นว่าทำไม่ได้ ทว่าผลลัพธ์กลับออกมาดีคงเส้นคงวาราวกับเต่าพันปี หนำซ้ำยังชอบเที่ยวไล่ถามคะแนนคนอื่น ราวกับกลัวว่าชาวบ้านจะไม่รู้คะแนนของตัวเอง
จางมู่ไป๋ได้โควตาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเยี่ยนจิง และด้วยความที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน เขาจึงหวังใช้ความใกล้ชิดสานสัมพันธ์กับหลินเซียวเซียว
แต่เท่าที่จำได้ ในอนาคตซูอวี่คอยติดตามข่าวคราวของหลินเซียวเซียวอยู่บ่อยครั้ง กลับไม่เคยได้ยินชื่อของจางมู่ไป๋เลย บางทีหมอนั่นคงรู้ตัวว่าจีบไม่ติดจึงถอดใจไปเอง
ถึงอย่างไรหมอนั่นก็ไม่ได้โง่ คงไม่ฝืนไล่จับปลาที่ไม่มีวันจับได้หรอก
หลินเซียวเซียวพยักหน้าตามมารยาทแล้วตอบเลี่ยง ๆ ว่า "รอผลสอบออกมาก่อนค่อยว่ากันเถอะ"
กับเพื่อนนักเรียนคนอื่น หลินเซียวเซียววางตัวนิ่งเฉยเสมอ รักษาระยะห่างไว้แค่คำว่าเพื่อนร่วมชั้น เธอรู้ดีว่าจางมู่ไป๋ชอบเธอ และเธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับเขา เพียงแต่มันจำกัดอยู่แค่คำว่าเพื่อนร่วมชั้นจริง ๆ ไม่มากไปกว่านั้น
การปรากฏตัวของจางมู่ไป๋ทำให้ดวงตาของสาว ๆ หลายคนเป็นประกาย พากันรุมล้อมกล่าวชื่นชม ทำนองว่าน่าอิจฉาจังเลยที่ได้โควตา อยากได้บ้างจัง
จางมู่ไป๋เพียงแค่ยิ้มรับแล้วบอกว่าเป็นแค่เรื่องของโชคชะตา แต่บทสนทนากลับวกเข้าหาเรื่องหลินเซียวเซียวตลอด
"เซียวเซียว เธอต้องสมัครเยี่ยนจิงนะ พอไปถึงที่นั่นเราก็จะเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งสามปี ต้องเกาะกลุ่มคอยช่วยเหลือกันสิ!"
จางมู่ไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เกาะกลุ่มกันงั้นรึ?
ซูอวี่ ที่เพิ่งมาถึงได้ยินประโยคนี้พอดี เขาแทบจะสำลักความเลี่ยนจนต้องกระแอมไอแห้ง ๆ ออกมา
หลินเซียวเซียวสะดุ้งเล็กน้อย พอเห็นว่าเป็นซูอวี่ ดวงตาของเธอก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันที อันที่จริงเธอรำคาญจางมู่ไป๋จะแย่อยู่แล้ว!
แต่พอฉุกคิดได้ว่าวันนี้ซูอวี่เพิ่งจะนินทาเธอไป หลินเซียวเซียวก็รู้สึกขัดใจขึ้นมา ตรึงท่าทีนิ่งเฉยไม่ยอมทักทายเขา
จางมู่ไป๋สังเกตเห็นปฏิกิริยานี้แล้วลิงโลดใจทันที
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้านชั้นบนชั้นล่างของซูอวี่กับหลินเซียวเซียวทำให้เขาอิจฉามาตลอด แถมตอน ม.๕ ยังมีข่าวลือหนาหูว่าเทพธิดาของเขาไปสารภาพรักกับซูอวี่ ทำเอาเขาอกหักดังเปราะ โชคดีที่ไอ้ทึ่มนั่นปฏิเสธเธอไป
เรื่องนั้นดังกระฉ่อนไปทั้งโรงเรียน ทำเอาหลินเซียวเซียวเสียหน้าไปมากโข ตอนนี้เห็นชัดว่าเธอมีท่าทีไม่ดีต่อซูอวี่ หรือว่าโอกาสของเขาจะมาถึงแล้ว?
คิดได้ดังนั้น จางมู่ไป๋จึงปรายตามองซูอวี่พร้อมรอยยิ้มเยาะ "อ้าว ซูอวี่ ทำข้อสอบเป็นไงบ้างล่ะ มั่นใจไหมว่าจะติดมหาวิทยาลัยกลุ่ม C9?"
ยังไม่ทันที่ซูอวี่จะอ้าปากตอบ จางมู่ไป๋ก็ชิงพูดแทรกขึ้นมา "ในฐานะเพื่อนร่วมห้อง ฉันขอแนะนำหน่อยนะ C9 มันเสี่ยงเกินไปสำหรับนาย ลองยื่นมหาวิทยาลัยเจียงดีกว่า เป็นมหา'ลัยท็อปของเมืองเรา คุณภาพคับแก้ว อนาคตการทำงานหรือสวัสดิการในท้องถิ่นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวก C9 เลย!"
ถ้าซูอวี่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเจียงจริง ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับเขา ดังนั้นจางมู่ไป๋จึงแสดงความจริงใจออกมาอย่างเต็มที่
นักเรียนหญิงบางคนถามด้วยความเป็นห่วง "ซูอวี่ วันนี้ฉันเห็นนายตากฝนหลังสอบเสร็จ เป็นอะไรหรือเปล่า?"
ซูอวี่ยิ้มกว้าง เมินเฉยต่อคำพูดของจางมู่ไป๋อย่างสิ้นเชิง แล้วหันไปตอบเพื่อนสาวแทน "ขอบใจที่เป็นห่วงนะ ฉันทำข้อสอบได้ดีมาก ก็เลยอยากหาความตื่นเต้นตากฝนเล่นหน่อย สบายดี แข็งแรงมาก"
พูดไปตั้งยืดยาวกลับโดนเมิน
จางมู่ไป๋โกรธจนหน้าเขียวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ต่อหน้าธารกำนัล ไอ้หมอนี่ การเรียนก็สู้เขาไม่ได้ หล่อก็ไม่เท่า มีดีแค่ส่วนสูงที่พอจะสูสี น่าหมั่นไส้ชะมัด
หลินเซียวเซียวลอบมองท่าทีของซูอวี่แล้วแอบสะใจเงียบ ๆ แต่ภายนอกยังคงวางมาดนิ่ง สงวนท่าทีคุยกับคนอื่นไปเรื่อย
"เอาล่ะเพื่อน ๆ ในเมื่อมากันครบแล้ว เราไปที่ห้องอาหารกันเถอะ ทางร้านเตรียมพร้อมแล้ว เริ่มกินกันสักห้าโมงเย็น มื้อนี้จัดยาว ๆ เพราะเป็นงานเลี้ยงอำลาครั้งสุดท้ายของพวกเรา!" หัวหน้าห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสมาชิกมากันพร้อมหน้า
ซูอวี่หันไปมองหัวหน้าห้อง เธอก็มองตอบ ทั้งคู่ยิ้มให้กันและพูดคุยทักทายเล็กน้อย
หลินเซียวเซียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จ้องเขม็ง เธอกวาดสายตาคมกริบสังเกตเห็นว่าตอนคุยกัน ซูอวี่แอบชำเลืองมองหน้าอกของหัวหน้าห้อง พอเธอมองตามบ้างก็พบว่าแม่นั่น 'ของใหญ่' จริง ๆ ไซส์นี้กินขาดทั้งโรงเรียน...
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห!
...
...
ไม่นานนัก นักเรียนทั้ง ๔๙ คนก็มาถึงห้องอาหาร
พวกเขาเหมาร้านชั้นสองไว้ทั้งชั้น เนื่องจากเลข ๔ ถือเป็นเลขไม่มงคล จึงแบ่งที่นั่งออกเป็น ๕ โต๊ะใหญ่ โต๊ะละ ๑๐ คน งบอาหารไม่รวมเครื่องดื่มตกโต๊ะละ ๔๐๐ หยวน ซึ่งนับว่าหรูหราเอาการ
ตอนสั่งอาหาร ทุกคนช่วยกันเลือกเมนูยอดนิยมที่กินได้ทุกคน อาหารใต้มีเต้าหู้ผัดพริกเสฉวน เนื้อฝานต้ม... อาหารเหนือมีหมูเส้นผัดซอสเต้าเจี้ยว หม้อไฟเหล็ก ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน... และแน่นอนว่าต้องมีออเดิร์ฟเย็น ครบเครื่องทั้งเนื้อและผัก จัดเต็มชุดใหญ่
ส่วนเครื่องดื่ม โจวเฉียง รับเป็นเจ้ามือ เหล้าขาวโต๊ะละขวด เบียร์และน้ำอัดลมอีกเพียบ ผู้ชายดื่มเหล้า ผู้หญิงดื่มน้ำหวาน แบ่งหน้าที่กันชัดเจน
กว่าทุกคนจะประจำที่และอาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงห้าโมงครึ่ง
ในขณะเดียวกัน รถคันหนึ่งก็แล่นมาจอดกึกที่หน้าสวนสาธารณะอันหยวน...
...
งานเลี้ยงรุ่น โดยเนื้อแท้ก็คือการมากินดื่ม สังสรรค์ พร่ำบอกคำสัญญาทำนองว่า "รวยแล้วอย่าลืมเพื่อน" หรือ "ไว้ติดต่อกันนะ" พอเหล้าเข้าปาก อารมณ์พาไป แม้แต่คนที่เคยเหม็นขี้หน้ากันก็ยังหันมายิ้มให้ ชนแก้วกันเพื่อลบเหลี่ยมมุมในอดีต
ทุกคนกำลังจะก้าวออกจากสังคมเดิม ๆ ความขัดแย้งเล็กน้อยสมัยเรียนจึงกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว
หลินเซียวเซียวนั่งข้างซูอวี่ ร่วมโต๊ะเดียวกับ หวังฮ่าว, โจวเฉียง, จางมู่ไป๋ และหัวหน้าห้อง
ตลอดเวลานั้น จางมู่ไป๋เอาแต่ส่งเสียงหึ่ง ๆ เหมือนยุง คอยชวนหลินเซียวเซียวคุยไม่หยุด
หวังฮ่าวเห็นสถานการณ์แล้วอยากช่วยเพื่อน จึงคว้าเบียร์สองขวดเดินตรงเข้าไปหาจางมู่ไป๋ เอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจว่า "มู่ไป๋ เพื่อนรักสามปี ฉันไม่อยากจากนายไปเลย มาดื่มกันหน่อยเถอะ!"
จางมู่ไป๋งุนงง มองหน้าหวังฮ่าวอย่างระแวงพลางคิดในใจ 'สามปีมานี้ฉันคุยกับแกนับคำได้ จะมาอาลัยอาวรณ์อะไรตอนนี้'
แต่ในบรรยากาศแบบนี้ เจอเพื่อนเดินมาขอชนแก้ว เขาจะปฏิเสธก็เสียมารยาท จึงจำใจพยักหน้า รินเหล้าแล้วกล่าวตามมารยาท "นั่นสินะ ทุกคนต่างต้องแยกย้าย ขอให้นายโชคดีมีอนาคตสดใส"
พอดื่มหมดแก้วแรก หวังฮ่าวก็รินแก้วต่อไปทันที พร่ำพรรณนาด้วยความตื้นตัน "แก้วนี้ฉันขอบอกความในใจ จริง ๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันชื่นชมนายมาก นายมันไร้ที่ติ เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ..."
หวังฮ่าวส่ายหน้าอย่างซาบซึ้งแล้วกระดกเหล้าเข้าปากไปครึ่งแก้ว
จางมู่ไป๋ตอนแรกก็รำคาญ แต่พอโดนเยินยอหนักเข้า สายตาที่มองหวังฮ่าวก็เริ่มเป็นมิตรขึ้น
เขาจึงสอนสั่งกลับไปบ้าง "จริง ๆ นายเป็นคนหัวไวเสียแต่ติดเล่นมากไปหน่อย แค่เลิกเล่นแล้วตั้งใจเรียน นายต้องกลับตัวทันแน่ ต่อให้เรียนวิทยาลัยอาชีวะ ด้วยสมองอย่างนายยังไงก็รุ่ง"
หวังฮ่าวถอนหายใจแล้วรุกต่อ...
"แก้วนี้ ฉันดื่มขอบคุณที่นายเคยอธิบายโจทย์ให้ฉันฟังเทอมที่แล้ว..."
"แก้วนี้ ดื่มให้กับความหล่อของนาย..."
"แก้วนี้..."
สรุปคือ ทั้งสองคนผลัดกันชงผลัดกันดื่ม หวังฮ่าวใช้ลูกตื้อเข้าชนจนจางมู่ไป๋หัวหมุนต้องคอยยิ้มรับหน้า จนไม่มีเวลาไปวุ่นวายกับหลินเซียวเซียวอีก
ซูอวี่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มขำขัน รู้สึกว่าหวังฮ่าวช่างเก็บรายละเอียดเก่งจริง ๆ
บรรยากาศครึกครื้น เพื่อนบางคนเดินมาชนแก้วกับซูอวี่เป็นการส่วนตัว "ซูอวี่ มหา'ลัยคือเวทีชีวิต มัธยมเป็นแค่จุดแวะพัก โชคดีนะเพื่อน!"
เพื่อนคนนี้ชื่อหลี่หมิง ชื่อโหลพอกับหน้าตา ซูอวี่ไม่รู้ว่าอนาคตเขาจะเป็นอย่างไร แต่เดาว่าคงเรียนต่อแถวนี้ เพราะมหา'ลัยดี ๆ ในท้องถิ่นมีเยอะแยะ
ซูอวี่ชนแก้วตอบยิ้ม ๆ "โชคดีเช่นกัน!"
จากนั้นพวกผู้ชายคนอื่น ๆ ก็ทยอยเข้ามาดื่มกับซูอวี่
ตลอดช่วงมัธยมปลาย ซูอวี่สร้างความประทับใจให้เพื่อน ๆ ไว้ดีมาก ต่างจากจางมู่ไป๋ที่เป็นพวกหัวกะทิขี้เก๊ก
ซูอวี่ไม่เพียงหน้าตาดี แต่ยังเรียนเก่ง หุ่นสูงโปร่ง เป็นสเปกที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ชอบ จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าหา
ช่วงกลางของมื้ออาหาร บทสนทนากำลังออกรส
หัวหน้าห้องลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก "เพื่อน ๆ ทุกคน"
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เธอ...