เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0060

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0060

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0060


ตอนที่ 60 : เทียบเชิญจากองค์หญิง

ฉินหยุนนอนหลับอย่างเต็มที่ หลังตื่นขึ้นจึงพบว่ามีข้อความทิ้งไว้บนโต๊ะที่ห้องโถง เป็นหยางฉีเย่ว์เขียนไว้ นางบอกว่าจะไปที่ลานประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นก่อน

หลังอ่านข้อความเรียบร้อยเขาพลันเกิดแรงใจในการสู้ทะยาน “ครั้งนี้ต้องเข้าถึงสิบอันดับแรกให้ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อคว้าอันดับหนึ่งมาครอง”

“อาจารย์ไม่สามารถอยู่ปกป้องเราตลอดไปได้ แถมเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับอาจารย์ ไม่ช้าอาจารย์ต้องจากไปแน่”

ฉินหยุนกล้ายืนยันว่าหยางฉีเย่ว์ยิ่งมายิ่งมีความกังวลหนักอึ้งตั้งแต่กลับจากสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน และนางก็พยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดเอาไว้

เขาเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังโรงฝึกมังกรซ่อนเร้นพร้อมท้าประลองโดยทันที

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้เคลื่อนไหวเลย เป็นผลให้คนไม่น้อยคิดโน่นนี่นั่น และตอนนี้ผู้เข้าร่วมนามแฝง “นักล่ามังกร” ได้กลับมาท้าประลองอีกครั้งหนึ่ง เรื่องราวถูกแพร่กระจายออกอย่างรวดเร็ว!

ฉินหยุนยืนรออยู่บนลานประลอง รอให้คู่ต่อสู้ของเขามาถึง

มีผู้คนไม่น้อยให้ความสนใจจากรอบด้าน ทว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ ราวกับพวกเขาเกรงกลัวเจตจิตต่อสู้อันแรงกล้าของเขา

ชั่วขณะนี้เอง ชายชราผู้ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งพ่ายแพ้แก่เขาไปได้เดินเข้าหา

“คุณผู้ชาย สิ่งนี้คือเทียบเชิญจากนายหญิง!” ผู้เฒ่าหมาป่าส่งมอบจดหมายให้แก่ฉินหยุนด้วยความนอบน้อม

ฉินหยุนพลันตระหนัก ผู้เฒ่าหมาป่าคนนี้ที่มีพละกำลังยอดเยี่ยมกลับมีนายเหนือ

หลังเปิดจดหมายอ่าน เขาจึงได้เห็นอักษรลายมือที่งดงาม

ประเด็นหลักกล่าวถึงความแข็งแกร่งของเขา นางต้องการจ้างวานเขาให้เป็นองครักษ์คุ้มกันส่วนตัวหรืออะไรทำนองนั้น และค่าตอบแทนก็มหาศาลไม่น้อย

ลงท้ายจดหมายด้วยนามของผู้เขียน เชี่ยวเย่ว์เหม่ย!

เขาหันมองชายชราและกล่าวเสียงลำบากใจ “ข้ายินดีที่นายหญิงของท่านมีเมตตาเพียงนี้!”

ด้วยอายุยังเยาว์ เชี่ยวเย่ว์เหม่ยมีพลังถึงขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หกแล้ว ถึงตอนนี้นางพยายามคัดเลือกคนมีฝีมือเพื่อเพิ่มพูนพลังอำนาจ หลายคนต่างปรารถนาจะติดตามนาง ทว่าฉินหยุนเลือกปฏิเสธ

เรื่องนี้ทำชายชราประหลาดใจไม่น้อยทั้งยังกล่าวเสริม “โปรดพิจารณาให้ดี โอกาสนี้ไม่ได้มีกันง่าย!”

ฉินหยุนเพียงพยักหน้ารับไม่ได้กล่าวคำใดเพิ่มเติมอีก

ไม่นานหลังชายชราเดินจากไป เด็กหนุ่มหล่อเหลาในชุดขาวก็เดินเข้ามา ท่าทีทั้งเย็นเยือกและมีออร่าทะนงตนเปี่ยมล้น

บุคคลผู้นี้คือองค์ชายอันดับที่สองของเทียนฉิน ฉินเฟิง!

ฉินหยุนจำฉินเฟิงได้ทันทีตั้งแต่ที่เห็น

“เจ้าได้อ่านจดหมายแล้ว เหตุใดจึงไม่ตอบรับนาง? จงรีบปฏิญาณตนกับนาง!” ทันทีเมื่อฉินเฟิงเข้าถึงตรงหน้า เสียงนี้เปี่ยมด้วยโทสะขณะปลดปล่อยเจตนาฆ่าฟัน

“เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร? แล้วทำไมข้าต้องโง่ตกปากรับคำ?” ฉินหยุนหาได้หวั่นเกรงขณะพูดเสียงแหบห้าวและเบา

ตามปกติ ฉินเฟิงคือผู้สูงศักดิ์และแข็งแกร่ง กระทั่งเป็นบุคคลฐานะเดียวกับเขายังไม่กล้าเผยท่าทีเช่นนี้ต่อเขา

โดยทันที ความโกรธแค้นคล้ายพุ่งสูงขณะยกมือขึ้นเตรียมต่อยเข้าที่หน้ากากของฉินหยุน

ฉินหยุนพลันยกมือขึ้นและคว้าข้อมือของฉินเฟิงเอาไว้ราวหมาป่าขย้ำ และแทบทันที เขาโคจรพลังภายในอัคคีทรงพลังด้วยความเร็วสูงยิ่ง

ฉินเฟิงแตกตื่น เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีพลังภายในแกร่งกล้าเพียงนี้ เขาเพียงรู้สึกเหมือนความร้อนมันทิ่มแทงกระดูกโดยเริ่มต้นที่ข้อมือ และขณะที่เขากำลังคิดจะต่อต้านนั้นเอง...

“หยุด!” เสียงชายชราดังขึ้นด้วยความโกรธ ฉับพลันที่เสียงนี้ดังเป็นผลให้ทั้งสองต้องสั่นไหว

“เขาเป็นฝ่ายลงมือก่อน!” ฉินหยุนกล่าวลุ่มลึก ไม่กล่าวช้าหรือว่าเร็วเกินไป

ชายชราเผยเสียงเย็น เขามองที่ฉินเฟิงและกล่าวยะเยือก “ฉินเฟิงกระทำการขัดต่อกฎ ตกจากอันดับสามสู่อันดับสี่”

ความแค้นของฉินเฟิงทะลักภายในใจ ทว่าเขาไม่กล้ากล่าวอื่นใด ข้อมือของเขากำลังมีควันลอยออก มันคือบริเวณที่ฉินหยุนเพิ่งคว้าเอาไว้เมื่อครู่ เนื้อกลายเป็นสีแดงคล้ายโดนเผาไหม้จนสามารถหลุดร่อนออก

เขาบาดเจ็บรุนแรงไม่น้อย ทว่าทำได้เพียงกัดฟัน จ้องมองฉินหยุนอย่างกราดเกรี้ยวก่อนจากไปอย่างโทสะสุมอยู่ในใจไม่อาจระบาย!

ทุกคนต่างหวาดเกรง พวกเขาไม่นึกว่าชายหน้ากากจะอุกอาจถึงเพียงนี้ เขากระทั่งกล้าท้าทายองค์ชายอันดับสองฉินเฟิงแห่งจักรวรรดิเทียนฉิน!

คู่ประลองของฉินหยุนมาถึง แม้พละกำลังไม่เลวแต่ก็ยังอ่อนแอ หลังเขาผ่านการฝึกฝนเข้มข้นมาหลายวัน

เขาเพียงใช้ฝ่ามือพันอาชาก็จัดการอีกฝ่ายลงได้

“นักล่ามังกรชนะ อันดับขึ้นเป็นเก้าสิบห้า!”

บุคคลซึ่งอยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้าสามารถเลื่อนอันดับได้ถึงห้าในคราเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่คล้ายแบกรับแรงกดดันแต่อย่างใด คู่ต่อสู้ที่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับหกแทบไม่อาจสัมผัสตัว!

จนกระทั่งถึงตอนนี้ ผู้คนยิ่งมายิ่งมากอยากทราบตัวตนเขา หลังชนะศึกแรก เขาก็เริ่มอีกหนึ่งศึกอย่างไม่ขาดตอน

“นักล่ามังกรชนะ... อันดับที่เก้าสิบ!”

“นักล่ามังกรชนะ... อันดับที่แปดสิบห้า!”

ฉินหยุนจะสู้ราวเจ็ดหรือแปดรอบต่อวัน จนกระทั่งถึงอันดับที่หกสิบแล้ว ความเร็วการทะยานนี้สูงล้ำยิ่ง!

แม้กระทั่งฟ้ามืดแล้ว เขาก็ยังคงท้าประลองอย่างต่อเนื่อง ราวกับเขาต้องการเข้าถึงสิบอันดับแรกให้ได้โดยไม่พัก!

ฉินเฟิงและผู้อื่นที่ห้องรับรองแขกพิเศษ กำลังรับชมฉินหยุนต่อสู้อยู่ด้านล่าง พวกเขารู้สึกรังเกียจเปี่ยมล้นในหัวใจ ในสายตาพวกเขา นอกเหนือจากสิบอันดับแรกล้วนแล้วแต่เป็นขยะ เป็นธรรมดาที่คนเหล่านั้นจะพ่ายแพ้

“ไอ้สารเลวนั่น ข้าต้องสั่งสอนมันสักบทเรียนให้ได้” ฉินเฟิงมองข้อมือตนเองที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่เพียงเขาโดนอาการหนักหนา เขายังถึงขั้นเสียหน้า

“เจ้าปกติใจเย็นจะตาย ทำไมถึงกล้าเคลื่อนไหวแบบนั้นได้กัน” เย่เสินเหล่ยกล่าวทั้งยิ้มที่ใบหน้า รอยยิ้มนี้คล้ายยินดียิ่งขัดกับคำพูดนัก

เป็นเพราะฝ่าฝืนกฎ ฉินเฟิงจากอันดับสามจึงล่วงหล่นไปแทนที่เย่เสินเหล่ยที่อันดับสี่ โดยที่ไม่ต้องเสียแรงต่อสู้อันใดด้วยซ้ำ

ฉินเฟิงแค่นเสียง “ใครกันจะคิดว่ามันกล้าปฏิเสธเย่ว์เหม่ย? เรื่องนี้ทำเย่ว์เหม่ยโกรธมาก ข้าเลยคิดอยากสั่งสอนมันสักบทเรียนให้นาง”

ชี่เสวี้ยพลันเอ่ยคำ “ข้ากำลังจะท้าชี่เม่ยเหลียนประลอง ข้าคิดอยากเลื่อนขึ้นเป็นอับดับหก”

ปัจจุบันนางอยู่อันดับที่เจ็ดของสิบอันดับแรก นางคิดอยากก้าวขึ้นสู่อันดับที่สูงกว่านี้

ทุกคนในการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นต่างทราบข่าวคราวเรื่องชี่เสวี้ยอย่างรวดเร็ว อันดับเจ็ดกำลังท้าทายอันดับหกอย่างชี่เม่ยเหลียน!

ผู้ฝึกตนวัยเยาว์สองคนในสิบอันดับแรกในที่สุดก็เคลื่อนไหวหลังผ่านมานานยิ่ง

เพราะเรื่องนี้เป็นผลให้ทั้งโรงฝึกมังกรซ่อนเร้นพลันฮือฮา ผู้คนเอาแต่คุยกันเรื่องศึกระหว่างเด็กสาวทั้งสอง!

ฉินหยุนชนะอีกศึกขณะเดินลงจากลานประลอง ข่าวคราวนี้เข้าหูเขาเช่นกัน เป็นผลให้เขาคิดกับตนเอง “ชี่เสวี้ยและชี่เม่ยเหลียนต่างก็มาจากเทียนชี่ พวกนางน่าจะเกิดจากแม่คนละคน ความสัมพันธ์คงไม่ดีสักเท่าใดนัก”

เขาทวนคำ “ชี่เม่ยเหลียน” ในใจขณะรู้สึกว่าชื่อนี้ค่อนข้างคุ้นเคยนัก

“อย่าบอกนะว่าเป็นนาง!”

ครั้งฉินหยุนยังเยาว์ เขาเคยรวมทางกับจักรพรรดิไปยังประเทศต่าง ๆ ก่อนไปเยือนจักรวรรดิเทียนชี่ ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุไม่กี่ปี และชี่เม่ยเหลียนก็เป็นหนึ่งในคนที่ฝากฝังความประทับใจแก่เขาแรงกล้ายามเมื่อไปถึงจักรวรรดิเทียนชี่

ประเด็นหลักคือนางน่ารักงดงามยิ่ง ทั้งยังใจดีเหลือล้น ย้อนกลับไปตอนนั้น ฉินหยุนแทบหลงหัวปักหัวปำ ชี่เม่ยเหลียนครั้งนั้นก็เป็นห่วงเป็นใยเขาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

เขาไม่ทราบว่าความทรงจำวัยเด็กนี้ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรแล้วตอนนี้เขาก็เป็นชายที่โลกเย็นชาใส่ ทั้งยังถูกรายล้อมด้วยเจตนาชั่วร้ายรอบด้านไม่มีหยุดหย่อน

การประลองระหว่างชี่เสวี้ยกับชี่เม่ยเหลียนใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองมาถึงลานประลองยุทธ์แล้ว

ชี่เสวี้ยสวมใส่ชุดสีแดงรัดรูป แม้นางงดงาม แต่นางคล้ายยังขาดแรงดึงดูดทางวิญญาณ

ในสายตาฉินหยุน นางดูธรรมดา ตอนนี้เขาจึงได้ทราบว่าเจ้าหญิงแห่งเทียนชี่ผู้ซึ่งทำให้เมิ่งเฟยหลิงโกรธเคืองในตำหนักจารึกเทวะก็คือชี่เสวี้ย

ชี่เม่ยเหลียนสวมใส่ชุดกระโปรงรัดรูปเต็มตัว สีสันทั้งชมพูและขาวที่ดูเรียบง่ายกลับทำให้นางดูสง่างามเหลือเชื่อ นี่เป็นเด็กสาวที่งดงามราวหยกแก้วผู้หนึ่ง

ใบหน้ากลมรูปไข่ของนางประกอบด้วยดวงตากระจ่างใส ยิ่งทำให้นางดูใสซื่อ นางคล้ายน้องสาวตัวน้อยที่หากใครเห็นก็ต้องหลงรัก

“เสี่ยวเม่ยเหลียนไม่เปลี่ยนไปเลย!” ฉินหยุนไม่ทราบว่าทำไม แต่หลังได้เห็นชี่เม่ยเหลียน เขากลับรู้สึกยินดีนัก

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0060

คัดลอกลิงก์แล้ว