เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0058

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0058

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0058


ตอนที่ 58 : ปูทางสู่สิบอันดับแรก

หลายคนต่างเชื่อว่าฉินหยุนจะต้องโดนชายร่างยักษ์สะกดข่มอย่างไม่อาจโต้กลับได้แต่แรก!

อย่างเกินความคาดคิด หลังแสดงวิชาหานซานออกมา ออร่าที่ปลดปล่อยออกนั้นไม่ด้อยไปกว่าชายร่างยักษ์

ทั้งยังทำให้ชายร่างยักษ์กระเด็นลิ่วเพียงสองกระบวนท่า

หลังใช้วิชาหานซาน ฉินหยุนราวกับพบเห็นภูเขาที่อีกฟากหนึ่ง ทั้งยังได้เห็นตัวเองเป็นยักษ์ร่างใหญ่ราวขุนเขาและพร้อมที่จะพุ่งชนผลักอีกขุนเขาตรงหน้าให้กระเด็น!

ราวกับเขาได้ทำการผลักขุนเขาออกไปจริง นี่คือพลังของวิชาหานซาน

หลังชายร่างยักษ์ยืนขึ้น ฉินหยุนพุ่งเข้าหาโดยไม่คิดรอและปลดปล่อยวิชาหานซานออกอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ร่างยักษ์ลอยลิ่วไปกลางอากาศ

ตึง!

ท้ายที่สุด ชายร่างใหญ่มหึมา แม้น้ำหนักมหาศาล ก็ได้ร่วงหล่นกับพื้นนอกลานประลองเสียงดังสนั่น มันกระทั่งทำกระเบื้องหินที่ปูไว้ด้านล่างแตกด้วยซ้ำ

“นักล่ามังกรชนะ ขึ้นสู่อันดับที่หนึ่งร้อย!”

ชี่เสวี้ยมองฉินหยุนผู้ซึ่งกำลังก้าวเดินลงจากลานประลอง นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วกล่าว “เจ้านี่เข้าหนึ่งร้อยอันดับแรกง่ายดายนัก ต่อให้เป็นข้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายล้มชายร่างยักษ์กระเด็นออกนอกลานประลองเช่นนี้!”

เย่เสินเหล่ยก็ดูเคร่งเครียด “นั่นคือวิชาหานซาน พื้นเพหมอนี่มันยังไงกันแน่ถึงสามารถเชี่ยวชาญวิชานอกรีตแบบนั้นได้? เหมือนกับมันเรียนมาหลายปีแล้วด้วย!”

เชี่ยวหลางหัวเราะ “เจ้าก็เป็นชายตัวใหญ่นะ กลัววิชายุทธ์แบบนั้นหรือ?”

เย่เสินเหล่ยไม่คิดเช่นนั้น ทั้งยังขึ้นเสียงตอบกลับ “มันหรือ? ยังอ่อนเยาว์เกินไป! ข้ามีวิญญาณยุทธ์ขวานสายฟ้า เมื่อใดที่ข้าใช้พลังภายใน สายฟ้าจะถูกปลดปล่อย หากมันเข้ามาใกล้ตัวข้า มันก็โดนสายฟ้าทำให้ชะงักแล้ว”

เมื่อครู่ฉินเฟิงเพิ่งออกไป หลังผลักประตูเปิดเข้ามา เขาจึงกล่าวด้วยร่องรอยความสงสัย “ข้าได้ข่าวว่าชายสวมหน้ากากนั่นพักอาศัยในตำหนักจารึกเทวะ!”

ชี่เสวี้ยร้องอุทาน “เป็นฉินหยุนจริงหรือ?”

ฉินเฟิงส่ายหน้าและกล่าว “ชายสวมหน้ากากไม่ควรใช่ฉินหยุน! หยางฉีเย่ว์กลับมาจากสถาบันยุทธ์เทียนเสวียนแล้ว นางมาที่ตำหนักจารึกเทวะและพาฉินหยุนไปที่อื่น ตอนคนของข้าไปที่ตำหนักจารึกเทวะ พวกมันพบว่าชายสวมหน้ากากเป็นช่างตีเหล็กของตำหนักจารึกเทวะที่เชี่ยวชาญการสร้างกระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำ”

“ไม่แปลกใจเลยที่จะดูลึกลับขนาดนี้ ในเมื่อชายคนนั้นพักอาศัยอยู่ในตำหนักจารึกเทวะ ก็น่าจะเป็นเช่นนี้ ไม่มีอะไรน่าแปลกอีก ถ้าหากไม่ใช่ฉินหยุน ก็คงไม่ต้องรายงานกลับไปยังตระกูล” เย่เสินเหล่ยสงบใจลงขณะล้มกายนั่งและดื่มไวน์

ในตำหนักจารึกเทวะ ห้องฝึกฝน

หยางฉีเย่ว์กำลังกล่าวชมฉินหยุนเรื่องการประลอง

ทางด้านฉินหยุนตอนนี้กำลังหมดแรงหลังฝึกมายาวนานกว่าสองชั่วโมง สำหรับหยางฉีเย่ว์ นางแทบไม่เปิดโอกาสให้หายใจด้วยซ้ำ

นางรินน้ำชาใส่ถ้วยก่อนส่งให้ฉินหยุนและกล่าว “ยังมีเวลาอีกสี่สิบวันก่อนการประกาศผล ยังพอมีเวลาระดับหนึ่ง ทางที่ดีเจ้าควรพัฒนาตนเองในช่วงเวลานี้เพื่อให้ได้กลายเป็นอันดับหนึ่ง!”

ฉินหยุนจิบของเหลวสีม่วงเข้าปาก มันเป็นเครื่องดื่มที่ยากจะกลืนลงคอ แต่เพราะมันถูกส่งมาโดยหยางฉีเย่ว์ เขาทำได้เพียงกล้ำกลืนมันลงคอ

เมื่อหยางฉีเย่ว์เห็นสีหน้าเหยเกของฉินหยุน นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกราวระฆังเงินก้องกังวาน นางกล่าวว่า “นั่นสินะ มันยากจะดื่มไปบ้าง แต่นี่จะช่วยให้เจ้าฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้นนะ”

ก็เป็นความจริง หลังฉินหยุนดื่มเข้าไปไม่นาน ร่างกายเขาคล้ายเกิดปาฏิหาริย์ฟื้นฟูกำลังวังชากลับมาอย่างรวดเร็ว

ถัดจากนั้นเขาต้องประมือกับหยางฉีเย่ว์ต่อเนื่อง และค่อยหยุดลงเมื่อหมดแรงอย่างไม่เหลืออะไรให้หมด

ฉินหยุนนั่งที่พื้นขณะหันหน้าเข้าหากำแพง หลังดื่มเครื่องดื่มที่ไม่น่ารื่นรมย์เข้าไปแล้ว เขาพลันพูดด้วยความเสียดาย “อาจารย์ วิชาวายุสังหารทั้งหกกระบวนท่าทรงพลังยิ่ง แต่ข้าตอนนี้ไม่สามารถใช้งาน นี่ถือเป็นการจำกัดพลังข้าไม่ใช่น้อย!”

ย้อนกลับไป เขาเคยใช้เคล็ดวิชานี้กำราบเยี่ยนชิงหยู หากเขาไม่สามารถใช้งาน พละกำลังจะถูกลดทอนไปไม่ใช่น้อยจริง

หยางฉีเย่ว์ก้มหน้าครุ่นคิด หลังผ่านไปไม่นาน นางจึงค่อยกล่าวคำ “วิชาวายุสังหารเป็นวิชากระบี่ ไหนให้ข้าลอง ดูกันว่าข้าสามารถเปลี่ยนเป็นใช้ค้อนได้หรือไม่ เจ้าจะได้ใช้มันเพื่อหลอมอุปกรณ์ได้ ในอนาคตน่าจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย”

ฉินหยุนพลันยินดีขึ้นมาขณะยิ้มกล่าวรับคำ “อาจารย์ ท่านสมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญวิชายุทธ์ ความรู้ความเข้าใจวิชายุทธ์ของท่านรวดเร็วยิ่งกว่าข้าเสียด้วยซ้ำ ท่านเปรียบเสมือนปรมาจารย์ยามเมื่อชี้แนะแก่ข้า ทั้งยังงดงามยิ่ง!”

หยางฉีเย่ว์หัวเราะรับ “เจ้าหนู อย่าเล่นลิ้นถึงเพียงนี้ ข้าเพียงเข้าใจวิชายุทธ์ได้รวดเร็ว แต่ไม่อาจเข้าใจได้ถึงแก่นของมัน โดยหลักแล้วเป็นเพราะพื้นฐานที่ข้าสั่งสมมาตั้งแต่ยังเยาว์ เพราะได้รู้เห็นวิชายุทธ์จำนวนมากพลิกผ่านดวงตาคู่นี้ต่างหาก”

“เจ้าอยู่ที่นี่และฝึกฝนต่อ ข้าจะสร้างเคล็ดวิชาค้อนให้ก็แล้วกัน” นางกลับเข้าห้องส่วนตัว เพราะนางต้องการความเงียบสงบเพื่อวิเคราะห์เคล็ดวิชา

เพื่อลดระยะห่างระหว่างตนและหยางฉีเย่ว์ ฉินหยุนยิ่งพยายามมากขึ้น

หลังฝึกฝนกว่าสองชั่วโมง อย่างกะทันหัน เขาได้รับการแจ้งเตือน

มีคนท้าประลองเขา และต้องตอบรับภายในสี่ชั่วโมง

“เพิ่งเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกก็มีคนท้าประลองเราแล้ว!” ฉินหยุนคิดอยากรู้ว่าใครกันที่ท้าประลองตนเอง

ผ่านไปอีกกว่าสองชั่วโมง

ฉินหยุนกำลังเดินบนเส้นทางมุ่งหน้าลานประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น

ระหว่างทาง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งได้เดินมาทางเขาพร้อมส่งกระดาษให้แผ่นหนึ่ง

เมื่อเปิดออกและอ่าน เขาจึงพบว่าเป็นลายมือของเมิ่งเฟยหลิง

“น้องหยุน ข้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดอยู่นะ แต่ข้าไปพบเจ้าไม่ได้ ข้าไม่อยากเปิดเผยตัวตนเจ้า แต่อย่าลืมว่าข้าเป็นกำลังใจให้อยู่!”

หลังอ่านลายเส้นอักษรที่งดงามนี้เรียบร้อย เขาจึงกำมันไว้ในหมัดแน่นขณะปล่อยเปลวเพลิงเผาทิ้งไม่ให้เหลือหลักฐาน

คู่ต่อสู้ของเขาตอนนี้ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เป็นชายชราผู้ซึ่งอยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก อีกฝ่ายคล้ายมั่นใจไม่ใช่น้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูสะอาดสะอ้านด้วยสีขาว แขนเสื้อก็ม้วนขึ้นเล็กน้อย

ฉินหยุนเร่งรีบเดินขึ้นลานประลอง ไม่ช้ากรรมการก็ตะโกนประกาศเริ่มการประลอง

“รับมือ!”

ชายชราในชุดขาวกล่าวสุภาพยิ่ง ทว่าการกระทำนั้นหาได้สุภาพไม่

เคล็ดวิชากรงเล็บ มันทั้งน่ากลัวและโหดเหี้ยม การโจมตีเหล่านี้เสมือนหมาป่าคิดเข้าขย้ำ เป็นผลให้หลายคนต่างรู้สึกหวาดกลัวในใจ

ฉินหยุนก็ประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องพบเจอคนแข็งแกร่งเพียงนี้เร็วขนาดนี้

ความเร็วของชายชราในชุดขาวยังไม่ใช่เล่น ไม่ว่าจะทั้งความเร็วการโจมตีหรือความเร็วการเคลื่อนไหว ทั้งสองล้วนเร็วเหนือกว่าฉินหยุน

ที่ห้องรับรองหรูด้านบนชั้นสองของลานประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น เชี่ยวหลางกำลังถือแก้วไวน์ในมือขณะยิ้มอ่อน “โจมตีดุดันประหนึ่งหมาป่า ความเร็วดั่งสายลม สมแล้วที่เป็นตาเฒ่าหลาง”

เย่เสินเหล่ยกล่าว “หมาป่าชราผู้นี้คือผู้ติดตามของเย่ว์เหม่ย? ทรงพลังยิ่งนัก!”

เชี่ยวหลางยิ้ม “เย่ว์เหม่ย เด็กน้อยนี้ถึงกับให้ผู้ติดตามเข้าร่วมการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น นางต้องอยากให้เขาเข้าถึงสิบอันดับแรกด้วยแน่ ถึงตอนนั้นหากเจ้าไม่อาจแม้กระทั่งเอาชนะคนรับใช้ของนาง เจ้าได้กลายเป็นที่หัวเราะแน่ ช่างเป็นเด็กสาวที่ขี้เล่นนัก!”

ฉินหยุนผู้อยู่บนลานประลอง หาได้ทราบไม่ว่าผู้เฒ่าหลางคนนี้คือผู้ติดตามของเชี่ยวเย่ว์เหม่ย เขาเพียงทราบว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเหนือธรรมดา ทั้งยังมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน

หลังผ่านไปกว่าร้อยกระบวนท่ารับมือกับชายชรา เขายังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าวิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายคืออะไร

จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาโดนสะกดข่มเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงหลบเลี่ยงศัตรูที่ทั้งโจมตีรวดเร็วและน่าพรั่นพรึงผู้นี้

“หรือชายชราคนนี้จะมีวิญญาณยุทธ์สองคุณลักษณ์ เป็นวิญญาณยุทธ์หมาป่าสายลมงั้นหรือ?!” ฉินหยุนคาดเดาภายในใจ

วิญญาณยุทธ์สองคุณลักษณ์จะเหนือกว่าทั่วไประดับหนึ่ง เพราะวิญญาณยุทธ์ดังกล่าวครอบครองพลังถึงสองประเภท

วิชาหานซานสามารถใช้เพียงรับมือกับผู้ฝึกตนที่เชื่องช้าและมีพลังป้องกันแข็งแกร่ง มันไม่อาจใช้รับมือกับผู้ฝึกตนที่มีความคล่องตัวสูงยิ่งได้

ฉินหยุนสับสนไม่น้อย เขาตอนนี้ไม่อาจใช้ก้าวอัคคีเมฆา และไม่อาจใช้วิชาวายุสังหาร หาไม่แล้วเขาคงจัดการโค่นล้มอีกฝ่ายด้วยการสวนกลับอย่างไม่ทันตั้งตัวได้แล้ว

วิชาวายุสังหารเป็นวิชายุทธ์ที่เอาไว้ตอบโต้ในฉับพลัน

เขาในตอนนี้โดนโจมตีกว่าสิบครั้งแล้ว ทว่าไม่อาจส่งแรงกดดันตอบกลับใดไปยังอีกฝ่ายได้ เหตุผลหลักก็เพราะอีกฝ่ายรวดเร็วมาก ทั้งยังสามารถหลบเลี่ยงได้ตลอด!

“งั้นก็เหลือทางเดียว!” ฉินหยุนพลันใจแข็งรวบรวมพลังปราณสะสมจนแทบล้นทะลัก

ที่เขาต้องการใช้คือเคล็ดวิชาระเบิดปราณ!

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0058

คัดลอกลิงก์แล้ว