เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0054

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0054

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0054


ตอนที่ 54 : พรสวรรค์

ในเมื่อต้วนเฉียนออกปากเตือน ฉินหยุนจึงจำไว้อย่างขึ้นใจ

สภาพของเขาตอนนี้ค่อนข้างดี หลังกินเนื้อสัตว์ตากแห้งไปแล้ว เขายิ่งรู้สึกมีกำลังวังชา

ต้วนเฉียนเองก็ช่วยเติมเต็มสิ่งที่สัญญาไว้ก่อนหน้า และเริ่มชี้แนะการขัดเกลาอุปกรณ์ให้แก่เขา

อย่างแรกนั้น เขาจำเป็นต้องมีสำนึกคิดทั่วไประดับหนึ่งก่อน และสิ่งที่เขาจำเป็นต้องมีเพื่อขัดเกลาแก่นสารสำคัญของอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้น ทั้งหมดนี้เป็นรากฐานที่ต้องผ่านการสะสมประสบการณ์

การบรรยายดำเนินต่อเนื่องจนกระทั่งกลางคืน ฉินหยุนตั้งใจฟังมาโดยตลอดไม่มีขาดตก

ความสามารถในการรู้และเข้าใจของเขาน่ากลัวขนาดที่ต้วนเฉียนตื่นตะลึง ยกตัวอย่าง ในบางจุดที่ค่อนข้างยาก เพียงอธิบายเล็กน้อย เขาก็เข้าใจได้กระจ่าง

“ท่านปู่ต้วนเมตตาสอนทุกสิ่งแก่ข้า เด็กน้อยผู้นี้ตื้นตันนักขอรับ” ฉินหยุนโค้งกายให้ต้วนเฉียนด้วยสีหน้าตื้นตันจากใจ

ต้วนเฉียนพลันหัวเราะ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นอกจากนี้เจ้ายังเป็นคนมีพรสวรรค์ ทั้งยังไม่ยโสโอหังเหมือนอย่างเด็กวัยเดียวกันผู้อื่น เจ้ามีนิสัยที่ดีทั้งยังจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี ข้าเคยสอนคนอื่นมาหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา ไม่เพียงพวกเขาสติไม่อยู่กับตัว กระทั่งไม่เคยขอบคุณข้า พวกนั้นคิดว่าที่ข้าสอนพวกเขาเป็นสิ่งสมควรแล้ว เพราะเขาคืออัจฉริยะฟ้าประทานที่ทุกผู้คนควรให้การยอมรับ”

เขาตบที่ไหล่ของฉินหยุนขณะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนให้ “ในสายตาข้า เจ้านั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าพวกคนที่ถูกเรียกขานเป็นอัจฉริยะมากนัก อดีตห้าปีที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องยากลำบากไม่น้อยที่เจ้าปีนขึ้นจากขุมนรกเบื้องล่าง มันถึงทำให้เจ้าสามารถสงบใจได้อย่างที่ไม่มีคนในวัยใกล้เคียงสามารถกระทำ!”

“ท่านปู่ต้วน งานชุมนุมวีรชนเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” ฉินหยุนพลันนึกเรื่องนี้ขึ้นได้จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ก็เหมือนเดิม กลุ่มคนอารมณ์ร้อนที่เรียกตัวเองเป็นอัจฉริยะมารวมตัวกัน แล้วก็สู้กันจนถึงตาย” ต้วนเฉียนยิ้มตอบ “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องกังวล ตอนนี้เจ้าควรทำให้ระดับการฝึกตนมั่นคง จากนั้นค่อยเรียนรู้วิธีการขัดเกลาอุปกรณ์วิญญาณให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วยพื้นฐานที่ดีและเลื่อนพลังสู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก จะทำให้คนผู้นั้นมีพลังเพียงพอหลอมสมบัติวิญญาณที่แท้จริงได้”

อาวุธวิญญาณครึ่งขั้นชั้นดีมีราคาแพงไม่น้อย กระบี่ทั้งสองเล่มที่ฉินหยุนหลอมขึ้นแต่ละเล่มสมควรขายได้ราวสองหมื่นเหรียญผลึก

สำหรับอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นชั้นเลิศ มันสามารถขายได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญผลึก แต่เหล่านั้นก็ต้องถูกขัดเกลาด้วยกระดูกสัตว์ปีศาจระดับที่สี่ หรือไม่ก็เหล็กกล้าวิญญาณระดับต่ำ

หากคนผู้หนึ่งคิดอยากขัดเกลาให้ดี คนผู้นั้นก็จำเป็นต้องมีศักยภาพในการผลิตวัสดุหรือวัตถุดิบระดับหนึ่ง

ฉินหยุนได้รับความช่วยเหลือจากต้วนเฉียนเพื่อหลอมกระดูกสัตว์ปีศาจระดับสี่ และเหล็กกล้าวิญญาณระดับต่ำให้กลายเป็นกระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำ

ขนาดของกระดูกเหล็กกล้าแต่ละชิ้นงานขนาดราวกำมือ ทว่าน้ำหนักของมันก็หลายสิบจินเลยทีเดียว

หลังผ่านยี่สิบวันแห่งการหลอม เขาจึงยิ่งมายิ่งมีศักยภาพเพิ่มขึ้น กระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำที่เขาหลอมขึ้นสามารถทัดเทียมได้กับชิ้นงานที่ต้วนเฉียนหลอมขึ้นแล้ว

กระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำคือวัสดุหลักที่จำเป็นต่อการขัดเกลาอาวุธวิญญาณระดับต่ำ

ด้วยความช่วยเหลือจากตำหนักจารึกเทวะซึ่งจ่ายให้อย่างดี ยี่สิบสองวันที่เขาลงแรงอย่างหนักและขายกระบี่ไปจำนวนหนึ่ง ฉินหยุนจึงได้รับเงินมามากกว่าหนึ่งแสนเหรียญผลึก

ตอนนี้ทั้งสิ้นแล้วเขามีสองแสนเหรียญผลึกในครอบครอง จำนวนเท่านี้กับเด็กอายุสิบห้านับว่าร่ำรวยไม่ใช่น้อยแล้ว

“ต่อไป เราต้องหลอมอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นชั้นดีด้วยตัวเอง!” ด้วยฉินหยุนมีกระบี่อยู่แล้ว นับจากนี้เขาไม่ต้องหลอมอาวุธใดขึ้นอีก

เขารู้สึกว่าค้อนที่มีอยู่ไม่ดีพอ ดังนั้นจึงตัดสินใจใช้กระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำขัดเกลาขึ้นเป็นค้อนชั้นดีด้ามหนึ่ง

ของชิ้นหนึ่งจำเป็นต้องมีการแกะสลักถึงสองแบบเพื่อทำการขัดเกลาอุปกรณ์วิญญาณแท้จริงขึ้น

เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับผังวิญญาณอื่นระหว่างการแกะสลัก เขาจำเป็นต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการควบคุม

แม้พลังจิตของฉินหยุนจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่พอ การฝืนหลอมสร้างขึ้นผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นได้รับบาดเจ็บทางจิต ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำได้เพียงหลอมอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นเพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีต่อไป

การแกะสลักผังวิญญาณลงบนกระดูกเหล็กกล้านั้นยากยิ่งกว่าเหล็กวิญญาณมากนัก

ถึงตอนนี้ วิญญาณยุทธ์ระดับทองม่วงของเขาจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

พลังจิตวิญญาณโลหิตที่ก่อเกิดขึ้นโดยพลังอัคคีนั้นจะร้อนแรงยิ่ง มันทำให้ง่ายต่อการเกิดลวดลายบนกระดูกเหล็กกล้าที่แข็งยิ่ง

ฉินหยุนได้รับการสอนสั่งโดนต้วนเฉียนเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว เขาคืบหน้าไปไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะเมื่อทำการหลอมอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้น มันแทบจะเป็นของชั้นดีเกือบทั้งหมดแล้ว

เพื่อเก็บงำผังวิญญาณระดับสูงที่เขาครอบครองไว้เป็นความลับ เขาจะต้องไม่ขายอาวุธวิญญาณครึ่งขั้นที่มีการแกะสลักผังวิญญาณระดับสูง

“ค้อนหลอมและเตาหลอมเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองถูกหลอมขึ้นจากกระดูกเหล็กกล้า เมื่อเราแกะสลักผังวิญญาณสองอย่างลงไปด้วยตัวเอง เราจะทำให้มันได้กลายเป็นอุปกรณ์วิญญาณที่แท้จริง” ฉินหยุนตอนนี้เปี่ยมด้วยความยินดีขณะมองสิ่งที่เขาลำบากลำบนสร้างมาเองกับมือ

ด้วยค้อนและเตาหลอมที่ดีขึ้น การหลอมกระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำจึงง่ายขึ้นไม่ใช่น้อย

เขากระทั่งวางแผนคิดสร้างอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นชั้นเลิศขึ้นจึงทำการปรึกษากับต้วนเฉียน

หลังปรึกษาหารือกับต้วนเฉียนแล้ว เขาพลันผุดความคิดขึ้นมาได้ก่อนจะเร่งร้อนกลับไปเพื่อขัดเกลามันขึ้นมา

ผ่านไปอีกกว่าสิบวัน ในที่สุดฉินหยุนก็สามารถหลอมอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นได้

สิ่งนี้คือสร้อยข้อมืออสนีบาตอันวิจิตรสีทองอร่าม

ลายแกะสลักสายฟ้าที่ปรากฏบนตัวมันสามารถทำการกักเก็บกำลังภายในเอาไว้ ในช่วงคับขัน เขาสามารถใช้สร้อยข้อมือนี้เพื่อปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาโจมตีและป้องกันตัวได้

ต้วนเฉียนรับไปชื่นชมพลิกดู เขาทดลองใส่พลังภายในเข้าไปในตัวสร้อยข้อมือและทดลองใช้งาน สายฟ้ารุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างตระการตา

เขาถึงกับเอ่ยชม “สร้อยข้อมือผังธาตุสายฟ้านี้ดีมาก นี่เทียบเท่าได้กับการระเบิดกำลังภายในของคนที่อยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หก นอกจากนี้พลังของมันคือสายฟ้า แต่น่าเสียดายที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว”

“ครั้งเดียวก็เพียงพอต่อการสร้างความเสียหายรุนแรงแก่ศัตรูแล้วขอรับ!” ฉินหยุนยิ้มกล่าวรับคำ เมื่อใดที่เขาใช้งานพลังสายฟ้าในสร้อยข้อมืออสนีบาตนี้ พลังภายในทั้งหมดที่เก็บเอาไว้จะถูกใช้จนหมด หากต้องการใช้อีกครั้งก็ต้องทำการเติมพลังเข้าไป

ฉินหยุนอยู่ที่ตำหนักจารึกเทวะมากว่าเดือนหนึ่งแล้ว หยางฉีเย่ว์ก็ยังไม่กลับมา เรื่องนี้ทำเขากังวลไม่น้อย

“ท่านปู่ต้วน ท่านทราบหรือไม่ว่าอาจารย์หยางมาจากที่ใด?” ฉินหยุนนั้นอยากรู้เรื่องของหยางฉีเย่ว์ให้รู้จักนางมากขึ้นมาโดยตลอด

ต้วนเฉียนลูบเครายาวทั้งยังคิ้วขมวด “เรื่องนี้ยากพูดกล่าว... สถานสภาพของนางค่อนข้าง... ในเมื่อนางไม่บอกต่อเจ้า ข้าก็ไม่อาจพูดอะไรมากได้ เจ้าควรพยายามให้ดีเพื่อพัฒนาตนเอง เมื่อใดที่พละกำลังมากขึ้น เจ้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลายสิ่ง”

“ขอรับ ข้าจะพยายามให้มากขึ้น!” ฉินหยุนไม่ถามอื่นใดเพิ่มเติมอีก หยางฉีเย่ว์ครอบครองวิญญาณยุทธ์จันทรา เพียงนี้ก็นับว่าเป็นพรสวรรค์เหนือล้ำแล้ว นางย่อมต้องมาจากตระกูลที่มีเกียรติไม่ใช่น้อยแน่

ศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักที่มีชื่อเสียงล้วนไม่อาจควบคุมโชคชะตาของตนเอง

ยกตัวอย่างก็เชี่ยวเย่ว์หลาน ธิดาแห่งสวรรค์ นางเผชิญข้อจำกัดเข้มงวดมากมาย กระทั่งการแต่งงานยังต้องถูกผู้อื่นตัดสินแทน

พอคิดเรื่องนี้แล้ว ฉินหยุนกลับยินดีที่เขาได้หนีพ้นจากสถานการณ์นั้นมาได้!

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพลันเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามา เป็นผู้ติดตามของต้วนเฉียน

“ผลของงานชุมนุมวีรชนได้รับการประกาศแล้ว เชี่ยวเย่ว์เหม่ยคืออันดับหนึ่ง เชี่ยวหลางอันดับสอง ฉินเฟิงอันดับสาม เมิ่งเฟยหลิงอันดับสี่ เย่เสินเหล่ยอันดับห้า สิบอันดับแรกได้รับการยอมรับจากสถาบันระดับเสวียนทั้งสามขอรับ” ชายวัยกลางคนกล่าวรายงาน

“ถึงกับรับสิบคนในคราวเดียว อดีตที่ผ่านมาพวกเขามักรับเพียงแค่สามอันดับแรกเท่านั้นเอง” ต้วนเฉียนค่อนข้างประหลาดใจไม่น้อย หลังคิดอยู่พักหนึ่งเขาจึงยิ้มและกล่าวตอบ “ก็ไม่แปลก ครั้งนี้พวกเขามีพื้นฐานค่อนข้างดียิ่ง”

ฉินหยุนพลันตระหนัก เชี่ยวเย่ว์เหม่ยคือเจ้าหญิงของจักรวรรดิเทียนเชี่ยว นางคืออันดับหนึ่ง!

จากชื่อนี้ สมควรเป็นน้องสาวของเชี่ยวเย่ว์หลานแล้ว

เขารู้จักฉินเฟิงที่ได้อันดับสามดีไม่น้อย เขาคือองค์ชายสองของจักรวรรดิเทียนฉิน มารดาขององค์ชายสองคือนางสนมผู้หนึ่ง นางเป็นลูกพี่ลูกน้องกับจักรพรรดินี

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0054

คัดลอกลิงก์แล้ว