- หน้าแรก
- กำเนิดเก้าทายาทจากนางสนม จวนท่านอ๋องที่เคยเงียบเหงากลับมาครึกครื้น
- บทที่ 28 หลิวซูขวางทางหมอหลวงจาง
บทที่ 28 หลิวซูขวางทางหมอหลวงจาง
บทที่ 28 หลิวซูขวางทางหมอหลวงจาง
นิ้วมือของหมอหลวงจางที่กำลังจะวางลงบนชีพจรชะงักค้างกลางอากาศ
เขามองไปยังสาวใช้ที่ท่าทางลนลานและกิริยาค่อนข้างหยาบคาย พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"ข้าได้รับคำสั่งจากพระชายาเหลียงให้มาตรวจชีพจรแม่นางถัง" หมอหลวงจางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้ามาถึงที่นี่แล้ว เรื่องของพระชายาซื่อจื่อข้าจะตามไปดูให้ทีหลัง!"
ในฐานะขุนนางแพทย์แห่งกรมแพทย์หลวง เขามีศักดิ์ศรีและระเบียบปฏิบัติของตน การถูกขัดจังหวะขณะกำลังจะวินิจฉัยโรคย่อมทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นธรรมดา
ทว่าหงหลิงกลับดูเหมือนจะไม่แยแสความไม่พอใจของหมอหลวง นางก้าวเข้ามาประชิดพลางแผดเสียงแหลมอย่างเร่งร้อน
"คำสั่งพระชายาเหลียงย่อมสำคัญ แต่เจ้านายของข้าคือพระชายาซื่อจื่อที่เป็นภรรยาเอกของจวนนี้! ตอนนี้นางไม่สบาย ความเป็นตายของนางไม่สำคัญกว่าสาวใช้ห้องข้างคนหนึ่งรึเจ้าคะ?"
นางพูดอย่างไม่ไว้หน้า โดยเล็งเป้าโจมตีไปที่ถังหยวนหยวนโดยตรง
"ระหว่างพระชายาซื่อจื่อกับสาวใช้ห้องข้าง ท่านหมอหลวงจางคงรู้นะเจ้าคะว่าใครสำคัญกว่า?" ประโยคนี้เต็มไปด้วยการคาดคั้นและข่มขู่ชัดเจน
สีหน้าของหมอหลวงจางมืดครึ้มลงทันที
เขาย่อมรู้ดีว่าใครสำคัญกว่า
ต่อให้ตอนนี้ถังหยวนหยวนจะได้รับความโปรดปรานเพียงใด นางก็เป็นแค่สาวใช้ห้องข้าง
แต่หลิวซูคือหลานสาวแท้ๆ ของท่านราชครูคนปัจจุบัน และเป็นพระชายาซื่อจื่อของจวนอ๋องเหลียงที่แต่งเข้ามาอย่างสมเกียรติ... หากไม่มีอะไรผิดพลาด พระชายาซื่อจื่อผู้นี้แหละที่จะเป็นพระชายาเหลียงคนต่อไป
เขาไม่อาจล่วงเกินนางได้
เมื่อชั่งน้ำหนักในใจ หมอหลวงจางจึงจำต้องลุกขึ้นและชักมือกลับ
เขาหันไปประสานมือให้ถังหยวนหยวน น้ำเสียงอ่อนลงและแฝงแววขออภัย
"แม่นางถัง ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ" เขาเอ่ยด้วยเสียงเบา "อาการของพระชายาซื่อจื่อเร่งด่วนนัก ข้าต้องไปตรวจดูนางก่อน โปรดรอสักครู่ เมื่อข้าเสร็จธุระทางโน้นแล้ว จะรีบกลับมาวินิจฉัยให้เจ้าอย่างละเอียดแน่นอน"
ถังหยวนหยวนนั่งนิ่งมาโดยตลอด ใบหน้าไม่มีร่องรอยความหวั่นไหว
นางทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดจาจาบจ้วงของหงหลิง เพียงแต่มองหมอหลวงด้วยสายตาสงบ
"ท่านหมอหลวงเกรงใจไปแล้วเจ้าค่ะ" นางค่อยๆ ชักข้อมือกลับแล้วพยักหน้าให้เล็กน้อย ในใจแอบรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง "สุขภาพของพระชายาซื่อจื่อสำคัญกว่า เชิญท่านตามสบายเจ้าค่ะ"
ท่าทีที่นอบน้อมและรู้ความของนาง ทำให้หมอหลวงจางรู้สึกสบายใจขึ้นและนึกชื่นชมนางในใจ
"ขอบใจที่แม่นางเข้าใจ"
พูดจบ หมอหลวงจางก็หยิบกล่องยาแล้วรีบเดินตามหงหลิงที่กำลังทำหน้าลำพองใจออกไปทันที
ถังหยวนหยวนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นางยกน้ำชาที่เริ่มเย็นขึ้นมาจิบเล็กน้อย รสชาติขมฝาดซ่านอยู่ในปาก
การรอคอยครั้งนี้ยาวนานกว่าที่คิด
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนสูงขึ้น น้ำชาถูกเปลี่ยนไปกาแล้วกาเล่า ทว่าหมอหลวงก็ยังไม่กลับมา
จนกระทั่งยามบ่าย ถังจูจูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนกและโกรธจัด
"นายหญิง! นายหญิง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" นางวิ่งมาหยุดตรงหน้าถังหยวนหยวน หอบจนแทบพูดไม่เป็นภาษา "พระชายาซื่อจื่อ... พระชายาซื่อจื่ออาละวาดใหญ่โตในเรือนในแล้วเจ้าค่ะ!"
ถังหยวนหยวนวางตำราในมือลง "ค่อยๆ พูด เกิดอะไรขึ้น?"
ถังจูจูพยายามสูดหายใจเข้าปอด "ข้าเพิ่งได้ยินมาว่า พระชายาซื่อจื่อจู่ๆ ก็โกรธจัดหาว่า... หาว่าท่านหมอหลวงจางอาศัยจังหวะตรวจชีพจร ลวนลามและทำตัวไม่เหมาะสมกับนางเจ้าค่ะ!"
ดวงตาของถังหยวนหยวนไหววูบด้วยความประหลาดใจ
ถังจูจูเล่าต่อ "พระชายาซื่อจื่อสั่งให้บ่าวไพร่รุมโบยท่านหมอหลวงจางเดี๋ยวนั้น หาว่าเป็นตาแก่ตัณหากลับ แล้วก็สั่งเตะส่งออกไปจากจวนทันทีเลยเจ้าค่ะ! ท่านหมอหลวงจางย่อมไม่ยอมรับผิด แต่บ่าวรับใช้ในห้องนั้นล้วนเป็นคนของพระชายาซื่อจื่อทั้งสิ้น ท่านหมอหลวงจึงไม่มีทางแก้ต่าง สุดท้ายก็ได้แต่เจ็บตัวฟรีและถูกขับไล่ออกไปอย่างอัปยศเจ้าค่ะ!"
ถังหยวนหยวน: "..."
จูจูพูดต่อ "ยังไม่หมดนะเจ้าคะ! พอพระชายาเหลียงทราบเรื่องเข้า ทรงกริ้วมากจนอาการไมเกรนกำเริบหนัก ล้มป่วยลงเดี๋ยวนั้นเลยเจ้าค่ะ! ทรงนึกไม่ถึงว่าหลิวซูจะบ้าบิ่นถึงขั้นกล้าใส่ร้ายและทุบตีขุนนางจากกรมแพทย์หลวง! จวนอ๋องรีบส่งคนไปตามหมอคนอื่นที่กรมแพทย์หลวงมาดูอาการพระชายา... แต่พอข่าวแพร่ออกไป กลับไม่มีหมอคนไหนกล้ามาเลยเจ้าค่ะ!"
"ทุกคนต่างกลัวว่าจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกพระชายาซื่อจื่องับเอาด้วยข้อหาอะไรก็ไม่รู้ นอกจากจะเสียหน้าแล้วยังอาจจะโดนปลดจากตำแหน่งขุนนางอีก! สุดท้ายกรมแพทย์หลวงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เลยส่งมาเพียงหมอหญิงชั้นผู้น้อยคนหนึ่งมาดูแลพระชายาเหลียงเจ้าค่ะ"
ดูจากสถานการณ์แล้ว วันนี้และอาจรวมถึงอีกหลายวันข้างหน้าคงไม่มีหมอหลวงคนไหนกล้ามาตรวจชีพจรให้ถังหยวนหยวนเป็นแน่
หลังจากฟังจบ ถังหยวนหยวนอดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มในใจ
พระชายาซื่อจื่อ หลิวซู ผู้นี้ช่างเป็น "อัจฉริยะ" เสียจริง เพื่อจะขัดขวางไม่ให้นางถูกตรวจชีพจร ถึงกับใช้วิธีโง่ๆ ที่ทำร้ายคนอื่นนิดเดียวแต่ทำลายตัวเองยับเยินขนาดนี้
ยามโพล้เพล้ เซินชิงเยี่ยนกลับถึงจวนอ๋องหลังจากสะสางงานราชการเสร็จ
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู พ่อบ้านก็รายงานเรื่องราวชวนหัวที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน
เมื่อเซินชิงเยี่ยนฟังจบ ใบหน้าของเขาก็หมืดครึ้มลงในทันที
อารมณ์ของเขาในวันนี้แย่ถึงขีดสุดอยู่แล้ว
หลังจากการเค้นสอบอย่างหนักตลอดทั้งวัน หลิวอิงและเจ้าอาวาสวัดฮู่กั๋วก็ได้ยอมสารภาพออกมาในที่สุด
ผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือ ชายารองหวัง
เซินชิงเยี่ยนกำลังจะไปคิดบัญชีกับชายารองหวัง และเขาก็สงสัยอยู่แล้วว่านางทำไปตามคำสั่งของพระชายาซื่อจื่อหลิวซูหรือไม่
ไม่อย่างนั้น ด้วยฐานะและสติปัญญาของชายารองหวัง ไม่มีทางที่จะวางแผนได้แนบเนียนถึงขนาดนี้ แม้กระทั่งรายละเอียดเรื่องโจรป่า!
ปรากฏว่าเขายังไม่ทันได้สืบสาวราวเรื่อง หลิวซูเองกลับก่อเรื่องงามหน้าให้จวนอ๋องเหลียงต้องอับอายขายหน้าซ้ำซ้อน!
ไฟแห่งโทสะในใจของเซินชิงเยี่ยนลุกโชนขึ้นอย่างสมบูรณ์
เขาเปลี่ยนทิศทางฝีเท้า ไม่กลับไปที่ห้องหนังสือ แต่มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนของพระชายาซื่อจื่อด้วยรังสีอำมหิต
เซินชิงเยี่ยนถีบประตูเรือนของหลิวซูเปิดออกเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
เสียงดังปังทำเอาทุกคนในเรือนตกใจขวัญผวา บ่าวไพร่ต่างทรุดลงคุกเข่าตัวสั่นงันงก ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่คำเดียว
หลิวซูกำลังนั่งซดรังนกอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย สีหน้าไม่พอใจก็ปรากฏขึ้น
นางวางถ้วยกระเบื้องลงแล้วเดินออกไปที่ประตู หมายจะดุด่าบ่าวรับใช้ที่ไร้ระเบียบคนไหนที่บังอาจก่อเรื่อง
พอเงยหน้าขึ้น นางก็สบเข้ากับแววตาเย็นชาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะของเซินชิงเยี่ยน
"ท่านซื่อจื่อ..." หัวใจของหลิวซูกระตุกวูบ ความไม่พอใจบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความน้อยใจและตกใจในพริบตา
เซินชิงเยี่ยนเมินนางแล้วเดินตรงเข้าห้องไป สายตากวาดมองเครื่องเรือนหรูหราก่อนจะหยุดที่นางด้วยไฟโทสะ "หลิวซู เจ้าช่างใจกล้านัก!"
หลิวซูรู้สึกขนลุกซู่ภายใต้สายตานั้น แม้ในใจจะรู้สึกผิดแต่นางก็ยังฝืนเถียง "ท่านซื่อจื่อหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? หม่อมฉันทำอะไรผิดหรือ ถึงได้ทำให้ท่านพิโรธถึงเพียงนี้?"
พูดไปน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า แสร้งทำเป็นถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม
เห็นท่าทางเสแสร้งนั่น ไฟโทสะของเซินชิงเยี่ยนยิ่งโหมกระหน่ำ
"เจ้าทำอะไรผิดรึ? เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ!" เขาเดินเข้าไปกดดันหลิวซู "ทั้งยุยงให้ชายารองหวังใช้การท้องปลอมมาฆ่าคนผ่านหลิวอิง! ทั้งใส่ร้ายป้ายสีถังหยวนหยวนหมายจะเอานางให้ตาย!"
"แล้วตอนนี้ยังกล้าใส่ความและทุบตีหมอหลวงกลางจวนอีก! ท่านหมอหลวงจางปีนี้อายุห้าสิบแปดแล้วนะ เจ้าทำเอาชื่อเสียงจวนอ๋องป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี!"
"เจ้าถึงกับ... ทำให้ท่านแม่โกรธจนล้มหมอนนอนเสื่อ!"
"เจ้าทั้งไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรม และไร้ซึ่งความกตัญญู! ยังจะมีหน้ามาถามข้าอีกรึว่าเจ้าทำอะไรผิด?"
น้ำเสียงของเซินชิงเยี่ยนเต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจ
"จิตใจเจ้าช่างอำมหิต ไร้ซึ่งกุลสตรีที่พระชายาซื่อจื่อควรจะมี! ข้าเสียใจจริงๆ ที่แต่งเจ้าเข้ามา!"
แต่ก่อน เซินชิงเยี่ยนแค่รำคาญที่หลิวซูขี้หึง ความรู้สึกของสามีภรรยาเย็นชาต่อกันแต่ยังพอรักษาหน้ากันได้
ทว่าตอนนี้ พวกเขาเหมือนน้ำกับไฟที่ไม่วันจะอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไป