- หน้าแรก
- รับบทชาวมุงอยู่ดีๆ ท่านทรราชก็ดันมาคลั่งรัก
- บทที่ 3 เซตประหารล้างโคตร
บทที่ 3 เซตประหารล้างโคตร
บทที่ 3 เซตประหารล้างโคตร
บทที่ 3 เซตประหารล้างโคตร
"นี่น่ะเหรอราชบุตรเขยที่กล้าเลี้ยงเมียน้อยลับหลังองค์หญิงใหญ่ แถมยังกล้าสับเปลี่ยนเอาลูกเมียน้อยมาสวมรอยเป็นเชื้อพระวงศ์? จุ๊ๆ หน้าตาก็เหมือนคน แต่ทำไมทำตัวไม่เหมือนคนเลยนะ?"
"เกาะสินเดิมเมียกินเลี้ยงคนทั้งตระกูลแล้วยังไม่พอ ยังบังคับให้องค์หญิงใหญ่ทำหน้าที่ลูกสะใภ้ เช้าเย็นต้องไปคารวะแม่ผัว... ยายแก่แม่ผัวนั่นก็เลอะเลือน กล้าตั้งกฎเกณฑ์กดขี่องค์หญิงใหญ่ ไม่เพียงแต่สร้างความลำบากใจให้ทุกวัน ยังกล้าใช้งานให้องค์หญิงปรนนิบัติล้างหน้าหวีผม ยายแก่นั่นไม่มีมือมีตีนหรือไงกัน?"
ฉู่หลิวเจิงเดาะลิ้นพลางกวาดสายตาอ่านข้อความต่อไป
"โอ้โห ราชบุตรเขยคนนี้ 'โดดเด่น' ยิ่งกว่าเดิมอีกแฮะ เมียหลวงยืนหนึ่งในบ้าน แต่บรรดาเมียน้อยนอกบ้านก็สะบัดธงพริ้วไหว กล้าซุกเมียน้อยไว้ตั้งสามคน แถมลูกที่เกิดจากเมียน้อยคนหนึ่งก็โตจนวิ่งปร๋อได้แล้ว"
"องค์หญิงใหญ่ถูกความอ่อนโยนจอมปลอมของเขาหลอกต้มจนเปื่อย คนในจวนก็ช่วยกันปิดบัง นางหลงคิดมาตลอดว่าเวลาที่ราชบุตรเขยไม่อยู่จวนคือไปจัดการธุระสำคัญในค่ายทหาร ที่แท้ก็แอบไปพลอดรักกับเมียน้อยนี่เอง"
"ถุย! ไอ้ผู้ชายสารเลว! ฝ่าบาทถีบมันเลยเพคะ!!"
ทุกวีรกรรมชั่วช้าของราชบุตรเขยที่ฉู่หลิวเจิงขุดคุ้ยออกมา ทำให้สีพระพักตร์ของฮ่องเต้มืดครึ้มลงเรื่อยๆ เพลิงโทสะลุกโชนในอก แม้แต่ลมหายใจยังหนักหน่วงจนไม่อาจควบคุม
ฝ่ามือหนากำแน่นจนกระดูกลั่นเสียงดังกรอบ พระองค์ตวาดลั่น "ทหาร! ลากตัวมันออกไปแล่เนื้อเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำสั่ง "แล่เนื้อ" บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบกริบ
ทุกคนที่ติดตามฮ่องเต้ซุ่นกวงมาต่างพากันจ้องมองราชบุตรเขยเป็นตาเดียว ชายผู้นี้ไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ ถึงได้ยั่วโมโหฝ่าบาทจนถึงขั้นนี้?
ตัวราชบุตรเขยเองก็งุนงงจนทำอะไรไม่ถูก เพียงแค่ได้ยินคำว่า "แล่เนื้อ" ขาก็อ่อนพับจนแทบทรุดลงกองกับพื้น ต้องอาศัยบ่าวรับใช้คอยพยุงไว้
เสนาบดีกรมขุนนางทูลถามขึ้น "ฝ่าบาท ราชวงศ์ของเรามีเพียงนักโทษคดีอุจฉกรรจ์เท่านั้นที่จะถูกลงโทษด้วยการแล่เนื้อ ขอทูลถามว่าราชบุตรเขยกระทำความผิดสถานใดพะย่ะค่ะ?"
คนอื่นๆ ต่างก็ใคร่รู้เช่นกัน
แม้ว่าฮ่องเต้ซุ่นกวงจะมีสมญานามในหมู่ชาวบ้านว่าเป็นทรราช แต่ขุนนางในราชสำนักต่างรู้ดีว่าฮ่องเต้ซุ่นกวงไม่ใช่คนที่ฆ่าคนบริสุทธิ์โดยไร้เหตุผล
การจะสั่งลงโทษแล่เนื้อราชบุตรเขยขององค์หญิงใหญ่ทันทีเช่นนี้ ย่อมต้องมีสาเหตุ
ฉู่หลิวเจิงเองก็สงสัย
"หรือว่าฝ่าบาทจะทรงทราบเรื่องที่ราชบุตรเขยหลอกลวงองค์หญิงใหญ่แล้ว เลยเสด็จมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พี่สาว?"
"แต่ฉันไม่เห็นใครส่งข่าวบอกฝ่าบาทเลยนี่นา แล้วฝ่าบาทรู้ได้ยังไงกัน?"
ฮ่องเต้: "..."
ก็รู้จากเจ้านั่นแหละ!
"ปล่อยให้ญาติข่มเหงองค์หญิง เลี้ยงดูหญิงงามเมืองสามคน มิหนำซ้ำยังเอาลูกเมียน้อยมาสวมรอยเป็นลูกหลานมังกร หวังตบตาเชื้อพระวงศ์ให้สับสน"
น้ำเสียงของฮ่องเต้เย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งผู้ฟัง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ไร้ขีดจำกัด
"ความผิดแต่ละกระทง โทษทัณฑ์ทับถมกันขนาดนี้ นี่เราเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนของอดีตฮ่องเต้ จึงยังไม่สั่งประหารเก้าชั่วโคตรตระกูลหนานหยางป๋อก็นับว่าปรานีมากแล้ว!"
ทุกคนสูดหายใจเฮือก อ้าปากค้าง มองราชบุตรเขยด้วยสายตาที่บอกว่า "ท่านช่างกล้าหาญยิ่งนัก"
ใบหน้าของราชบุตรเขยซีดเผือดจนไร้สีเลือด ขวัญหนดีฝ่อจนแทบจะหลุดออกจากร่าง
ฝ่าบาททรงทราบเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?
หรือว่าองค์หญิงใหญ่เป็นคนทูลฟ้อง?
แต่แม่นมหลิวเป็นคนของเขา นางไม่มีทางบอกเรื่องสลับลูกให้องค์หญิงใหญ่รู้แน่
องค์หญิงใหญ่อ่อนแอจากการคลอดบุตร ได้เห็นหน้าลูกเพียงแค่สามครั้ง เด็กทารกแรกเกิดหน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด แถมไม่มีปานแดง แล้วองค์หญิงใหญ่จะรู้ได้อย่างไร?
สมองของราชบุตรเขยสับสนวุ่นวาย ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว
หรือว่าสายลับในจวนองค์หญิงใหญ่จะยังถูกกำจัดไม่หมด และมีคนของฝ่าบาทแฝงตัวอยู่?
"ลากตัวมันออกไป!" ฮ่องเต้สั่งย้ำอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
ดั่งห่านป่าบินผ่านย่อมทิ้งร่องรอย เรื่องพรรค์นี้ตรวจสอบเพียงนิดเดียวก็รู้ความจริง
ความกริ้วโกรธของฝ่าบาทแสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้ตรัสลอยๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่ข้อหาทำสับสนสายเลือดมังกร ก็เพียงพอให้ราชบุตรเขยตายสักพันครั้งแล้ว
องครักษ์เสื้อแพรสองนายก้าวเข้าไปคุมตัวราชบุตรเขย ทันใดนั้นเสียงร้องอันอ่อนแรงก็ดังขึ้น "ช้าก่อน!"
ทุกคนหันไปมองตามเสียงและแอบพึมพำในใจ "มาแล้วสินะ"
องค์หญิงใหญ่ได้รับข่าวจึงรีบรุดออกมาจากเรือนใน
ผู้ที่รีบตามมาด้วยคือมารดาบังเกิดเกล้าของราชบุตรเขย ฮูหยินผู้เฒ่าโจวแห่งจวนหนานหยางป๋อ
นับตั้งแต่ลูกชายแต่งงานกับองค์หญิงใหญ่ นางโจวก็ถูกลูกชายยอดกตัญญูรับมาอยู่ที่จวนองค์หญิง เสพสุขกับความมั่งคั่งของราชวงศ์
"นี่คือแม่แท้ๆ ของราชบุตรเขยสินะ? แค่มองหน้าก็รู้ว่าร้ายกาจ ทำไมฝ่าบาทถึงเลือกแม่ผัวใจยักษ์แบบนี้ให้องค์หญิงใหญ่กันนะ?"
ฮ่องเต้: "..."
ข้าไม่ได้เลือกโว้ย!!
หลายปีมานี้ นางโจวอาศัยสถานะแม่สามีตั้งกฎเกณฑ์กดขี่องค์หญิงใหญ่ พอเห็นองค์หญิงให้ความเคารพยำเกรง นางก็ยิ่งได้ใจจนลืมตัว
นางมองลูกชายที่ถูกองครักษ์เสื้อแพรคุมตัวด้วยความปวดใจ ยังไม่ทันที่องค์หญิงใหญ่จะเอ่ยปาก นางก็ชิงถามขึ้นก่อน "ฝ่าบาท หม่อมฉันขอทูลถามว่าลูกชายหม่อมฉันทำผิดอะไร ฝ่าบาทถึงบุกเข้ามาในจวนแล้วสั่งประหารทันทีเช่นนี้? ขอฝ่าบาทโปรดให้คำอธิบายแก่หญิงชราผู้นี้ด้วย มิเช่นนั้นหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป อาจกระทบต่อชื่อเสียงอันเมตตาธรรมของฝ่าบาทได้นะเพคะ"
ฉู่หลิวเจิงกระพริบตาปริบๆ
"ว้าว! ยายแก่คนนี้กล้าดีนี่นา ถึงกับขู่ฝ่าบาท สงสัยจะกลัวพลาด 'เซตประหารล้างโคตร' สินะ?"
ฮ่องเต้เองก็รู้สึกแปลกใหม่ ยายแก่หนังเหี่ยวนี่คิดว่าตัวเองเป็นแม่สามีขององค์หญิงใหญ่ แล้วข้าผู้เป็นฮ่องเต้จะไม่กล้าทำอะไรนางงั้นรึ?
พระองค์คร้านจะต่อความยาวสาวความความยืด เพียงสะบัดมือเบาๆ "ตบปากนาง"
ทุกคนสูดหายใจเข้าลึก ตบแค่หน้าเหรอ ท่านช่างไม่ออมมือเลยจริงๆ
นางโจวตะลึงงัน
ตาแก่ที่ตายไปของนางไม่เคยบอกเหรอว่าฮ่องเต้ล้วนต้องการชื่อเสียงด้านเมตตาธรรม? ทำไมเรื่องราวมันถึงไม่เป็นไปตามบทล่ะ?
นางรีบหันไปมององค์หญิงใหญ่ หวังให้ลูกสะใภ้ช่วยขอความเมตตา
"เพียะ!"
เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นมาจากด้านข้าง ทำเอานางโจวเซถลาเกือบล้มคว่ำ
"โอ้โห กงกงโจวลงมือหนักจริงๆ ตบทีเดียวยายแก่หน้าบวมฉุเลย"
บ่าวไพร่ในจวนองค์หญิงหลายคนอุทาน "ฮูหยินผู้เฒ่า!"
แต่ภายใต้บารมีอันน่าเกรงขามของฮ่องเต้ ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาปกป้องนางโจวแม้แต่คนเดียว
"เพียะ! เพียะ! เพียะ!"
เสียงตบหน้าดังก้องกังวานต่อเนื่อง
กงกงโจวไม่กล้าหยุดมือจนกว่าฮ่องเต้จะสั่ง
คนที่ได้ยินต่างพากันรู้สึกเจ็บแก้มแทน
จุ๊ๆ ยายแก่คนนี้ทำไมต้องแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปยั่วโมโหฝ่าบาทด้วยนะ?
ขนาดพี่น้องร่วมสายเลือดฝ่าบาทยังฆ่าได้ แล้วจะหวังให้พระองค์มาเคารพคนแก่รักใคร่คนหนุ่มกระนั้นหรือ?
"หยุดนะ! อย่าตีแม่ข้า!!" ราชบุตรเขยพยายามดิ้นรนจะเข้าไปช่วย แต่มือขององครักษ์เสื้อแพรราวกับคีมเหล็ก ลำพังวรยุทธ์งูๆ ปลาๆ ของเขาไม่อาจสลัดหลุดได้เลย
เขาตะโกนใส่องค์หญิงใหญ่ "องค์หญิงใหญ่ แม่ของข้ามักจะชมเชยความกตัญญูของท่านให้ใครต่อใครฟังเสมอ ท่านใจจืดใจดำทนดูนางถูกลงโทษได้ลงคอหรือ?"
องค์หญิงใหญ่ย่อมไม่อาจทนดูเฉยๆ นางอยากจะเข้าไปขอความเมตตาแทนแม่สามี แต่กลับถูกแม่นมหลิวรั้งตัวไว้
แม่นมหลิวส่ายหน้าห้ามปราม
นับตั้งแต่องค์หญิงแต่งงานมา ยายแก่หนังเหี่ยวนี่ก็คอยจับผิดหาเรื่องนางตลอด เพื่อเห็นแก่ราชบุตรเขย องค์หญิงยอมอดทนกลืนเลือด แถมยังกำชับไม่ให้บ่าวไพร่ไปฟ้องราชบุตรเขย กลัวว่าจะเกิดปัญหาระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ ทำให้ราชบุตรเขยลำบากใจ
ตอนนี้ฝ่าบาททรงออกหน้าให้องค์หญิง สั่งสอนยายแก่นี่บ้าง คอยดูซิว่าต่อไปนางจะยังกล้าหาโอกาสกลั่นแกล้งองค์หญิงอีกไหม!
แม้องค์หญิงใหญ่จะไม่ชอบแม่สามีคนนี้ แต่เพื่อเห็นแก่หน้าสามี นางยังคงเพิกเฉยต่อการขัดขวางของแม่นมหลิว ทรุดกายลงคุกเข่าแทบพระบาทฮ่องเต้ เอ่ยว่า "ข้าแต่ฝ่าบาท แม่สามีข้าชรามากแล้ว ตอนนี้นางก็ได้รับบทเรียนแล้ว ขอฝ่าบาททรงเมตตา ยกโทษให้นางสักครั้งเถิดเพคะ"
"ไม่จริงน่า ขนาดราชบุตรเขยทำเรื่องระยำตำบอนขนาดนั้น องค์หญิงใหญ่ยังจะช่วยขอความเมตตาให้ยายแก่อีกเหรอ? นี่แม่พระมาโปรดหรือไง?"
"ช้าก่อน! รีบมาขนาดนี้ หรือว่าองค์หญิงใหญ่จะยังไม่รู้เรื่องชั่วๆ ของราชบุตรเขย?"