เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0059

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0059

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0059


ตอนที่ 59 : มังกรหลอมหกกระบวน

เคล็ดวิชาระเบิดปราณคือไพ่ตายของฉินหยุน ทว่า กระทั่งว่าใช้โดยตรง มันก็ไม่น่าจะโดนตัวเป้าหมาย เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เฒ่าหมาป่าที่รวดเร็วยิ่ง

อีกฝ่ายคิดเข้าปะทะอีกระลอกหนึ่งแล้ว

อุ้งตีนหมาป่าคู่ยื่นกรงเล็บเข้าหา อีกฝ่ายคิดว่าฉินหยุนสมควรต้องหลบ แต่ไม่คาดคิดว่าฉินหยุนจะเลือกเผชิญหน้าโดยตรงอย่างที่ไม่คิดทำมาก่อน

“ฝ่ามือพันอาชา!”

ทุกผู้คนต่างตระหนักถึงการกระทำของฉินหยุนขณะร้องออกอย่างตื่นตระหนก

“ไอ้เด็กนี่คิดอยากตายหรือ? กล้าใช้มือเปล่าปะทะกรงเล็บหมาป่าของข้า?” ผู้เฒ่าหมาป่าประหลาดใจขณะไม่ลดละกรงเล็บทั้งสองมือที่พุ่งปะทะ

เล็บของชายชราตอนนี้คมกริบไม่ต่างอะไรกับใบมีด

หากโดนจับได้ ผิวหนังย่อมถูกเชือดเฉือนเหวอะหวะ ไม่มีใครคิดอยากให้ร่างกายตกอยู่ในสภาพนั้นแน่

แต่ขณะที่ฝ่ามือของฉินหยุนกำลังจะสัมผัสกับกรงเล็บหมาป่า มันพลันหอนร้องขณะปะทุออกซึ่งเสียงระเบิดดังสนั่น!

ระเบิดที่ปะทุออกมาพร้อมกับขุมพลังนับหมื่นแรงม้า เป็นผลให้แขนของชายชราส่งเสียงแตกหักออกดังลั่น

“อ๊าก!”

ผู้เฒ่าหมาป่าร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด กระดูกแขนและมือตอนนี้แตกหัก ร่างผอมบางตอนนี้ปลิวกระเด็นกลับกลางอากาศ

ราวกับโดนส่งให้ร่างปลิวกระเด็นด้วยลมพายุหอบพัดพา สถานที่ซึ่งร่อนลงของร่างชรานั้นห่างออกไปหลายสิบเมตรจากลานประลองด้วยซ้ำ

ความเจ็บปวดที่แขนทำให้ร่างต้องสั่นสะท้าน หากไม่มีประสบการณ์โชกโชน แขนนี้อาจโดนทำลายไปแล้ว!

เขากล่าวกับตนเอง “เป็นข้าประมาทไป เด็กน้อยนี่ระเบิดพลังในฉับพลันได้น่ากลัวนัก ฝ่ามือพันอาชากลับมีวิชายุทธ์อื่นแฝงมาด้วย นี่ต้องเป็นการระเบิดพลังภายในแน่ แต่มันเป็นวิชายุทธ์ใดกัน?”

ฉินหยุนรวบรวมพลังภายในจากพลังธาตุทั้งสอง เพื่อผสานรวมกันเป็นการระเบิด พลังอำนาจที่ได้ย่อมต้องชวนพรั่นพรึง

โชคยังดีที่วิถีกระดูกของเขามีเสถียรภาพแล้ว เขาจึงสามารถยืนหยัดใช้พลังภายในต่อเคล็ดวิชาระเบิดปราณได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่กล้าใช้ออกเช่นกัน

เชี่ยวหลางผู้ซึ่งอยู่ในห้องรับรองหรูหราพลันอุทาน “ตาเฒ่าหลางถึงกับแพ้คนที่มีพลังเพียงขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า!”

ชี่เสวี้ยแค่นเสียง “ชายหน้ากากนั่นไม่ธรรมดาแล้ว ตั้งแต่เข้าหนึ่งร้อยอันดับแรกเขายังไม่ได้ท้าประลองผู้ใด ช่วงเวลาที่ผ่านไปมัวเอาไปทำอะไรอยู่กัน?”

อย่างกะทันหัน ประตูพลันถูกผลักเปิดออก เป็นเด็กสาวผู้หนึ่งไว้ผมหางม้าทั้งยังสวมใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าเดินเข้ามา นางสวมใส่หน้ากากที่ใบหน้า ดวงตานั้นทั้งกระจ่างชัดและงดงาม ทว่าเปี่ยมไปด้วยความโกรธ

เด็กสาวเอ่ยถาม “ชายหน้ากากนั่นมันเป็นใคร? ถึงกับทำร้ายผู้เฒ่าหมาป่าได้!”

“เย่ว์เหม่ย เขาคือช่างตีเหล็กแห่งตำหนักจารึกเทวะ” ฉินเฟิงที่เพิ่งดื่มไวน์เข้าปากพลันลุกขึ้นและเดินเข้ามา

เด็กสาวที่เพิ่งมาผู้นี้คือเชี่ยวเย่ว์เหม่ย

ฉินเฟิงเผยประกายในดวงตา สำรวจมองเด็กสาว เขากระทั่งเผยรอยยิ้มสดใสกล่าวคำ “เย่ว์เหม่ย ชายหน้ากากเป็นเพียงแค่ช่างตีเหล็ก เมื่อใดที่มันกล้าขึ้นสู่สิบอันดับแรก ข้าจะสั่งสอนมันสักบทเรียนหนึ่งเอง”

เย่เสินเหล่ยพลันไม่พอใจนัก เขากล่าวเสียงลุ่มลึก “แล้วเจ้าจะรอให้มันไต่ขึ้นมาทำไม ต่อให้มันขึ้นมาได้ ก็ไม่ใช่หน้าที่เจ้าที่ต้องสอนบทเรียนแก่มัน!”

ฉินเฟิงหัวเราะ “ก็จริง ข้าอยู่อันดับสาม เจ้าอยู่อันดับสี่ หากมันไต่อันดับขึ้นมา ก็ต้องต่อสู้กับเจ้าก่อน... แต่เจ้าต้องระวังให้ดี เพราะมันมีวิชาหานซานอยู่”

ชี่เสวี้ยไม่ยินดีเพราะฉินเฟิงพูดคุยกับเย่เสินเหล่ยอย่างไม่เปิดโอกาสให้นางเข้าร่วม ตั้งแต่ที่เชี่ยวเย่ว์เหม่ยเข้ามา พวกเขาถึงกับทำตัวเช่นนี้ต่อนาง

เชี่ยวเย่ว์เหม่ยคล้ายเข้าใจ หลังเอ่ยถามรายละเอียดเรื่องชายหน้ากากนางจึงค่อยออกไป

ชี่เสวี้ยกล่าว “เย่ว์เหม่ยเหมือนจะเป็นกังวลเรื่องชายหน้ากากไม่น้อยเลยนะ”

เชี่ยวหลางหัวเราะเสียงดัง “ชายหน้ากากนั่นถือว่าหมดโชคแล้ว เย่ว์เหม่ยคิดอยากได้มันเป็นผู้ติดตามแน่!”

หลังจากฉินหยุนกลับตำหนักจารึกเทวะ เขาจึงเข้าห้องฝึกฝนทันที

วันนี้ตอนสู้กับผู้เฒ่าหมาป่า เขาได้เก็บเกี่ยวมาไม่น้อย เขากระทั่งเกิดความนึกคิดผสมผสานระเบิดปราณกับฝ่ามือพันอาชาเข้าด้วยกัน

เขานึกย้อนถึงการประลองก่อนหน้าขณะคิด “ระดับฝีมือการเคลื่อนไหวของเรายังอ่อนด้อย น่าจะต้องฝึกให้หนักกว่านี้ การใช้พลังภายในเพื่อช่วยวิ่งก็แค่เพิ่มความเร็วเล็กน้อย”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงวิ่งไปวิ่งมาในห้องฝึกฝนเพื่อฝึกการวิ่ง

สองวันผ่านไปราวพริบตา

ฉินหยุนตอนนี้กำลังสับสนยิ่ง เพราะไม่มีใครเข้ามาท้าประลองเขาเลยแม้ผ่านไปแล้วสองวัน

นักสู้ทุกคนในการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นไม่ใช่โง่ พวกเขาล้วนเห็นว่าเขาแปลกประหลาด ดังนั้นพวกเขาจึงจงใจมองข้ามเขาไปและท้าทายผู้อื่นแทน

อย่างกะทันหัน หยางฉีเย่ว์พลันออกจากห้องของนางและเอ่ยถาม “สองวันมานี้เป็นอย่างไรบ้าง? ได้ประลองไปกี่รอบ?”

“เพียงรอบเดียวขอรับ...” ฉินหยุนเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวระหว่างการต่อสู้กับผู้เฒ่าหมาป่าแก่หยางฉีเย่ว์

เมื่อหยางฉีเย่ว์ได้ฟัง นางจึงนำเอาตำราออกมาสองเล่มและกล่าวอย่างภูมิอกภูมิใจ “ข้าทำการเปลี่ยนแปลงหกกระบวนท่าของวิชาวายุสังหารเป็นเคล็ดวิชาค้อนได้สำเร็จแล้ว เช่นกัน ข้ายังใช้หมัดตัวเองเพื่อปล่อยพลังออกมาได้”

ฉินหยุนที่กำลังนั่งอยู่พลันลุกพรวดลุกขึ้นยืนด้วยอาการยินดี เขาตื่นเต้นเสียจนต้องหัวเราะออก “อาจารย์ช่างสุดยอด! ถึงกับทำสำเร็จได้รวดเร็วเพียงนี้ ข้านึกว่าต้องใช้เวลาเป็นเดือนเสียอีก!”

ใบหน้าของหยางฉีเย่ว์เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจขณะหัวเราะคิกคัก “เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไปแล้ว นี่เป็นเพียงแค่การดัดแปลงวิชายุทธ์เดิมที่มีอยู่ ทั้งข้ายังมีวิชายุทธ์อื่นติดตัวไม่ใช่น้อย ดังนั้นระหว่างการจัดทำจึงค่อนข้างลื่นไหลหาได้ติดขัดแต่อย่างใด”

พร้อมกันนี้ นางเผยสีหน้าจริงจังขณะกล่าว “ได้เวลาเข้าบทเรียนแล้ว ตั้งใจด้วย!”

ฉินหยุนเร่งรีบนั่งลงพยักหน้ารับ

“เคล็ดวิชาค้อนนี้ขอเรียกว่า มังกรหลอมหกกระบวน นี่คล้ายกับวิชาวายุสังหารทั้งหกกระบวนท่า โดยหลักแล้วจะใช้ผสมผสานกับพลังภายในธาตุไฟ แล้วก็น่าจะใช้พลังภายในสั่นไหวผสมได้”

ถัดจากนั้น หยางฉีเย่ว์ก็ยิ่งตั้งใจชี้แนะฉินหยุนให้เรียนรู้วิชามังกรหลอมหกกระบวน

ฉินหยุนตอนนี้กำลังถือค้อนหลอมขณะเริ่มกวัดแกว่งในห้องฝึกฝน หยางฉีเย่ว์คอยรับชมอยู่ด้านข้าง หากนางพบข้อผิดพลาด นางจะช่วยชี้แนะอย่างรวดเร็ว

หากเขาฝึกสักสองวันก็น่าจะสามารถใช้พลังภายในได้อย่างคล่องแคล่ว ถึงตอนนั้นก็ทัดเทียมระดับการฝึกฝนขั้นต้นแล้ว

เหตุผลหลักก็เพราะเขาใช้วิชาวายุสังหารหกกระบวนท่าได้ดีอยู่ก่อนแล้ว และมังกรหลอมหกกระบวนนี้ก็เป็นการพัฒนาต่อยอดจากวายุสังหาร ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างคุ้นชินและเข้าใจพวกมันได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังมีหยางฉีเย่ว์คอยชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ฉินหยุนและหยางฉีเย่ว์เริ่มฝึกอยู่แต่ในห้องฝึก หลังผ่านไปกว่าชั่วโมง เขาค่อยพยักหน้าด้วยความพอใจ “เวลาใช้หมัดอาจจะอ่อนแรงลง แต่ก็ยังไหวอยู่”

เพื่อทดสอบพลังของเคล็ดวิชาค้อน เขาจึงเริ่มทดลองหลอมกระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำขึ้น

ก่อนหน้าจำเป็นต้องใช้เวลาหกชั่วโมงกว่าจะสำเร็จ ตอนนี้เขาใช้เพียงแค่สองชั่วโมงกว่าก็เรียบร้อยแล้ว เวลาที่ใช้ถึงกับหายไปได้ครึ่งหนึ่ง!

ฉินหยุนกล่าวชม “อาจารย์ เคล็ดวิชาค้อนของท่าน ทำให้ข้าหลอมวัสดุในอนาคตได้ง่ายขึ้นไม่น้อยเลย!”

หยางฉีเย่ว์เข้ามาลูบหัว ยิ้มหวาน และกล่าว “เมื่อเจ้าขัดเกลาอาวุธวิญญาณได้ ข้าจะให้เจ้าช่วยปรับแต่งมันกับข้าสักชิ้นหนึ่ง!”

“แน่นอนอยู่แล้วขอรับ!” ฉินหยุนตบอกรับคำทั้งยิ้มกว้าง

หยางฉีเย่ว์นำเอาผ้าขนหนูออกมาช่วยเช็ดเหงื่อแก่เขาทั้งยังกล่าวอ่อนนุ่ม “อย่างแรกเลย เจ้าควรไปพักก่อน”

“อย่าได้ใส่ใจเรื่องอันดับหนึ่งมากนัก ร่างกายของเจ้าสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด จงจำเอาไว้ว่าเจ้ายังมีสถานะเป็นนักสร้างยันต์”

ฉินหยุนเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำกล่าวของหยางฉีเย่ว์ นางเป็นกังวลว่าเขาจะฝืนทรมานร่างกายเหมือนครั้งเยี่ยนชิงหยู

หยางฉีเย่ว์แทบใจสลายเมื่อครั้งนั้นที่ได้เห็นเรื่องราว นางไม่อยากประสบพบเจอกับเรื่องราวเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0059

คัดลอกลิงก์แล้ว