เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0053

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0053

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0053


ตอนที่ 53 : เริ่มการหลอม

เมื่อฉินหยุนไปจากบ้านในป่าไผ่ เขาก็ทิ้งข้อความไว้ให้หยางฉีเย่ว์เพื่อบอกว่าเขาออกเดินทางไปตำหนักจารึกเทวะ เพื่อเป็นการบอกให้นางไม่ต้องห่วง

ช่วงที่เขาอยู่ในตำหนักจารึกเทวะ เพียงสองวันที่ทดลองกระบวนการหลอมเล่นอยู่ เขาก็ได้พบว่าอาจารย์สาวงามมาถึงแล้ว

หยางฉีเย่ว์วันนี้สวมใส่ชุดกระโปรงสีคราม นี่เป็นชุดที่ฉินหยุนคิดว่าเหมาะสมและงดงามมากที่สุด

เมื่อเข้ามาและพบว่าฉินหยุนกำลังหลอมอุปกรณ์ในห้องลับ นางรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อน ทั้งนางยังได้เห็นเตาหลอมสูงราวหนึ่งเมตร

“นี่เจ้าเริ่มการหลอมแล้ว?” หยางฉีเย่ว์ถามด้วยความประหลาดใจ

หากฉินหยุนสามารถหลอมอุปกรณ์วิญญาณ เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาทรัพยากรเพิ่มเติมแก่การฝึกฝนอีกแต่อย่างใด

“ข้าเริ่มหลอมก็ใช่ แต่ประสิทธิภาพยังไม่ถึงขั้น” ฉินหยุนพยักหน้ารับ เขาเพียงเพิ่งเสร็จการแกะสลักผังแปรธาตุบนเตาหลอมและค้อนหลอม

หยางฉีเย่ว์หยิบค้อนหลอมขึ้นมารับชมความงามของลวดลายการแกะสลัก นางถึงกับลอบชื่นชมภายในใจที่ความก้าวหน้าในการแกะสลักผังวิญญาณของฉินหยุนเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย

ดวงตาของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีขณะมองฉินหยุน นางยิ้มกล่าว “อย่าได้รีบ การหลอมอุปกรณ์วิญญาณจำเป็นต้องเรียนรู้กระบวนการให้ดี”

“อาจารย์ ทำไมผู้อำนวยการใหญ่ถึงต้องการพบท่านกัน?” ฉินหยุนเป็นกังวลยิ่งว่าหยางฉีเย่ว์อาจโดนย้ายไปที่อื่น

หยางฉีเย่ว์วางค้อนลง จากนั้นจึงหยิบยันต์สายฟ้าออกมาและกล่าวเสียงนุ่ม “เขาต้องการให้ข้ากลับไปยังสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน เพราะเขามีเรื่องที่ต้องหารือกับข้าเป็นการส่วนตัว ข้าคงต้องกลับไปสักเดือนหนึ่ง เจ้าก็อยู่ที่นี่สักเดือนหนึ่งแล้วกัน แม้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวจากตระกูลเยี่ยน ก็ไม่ใช่หมายความว่าพวกนั้นจะไม่ลงมือ”

ฉินหยุนโยนเศษเหล็กลงสู่เตาหลอม สีหน้าของเขาเป็นกังวลขณะกล่าว “อาจารย์ ภาคเรียนนี้ต้องอยู่กับข้านะ!”

หยางฉีเย่ว์ยิ้มหวานและกล่าว “ข้ารู้ ไม่มีใครหยุดข้าให้สอนเจ้าได้หรอก โอ้ใช่ การฝึกฝนของเจ้ารุดหน้ารวดเร็ว คงดีกว่าที่เจ้าจะใช้ช่วงเวลาที่มีตอนนี้ทำให้มันมั่นคงแข็งแรง ระหว่างช่วงนี้ เจ้าควรศึกษาการหลอมให้ดี และรอข้ากลับมาก่อน จากนั้นเจ้าค่อยเริ่มฝึกวิถีหัวใจ!”

วิถีหัวใจไม่ใช่ง่ายต่อการฝึกฝน หลายผู้คนต่างติดอยู่ที่ตรงด่านนี้เป็นเวลานานยิ่ง เป็นไปได้ว่าอาจต้องติดอยู่ตรงนี้กว่าหนึ่งหรือสองปี กระทั่งถึงสิบปีก็มีให้เห็น

หยางฉีเย่ว์ย้ำกับฉินหยุนหลายเรื่องก่อนเร่งร้อนออกจากตำหนักไป

ฉินหยุนทำได้เพียงพยายามให้มากขึ้นเพื่อเรียนรู้วิธีการหลอมและเพิ่มพูนพละกำลัง เผื่อว่าในอนาคต เขาจะได้มีส่วนช่วยเหลืออาจารย์สาวงามและอาจารย์ผู้อื่นที่ดีต่อเขา

ตอนนี้เขากำลังโคจรพลังภายในธาตุไฟไปยังมือ แปรเปลี่ยนมันจนกลายเป็นแดงก่ำ จากนั้นจึงใช้มือเปล่าหยิบเอาโลหะสีแดงร้อนแรงจำนวนหนึ่งออกจากเตาหลอม จากนั้นจึงค่อยทุบพวกมันเข้าด้วยกัน ถัดจากนั้นจึงใช้ทั้งสองมือเพื่ออัดพวกมันเข้าด้วยกัน

เขาอยากใช้เหล็กซึ่งธรรมดาที่สุดเพื่อหลอมเหล็กวิญญาณและค่อยทำการหลอมกระบี่ภูตผีสักเล่ม

กระบวนการหลอมของฉินหยุนกล่าวได้ว่าลื่นไหลมาก โดยหลักแล้วก็เพราะวิญญาณยุทธ์สั่นไหว มันทำให้เขาสามารถใช้แรงระเบิดของการสั่นไหวเพื่อทำงานให้สำเร็จได้สองเท่าด้วยความพยายามครึ่งหนึ่งได้

นอกจากนี้ผังแปรธาตุที่อยู่บนค้อนหลอม มันนับเป็นผังวิญญาณระดับสูง หลังผสานรวมกับกำลังภายในเข้าสู่ผังวิญญาณ ค้อนหลอมจึงสามารถปลดปล่อยความร้อนแรงออกมาได้ เป็นผลให้เหล็กธรรมดาสามารถเป็นเหล็กวิญญาณ

เหล็กจำนวนหลายพันจินตอนนี้ถูกย่อขนาดเล็กเหลือเพียงใบมีดตรงหน้า สิ่งนี้คือการเริ่มต้น ต้องทั้งหนักหน่วงและแข็งแกร่ง ถัดจากนั้นจึงค่อยเป็นการขัดเกลามันขึ้นมา

หลังผ่านการทุบและหมุนตลอดทั้งวัน ในที่สุดเขาก็สามารถสร้างกระบี่ภูตผีขึ้นมาได้เล่มหนึ่ง

“ดีกว่าที่ใช้อันก่อนหน้าไม่น้อย น่าจะเป็นเพราะผังแปรธาตุ ผังแปรธาตุที่ดีสามารถทำให้วัตถุดิบมีการพัฒนาขึ้นในช่วงกระบวนการหลอม”

“แล้วนี่ควรแกะสลักผังวิญญาณใดลงไปดี? กระบี่เล่มนี้หลอมขึ้นจากเหล็กวิญญาณก็ใช่ แต่ก็ยังแข็งแกร่งไม่พอ อย่างดีที่สุดก็คงได้แค่อุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้น!”

เขาทดลองจึงพบว่าพลังปราณสามารถแทรกเข้าสู่ตัวกระบี่ได้อย่างลื่นไหล นี่หมายความว่าไม่จำเป็นต้องใช้ผังรวบรวมพลังเพื่อเสริมการไหลเวียนของพลังปราณ

“เอาแบบนี้แล้วกัน แกะสลักผังแข็งตัวน่าจะได้!”

ผังแข็งตัวคือผังวิญญาณที่ใช้กันโดยทั่วไป ที่เขาเชี่ยวชาญคือผังแข็งตัวระดับสูง ผลลัพธ์ที่ได้สมควรไม่เลว

นี่คือครั้งแรกที่เขาจะสลักผังวิญญาณระดับสูงบนตัวอาวุธ นี่นับเป็นความท้าทายใหม่

ผังรวบรวมพลังที่เขาแกะสลักก่อนหน้านี้ถือเป็นผังวิญญาณพื้นฐาน มันไม่ได้มีความยากแต่อย่างใด

เดิมทีเขาวางแผนเอาไว้ว่าจะฝึกสักครึ่งวันก่อนเริ่มการแกะสลักจริง แต่แล้ว พอคิดว่าพลังภายในและพลังจิตมีให้ใช้อย่างจำกัด เพื่อทำให้การฝึกฝนแข็งแรงขึ้น เขาตัดสินใจไม่ฝึกก่อนและเริ่มทำการแกะสลักจริงเพื่อทดสอบความอดทนต่อความอ่อนล้า

ยามเมื่อเขาแกะสลักผังแข็งตัว เขารู้สึกค่อนข้างคุ้นเคยนับตั้งแต่เริ่ม เมื่อปลายมีดแกะสลักเคลื่อนไหว มันให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังใช้พู่กันนุ่มลื่นเขียนบนกระดาษ

เขาสามารถใช้มีดแกะสลักได้เสมือนพู่กัน โดยมีน้ำหมึกคือพลังจิตวิญญาณโลหิต

ช่วงกลางดึก ในที่สุดฉินหยุนก็แกะสลักคมกระบี่ด้านหนึ่งได้สำเร็จ

“เป็นไปได้ด้วยดี!” เขามองลวดลายที่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์บนคมกระบี่ขณะชื่นชมมันจนทำให้ยิ้มออกได้

หลังพักอยู่สักระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มแกะสลักต่อ

รุ่งสางมาถึง ฉินหยุนยกมีดแกะสลักขึ้นเหนือพื้นผิว เขาถอนหายใจยาวขณะกล่าวด้วยเสียงหัวเราะยินดี “สำเร็จ!”

เขาแทบถึงขีดจำกัดทางร่างกายแล้ว ดังนั้นที่ทำได้ตอนนี้ก็คือนอนแผ่บนเตียงนุ่มก่อนจะผล็อยหลับไป

“กึก กึก กึก!”

ช่วงบ่าย มีคนมาเคาะประตูห้อง ฉินหยุนถึงกับสะดุ้งตื่น

เขารีบลุกและเร่งร้อนไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย

“ผู้จัดการ!” ฉินหยุนพลันประหลาดใจเมื่อได้เห็นต้วนเฉียนผู้ซึ่งสวมใส่ชุดขาวสะอาด

“ดูเหมือนเมื่อคืนเจ้าจะยุ่งยันเช้า เป็นยังไงบ้าง?” ต้วนเฉียนส่งสายตามองในห้องขณะพบเห็นเตาหลอมและค้อน เขาถึงขั้นประหลาดใจไม่น้อย “นี่เจ้าเริ่มการหลอมแล้วหรือ!”

“ข้าเพียงหลอมอุปกรณ์วิญญาณครึ่งขั้นขอรับ” ฉินหยุนไม่คิดปิดบังทั้งยังยิ้มตอบ

หลังต้วนเฉียนเข้ามาในห้อง เขามองผังแปรธาตุที่อยู่ทั้งบนเตาหลอมและค้อนหลอมก่อนจะรู้สึกอึ้งทึ่งเปี่ยมล้นในหัวใจ!

ผังแปรธาตุเหล่านี้คือผังวิญญาณระดับสูง ทั้งยังล้ำค่ายิ่ง!

“ให้ข้าดูผลงานหน่อย!” ต้วนเฉียนพลันเกิดความตื่นเต้นขึ้นภายใน

ก่อนหน้า ฉินหยุนได้รับการช่วยเหลือในทางลับโดยต้วนเฉียน นับว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับเขาไม่น้อย นอกจากนี้อีกฝ่ายยังมีตำแหน่งสูงและไม่ใช่คนน่าชังแต่อย่างใด กระทั่งน่าเชื่อถือด้วยซ้ำ

โดยทันที เขานำเอากระบี่สองเล่มออกมา หนึ่งคือที่เคยแกะสลักผังรวบรวมพลังก่อนหน้านี้ และอีกหนึ่งคือที่แกะสลักผังแข็งตัว

ต้วนเฉียนขมวดคิ้วสำรวจมองกระบี่ทั้งสองอย่างพิจารณา หลังผ่านไปชั่วครู่เขาจึงค่อยกล่าวคำ “เป็นการแกะสลักที่ไม่เลว! ด้วยอายุเท่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!”

“แต่ว่า ยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย ผังแข็งตัวของเจ้าให้ความรู้สึกว่าอ่อนแรง พื้นผิวค่อนข้างหยาบไปหน่อย น่าจะเป็นเพราะสภาพร่างกายเจ้าระหว่างกระบวนการแกะสลักไม่ค่อยดีพอ”

“และกระบี่เล่มที่แกะสลักผังรวบรวมพลังนี้ค่อนข้างดีไม่น้อย มันเต็มไปด้วยแก่นแท้ พลัง และวิญญาณ ถือว่ามีฝีมือที่ดีไม่น้อย!”

ผังรวบรวมพลังเป็นฉินหยุนทำการแกะสลักครั้งที่สอง ดังนั้นเขาในตอนนั้นจึงมีสภาพร่างกายที่ดีกว่าตอนนี้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้ชิดกับการหลอมและแกะสลักอุปกรณ์ นอกจากนี้การหลอมด้วยตนเอง เขามีขีดจำกัดที่สามารถกระทำ เขาต้องแบกรับความเหนื่อยล้าทั้งยังต้องลงมือแกะสลักอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้เป็นต้วนเฉียนพบเห็นทั้งสิ้น เป็นผลให้ฉินหยุนรู้สึกนับถืออีกฝ่ายจากใจ!

“แน่นอนว่าด้วยฝีมือเจ้าตอนนี้เพียงพอที่จะไล่ตามอาจารย์จารึกที่แท้จริงหลายคนได้แล้ว!” หลังต้วนเฉียนกล่าวคำก็หัวเราะหลายครั้ง สีหน้าตอนนี้กลับกลายเป็นจริงจัง “ทางที่ดีเจ้าไม่ควรเปิดเผยรูปแบบผังวิญญาณระดับสูงมากจนเกินไป คนอยากได้พวกมันไว้ครอบครองนั้นมีไม่น้อย”

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0053

คัดลอกลิงก์แล้ว