- หน้าแรก
- อดีตยอดเซียนกึ่งเทพ ขอหนีรักมาพักร้อนเป็นอาจารย์หญิงในโลกมนุษย์
- บทที่ 35 - ความห่างชั้น
บทที่ 35 - ความห่างชั้น
บทที่ 35 - ความห่างชั้น
บทที่ 35 - ความห่างชั้น
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลิ่งฝูเป็นศิษย์คนแรกที่อวิ๋นถงรับไว้ และเป็นคนที่เขาทุ่มเทใจให้มากที่สุด ในอนาคตสักวันหนึ่ง เขาจะส่งมอบตำแหน่งเจ้าอาวาสอารามหินขาวให้กับหลิ่งฝู
ดังนั้นเขาจะปล่อยให้หลิ่งฝูมาจบชีวิตที่นี่ไม่ได้ การประลองจะแพ้ก็แพ้ไป อย่างมากที่สุดพวกเขาก็แค่อพยพกลับไปตั้งหลักที่ทวีปชางหลิว เดิมทีแคว้นจิงสำหรับอารามหินขาวก็เป็นเหมือนส่วนเกิน จะทิ้งก็น่าเสียดายจะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ทวีปชางหลิวต่างหากคือฐานที่มั่นที่แท้จริง ทั้งถ้ำฝึกตนและทรัพยากรล้วนอยู่ที่นั่น
ยอมสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ ในใจของอวิ๋นถงคำนวณไว้อย่างชัดเจน
หลิ่งฝูมีสีหน้าลำพองใจ วิชาชักนำอัคคีและดัชนีแสงกระจ่างเข้าใกล้จงชิวมากแล้ว แต่อีกฝ่ายยังนิ่งเฉย
"ถ้ายังไม่ป้องกัน เจ้าตายแน่"
"คำพูดนี้" ในที่สุดจงชิวก็เอ่ยปาก "ขอมอบคืนให้สหายหลิ่งฝูเช่นกัน"
เศียรสัตว์ที่เกิดจากลูกประคำและลอยคว้างอยู่ตรงหน้าหลิ่งฝู พลันมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง ควันจากเศียรสัตว์แต่ละหัวลอยขึ้นมารวมตัวกัน และบัดนี้ เศียรมังกร ที่เหมือนของจริงไม่มีผิดเพี้ยน ก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน!
ทันทีที่เศียรมังกรอันวิจิตรนี้ก่อตัวสำเร็จ มันก็อ้าปากกว้าง เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนทะเล
"อึก" หลิ่งฝูส่งเสียงในลำคอ เขาอยู่ใกล้เศียรมังกรที่สุด จึงได้รับผลกระทบมากที่สุด เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากหูทั้งสองข้าง
แต่มันยังไม่จบแค่นั้น
นับตั้งแต่ก่อตัว เศียรมังกรก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า ภายใต้การลดทอนพลังของเม็ดยาโลหิต ความเร็วของมันก็นับว่ายังไม่ช้าเลย ยากจะจินตนาการได้ว่าความเร็วเดิมของมันจะน่าตระหนกเพียงใด ขณะที่เศียรมังกรพุ่งไป ควันดำทมิฬก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นลำตัวมังกร ราวกับมีการเปิดประตูเชื่อมต่อมิติที่ไม่อาจหยั่งรู้ มังกรทมิฬตนนี้กำลังเลื้อยผ่านประตูนั้นข้ามมิติมาจุติยังที่แห่งนี้
รูม่านตาของหลิ่งฝูหดเกร็ง ความรู้สึกถึงวิกฤตอันรุนแรงทำให้เขาหนังศีรษะชาหนึบ ในดวงตาของเขามองเห็นชัดเจนว่าเบื้องหน้าจงชิว จู่ๆ ก็มี หน้ากากผีขนาดยักษ์ ลอยขึ้นมา หน้ากากนี้มีรูปร่างเหมือนกับที่จงชิวสวมอยู่บนหน้าไม่ผิดเพี้ยน วิชาโจมตีที่รุนแรงทั้งสองสายของเขา เมื่อปะทะเข้ากับหน้ากากผีนั้น กลับละลายหายไปอย่างไร้สุ้มเสียง
"ไม่ เป็นไปไม่ได้!" หลิ่งฝูคำรามต่ำราวกับคนเสียสติ แต่มือไม้กลับไม่ได้ช้าลงเลย
ในเมื่อฤทธิ์ของเม็ดยายังไม่พอ งั้นเขาก็จะเพิ่มอย่างอื่นเข้าไปอีก
ยันต์สามแผ่นถูกโยนออกมาพร้อมเปล่งแสงแห่งธรรม อักขระบนยันต์แต่ละแผ่นกลายสภาพเป็นทรงกลม ห่อหุ้มร่างหลิ่งฝูไว้ชั้นแล้วชั้นเล่า ผลจากการใช้ยันต์สามแผ่นพร้อมกันทำให้ร่างของหลิ่งฝูเหมือนจมหายไปในรังไหมแสงสีทอง ยากจะมองเห็นตัว
ระฆังทองแดงใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือถูกเรียกออกมา มันดูประณีตงดงาม ทันทีที่หลิ่งฝูบริกรรมคาถา มันก็ขยายขนาดขึ้นมหึมา ลอยอยู่เหนือศีรษะ ปากระฆังคว่ำลง ครอบร่างหลิ่งฝูและรังไหมแสงสีทองเข้าไปไว้ภายใน
"ยันต์โล่ทองคำสามแผ่น บวกกับการคุ้มกันจากอาวุธวิเศษ ข้าต้องกันได้แน่" หลิ่งฝูแม้จะคิดเช่นนั้น แต่สีหน้ากลับไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ลำตัวมังกรยาวเหยียดเลื้อยพันรอบระฆังยักษ์รอบแล้วรอบเล่าอย่างสง่างาม ทั้งที่เกิดจากควันแท้ๆ แต่กลับทรงพลังมหาศาล บีบอัดจนตัวระฆังเกิดรอยยุบที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
กรงเล็บมังกรข้างหนึ่งตะปบยอดระฆังไว้แน่น เศียรมังกรก้มลง จ่อไปที่ระฆังยักษ์ที่ถูกรัดจนแน่น แล้วคำรามออกมาอีกครั้ง
"แย่แล้ว" หลิ่งฝูหน้าซีดเผือด ในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองเดินหมากผิดมหันต์
เดิมทีเสียงมังกรคำรามก็ทำร้ายหูของเขาอยู่แล้ว ครั้งนี้เขาขังตัวเองไว้ในระฆัง เสียงคำรามทะลุผ่านผนังระฆัง เข้ามาสะสมรวมกันอยู่ในที่แคบ สะท้อนไปมาทับซ้อนกันไม่จบสิ้น
"พรวด——" เลือดจำนวนมากพุ่งทะลักออกจากปากหลิ่งฝูอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าซูบตอบลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาหูดับไปชั่วคราวแล้ว และที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ ห้วงจิตสำนึกของเขาก็ได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย
จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะการต่อสู้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา วิธีการป้องกันต่างๆ ล้วนถูกใช้ออกมาโดยสัญชาตญาณ เพียงแต่หลิ่งฝูโชคร้ายดันมาเจอกับมังกรทมิฬประหลาดที่เสียงคำรามมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงขนาดนี้
ระฆังทองแดงถูกเก็บไปกะทันหัน มังกรทมิฬฉวยโอกาสรัดแน่นยิ่งขึ้น รังไหมแสงสีทองสามชั้นที่อยู่ข้างในส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียวภายใต้แรงบีบ
เพียงชั่วลมหายใจ เกราะแสงชั้นนอกสุดก็แตกกระจาย
ยันต์โล่ทองคำคือยันต์ป้องกันที่ดีที่สุดในมือเขาแล้ว หลิ่งฝูรีบโยนยันต์ป้องกันอื่นๆ ออกมาอีกหลายแผ่น พอกระตุ้นใช้งานแล้วก็เหมือนเอามาถมให้เต็มๆ ไปอย่างนั้น ชั่วพริบตาก็สลายกลายเป็นความว่างเปล่าภายใต้แรงบีบอัดของลำตัวมังกร
เห็นดังนั้นหลิ่งฝูก็ไม่ได้ผิดหวัง เพราะนี่เป็นเพียงการถ่วงเวลา ตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องเก็บออมพลังปราณอีกแล้ว เขาใช้วิชาชักนำอัคคีและดัชนีแสงกระจ่างออกมาพร้อมกันอีกครั้ง ระดมโจมตีใส่ลำตัวมังกร
ส่วนจงชิวยืนเหาะอยู่ไกลๆ กอดอกมองหลิ่งฝูที่กำลังดิ้นรนรับมือกับอาวุธวิเศษของเขาด้วยท่าทีสบายๆ
ความห่างชั้น อวิ๋นถงมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วหัวใจเหมือนถูกกรีด นี่คือการประกาศให้เห็นถึงช่องว่างของพลังฝีมือที่ห่างกันราวกับเหว ต่อให้มีระดับพลังเท่ากัน ฝ่ายนักพรตหน้ากากผีก็สามารถกดดันคนของอารามหินขาวได้อย่างง่ายดาย
จงชิวเพียงแค่เรียกอาวุธวิเศษออกมา ก็ทำให้หลิ่งฝูวุ่นวายกับการรับมือจนหัวหมุน หากตอนนั้นจงชิวซ้ำเติมด้วยวิชาโจมตีอีกสักบท หลิ่งฝูคงพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่ทำ เหมือนแมวที่หยอกล้อหนูในอุ้งมือ จุดสำคัญคือการเสพสุขจากความสนุกนั้น
"พอแล้ว" อวิ๋นถงหลับตาลงอย่างจำยอม "ศึกที่สาม พวกเรายอมแพ้"
หลิ่งฝูหูบาดเจ็บ ไม่ได้ยินคำพูดของอวิ๋นถง เห็นเพียงอาจารย์ก้าวมายืนขวางตรงหน้า และมังกรทมิฬสลายกลายเป็นควันดำหายไป ถึงได้เข้าใจว่า อารามหินขาวแพ้ศึกที่สามอีกแล้ว
แรงกดดันมหาศาลรอบตัวหายวับไป หลิ่งฝูเหมือนยังตั้งสติไม่ได้ พึมพำเรียก "ท่านอาจารย์" ออกมาเบาๆ
อวิ๋นถงยืนบังหลิ่งฝูไว้เป็นการปกป้อง เขาไม่ได้หันกลับไปมองศิษย์ เพียงแค่ยกมือโบกห้ามไม่ให้หลิ่งฝูพูดอะไรอีก
อวิ๋นถงจะรอให้หลิ่งฝูต้านทานไม่ไหวจนแขวนอยู่บนเส้นด้ายค่อยยอมแพ้ก็ได้ แต่... มันไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว อวิ๋นถงยิ้มขื่นในใจ ตั้งใจว่าจะเก็บข้อมูลไม้ตายของอีกฝ่ายให้มากหน่อย แต่กลายเป็นว่าฝ่ายตัวเองกลับเสียหายหนัก อาวุธวิเศษพัง ยันต์ถูกผลาญ แถมลูกศิษย์ยังบาดเจ็บสาหัสกันถ้วนหน้า ถ้าสู้ต่อมีแต่จะขาดทุนย่อยยับ
"หวังว่าพวกเจ้าจะรักษาสัญญา ไม่ข้ามเขตสามแคว้นทางเหนือ" อวิ๋นถงมองหน้าผู้ฝึกตนทั้งสามฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาลึกซึ้ง
"อืม" จงชิวพยักหน้าส่งๆ
ท่าทางเหมือนพร้อมจะฉีกสัญญาและบุกรุกแคว้นอื่นๆ ในแคว้นจิงได้ตลอดเวลา คนของอารามหินขาวเห็นแล้วต่อให้เจ็บใจแค่ไหนก็ต้องข่มไว้
"พวกเราไป" อวิ๋นถงสั่งเสียงเย็น พาหลิ่งฝู เฟิงฉง และซานสิง ศิษย์เอกทั้งสามเหาะจากไปไกลลิบ
มาถึงตรงนี้ เนื้อหาที่ยันต์ย้อนภาพบันทึกไว้ก็จบลง
หรงชิงละมือออกจากยันต์ สีหน้าซับซ้อน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เธอคิดไว้แล้วว่าฝั่งอารามหินขาวคงสู้กลุ่มนักพรตหน้ากากผีไม่ได้ แต่ไม่คิดว่าความห่างชั้นจะมากมายขนาดนี้
ถ้าสู้กันตัวต่อตัว คนของอารามหินขาวไม่มีโอกาสชนะเลย
การร่วมมือแบบนี้...
"สหายอวี๋ เปลี่ยนใจแล้วหรือ?" อวิ๋นถงเลิกคิ้ว "พวกข้าหนีไปเฉยๆ ก็ได้ แต่สหายอวี๋นั้นต่างกัน พวกมันต้องฆ่าเจ้าแน่"
[จบแล้ว]