- หน้าแรก
- ข้ามมิติเซียนมาเลี้ยงอสูร
- บทที่ 26 - การทาบทามจากร้านโอสถอันดับหนึ่ง
บทที่ 26 - การทาบทามจากร้านโอสถอันดับหนึ่ง
บทที่ 26 - การทาบทามจากร้านโอสถอันดับหนึ่ง
บทที่ 26 - การทาบทามจากร้านโอสถอันดับหนึ่ง
◉◉◉◉◉
กลับถึงเรือนไม้
ชีวินไม่รู้เลยว่าตนเองถูกจับตามองอยู่
เขาหยิบโอสถรวบรวมปราณที่ได้มาจากโรจน์ออกมา ให้ราชันย์อสรพิษแดงกินที่เหลืออีกหลายเม็ด ได้รับแก่นพลังทั้งหมด 60 กว่าแต้ม
ตอนนี้เขานอกจากจะได้รับแก่นพลัง 135 แต้มต่อวันจากการเลี้ยงไก่ปราณแล้ว แก่นพลังที่เหลือล้วนได้มาจากราชันย์อสรพิษแดง
และในช่วงเวลานี้ การเติบโตของราชันย์อสรพิษแดงก็รวดเร็วมาก ใกล้จะถึงขั้นหนึ่งระดับหกช่วงกลางแล้ว
"ฟ่อ ฟ่อ"
ราชันย์อสรพิษแดงสะบัดหางอย่างรวดเร็วอยู่ข้างๆ ฝึกฝนร่างกาย สูดลมหายใจรับพลังปราณจากฟ้าดิน ไม่นานก็เหนื่อยจนนอนแผ่ไม่อยากจะขยับแล้ว
"หากต้องการจะเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของราชันย์อสรพิษแดง ก็ต้องยกระดับขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ต่อไป ร่างสมบูรณ์อสรพิษแดงชาดต้องการแก่นพลัง 4988 แต้ม เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ลดลงไป 22 แต้ม"
"ความคืบหน้านี้น้อยนิดจริงๆ มิน่าเล่าอสูรจำนวนมากสิบกว่าปีก็ไม่แน่ว่าจะสามารถแปรสภาพถึงร่างสมบูรณ์ได้ หากไม่มีความช่วยเหลือจากระบบ ข้าคงจะเลี้ยงไม่ไหวแน่"
ชีวินละสายตาจากราชันย์อสรพิษแดง เปิดหน้าต่างสถานะตัวละครขึ้นมา
【ชื่อ】 ชีวิน
【ระดับ】 รวบรวมปราณระดับสี่
【คุณสมบัติกายา】 สัตว์ปราณเป็นมิตร
【เคล็ดวิชา】 เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ขั้นชำนาญ (5/10000) เคล็ดวิชาหลอมจิต ขั้นชำนาญ (2012/10000) เคล็ดวิชาอสูร ขั้นเริ่มต้น (15/1000) วิชาปรุงโอสถไฟสามลักษณ์ ขั้นชำนาญ (1/10000)
【วิชาอาคม】 วิชาลูกไฟ ขั้นเชี่ยวชาญ (5/10000) วิชาท่องลม ขั้นเชี่ยวชาญ (10/10000) วิชาโล่ไม้ ขั้นเชี่ยวชาญ (15/10000) วิชาร่ายฝน ขั้นเริ่มต้น (10/100)
【ทักษะ】 เพาะปลูกพืชปราณขั้นหนึ่ง (5/1000) วิถีแห่งโอสถขั้นสอง (6/50000)
【สัตว์ปราณ】 ราชันย์อสรพิษแดง
【แก่นพลังที่เหลือ】 870
เดือนนี้ได้เพิ่มแต้มให้กับเคล็ดวิชาหลอมจิต วิชาปรุงโอสถไฟสามลักษณ์ และวิถีแห่งโอสถขั้นสอง ใช้แก่นพลังไปสี่พันแต้ม
จิตสัมผัสของเขาก็เลยไปถึงสองร้อยสี่สิบกว่าเมตรที่น่าสะพรึงกลัว กว้างไกลกว่าจุดสูงสุดของขั้นรวบรวมปราณเสียอีก เทียบเท่ากับหนึ่งในสี่ของจิตสัมผัสขั้นสร้างฐาน
ส่วนวิชาปรุงโอสถไฟสามลักษณ์และเคล็ดวิชาหลอมจิตล้วนอยู่ในระดับเดียวกัน มีเพียงวิถีแห่งโอสถที่ค่อนข้างพิเศษ จากขั้นสองไปขั้นสามต้องการถึงห้าหมื่นแก่นพลัง
แต่ตอนนี้ความคืบหน้าในการปรุงโอสถของเขาก็เพียงพอแล้ว ในระยะสั้นไม่จำเป็นต้องเพิ่มแต้มอีก
หากเป็นไปอย่างราบรื่น เดือนหน้าเขาก็จะสามารถเก็บแก่นพลังได้เพียงพอ ให้ราชันย์อสรพิษแดงแปรสภาพอีกครั้ง
"แต่แค่ไม่กี่เดือนก็ให้มันแปรสภาพต่อเนื่อง จะไม่เป็นการดึงดูดความสนใจมากเกินไปหรือ"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชีวินก็แอบระวังตัวขึ้นมา
เขาเลือกอสรพิษแดงเป็นสัตว์ปราณ ผู้คุมหวังของหอการค้าและผู้อาวุโสเว่ยของสวนสัตว์บนยอดเขาสัตว์อสูรล้วนรู้ดี
ไม่กี่เดือนแปรสภาพหนึ่งครั้งอาจจะยังอธิบายได้ว่าเป็นเพราะโชคดี
แต่สองครั้ง คนโง่ก็รู้แล้วว่ามีปัญหา
"ระดับความเข้มข้นของสายเลือดเผ่าพันธุ์ปัจจุบันของราชันย์อสรพิษแดงเพียงพอให้มันบำเพ็ญเพียรจนถึงจุดสูงสุดของขั้นหนึ่งได้ ถึงตอนนั้นค่อยแปรสภาพก็ยังไม่สาย อย่างมากก็แค่ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรช้าลงหน่อย ข้ายังหนุ่มยังมีเวลาอีกเยอะ"
"ข้าพิจารณาตนเองวันละสามครั้ง ต้องรอบคอบในการกระทำ ไม่ทำอะไรที่น่าตกใจเกินไป"
"ในเมื่อราชันย์อสรพิษแดงในระยะสั้นไม่สามารถแปรสภาพได้ งั้นข้าก็ไปหาซื้ออสูรมาเลี้ยงเพิ่มอีกตัวหนึ่งก็ได้ ด้วยจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งขึ้นจากเคล็ดวิชาหลอมจิต ทิวทัศน์ภายในของข้าก็ขยายไปถึงหกสิบตารางเมตรแล้ว การทำพันธสัญญากับสัตว์ปราณอีกตัวหนึ่งไม่ใช่ปัญหา"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชีวินก็ชื่นชมความฉลาดของตนเอง
ราชันย์อสรพิษแดงพยายามอยู่คนเดียวก็เหงา มีเพื่อนร่วมทางอีกคนจะได้แข่งขันกันมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะรักษาจิตวิญญาณการต่อสู้ไว้ได้ ยังจะทำให้ความสนใจของเหล่าผู้ฝึกตนภายนอกที่มีต่อมันลดลงอีกด้วย
เมื่อตัดสินใจแล้ว
หลายวันต่อมา เขาเลี้ยงไก่ปราณเสร็จก็แวะไปที่ตลาดปลา
สวนสัตว์ของยอดเขาสัตว์อสูรเปิดให้เฉพาะศิษย์ของยอดเขาสัตว์อสูรเท่านั้น มีเพียงตอนที่เลือกสัตว์อสูรเริ่มต้นถึงจะเข้าไปได้ และไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่วนตอนนี้ชีวินยังไม่ใช่ศิษย์ชั้นนอกของยอดเขาสัตว์อสูร หากต้องการจะได้อสูรตัวใหม่ ก็ทำได้เพียงไปที่หอหมื่นอสูรเท่านั้น
แต่ในมือของเขาค่อนข้างจะฝืดเคือง ต้องนำโอสถที่เพิ่งปรุงเสร็จไปแลกเป็นศิลาปราณก่อน
"ไสหัวไป ไสหัวไป เอาโอสถเน่าๆ ของเจ้าออกไป"
"สภาพแค่นี้ ยังจะกล้ามาขายให้บ้านเราอีก เจ้าไม่ดูเลยหรือว่าที่นี่คือที่ไหน ร้านโอสถอันดับหนึ่ง ไม่ใช่แผงลอยเล็กๆ ของผู้ฝึกตนอิสระในย่านชุมชนแออัด"
ชีวินเพิ่งจะมาถึงร้านโอสถ ก็เห็นคนรับใช้ชุดสีเขียวคนหนึ่งไล่ผู้ฝึกตนอิสระคนหนึ่งออกมา
อีกฝ่ายเมื่อเผชิญกับการปฏิบัติเช่นนี้ สีหน้าก็ขุ่นเคืองสะบัดแขนเสื้อ แล้วก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ภาพเช่นนี้ไม่ได้พบเห็นได้น้อยครั้ง เพียงเพราะร้านโอสถอันดับหนึ่งในตลาดปลาเป็นร้านขายยาใหญ่เป็นอันดับต้นๆ โอสถที่ปรุงออกมาหากขายให้ที่นี่ ราคาก็จะดีกว่าการตั้งแผงขายเองมาก
โอสถบนแผงลอยของผู้ฝึกตนอิสระราคาถูก แต่คุณภาพไม่ค่อยดี โชคร้ายกินเข้าไปอาจจะท้องเสียได้ ดังนั้นผู้ฝึกตนที่มีเงินหน่อยก็จะเลือกซื้อจากร้านขายยาที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก
"ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย คิดจะมาขายโอสถที่นี่"
คนรับใช้ชุดสีเขียวถ่มน้ำลายใส่แผ่นหลังที่ตกต่ำนั้น แล้วเมื่อเห็นชีวิน ก็เปลี่ยนสีหน้าไปอีกแบบทันที
"ท่านเซียนผู้นี้เชิญเข้ามาเร็วเข้า ไม่ทราบว่าครั้งนี้ต้องการจะซื้ออะไรหรือ"
ที่คนรับใช้ชุดสีเขียวสุภาพกับชีวินขนาดนี้ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเพราะเขาเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว และระดับพลังที่ปลอมแปลงไว้ก็คือจุดสูงสุดของขั้นรวบรวมปราณ
ดังนั้นการมีฝีมือจึงสำคัญมาก แม้จะเป็นฝีมือปลอมๆ ก็ตาม
"ขายโอสถ โอสถรวบรวมปราณ"
ใต้หน้ากากของชีวิน มีเสียงแหบแห้งดังออกมา
"การขายโอสถต้องให้เถ้าแก่ของเราดูคุณภาพด้วยตนเอง เชิญทางนี้"
คนรับใช้ชุดสีเขียวยิ้มแย้มพาเขามาถึงเคาน์เตอร์ พบกับชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพเรียบร้อย
เถ้าแก่ผู้นี้ชื่อว่าสีเหวินโย่ว มาจากตระกูลสีแห่งนครจันทรากระจ่างนอกเทือกเขาเมฆาหมอก ฝีมือของเขาก็มีถึงขั้นรวบรวมปราณระดับแปด และยังมีความสัมพันธ์กับศิษย์บางคนในสำนักหมื่นลักษณ์อีกด้วย
ร้านค้าในถนนสายในนี้ มากน้อยก็ล้วนมีความสัมพันธ์ เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจมาหลายร้อยปีของตระกูล
อย่างตระกูลอวี้ที่เป็นแค่ตระกูลผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมปราณที่เพิ่งจะก่อตั้งมาไม่ถึงสองร้อยปีก็อ่อนแอกว่ามาก ในนครจันทรากระจ่างก็เป็นได้แค่ระดับสอง ไม่มีทุนพอที่จะเข้ามาแทรกแซงในตลาดปลาแห่งนี้ได้
"เถ้าแก่สี นี่คือโอสถรวบรวมปราณที่เพิ่งปรุงเสร็จเมื่อไม่กี่วันนี้ ไม่ทราบว่ามีค่าเท่าไหร่"
ชีวินไม่ได้เกรงกลัวอีกฝ่าย เพราะจิตสัมผัสของขั้นรวบรวมปราณระดับแปดยังมองไม่เห็นการปลอมแปลงของเขา
สีเหวินโย่วเปิดขวดยาเทลงบนผ้าขาวดู ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อย
"ทั้งหมดมีลายโอสถหนึ่งเส้น"
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองชีวิน แล้วก็ยิ้มทันที "สหายผู้นี้ฝีมือดีจริงๆ ฟังจากคนรับใช้บอกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนท่านเพิ่งจะซื้อตำรับยาโอสถรวบรวมปราณไป ไม่คิดว่าจะสามารถปรุงออกมาได้มากมายขนาดนี้ในระดับที่มีลายโอสถ"
ในขณะเดียวกันในใจเขาก็คำนวณอย่างรวดเร็ว
วัตถุดิบสามชุด สิบห้าเม็ด น่าจะสำเร็จสองชุด และทั้งหมดมีลายโอสถหนึ่งเส้น ฝีมือการปรุงโอสถอย่างน้อยก็ต้องระดับสูงสุดของขั้นหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นผู้ปรุงโอสถขั้นสอง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของสีเหวินโย่วก็กระตือรือร้นขึ้นมาก พูดว่า "โอสถรวบรวมปราณหนึ่งขวดหกเม็ดราคารับซื้อคือยี่สิบเอ็ดศิลาปราณ แต่โอสถของสหายผู้นี้มีลายโอสถหนึ่งเส้น สภาพดีเยี่ยม ข้าสามารถตัดสินใจให้ราคาเจ็ดสิบห้าศิลาปราณชั้นเลิศได้"
ราคานี้อยู่ในความคาดหมายของชีวิน โอสถรวบรวมปราณเฉลี่ยเม็ดละห้าศิลาปราณชั้นเลิศ ส่วนโอสถรวบรวมปราณธรรมดาที่ผู้ฝึกตนอิสระขายเม็ดละสี่ศิลาปราณชั้นเลิศ มีลายโอสถเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น ราคาเพิ่มขึ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
แน่นอนว่าหากเขาอยากจะทำกำไรมากขึ้น ก็สามารถไปตั้งแผงขายได้ เพียงแต่กำลังซื้อของผู้ฝึกตนอิสระไม่สูงนัก และยังชอบต่อราคา หลายวันก็ไม่แน่ว่าจะขายออก สู้ขายให้ร้านโอสถอันดับหนึ่งที่นี่โดยตรงดีกว่า
ดังนั้น ชีวินจึงพยักหน้าตอบตกลง "งั้นก็ราคานี้แล้วกัน วัตถุดิบช่วยเตรียมให้ข้าอีกสามชุด"
"ได้" สีเหวินโย่วขยิบตาให้คนรับใช้ชุดสีเขียวข้างๆ อีกฝ่ายก็รีบไปเอาวัตถุดิบมาทันที
ส่วนเขาก็หยิบศิลาปราณชั้นเลิศหกสิบห้าก้อนออกมามอบให้ชีวิน
"นี่คือศิลาปราณของสหายผู้นี้"
ชีวินรับมาแล้วก็ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะวัตถุดิบสามชุดสิบสองศิลาปราณชั้นเลิศ หักแล้วควรจะเป็นหกสิบสามก้อน อีกฝ่ายให้มาเกินสองก้อน
สีเหวินโย่วหัวเราะ "ปัดเศษให้ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ"
"ไม่ทราบว่าสหายผู้นี้สนใจที่จะเป็นผู้ปรุงโอสถรับเชิญของร้านโอสถอันดับหนึ่งของเราหรือไม่ เพื่อร่วมมือกันในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"