- หน้าแรก
- ผมขนเทคโนโลยีมาปฏิวัติราชวงศ์ชิง
- บทที่ 90 - กวาดล้างแดนใต้ (ตอนกลาง)
บทที่ 90 - กวาดล้างแดนใต้ (ตอนกลาง)
บทที่ 90 - กวาดล้างแดนใต้ (ตอนกลาง)
บทที่ 90 - กวาดล้างแดนใต้ (ตอนกลาง)
ปืนต่อสู้อากาศยานไม่ใช่เทคโนโลยีซับซ้อนอะไร แค่ไอเดียพลิกแพลงนิดหน่อย ทหารชิงคิดได้ กองทัพปฏิวัติกรรมาชีพและเกษตรกรย่อมมีใช้นานแล้ว ในเมื่อกองทัพปฏิวัติชอบไปบอมบ์ชาวบ้าน ก็ต้องระวังโดนบอมบ์กลับ เครื่องบินเรือเหาะฝรั่งคิดค้นได้ พรรคเคอเซ่อเล่นได้ คนอื่นก็เล่นได้
พรรคเคอเซ่อตอนนี้ไม่เพียงมีปืนกลต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) แม้แต่ปืนใหญ่ ปตอ. ก็มีแล้ว เพียงแต่คู่ต่อสู้อย่างราชสำนักชิงไม่มีกำลังทางอากาศ เลยยังไม่มีโอกาสโชว์ของ แต่ในการฝึกซ้อมของกองทัพอากาศ มีหัวข้อการรับมือระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึกบรรจุไว้ตั้งแต่แรก
"หึๆ ปืน ปตอ. งานวัดแบบนั้น..." ผู้บัญชาการทางอากาศแค่นเสียงดูถูก "ทุกฝูงบิน! ใช้วิธีการซ้อมรบ สั่งสอนพวกมันหน่อยว่าการป้องกันภัยทางอากาศที่แท้จริงเป็นยังไง!"
เครื่องบินบนฟ้าแยกตัวเป็นหมู่ย่อย พุ่งเข้าหาเป้าหมาย แต่ละหมู่แบ่งเป็นสองคู่ (2 ลำ) เข้าโจมตีจากสองทิศทาง คู่หนึ่งล่อเป้า คู่หนึ่งเผด็จศึก
คราวนี้ทหารชิงไปไม่เป็น ศัตรูมาสองทางตรงข้ามกัน จะยิงทางไหนก่อน? ปืน ปตอ. บ้านๆ ของพวกเขาปรับมุมเงยและมุมกวาดได้ยาก หมุนก็ฝืด เครื่องบินโฉบไปมาสองสามทีก็ตามไม่ทันแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาไม่มีประสบการณ์การยิงเป้าหมายบนฟ้าเลย
"ปังๆๆ..." ทหารชิงบนพื้นระดมยิงอย่างบ้าคลั่ง แต่กระสุนว่าวเป้าหมด
เจียน-2 "ตู้ยา" สองลำดำดิ่งลงมาด้วยมุมชัน ลดระดับลงต่ำสุดถึง 100 เมตร ก่อนจะเชิดหัวขึ้นขนานพื้น จากนั้นจมูกเครื่องก็พ่นไฟแลบ 6 สาย
"ปังๆๆ..." ปืนใหญ่อากาศ 20 มม. 2 กระบอก และปืนกล 7 มม. 4 กระบอก กวาดล้างแนวรบทหารชิง
พลยิงทหารชิง 2 คนที่กำลังหมุนปืนหากระสุน โดนปืนใหญ่ 20 มม. เข้าจังๆ เสียงร้องยังไม่ทันหลุดจากปาก ร่างท่อนบนก็ระเบิดกลายเป็นละอองเลือด ถ้าโดนปืนกล 12.7 มม. ยังแค่ขาดสองท่อน แต่โดน 20 มม. เข้าไป ร่างกายหายไปครึ่งแถบ
"อ๊าก..." ทหารชิงที่เหลือเห็นสภาพเพื่อนร่วมรบก็สติแตก กรีดร้องวิ่งหนีกระเจิง
"ห้ามหนี!!!" ผู้ดูแลป้อมชักดาบออกมา จะหยุดทหารหนีทัพ ทันใดนั้น เจียน-2 อีกสองลำก็โฉบลงมา เครื่องแบบนายทหารอันโดดเด่นกลายเป็นเป้านิ่งให้นักบิน
"ปังๆๆ..." สิ้นเสียงปืนใหญ่ ท่านผู้ดูแลป้อมก็กลายเป็นชิ้นส่วน หัวและหน้าอกบางส่วนกระเด็นไปไกลสิบกว่าเมตร...
สิบกว่านาทีต่อมา ปืน ปตอ. ดัดแปลงของทหารชิงถูกทำลายเรียบ พวกเขายิงกระสุนไปหลายพันนัด แต่ไม่โดนสักแอะ จากนั้นเครื่องบินกองทัพปฏิวัติก็ใช้แนวป้องกันนี้เป็นสนามซ้อมยิงเป้า บอมบ์และกราดยิงอย่างเมามัน จนกระสุนและระเบิดหมดเกลี้ยง ถึงได้โบกปีกบินกลับไปอย่างสบายใจ
..............................................................
บนเนินเขาห่างจากแนวป้องกันไปไม่กี่กิโลเมตร ชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งมองตามเครื่องบินที่จากไปอย่างมีความหมายซับซ้อน คนกลุ่มนี้มาจากหลายประเทศ มีทั้งทูตและทหาร เป็นตัวแทนมหาอำนาจที่มา "ไทยมุง" สังเกตการณ์การรบ
การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของพรรคเคอเซ่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา เมื่อก่อนอยู่ไกลได้แต่ฟังข่าว คราวนี้บุกมาถึงกวางโจว ต้องมาดูให้เห็นกับตา
ข่าวที่ว่ากองทัพปฏิวัติมีกองทัพอากาศที่แข็งแกร่งไม่ใช่ความลับสำหรับมหาอำนาจ แต่แรกๆ พวกเขาคิดว่าข่าวกรองคงโม้เกินจริง เครื่องบินเรือเหาะพวกเขาก็มี แต่ของเล่นพวกนี้จะมีประโยชน์แค่ไหนเชียว? มหาอำนาจต่างดูแคลน
คนพวกนี้จับกลุ่มคุยกันตามสัญชาติ
กงสุลใหญ่อังกฤษประจำกวางโจววางกล้องส่องทางไกลลง กล่าวว่า "อืม ดูท่าศักยภาพของพรรคเคอเซ่อจะเกินกว่าที่เราประเมินไว้ จักรวรรดิต้องปรับท่าทีที่มีต่อพวกเขาใหม่"
เขาหันไปถามนายทหารคนหนึ่ง "ท่านพันตรี เครื่องบินของเราทำได้ขนาดนี้ไหม?"
พันตรีหน้าซีดเผือด ตอบว่า "ไม่ได้ครับท่านกงสุล เครื่องบินสองรุ่นนี้มีความเร็วเหนือกว่าเครื่องบินของเรามาก และดูจากรูปลักษณ์ที่เหมือนกันหมด แสดงว่าพวกเขาผลิตจำนวนมากได้แล้ว ส่วนเครื่องบินของเรา ตอนนี้ยังต่างคนต่างทำ ยังไม่มีรุ่นไหนผลิตจำนวนมากได้..."
"ดูเหมือนจักรวรรดิต้องให้ความสำคัญกับเครื่องบินแล้ว นึกไม่ถึงว่าเทคโนโลยีเครื่องบินของพวกคาวบอยนั่นจะก้าวหน้าขนาดนี้..." กงสุลใหญ่มองไปทางกลุ่มแยงกี้ (อเมริกัน) ที่อยู่ไม่ไกล แล้วพูดกับพันตรี ในสายตาเขา เทคโนโลยีเครื่องบินของพรรคเคอเซ่อต้องมาจากพวกแยงกี้หน้าเงินพวกนั้นแน่
ไม่ใช่แค่เขา ฝรั่งเศส เยอรมัน และชาติอื่นๆ ก็มองไปทางอเมริกัน ทุกคนคิดเหมือนกันว่าอเมริกาต้องอยู่เบื้องหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างเหวินเต๋อซื่อกับอเมริกาก็ไม่ใช่ความลับ ส่วนเรื่องที่จีนจะพัฒนาเองได้นั้น พวกเขาไม่เคยคิดเลย เป็นไปไม่ได้หรอก!
กงสุลใหญ่ถามผบ.กองทัพอังกฤษในฮ่องกง "ท่านพันเอก ถ้าพรรคเคอเซ่อบุกฮ่องกง เราจะต้านอยู่ไหม?"
ผบ.ฮ่องกงยิ้มมั่นใจ "ไม่มีปัญหาครับ ป้อมปราการฮ่องกงของเราไม่ใช่ป้อมชั่วคราวแบบของจีน เมื่อกี้ผมสังเกตว่าระเบิดที่เครื่องบินทิ้ง มีความรุนแรงเทียบเท่ากระสุนปืนใหญ่ 105 มม. แต่ป้อมของเราทนกระสุน 305 มม. ได้สบาย ส่วนปืนกลทำอะไรป้อมเราไม่ได้หรอก แต่ผมขอเสนอว่า จักรวรรดิต้องพัฒนาอาวุธต่อสู้อากาศยานโดยเฉพาะ ไม่งั้นเราจะตอบโต้ไม่ได้"
กงสุลใหญ่พยักหน้า ถามต่อ "แล้วเรือรบล่ะ? เครื่องบินพวกนี้จะเป็นภัยต่อเรือรบแห่งราชนาวีไหม?"
ผบ.ฮ่องกงคิดสักครู่ "ผมไม่คิดว่าการโจมตีที่เทียบเท่ากระสุน 5 นิ้ว จะทำอันตรายเรือรบขนาดใหญ่ของราชนาวีได้ อาจจะสร้างความรำคาญให้เรือลาดตระเวนเบา เรือพิฆาต หรือเรือปืนได้บ้าง แต่กับเรือลาดตระเวนเกราะขึ้นไป อย่างมากก็แค่คันๆ ดังนั้นผมเสนอให้จักรวรรดิพัฒนาอาวุธ ปตอ. ติดตั้งทั้งบนบกและบนเรือรบ"
"อืม งั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วง" กงสุลใหญ่พยักหน้าพอใจ
ฝรั่งเศส อเมริกัน เยอรมัน และชาติอื่นๆ ต่างวิจารณ์กันเซ็งแซ่ อานุภาพของเครื่องบินเกินคาด แต่ก็แค่นั้น เครื่องบินพวกนี้เทียบได้กับปืนใหญ่ 5 นิ้วไม่กี่สิบกระบอกกับปืนกลไม่กี่ร้อยกระบอก สำหรับมหาอำนาจ ของแค่นี้จิ๊บจ๊อย น่าสนใจแต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นภัยคุกคาม
สีหน้าของตัวแทนแต่ละชาติแปรผกผันกับผลประโยชน์ในจีน อังกฤษกับญี่ปุ่นหน้าเขียวคล้ำสุด รองลงมาคือรัสเซียกับฝรั่งเศส เยอรมันกับออสเตรีย-ฮังการีเฉยๆ ส่วนอเมริกา... ยิ้มแก้มปริเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
"สุภาพบุรุษครับ นี่คือเครื่องพิสูจน์คุณภาพการศึกษาของอเมริกาได้ดีที่สุด! แม้แต่คนจีน พอได้รับการศึกษาแบบอเมริกัน ก็สร้างเครื่องบินล้ำสมัยได้!" กงสุลใหญ่อเมริกาประจำกวางโจวหัวเราะร่า ตระกูลเขาเป็นขาใหญ่ในสมาคมการเกษตร ออเดอร์สินค้าเกษตรมหาศาลจากพรรคเคอเซ่อทำให้พวกเขารวยเละ โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ถ้าไม่มีออเดอร์จากซิงเคอ สินค้าเกษตรคงต้องเททิ้ง
"พระเจ้าคุ้มครองอเมริกา! คุณเหวิน ประธานพรรคเคอเซ่อ และผู้บริหารหลายคนโตที่อเมริกา เรียนที่อเมริกา มีความรู้สึกดีๆ ให้อเมริกา นี่คือพันธมิตรธรรมชาติของเรา เราต้องสนับสนุนพวกเขาเต็มที่..." กงสุลใหญ่ประจำเซี่ยงไฮ้เสริม ตระกูลเขาถือหุ้นใหญ่ในสแตนดาร์ดออยล์ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของซิงเคอ มูลค่าการค้าปีละหลายสิบล้านดอลลาร์ ทำให้เขาเชียร์พรรคเคอเซ่อสุดใจขาดดิ้น
นาวาเอกคนหนึ่งพูดขึ้น "หึๆ สุภาพบุรุษครับ พวกคุณคงยังไม่รู้ คุณเหวินเพิ่งสั่งต่อเรือจากอู่ต่อเรือในประเทศเราล็อตใหญ่ เรือประจัญบานรุ่นใหม่ 4 ลำ เรือลาดตระเวนเกราะ 2 ลำ... แถมยังอยากซื้อเรือเก่ามาฝึกทหารอีก..." เขาคือผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำจีน เพิ่งได้รับข่าวจากทางบ้านเมื่อวาน
"โอ้ คุณเหวินนี่การใหญ่จริงๆ!" พวกมะกันอุทาน
กงสุลใหญ่กวางโจวกล่าว "ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของคุณเหวิน เขาจะได้เป็นผู้ปกครองจีนในอนาคตแน่นอน ผมเห็นว่าอเมริกาควรแสดงความจริงใจให้มากกว่านี้ เพื่อดึงจีนมาอยู่ข้างเราถาวร"
"ใช่ครับ ถ้าเขาอยากซื้อเรือเก่า ผมว่ายกให้ฟรีๆ ไปเลยก็ได้! เรือเก่าไม่กี่ลำ จะเก็บเงินทำไม? แค่เรือใหม่ 6 ลำ ทางบ้านเราก็กำไรบานแล้ว" กงสุลใหญ่เซี่ยงไฮ้เสนออย่างใจป้ำ (เพราะไม่ใช่เงินตัวเอง) คนอื่นก็เห็นดีเห็นงาม ของฟรีได้หน้า ใครจะไม่เอา
ส่วนเรื่องที่พรรคเคอเซ่อยังไม่มีทางออกสู่ทะเล พวกเขาไม่สน ดูทรงแล้ว อีกไม่เกินเดือน สองกวางเสร็จพรรคเคอเซ่อแน่
เนื่องจากทหารบกพรรคเคอเซ่อยังมาไม่ถึง เหล่า "ไทยมุง" จึงตั้งแคมป์พักผ่อน เตรียมตัวมาดีมีเต็นท์สนามมาด้วย หนังยังไม่จบ ไม่รีบกลับ
..............................................................
กวางโจว จวนข้าหลวงใหญ่
ซีเหลียงไม่ได้ชิลเหมือนพวกไทยมุง วันนี้ข่าวร้ายประดังเข้ามาแต่เช้า
หลังได้รับข่าวพรรคเคอเซ่อบุกสองกวางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็มีข่าวว่ากองพลที่ 26 ภายใต้การนำของเฉินหวนประกาศสวามิภักดิ์ ส่งมอบแนวป้องกันเสากวนให้กองทัพปฏิวัติ แล้วนั่งรถไฟลงมากวางโจว
ซีเหลียงแทบเป็นลม เฉินหวนคือลูกน้องที่เขาไว้ใจที่สุด ไปไหนพาไปด้วยตลอด ดันมาหักหลังกันได้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ยังไม่ทันหายช็อก ข่าวร้ายอีกข่าวก็มา กองพลที่ 25 ในกวางสี นำโดยไช่เอ้อ ก็ประกาศสวามิภักดิ์เช่นกัน!
อดีตผู้บัญชาการ หลงจี้กวง แม้ไม่ได้ร่วมก่อการ แต่ก็เลียนแบบผู้บริหารกองทัพควนตงในประวัติศาสตร์เดิม บอกไช่เอ้อว่า "พวกคุณทำอะไร ผมไม่รู้ไม่เห็น..."
สองกองพลหลักแปรพักตร์ แนวป้องกันสองกวางที่ซีเหลียงอุตส่าห์สร้างมาพังทลาย กองทัพปฏิวัติเคลื่อนทัพเข้าสู่สองกวางได้อย่างสะดวกโยธิน
"นายท่าน..." ที่ปรึกษาคนสนิทเดินเข้ามา "...ข้อเสนอของคุณเหวินเต๋อซื่อจริงใจมากนะครับ ท่านน่าจะลองพิจารณาเพื่อตัวเองบ้าง..."
ซีเหลียงชี้หน้าด่า "เจ้า... เจ้าจะให้ข้ายอมจำนนต่อโจรเหวินรึ?"
ที่ปรึกษากลั้นใจพูด "นายท่าน ต้าชิงคงไปไม่รอดแล้ว ท่านไม่เห็นแก่ตัวท่านเอง ก็เห็นแก่ลูกหลานเถิดครับ..."
ซีเหลียงนิ่งเงียบไปนาน ก่อนเอ่ยว่า "ตระกูลข้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากต้าชิงมาหลายชั่วคน ข้าไม่มีวันยอมจำนน! พวกเจ้าใครอยากจะไป ก็ไปเถอะ..."
(จบแล้ว)