เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 วิชาหุ่นเชิด

ตอนที่ 18 วิชาหุ่นเชิด

ตอนที่ 18 วิชาหุ่นเชิด


ตอนที่ 18 วิชาหุ่นเชิด

หลังจากใช้เวลาศึกษา 'ตำราสร้างหุ่นเชิด' อยู่สองวันเต็ม เฉาเทียนหมิงก็รู้สึกว่าตนเองเข้าใจเนื้อหาจนแตกฉานแล้ว จึงตัดสินใจออกไปหาซื้อวัสดุวิญญาณเพื่อมาทดลองสร้างหุ่นเชิดระดับต่ำ

เมื่อมาถึงหอการค้าตระกูลอวิ๋น ช่างบังเอิญเสียจริงที่อวิ๋นอันเกอก็อยู่ที่นั่นพอดี อีกฝ่ายมองเห็นเขาแล้วจึงเดินนวยนาดเข้ามาหาอย่างช้าๆ

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของอวิ๋นอันเกอเอ่ยทักทาย "สหายพรตเฉา ท่านมาอีกแล้ว! ยินดีต้อนรับยิ่งนัก!"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เฉาเทียนหมิงมักจะรู้สึกว่าน้ำเสียงของอวิ๋นอันเกอฟังดูทะแม่งชอบกล แต่เขาก็คร้านจะเก็บมาใส่ใจ จึงยิ้มตอบกลับไปว่า "สหายพรตอวิ๋น ครั้งนี้แซ่เฉาตั้งใจมาขอซื้อไม้เนื้อเหล็กอายุสิบปีสักหน่อย"

โดยทั่วไปแล้วหุ่นเชิดสัตว์อสูรจะสร้างขึ้นจากแร่ธาตุและไม้วิญญาณ ซึ่งไม้เนื้อเหล็กนั้นมีความแข็งแกร่งทนทานอย่างมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้สร้างหุ่นเชิด

ไม้เนื้อเหล็กอายุสิบปีสามารถใช้เป็นวัสดุวิญญาณสำหรับสร้างหุ่นเชิดระดับต่ำ ส่วนไม้เนื้อเหล็กอายุห้าสิบปีใช้สำหรับหุ่นเชิดระดับกลาง และไม้เนื้อเหล็กอายุร้อยปีใช้สำหรับหุ่นเชิดระดับสูงหรือระดับยอดเยี่ยม

ส่วนหุ่นเชิดระดับสองนั้น จำเป็นต้องใช้ไม้เนื้อเหล็กที่มีอายุเก่าแก่ยิ่งกว่านั้น

ครั้งนี้อวิ๋นอันเกอไม่ได้พาเฉาเทียนหมิงเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัว แต่กลับเดินไปหยิบไม้เนื้อเหล็กจากชั้นวางสินค้าที่ชั้นหนึ่งมาให้โดยตรง ไม้แต่ละท่อนมีความยาวหนึ่งเมตร หนาเท่าศีรษะมนุษย์ สีดำสนิทดูคล้ายกับเสาเหล็กไม่มีผิดเพี้ยน

แต่หากสังเกตดูให้ดี จะพบวงปีสิบวงที่หน้าตัดของไม้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นไม้เนื้อเหล็กอายุสิบปีจริงแท้แน่นอน

อวิ๋นอันเกอกล่าวว่า "ไม้เนื้อเหล็กหนึ่งท่อนราคาห้าสิบหินวิญญาณ สหายพรตเฉาต้องการกี่ท่อนหรือ?"

เฉาเทียนหมิงตอบว่า "เอามาสักห้าท่อนก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

เฉาเทียนหมิงชำระเงินจำนวนสองร้อยห้าสิบหินวิญญาณ เก็บไม้เนื้อเหล็กเข้าถุงสมบัติ ยืนคุยสัพเพเหระกับอวิ๋นอันเกออีกครู่หนึ่งจึงขอตัวลา

อวิ๋นอันเกอเดินมาส่งเฉาเทียนหมิงถึงหน้าประตูหอการค้าด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

เมื่อกลับมาถึงหลังร้านของตน เฉาเทียนหมิงก็นำกระบี่ซวานหยางออกมาเริ่มลงมือแกะสลักไม้เนื้อเหล็ก

ขั้นแรก เขาผ่าไม้เนื้อเหล็กยาวหนึ่งเมตรออกเป็นสองซีก ซึ่งจะทำให้เขาสามารถสร้างหุ่นเชิดขนาดเล็กได้ถึงสองตัว

จากนั้น เขาจึงเริ่มแกะสลักตามขั้นตอนการสร้างหุ่นเชิดงูระดับต่ำที่ระบุไว้ในตำรา

หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เฉาเทียนหมิงกำลังประกอบชิ้นส่วนลำตัวของงูตัวน้อยเข้าด้วยกันทีละข้อๆ ไม่นานนัก หุ่นเชิดสัตว์อสูรรูปงูก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการสร้างหุ่นเชิดเท่านั้น

ลำดับถัดมา เฉาเทียนหมิงหยิบกระบี่ซวานหยางขึ้นมาอีกครั้ง ถ่ายเทพลังปราณลงไปในตัวกระบี่ และเริ่มแกะสลักลวดลายอักขระวิญญาณลงบนตัวหุ่นเชิดงู เขาตั้งใจจะสลักอักขระวิญญาณแห่งความเร็วระดับต่ำลงไป

แน่นอนว่าหุ่นเชิดหนึ่งตัวสามารถสลักอักขระวิญญาณได้หลากหลายรูปแบบ แต่หุ่นเชิดงูที่เฉาเทียนหมิงกำลังทำอยู่นี้มีขนาดเล็กเกินไป จึงรองรับอักขระวิญญาณได้เพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น

เฉาเทียนหมิงเป็นถึงนักสร้างยันต์ระดับกลางผู้มากประสบการณ์ ดังนั้นเขาจึงมีการควบคุมที่เป็นเลิศในการแกะสลักอักขระวิญญาณ

เพียงไม่นาน หุ่นเชิดงูก็ถูกปกคลุมไปด้วยลวดลายวิจิตรงดงาม แฝงประกายแสงวิญญาณไว้ภายใน

สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก! เฉาเทียนหมิงรีบทำการเชื่อมจิตกับหุ่นเชิดงูอย่างกระตือรือร้น จากนั้นจึงเปิดช่องใส่หินวิญญาณที่หน้าท้องของมัน วางหินวิญญาณระดับต่ำลงไป แล้วปิดฝาช่องให้สนิท

ทันใดนั้น หุ่นเชิดงูก็ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา มันโก่งตัวขึ้นนิ่งๆ ประกายแสงวิญญาณถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด ดูเหมือนงูตัวเล็กๆ ที่มีชีวิตจริงๆ

เฉาเทียนหมิงส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปควบคุมหุ่นเชิด หุ่นเชิดงูเลื้อยไปมาครู่หนึ่ง แล้วขดตัว ก่อนจะพุ่งฉกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ควบคุม เฉาเทียนหมิงสังเกตอย่างละเอียดและพบว่าหุ่นเชิดที่เขาสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกนี้มีคุณภาพค่อนข้างดี ด้อยกว่าหุ่นเชิดงูระดับต่ำที่มีขายตามท้องตลาดเพียงแค่สามส่วนเท่านั้น!

ความสำเร็จนี้ส่วนใหญ่ต้องยกความดีความชอบให้กับสัมผัสวิญญาณอันทรงพลังของเขา ซึ่งช่วยให้เขาจัดการกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในระหว่างการแกะสลักได้เป็นอย่างดี รวมถึงลวดลายอักขระที่สลักออกมาได้อย่างประณีต

ข้อแตกต่างหลักอยู่ที่เขายังขาดความชำนาญ ทำให้ตัวหุ่นเชิดและอักขระวิญญาณยังไม่ผสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หากสามารถผสานกันได้ดีกว่านี้ หุ่นเชิดสัตว์อสูรจะไม่แสดงแสงวิญญาณออกมาจากภายในเลย

แสงวิญญาณจะหายไปจนหมดสิ้น ผืนกลืนเป็นเนื้อเดียวกับตัวหุ่นเชิด ทำให้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในยามลอบโจมตีตอนกลางคืน

ตลอดหนึ่งเดือนถัดมา เฉาเทียนหมิงเป็นเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจ เขาขลุกอยู่แต่ในบ้านเพื่อสร้างหุ่นเชิดสัตว์อสูรทุกวี่ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตัวที่สองเป็นต้นไป เฉาเทียนหมิงก็เริ่มจริงจังและพิถีพิถันมากยิ่งขึ้น

ในที่สุด ไม้เนื้อเหล็กก็ถูกใช้จนหมดเกลี้ยง เขาได้หุ่นเชิดเพิ่มมาอีกเก้าตัว ทั้งหมดล้วนเป็นขนาดเล็ก มีทั้งแมงมุม ลูกแมว ลูกสุนัข และอื่นๆ

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกตัวที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น หุ่นเชิดแมงมุมที่มีโครงสร้างซับซ้อนเกินไปจนกลายเป็นผลงานที่ล้มเหลว

มันเป็นเหมือนกับหุ่นเชิดที่ชายชราคนขายตำรานำมาโชว์ คือทำได้เพียงลาดตระเวนแต่ไม่สามารถโจมตีได้

ส่วนตัวอื่นๆ นั้นถือว่าคุณภาพใช้ได้ สามารถนำไปขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดได้

หลังจากนั้น เฉาเทียนหมิงก็ไปที่หอการค้าตระกูลอวิ๋นอีกครั้งและซื้อไม้เนื้อเหล็กอายุสิบปีมาเพิ่มอีกสิบท่อน

ทว่าคราวนี้เขาไม่ปล่อยให้การสร้างหุ่นเชิดกระทบต่อการฝึกบำเพ็ญเพียรเหมือนช่วงแรกอีกแล้ว เขาจะเจียดเวลามาสร้างหุ่นเชิดเฉพาะในยามว่างหลังจากการฝึกฝนเสร็จสิ้นเท่านั้น

สามเดือนผ่านไป หลังจากเฉาเทียนหมิงนำยันต์ไปส่งที่จวนเจ้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้กลับไปที่ร้าน แต่ใช้วิชาแปลงโฉมเปลี่ยนรูปลักษณ์และเริ่มตั้งแผงขายหุ่นเชิดที่ตลาด

เขามีหุ่นเชิดขนาดเล็กรวมทั้งหมดสามสิบตัว ด้วยราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดถึงสองส่วน ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย เพียงแค่หนึ่งชั่วยาม หุ่นเชิดทั้งหมดก็ถูกขายออกไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงหุ่นเชิดแมงมุมที่ล้มเหลวตัวนั้นเพียงตัวเดียว

แม้เฉาเทียนหมิงจะลดราคาลงหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังขายไม่ออก เขาจึงตัดสินใจเก็บมันไว้ใช้งานเอง

หลังจากนั้น ชีวิตของเฉาเทียนหมิงก็กลับเข้าสู่กิจวัตรเดิมๆ เขาไม่ได้เรียนรู้วิชาชีพอื่นเพิ่มเติมอีกเนื่องจากหินวิญญาณร่อยหรอลงไปมาก

ร้านขายยันต์ก็ยังคงปิดทำการ เขาหารายได้เพียงไม่กี่ร้อยหินวิญญาณต่อเดือนจากการส่งยันต์ให้จวนเจ้าเมืองเท่านั้น

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจเก็บตัวเพื่อมุ่งเน้นการฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างเข้มข้น ในแต่ละวันถ้าไม่เดินลมปราณ ก็จะฝึกฝนคาถาอาคม เขียนยันต์ และสร้างหุ่นเชิดวนเวียนไป

เวลาผ่านไปอีกสองเดือน ในที่สุดการบำเพ็ญเพียรของเฉาเทียนหมิงก็มาถึงจุดที่สามารถทะลวงข้ามขั้นได้

ภายในห้องพัก เฉาเทียนหมิงยืดตัวตรงด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า พร้อมกับเรียกหน้าต่างสถานะตัวละครขึ้นมาดู

【หน้าต่างสถานะตัวละคร】

【ชื่อ: เฉาเทียนหมิง】

【อายุขัย: 24 / 98】

【วิชาบำเพ็ญ: เคล็ดวิชาห้าวิญญาณ · บทกลั่นลมปราณ (ขั้นหก: 0%), กายาอมตะเบญจธาตุ: กายามนุษย์ระดับหก 10%】

【คาถาอาคม: ละไว้, วิชาย่างก้าวเทพ ขั้นสมบูรณ์แบบ, เพลงกระบี่ไท่เสวียน ขั้นเชี่ยวชาญ 73%, เกราะกระบี่พิทักษ์ ขั้นเชี่ยวชาญ 82%】

【ยันต์วิญญาณ: ยันต์ระดับต่ำ ขั้นสมบูรณ์แบบ, ยันต์ระดับกลาง ขั้นสมบูรณ์แบบ】

【หุ่นเชิด: หุ่นเชิดระดับต่ำ ขั้นเริ่มต้น 30%】

เฉาเทียนหมิงลูบคางพลางกล่าวว่า "อายุขัยเพิ่มขึ้นอีกหกปี! การฝึกกายาของข้าแซงหน้าการฝึกปราณไปตั้งแต่สี่วันก่อนแล้ว ดูท่าตราบใดที่ไม่ขาดการแช่น้ำยา การฝึกกายาของข้าคงจะทะลวงเข้าสู่ช่วงปลายได้เร็วกว่าการกลั่นลมปราณเสียอีก"

"ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เข้าสู่กายามนุษย์ระดับสี่ ระยะเวลาที่ร่างกายรองรับการฝึกฝนต่อวันก็เพิ่มขึ้นเป็นสามชั่วยามครึ่ง และความไวต่อพลังปราณก็เฉียบคมขึ้นกว่าตอนอยู่กายามนุษย์ระดับหนึ่งมากโข"

"ส่วนเพลงกระบี่ไท่เสวียนและเกราะกระบี่พิทักษ์ ความเร็วในการพัฒนายังคงเชื่องช้า แต่ยันต์ระดับต่ำและระดับกลางนั้นบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบไปแล้ว"

"หลังจากนี้ ข้าต้องเน้นไปที่การสร้างหุ่นเชิด แต่ก็ละเลยการส่งยันต์ให้จวนเจ้าเมืองทุกเดือนไม่ได้..."

หลังจากวางแผนการฝึกตนในอนาคตเสร็จสรรพ เฉาเทียนหมิงก็ผลักประตูเดินออกมาที่ลานบ้าน และเห็นหลิวเอ้อร์โก่วอยู่ที่โต๊ะหิน

หลิวเอ้อร์โก่วตะลึงงันเมื่อเห็นเฉาเทียนหมิงเดินออกมา แล้วรีบกล่าวทักทาย "ยินดีด้วยขอรับพี่ใหญ่ ที่เลื่อนขั้นสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่หก!"

เฉาเทียนหมิงเองก็ประหลาดใจ ปรากฏว่าเขาเพิ่งจะเลื่อนขั้นสำเร็จ จึงยังไม่สามารถควบคุมกลิ่นอายพลังให้คงที่ได้ ทำให้หลิวเอ้อร์โก่วจับสังเกตได้ แต่ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวถ่อมตัว จู่ๆ เขาก็ชะงักกึก

เขาถามกลับไปว่า "เอ้อร์โก่ว เจ้าเลื่อนเป็นขั้นกลั่นลมปราณขั้นที่สี่แล้วรึ?"

หลิวเอ้อร์โก่วเกาหัวด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย

ในที่สุดเฉาเทียนหมิงก็ถามคำถามที่ค้างคาใจมานานแสนนาน "เอ้อร์โก่ว ตกลงว่าเจ้ามีรากวิญญาณแบบไหนกันแน่? ทำไมถึงฝึกได้รวดเร็วปานนี้!"

จบบทที่ ตอนที่ 18 วิชาหุ่นเชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว