เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0055

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0055

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0055


ตอนที่ 55 : การประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น

ฉินหยุนคือองค์ชายลำดับที่ห้า และฉินเทียนอี้คือองค์ชายลำดับที่สี่ อวค์ชายลำดับหนึ่งนั้นเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นได้ไม่นาน ปัจจุบันองค์ชายรัชทายาทของเทียนฉินคือองค์ชายสาม

ส่วนทางด้านองค์ชายสอง ฉินเฟิงไม่ค่อยมีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษ เขามีเส้นวิญญาณสี่ตะวัน ฉินหยุนไม่ทราบว่าวิญญาณยุทธ์ของเขาคืออะไร ฉินเฟิงเข้าเรียนในสถาบันยุทธ์ในจักรวรรดิอื่น ดังนั้นเขาจึงแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่าย

“ในบรรดาห้าอันดับแรก ดูเหมือนจะมีเพียงคนเดียวที่ข้าไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เมิ่งเฟยหลิง!” ต้วนเฉียนกล่าว

“อันดับที่ห้า เย่เสินเหล่ยก็อยู่ในกลุ่มคนพวกนี้ด้วย?” ฉินหยุนพลันนึกถึงตระกูลเย่ขึ้นมา จักรพรรดินีเป็นคนของตระกูลเย่ แต่เขาไม่เคยได้ยินคนชื่อนี้จากตระกูลเย่มาก่อน

“เย่เสินเหล่ยครอบครองวิญญาณยุทธ์ขวานศึกสายฟ้า เส้นวิญญาณสี่ตะวัน และฉินเฟิงครอบครองวิญญาณยุทธ์วายุเหมันต์ พวกเขาเหล่านี้เข้าเรียนที่สถาบันยุทธ์ในจักรวรรดิเทียนเชี่ยวอยู่ก่อนนานแล้ว เป็นธรรมดาที่เจ้าจะไม่รู้จักพวกเขา” ต้วนเฉียนกล่าวเสริม “พวกเขายังเป็นมิตรกับกองทัพของจักรวรรดิเทียนเชี่ยวด้วย”

เทียนเชี่ยว เทียนฉิน เทียนชี่ ทั้งหมดมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยเฉพาะบรรดาองค์ชายและองค์หญิง

“แล้วเชี่ยวเย่ว์เหม่ย?” ฉินหยุนพลันนึกขึ้นได้ว่าองค์หญิงผู้นี้ของเทียนเชี่ยวค่อนข้างอ่อนแอ

“นางเป็นน้องสาวของเชี่ยวเย่ว์หลาน ทั้งยังอายุเพียงสิบสี่ปีแต่ก็อยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ขั้นที่หกแล้ว วิญญาณยุทธ์ของนางยังไม่ทราบว่าคืออะไร แต่ต้องไม่เลวแน่ เด็กหนุ่มสาวจากจักรวรรดิเทียนเชี่ยวช่างน่ากลัวจริง ๆ!” ต้วนเฉียนถอนหายใจ เขาหันมองฉินหยุนและยิ้มกล่าว “เจ้าอยู่ที่ที่ควรอยู่นั้นดีแล้ว เจ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกเขา ความรู้ความเข้าใจวิถีจารึกแห่งเต๋าของเจ้าระดับสูงกว่าใคร”

“ผู้จัดการ สถาบันยุทธ์ระดับเสวียนทั้งสามพร้อมแล้วที่ห้องรับรองขอรับ พวกเขาต้องการพบท่าน และมีเรื่องคิดปรึกษา” ชายวัยกลางคนกล่าว

“ได้ ข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ”

หลังต้วนเฉียนออกไปแล้ว ฉินหยุนจึงกลับมาฝึกฝนในห้องต่อ

ทุกวัน เขาจะจัดสรรเวลาสำหรับการฝึกฝนเคล็ดวิชายุทธ์ ถัดจากนั้นค่อยฝึกพลังภายในให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้น เขาต้องพยายามให้หนักเพื่อเพิ่มพูนพละกำลัง

“เคล็ดวิชาระเบิดปราณ!”

เขาปล่อยหมัดออกไปพร้อมพลังภายในที่ไหลทะลักระเบิดออกสู่ภายนอก เป็นผลให้เกิดคลื่นกระแทกซึ่งสามารถป่นก้อนหินรอบบริเวณตัวได้

“เคล็ดวิชาระเบิดปราณถึงขั้นกลางแล้ว ระเบิดปราณสามารถกระจายตัวเป็นคลื่นกระแทกได้! ถ้าเราใช้พลังภายในสั่นไหว จะยิ่งทำให้มันแข็งแกร่งมากขึ้นอีก!”

เคล็ดวิชาระเบิดปราณคือวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำขั้นต่ำที่ฉินหยุนน้อยครั้งจะใช้ในการประลองยุทธ์ แต่อย่างไรแล้วเขาก็มักจะฝึกฝนมันอยู่เป็นประจำจนเกิดความเปลี่ยนเล็กน้อยอยู่ตลอด

ก้าวอัคคีเมฆาตอนนี้ก็ถึงขีดสุดของขั้นกลางแล้ว

สิ่งที่ก้าวหน้ามากที่สุดคือหมัดอ่อนเปลวเพลิง

เป็นเพราะบ่อยครั้งเขาต้องใช้เตาหลอม และเพื่อหยิบวัสดุร้อนแรงออกมา จึงต้องใช้หมัดอ่อนอัคคี ตอนนี้เขาฝึกฝนมันจนถึงขั้นสูงเป็นที่เรียบร้อย หากเขาใช้งานอย่างเต็มกำลัง หมัดนั้นจะแข็งราวเหล็กกล้าวิญญาณทั้งยังร้อนแรงมหาศาล

เพียงพริบตาอีกหนึ่งเดือนก็ผ่านพ้น!

เพื่อรอให้หยางฉีเย่ว์กลับจากสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน ฉินหยุนจึงอยู่ที่ตำหนักจารึกเทวะตลอด หาได้ออกไปไหนไม่

ในช่วงไม่กี่วันมานี้เขาจะทำการหลอมกระดูกเหล็กกล้าระดับต่ำอยู่ตลอด หากเขาฝึกฝนเช่นนี้ต่อไป เขาจะได้รับรางวัลเป็นพื้นฐานที่หนักแน่นขึ้นเป็นการตอบแทน

ทุกวันที่ผ่านพ้นเขาจะใช้พลังภายในจนถึงขีดจำกัด ดังนั้นแล้ววิถีกระดูกจึงยิ่งมายิ่งมีเสถียรภาพและยิ่งมั่นคงมากขึ้น กระทั่งว่ามีกำลังภายในปะทะรุนแรงสู่ร่างกาย มันก็ไม่มีทางทำให้กล้ามเนื้อหรือกระดูกบาดเจ็บได้อีกต่อไป

ฉินหยุนมีพลังธาตุสองแห่ง หากเขาต้องการใช้พลังธาตุเพื่อปะทุพลังภายใน ร่างกายเขาตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอ มันไม่มีทางยืนหยัดรับการปะทุของพลังภายในทรงพลังระดับนั้นได้

“ถึงเวลาต้องฝึกวิถีหัวใจแล้ว!”

การฝึกฝนวิถีหัวใจค่อนข้างยาก กล่าวกันว่าต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล หรือไม่ก็ต้องพบพานโชคอย่างเหนือล้ำถึงจะมีโอกาส

“นายน้อยฉิน คุณหนูเมิ่งต้องการพบ!” เสียงชายชราดังจากด้านนอกประตู เขาเป็นหนึ่งในพ่อบ้านของที่นี่

“ให้นางเข้ามารอที่ห้องรับแขก” หลังกล่าวคำจบ ฉินหยุนจึงจัดแจงตัวเองเล็กน้อยก่อนเดินไปที่ห้องโถงหลัก

เมิ่งเฟยหลิงวันนี้สวมใส่ชุดรัดรูปสีดำ นางกำลังนั่งรอบนเก้าอี้ด้วยการไขว้ขาเรียวยาวของนางทั้งยังกัดแอปเปิลเขียวด้วยท่าทีเย้าเสน่ห์

เมื่อเห็นฉินหยุนปรากฏตัว นางเร่งร้อนลุกขึ้นยืนทั้งยังหัวเราะคิกคัก “เป็นเกียรติแล้วอาจารย์ฉิน!”

“ศิษย์พี่โปรดหยุดล้อข้าเล่น” ฉินหยุนขำกับการกระทำนี้ของนางเช่นกัน

“แน่นอนว่าไม่ได้ เจ้านั้นเป็นอาจารย์อัจฉริยะผู้หนึ่งแล้ว ข้าสงสัยนักว่าเจ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเว่ยเสวียนคุนมากมายเพียงใด” เมิ่งเฟยหลิงยิ้มขี้เล่นขณะแลบลิ้นให้เห็นพร้อมโยนแอปเปิลให้ฉินหยุน

“ศิษย์พี่ ยินดีด้วยที่ได้เข้าสถาบันยุทธ์ระดับเสวียน” ฉินหยุนรับแอปเปิลมาและกัดไปคำหนึ่ง

“จะมายินดีอะไรกับข้า? เดี๋ยวไม่นานเจ้าก็ตามข้ามา ข้าจะไปที่สถาบันยุทธ์ชิงเสวียน ภายหน้าหากเจ้าคิดตามมาก็ยินดีต้อนรับ ข้าจะได้เป็นศิษย์พี่ของเจ้าต่อ” เมิ่งเฟยหลิงหัวเราะร่วนขณะสัมผัสใบหน้าของฉินหยุนด้วยการใช้หลังมือลูบไล้

ฉินหยุนรู้สึกได้ ถึงกลิ่นหอมที่กระจายออกจากกายนาง เขาพบว่าตัวเองเริ่มยากควบคุม เขาต้องหัวเราะแห้งขณะกัดแอปเปิลเป็นการกลบเกลื่อน

เมิ่งเฟยหลิงพอพบว่าเขาหน้าแดง นางก็ไม่หยอกล้อเพิ่มเติมอีก แต่กล่าวถาม “น้องหยุน เจ้ายังมียันต์อัคคีพวกนั้นอยู่อีกหรือไม่? ข้าอยากซื้อมัน!”

“แน่นอน! ท่านต้องการจำนวนเท่าไหร่? ให้ข้ามอบเป็นของขวัญก็แล้วกัน!” ฉินหยุนรู้สึกภายในว่าเมิ่งเฟยหลิงเป็นคนดีผู้หนึ่ง นางไม่หวาดเกรงจักรพรรดินี นางกล้าสนิทสนมกับเขา อีกทั้งนางยังแข็งแกร่งยิ่ง

“เอามายี่สิบแผ่น! ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามอบแก่ข้า ข้าอยากให้เจ้าขายมันแก่ข้ามากที่สุดเท่าที่จะขายได้” เมิ่งเฟยหลิงกล่าวอย่างจริงจังขณะลูบหัวฉินหยุนไปด้วย

“เช่นนั้นแผ่นละห้าร้อยเหรียญผลึกเป็นอย่างไร ทั้งหมดแล้วก็เท่ากับหนึ่งหมื่นเหรียญผลึก” ฉินหยุนไม่คิดมากพิธีกับเมิ่งเฟยหลิงเช่นกัน อย่างไรแล้วนางก็เป็นหญิงตรงไปตรงมายิ่งกว่าผู้ใดที่เขาพบเจอมาเลยทีเดียว

“ตามนั้น!”

เมิ่งเฟยหลิงนำสิบเหรียญม่วงออกมาและส่งให้แก่ฉินหยุน

โดยปกติแล้ว การทำธุรกรรมเกินกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญผลึกจะใช้เหรียญม่วงแทน

“ศิษย์พี่ ท่านไม่มีอุปกรณ์มิติเก็บของหรือ?” ฉินหยุนพบว่าเมิ่งเฟยหลิงเก็บยันต์อัคคีเอาไว้ในอกเสื้อ

“ย่อมไม่ มันแพงเกินไป และไม่ใช่ว่าจะมีขายกันบ่อยด้วย กระทั่งเชี่ยวหลางยังไม่มี” เมิ่งเฟยหลิงยิ้มหวานกล่าว “หากเจ้าสามารถขัดเกลามันขึ้นได้ในภายหน้า จำไว้ว่าต้องขายให้ข้าเป็นคนแรก ข้าจะสะสมเหรียญผลึกตั้งแต่วันนี้รอเลยละ”

“ไว้ถึงวันนั้นข้าจะมอบให้ท่านเลย!” ฉินหยุนยิ้มกล่าวตอบ ในสามสิบหกผังวิญญาณ มีผังวิญญาณมิติรวมอยู่ด้วย สิ่งนั้นจะทำให้เขาสามารถหลอมอุปกรณ์วิญญาณมิติเก็บของได้

เมิ่งเฟยหลิงพลันยินดีขณะบรรจงจูบที่แก้มของเขาไปคราหนึ่ง การกระทำนี้ยิ่งทำให้เขาหน้าแดง เมื่อเห็นเช่นนี้ยิ่งทำให้นางยิ้มงดงามมากขึ้น

“วิถีกระดูกเจ้ามั่นคงขึ้นแล้วหรือ? การเริ่มฝึกวิถีหัวใจตอนนี้ดูจะเป็นเรื่องอยากไม่ใช่น้อย ข้าอาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งปีกว่าจะสำเร็จได้”

ฉินหยุนถอนหายใจ เรื่องนี้ต้องใช้เวลาไม่น้อยจริง ๆ

ดวงตาเมิ่งเฟยหลิงเป็นประกาย นางพลันนึกอะไรขึ้นได้พร้อมกล่าว “น้องหยุน เจ้าสามารถเข้าร่วมการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นและขึ้นเป็นมังกรซ่อนเร้นได้ ตราบเท่าที่ได้อันดับหนึ่ง เจ้าจะได้รับหญ้าหัวใจลึกล้ำ!”

“หญ้าหัวใจลึกล้ำไม่เพียงช่วยให้เจ้าฝึกฝนวิถีหัวใจ แต่มันยังจะช่วยส่งเสริมเจ้าในอนาคตอีกด้วย”

“การประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้น?” ฉินหยุนไม่เคยได้ยินชื่อดังกล่าวเลย

ถัดจากนั้น เมิ่งเฟยหลิงได้อธิบายต่อเขาว่าการประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นคืออะไร

มันคืองานที่ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนทั้งสาม และรับผิดชอบโดยตำหนักจารึกเทวะ สถานที่จัดก็คือตำหนักจารึกเทวะเช่นกัน

บุคคลขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้าและหกสามารถเข้าร่วม เมิ่งเฟยหลิงก็จะเข้าร่วมเช่นกัน

เมิ่งเฟยหลิงกล่าว “ตอนนี้อันดับหนึ่งคือเชี่ยวหลาง เชี่ยวเย่ว์เหม่ยเป็นอันดับสอง และข้าคืออันดับห้า นี่ก็เริ่มการประลองไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ยังมีเวลาอีกสองเดือนกว่าผลลัพธ์จะถูกประกาศผล!”

ฉินหยุนนึกย้อนไปเมื่อเดือนก่อน มีคนโผล่มาหาต้วนเฉียนอย่างกะทันหัน น่าจะเป็นการปรึกษาหารือพูดคุยถึงเรื่องนี้

“ข้าเพียงขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่ห้า จะไหวหรือ?” ฉินหยุนรู้สึกว่านี่ออกจะเกินตัวไปแล้ว แต่ละคนที่เข้าร่วมและติดอันดับบนล้วนแข็งแกร่งยิ่ง หากไม่แล้วต้วนเฉียนคงต้องแนะนำให้เขาเข้าร่วมไปแล้ว

“ไม่ลองแล้วจะรู้ผลได้ยังไงกัน?” เมิ่งเฟยหลิงหัวเราะกล่าว “เจ้าสามารถเข้าร่วมแบบปิดบังตัวตนได้หากต้องการ แพ้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่”

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0055

คัดลอกลิงก์แล้ว