เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - ปราการปีศาจ

บทที่ 42 - ปราการปีศาจ

บทที่ 42 - ปราการปีศาจ


บทที่ 42 - ปราการปีศาจ

อำเภอฉางชิง สำนักยุทธ์พลังหยาง

หนิงจือไป๋เงยหน้ามองเมฆดำที่ม้วนตัวอยู่บนท้องฟ้าและเม็ดฝนสีเทาที่โปรยปรายลงมา เขาค่อยๆ วางหนังสือในมือลง

เขา

หรือจะพูดให้ถูกต้องกว่านั้นคือ

ปีศาจที่สิงสู่ในร่างของหนิงจือไป๋ ผู้ซึ่งกำลังควบคุมร่างกายนี้อยู่ ไม่ชอบอากาศแบบนี้เลย แต่ถึงแม้จะเป็นวันฝนตกที่น่ารังเกียจ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาหลายสิบปีอันมืดมนที่ถูกขังอยู่ในหอสะกดมารแล้ว มันก็ยังดูอิสระและงดงาม จนทำให้ปีศาจตนนี้รู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาบ้าง

มันคิดเสมอว่าตัวเองแตกต่าง

ไม่เหมือนพวกเผ่าพันธุ์เดียวกันที่รู้แต่ฆ่าฟันทำลายล้าง

ปีศาจไท่ซุ่ยตนนี้ฉลาดมาก

มันมีสติปัญญาสูงส่งมาตั้งแต่ตอนถือกำเนิด

มันรู้จักอดทน รู้ว่าโลกนี้อันตราย ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ตาเห็น ในเผ่าพันธุ์มนุษย์มีตัวตนที่สามารถคุกคามปีศาจได้

มันต้องใช้พรสวรรค์ของตัวเองค่อยๆ เติบโต สิงสู่ ควบคุม ถักทอสายหมอก และเชิดหุ่นเชิด

น่าเสียดาย

แผนการช่างสวยหรู แต่ความจริงกลับโหดร้าย

ปีศาจตนหนึ่งที่บ้าคลั่งไล่ฆ่าคน ดึงดูดความสนใจของขาใหญ่ในหน่วยปราบมาร

ส่งผลให้ปีศาจไท่ซุ่ยที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นานพลอยโดนหางเลขไปด้วย ถูกจับมัดรวมแล้วลากไปขังไว้ในหอสะกดมาร

พรึ่บพรั่บ

ลมเย็นพัดมาจากที่ไกลๆ พลิกหน้าหนังสือ

มองดูประโยค สวรรค์จักมอบภารกิจใหญ่หลวงแก่ผู้ใด ย่อมต้องเคี่ยวกรำจิตใจ เหนี่ยวรั้งเส้นเอ็น กัดกินผิวหนัง ทำลายร่างกายผู้นั้นเสียก่อน บนหน้ากระดาษ ปีศาจไท่ซุ่ยกลับรู้สึกอินกับมันอย่างประหลาด

สามสิบปี

สามสิบปีที่ถูกขังในหอสะกดมาร ช่างทุกข์ทรมานเหลือแสน

ถูกกดทับ ถูกแยกชิ้นส่วน ถูกใช้เป็นวัตถุดิบฝึกวิชา หรือแม้แต่เป็นหนูทดลอง เกือบตายไปไม่รู้กี่ครั้ง

โชคดีที่สุดท้ายมันก็อดทนจนผ่านพ้นมาได้

การจลาจลที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หอสะกดมารที่แข็งแกร่งเกิดรอยร้าว

ปีศาจไท่ซุ่ยฉวยโอกาสหนีออกมา ซ่อนตัวฟาร์มเลเวลอยู่ในป่าลึก แม้มันจะระมัดระวังตัวมากแล้ว แต่ระหว่างทางก็ยังเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นบ้าง

ยังดีที่

ครั้งนี้โชคของมันไม่เลวนัก

มันทำการผลัดเปลี่ยนสำเร็จ ก้าวเข้าสู่ระดับชีวิตใหม่

ตั้งแต่นี้ไปมันคือจอมปีศาจที่แท้จริง ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

"เผลอแป๊บเดียว ข้าเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้วหรือนี่" เสียงถอนหายใจยาว

หนิงจือไป๋ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้เอน

มือข้างหนึ่งยังถือหนังสือ ส่วนมืออีกข้างกางออกตรงหน้า สัมผัสถึงพลังอันแข็งแกร่งที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย

พลัง พรสวรรค์ สติปัญญา... มันมีครบทุกอย่าง

จากนี้ไป ในที่สุดมันก็จะได้ลองทำสิ่งที่อยากทำมาตลอดเสียที

อย่างเช่นการแก้แค้น ให้พวกที่เคยกดขี่ทรมานมันต้องชดใช้ หรือการทำลายหอสะกดมาร สร้างอาณาจักรปีศาจขึ้นบนแผ่นดินนี้

แต่ทว่า ก่อนหน้านั้น

มันยังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ

ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป แม้มันจะพยายามดัดแปลงอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถสำแดงพลังทั้งหมดออกมาได้

มันจำเป็นต้องเปลี่ยนร่างใหม่

ประจวบเหมาะ เป้าหมายที่เหมาะสมได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแล้ว

ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ ทุกอย่างอยู่ในกำมือของมัน

"ฮิฮิฮิ..."

มองดูเงาร่างสีดำทมึนที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฝน "หนิงจือไป๋" หัวเราะเสียงประหลาด "ศิษย์รักของข้า ในที่สุดเจ้าก็มา"

"หนิงจือไป๋"

คิ้วของซูเหิงเลิกขึ้น สีหน้าดูแปลกใจ

เขาดูเหมือนจะคาดไม่ถึงเลยว่า ปีศาจหมอกจะมาพบเขาในรูปแบบนี้

"ถึงจะจ่ายเงินเรียนไปแล้ว แต่หนิงจือไป๋เจ้านี่ก็ถือว่ามีบุญคุณสั่งสอนข้า ในเมื่อเขาตายด้วยน้ำมือเจ้า งั้นข้าจะล้างแค้นให้เขาเอง" ซูเหิงขยับไหล่ ปลดกระดุมที่คอออกสองเม็ด เผยให้เห็นผิวสีทองแดง

หนิงจือไป๋ยืนอยู่บนบันไดลานบ้าน รอยยิ้มบนหน้าจางหาย แววตาค่อยๆ เย็นชาลง

"ทำไม..." จู่ๆ มันก็เอ่ยขึ้น

"ทำไมอะไร" ซูเหิงรู้สึกว่าเจ้านี่มันแปลกๆ จู่ๆ ก็ทำท่าทางเหมือนผู้มีเมตตาธรรมค้ำจุนโลกขึ้นมาซะงั้น

"ข้าเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่พวกเจ้าก็ยังขาดความเคารพต่อข้า ช่างเถอะ..." หนิงจือไป๋เอ่ยเนิบนาบ "ระหว่างเรามีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านกั้นอยู่ เจ้าไม่รู้หรอกว่าปีศาจระดับดุร้ายหมายความว่ายังไง"

"เจ้าคิดว่าที่ผ่านมาข้าหลบหน้าเจ้าเพราะกลัวงั้นหรือ ไม่เลย เพียงแค่ข้าไม่อยากทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยต่างหาก"

"เอาล่ะ ตอนนี้..."

ตูม

เสียงคำรามกึกก้องระเบิดดัง

หนิงจือไป๋กางแขนออก หมอกสีเทาขาวจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าไปในร่างของมันราวกับแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล เมฆดำบนท้องฟ้าม้วนตัว สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ภายในลานบ้าน ร่างของหนิงจือไป๋ขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ชั่วพริบตาจากความสูงร้อยหกสิบเซนติเมตรก็พุ่งทะยานไปถึงสองเมตรยี่สิบเกือบสองเมตรสามสิบ

แคว่ก

ชุดฝึกยุทธสีขาวบนร่างฉีกขาดเป็นชิ้นๆ

กล้ามเนื้อที่เผยออกมาดูราวกับรากไม้และก้อนหิน เหลี่ยมมุมชัดเจน เต็มไปด้วยพลังที่ดูป่าเถื่อนรุนแรง

ตึง

แท่นหินที่เขายืนอยู่แตกกระจายในทันที ราวกับถูกค้อนที่มองไม่เห็นทุบลงมา กลายเป็นหลุมยักษ์ขนาดกว่าสามเมตรในพริบตา

พลังอันมหาศาลผลักดันร่างของเขา ให้หายวับไปจากจุดเดิม

และในวินาทีที่มันเลือกจะลงมือ ซูเหิงก็ปล่อยหมัดตรงไปข้างหน้าอย่างดุดันเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างมั่นใจในร่างกายของตัวเองอย่างถึงที่สุด ต่างเลือกที่จะทิ้งการป้องกัน ใช้เพียงพลังที่บ้าคลั่งระดมโจมตีใส่กัน จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะพังพินาศและล้มลง

ปัง ปัง

เสียงปะทะหนักหน่วงดังขึ้นพร้อมกันสองครั้ง

หมัดเหล็กขนาดมหึมาของซูเหิงกระแทกเข้ากลางอกของหนิงจือไป๋ แต่กลับถูกฟิล์มบางๆ สีเทาจางๆ กันเอาไว้

ฟิล์มนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังโจมตีประมาณเจ็ดถึงแปดส่วนสลายไปในอากาศ มีเพียงสองถึงสามส่วนสุดท้ายที่ตกกระทบใส่ร่างหนิงจือไป๋ ซึ่งด้วยร่างกายที่ปีศาจสิงสู่และพลังฟื้นฟูอันน่าทึ่ง บาดแผลแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก

ในทางกลับกัน การโจมตีเต็มแรงของหนิงจือไป๋กระแทกเข้าใส่ร่างซูเหิงเต็มๆ

สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถอยหลังไปหนึ่งก้าว พื้นใต้เท้าแตกละเอียด พลังมหาศาลแล่นผ่านทั่วร่าง ขาท่อนล่างจมลงไปในพื้นดินครึ่งหนึ่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า" หนิงจือไป๋หัวเราะลั่น

"เห็นหรือยัง นี่แหละคือ ปราการปีศาจ เป็นหุบเหวลึกที่กั้นขวางระหว่างเจ้ากับข้า"

"ตราบใดที่ปราการปีศาจไม่สลาย จอมปีศาจย่อมไม่ตาย"

"เจ้ามันก็แค่ปุถุชนคนธรรมดา มีสิทธิ์อะไรมาท้าทายข้า"

หมอกปกคลุมรอบตัวมัน พลังและความเร็วเพิ่มขึ้นอีกระดับ ร่างกายเริ่มเลือนราง อากาศถูกระเบิดออก เงาหมัดนับไม่ถ้วนตกลงมาใส่ซูเหิงราวกับพายุฝน

วูบ

หนิงจือไป๋บิดเอวตวัดขา

กระแสลมสีเทาขาวจำนวนมากรวมตัวกันที่หน้าแข้ง ราวกับขวานศึกที่เทพเจ้าฟาดฟันลงมา ผ่าม่านฝน ทะลวงอากาศ ฟาดเข้าใส่เอวของซูเหิง

ตูม

พลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออก ร่างกำยำของซูเหิงกระเด็นไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ ลากเอากระแสลมรุนแรงไปด้วย ชนเข้ากับตึกสองชั้นด้านหลังของสำนักยุทธ์อย่างจัง

ตึกหลังนั้นราวกับโดนระเบิดทิ้ง ถล่มลงมาท่ามกลางเสียงดังสนั่น อาคารเกินครึ่งพังทลายในพริบตา เศษอิฐเศษดินพุ่งขึ้นฟ้า แรงกระแทกกระจายไปทั่ว พื้นดินในรัศมีกว่าสิบเมตรแตกยุบลงทันที

"สู้กับข้าได้ขนาดนี้ ไอ้หนู เจ้านับว่าไม่เลวเลย" หนิงจือไป๋ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว หอบหายใจหนักหน่วง แต่ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นบนใบหน้าได้

ร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดนี้ พลังที่มหาศาลขนาดนี้

ถ้ามันยึดครองมาได้ พลังของมันจะพุ่งทะยานไปสู่ระดับที่ไม่อาจจินตนาการ

เมื่อถึงตอนนั้น

ต่อให้เป็นท่านเจ้ากรมแห่งหน่วยปราบมาร ก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของมันอีกต่อไป

ครืน

เสียงระเบิดหนักๆ ดังขึ้นอีกครั้ง

ซากปรักหักพังที่เพิ่งสงบลงระเบิดออก อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควันและไอน้ำรวมตัวกันเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก เสียงหวีดหวิวจากการหมุนวนของอากาศดังแสบแก้วหู เสื้อผ้าและผิวหนังทั่วร่างของหนิงจือไป๋สั่นไหว สีหน้าของมันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความไม่อยากเชื่อ

"ไอ้สารเลวเอ๊ย" เสียงคำรามดังก้อง

ฝ่ามือสีแดงฉานขนาดมหึมาแฝงพลังวัตร ห่อหุ้มด้วยควันดำที่เกิดจากการบิดเบือนอากาศ ราวกับฝ่ามือมารร้ายในตำนานที่บดบังท้องฟ้า ตบลงมาที่หัว

"มีปัญญาแค่นี้ ยังกล้ามาปากดีต่อหน้าข้าอีกเรอะ" ซูเหิงหัวเราะลั่น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบแกร๊บถี่รัวจนน่าขนลุก "แผ่นหลังอสูร เบิกเนตร"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - ปราการปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว