เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 64 ภารกิจลับ... วิ่งหนีตีนเด็กแนว!

ตอนที่ 64 ภารกิจลับ... วิ่งหนีตีนเด็กแนว!

ตอนที่ 64 ภารกิจลับ... วิ่งหนีตีนเด็กแนว!


ตอนที่ 64 ภารกิจลับ... วิ่งหนีตีนเด็กแนว!

สี่อันธพาลแห่งทะเลเมฆาเดินอาดๆ ผ่ากลางถนนในหุบเขาอย่างองอาจ ผยองยิ่งกว่าไก่ชนชนะเดิมพัน ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาและหมั่นไส้ของผู้คนนับไม่ถ้วน

พวกเขากลับมายังฐานทัพลับ... โรงน้ำชาซอมซ่อตรงปากทางเข้าหุบเขาอีกครั้ง

ฉีเหยาผู้รับบทเหรัญญิกจำเป็น จัดการแบ่งเค้กก้อนโตออกเป็นสามส่วน

ส่วนแรก หนึ่งหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยตำลึง... ส่งเข้าหลวง และจ่ายค่าต๋งให้เจ๊โหรว

อีกสองส่วนที่เหลือ ส่วนละห้าพันเจ็ดร้อยห้าสิบตำลึง... นี่แหละเนื้อเน้นๆ!

เย่เฟิงย่อมเป็นลูกพี่ที่มีคุณธรรมในหมู่โจร ในเมื่อตกลงกันแล้วว่า "หารเท่า" ก็ต้องหารเท่าไม่มีหมกเม็ด

สรุปยอดสุทธิ... ทั้งสี่คนรับทรัพย์ไปคนละ หนึ่งพันสี่ร้อยสามสิบเจ็ดตำลึง!

เศษเงินที่เหลืออีกหนึ่งตำลึงกว่าๆ... ยกให้เป็นงบสวัสดิการ กินหมูกระทะฉลองชัย!

หลังจากแบ่งสมบัติเสร็จ ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีหมึก

ทั้งสี่คนต่างพกเงินตุงกระเป๋า แยกย้ายกันบินกลับยอดดาราโรยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เมื่อมาถึงกลางเขายอดดาราโรย แก๊งสี่อันธพาลก็สลายตัว

เย่เฟิงไม่ได้รีบกลับเรือนเฟิงหลิงไปนอนนับเงิน และไม่ได้มุ่งหน้าไปหอคลังสวรรค์ แต่เขากลับเลี้ยวหัวเรือมุ่งหน้าไปยัง "เรือนเมฆาสวรรค์" ที่พำนักของท่านเจ้าสำนัก เพื่อตามหาเหมียวเสี่ยวโหรว

เรือนเมฆาสวรรค์... คฤหาสน์หรูหราอลังการงานสร้าง กินพื้นที่กว้างขวางประหนึ่งวังย่อมๆ

ด้านหลังยังมี "หอเสวียนจี" สูงเจ็ดชั้น ตั้งตระหง่านเป็นแลนด์มาร์ก เป็นทั้งที่ทำงานและที่พักผ่อนของเจ้าสำนักรุ่นสู่รุ่น

เมื่อได้มายืนมองคฤหาสน์หรูหราตรงหน้า ในใจของเย่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาตาร้อนผะผ่าว

...สมกับเป็นบ้านบิ๊กบอส! หรูหราหมาเห่าจริงๆ!

ที่นี่มีผู้อาศัยอย่างต่ำก็หกเจ็ดสิบชีวิต... ทั้งศิษย์สายตรงเจ็ดคน ศิษย์มีชื่ออีกเป็นสิบ และศิษย์ฝ่ายนอกที่เป็นคนรับใช้เดินกันขวักไขว่

พอเย่เฟิงก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่ ศิษย์ฝ่ายนอกหน้าตาตื่นก็รีบปรี่เข้ามาขวางทันที

“เย่เฟิง? ลมอะไรหอบเจ้ามาที่นี่?”

“ข้ามาหาศิษย์พี่เสี่ยวโหรว นางอยู่หรือไม่?”

ศิษย์ผู้นั้นส่ายหน้าดิก

“ศิษย์พี่เหมียวเพิ่งออกจากฌานเมื่อไม่กี่วันก่อน ช่วงนี้นางเข้าเวรที่หอคลังสวรรค์ น่าจะกลับค่ำๆ นู่นแหละ”

“ไม่เป็นไร ข้าเป็นคนมีความอดทนสูง ข้าจะรอนางหน้าประตูนี่แหละ”

เย่เฟิงถอยร่นออกมา กอดห่อผ้าใส่เงิน นั่งยองๆ พิงกำแพงหน้าประตูเรือน

ท่านั่งของเขา... ดูเผินๆ เหมือนคนกำลังนั่งปลดทุกข์หนักอย่างตั้งใจ ทำเอาศิษย์ฝ่ายนอกที่เฝ้าประตูถึงกับคิ้วกระตุกยิกๆ

แต่ก็นะ... รู้กิตติศัพท์ความเกรียนของหมอนี่ดี ขืนไปยุ่ง เดี๋ยวจะซวยเปล่าๆ

ผู้คนเดินเข้าออกเรือนเมฆาสวรรค์ไม่ขาดสาย พอเห็นเย่เฟิงนั่งทำหน้าเครียดเหมือนท้องผูกอยู่มุมกำแพง ต่างก็มองด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้

...ไอ้หมอนี่มันมานั่งทำมิวสิควิดีโออะไรตรงนี้ฟะ?

จนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า

ในที่สุด เหมียวเสี่ยวโหรวก็เสด็จกลับมา พร้อมกับบอดี้การ์ดกิตติมศักดิ์... ศิษย์พี่หลินอี้ ชายหนุ่มรูปงามผู้แสนจะเพอร์เฟกต์

เย่เฟิงที่นั่งสัปหงกน้ำลายยืดอยู่มุมกำแพง สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

หลินอี้เห็น "ก้อนอะไรบางอย่าง" ขยับตัวอยู่ที่มุมมืด ก็ร้องทักด้วยความแปลกใจ

“เย่เฟิง? ไฉนเจ้าถึงมานั่งทำตัวเป็นสัมภเวสีเฝ้าประตูอยู่ตรงนี้?”

เย่เฟิงดีดตัวลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัว

“พวกท่านกลับมาแล้วรึ? ข้ารอจนรากจะงอกทะลุพื้นแล้วนะ!”

หลินอี้เลิกคิ้ว “เจ้ามาหาข้ามีธุระ?”

เย่เฟิงส่ายหน้า “ศิษย์พี่หลิน อย่าสำคัญตัวผิดไป ข้ามาหาศิษย์น้องเสี่ยวโหรวต่างหาก”

หลินอี้ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

...เมื่อก่อนไอ้หมอนี่ตามจีบเสี่ยวโหรวแทบเป็นแทบตาย แต่นางไม่เล่นด้วย จนมันเลิกตื้อไปเป็นปีแล้ว ไฉนจู่ๆ ถึงกลับมาเป็น "ไอ้หน้าโง่คลั่งรัก" อีกรอบ?

เหมียวเสี่ยวโหรวถามเสียงเรียบ “เย่เฟิง เจ้ามาหาข้ามีธุระอันใด?”

เย่เฟิงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่

“แน่นอนว่าต้องเอา 'เงิน' มาเปย์ท่านไงล่ะจ๊ะ!”

“เปย์เงิน?” เหมียวเสี่ยวโหรวสมองประมวลผลไม่ทัน

“โธ่... ศิษย์พี่เสี่ยวโหรว ความจำสั้นจัง เมื่อวานท่านเพิ่งใช้ให้ข้าไปทวงหนี้มิใช่รึ?”

“อ้อ... ใช่ แต่เจ้าคงไม่ได้จะบอกว่า เจ้าทวงได้แล้วภายในวันเดียวหรอกนะ?”

เย่เฟิงหัวเราะ หึๆๆ ในลำคออย่างผู้เหนือกว่า

“วันนี้แค่ชิมลางเจ้าเดียวขอรับ! นี่ใบเสร็จ... นี่เงินสด... ข้าจัดการแบ่งสรรปันส่วนเรียบร้อย ส่วนนี้ของหอคลังสวรรค์ หนึ่งหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยตำลึง...”

“ส่วนนี้ของท่าน... ห้าพันเจ็ดร้อยห้าสิบตำลึง! ส่วนค่านายหน้าของข้า ข้าหักไว้แล้ว ท่านนับดูสิ!”

เหมียวเสี่ยวโหรวมองตั๋วเงินปึกเบ้อเริ่มในมือเย่เฟิง ตาโตเท่าไข่ห่าน

...นี่มันเรื่องจริงหรือฝันไป!

นางรีบคว้าใบเสร็จมาอ่าน

ข้อความระบุชัดเจน: ร้านผ้าไหมเทียนอวี่ ชำระหนี้คงค้างพร้อมดอกเบี้ย รวม 23,000 ตำลึง... ผู้ดำเนินการ: เย่เฟิง

“ข้าทวงเลือดตาแทบกระเด็นเป็นเดือน ได้มาแค่เศษเงิน... เจ้าใช้เวลาวันเดียว ฟาดมาสองหมื่นกว่าตำลึงเนี่ยนะ?!”

เหมียวเสี่ยวโหรวอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตา

เย่เฟิงเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าใสซื่อ

“ก็วันนี้ไปกับพวกฟางถงแค่เจ้าเดียว พรุ่งนี้กะว่าจะไปกวาดอีกสักหน่อย... วางใจเถอะศิษย์พี่ ไม่เกินเดือน ข้าจะตามเก็บหนี้ทั่วหุบเขาเซียนหลิงมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์!”

เหมียวเสี่ยวโหรวยิ้มแก้มปริ จนตาหยีเป็นสระอิ

“เจ้าเด็กบ้า! เก่งขนาดนี้ทำไมไม่บอกแต่แรก! ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้ามันอัจฉริยะด้านการทวงหนี้!”

แต่ทว่า... หลินอี้เริ่มเอะใจ

เขารับใบเสร็จไปอ่านทวนอีกรอบ คิ้วขมวดมุ่น

“ศิษย์น้องเย่... เงินก้อนนี้... เจ้าไปรีดไถมาจากร้านผ้าไหมเทียนอวี่รึ?”

“ถูกต้องแล้วคร้าบ”

“เจ้ารู้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของร้าน?”

“รู้สิ! ก็ร้านของแก๊งสามสาวพาวเวอร์พัฟเกิร์ล... ท่านอาอวิ๋นอวี่, ท่านอาอวิ๋นมู่, ท่านอาโส่วฉือ ไงล่ะ! มีปัญหาตรงไหน?”

“ในเมื่อเจ้ารู้... เจ้ายังกล้าไปแหย่รังแตนอีกรึ?!”

หลินอี้มองเย่เฟิงเหมือนมองตัวประหลาด

...ไอ้หมอนี่สมองกลับหรือเปล่า? หรือตอนตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา ลืมเอาสมองกลับมาด้วย?

เย่เฟิงทำหน้ามึน

“ทำไมจะไม่กล้าล่ะ? ก็พวกนางเบี้ยวหนี้จริงๆ นี่นา ข้าทำตามหน้าที่ในฐานะตัวแทนหอคลังสวรรค์นะเว้ย!”

“แล้วพวกนางยอมจ่ายให้เจ้าง่ายๆ งั้นรึ?”

“จะบ้าเรอะ! ง่ายๆ ก็ไม่ใช่เย่เฟิงสิ! ยัยป้าสวีหยางหลิ่วนั่นเขี้ยวลากดินจะตาย ขู่ฟ่อๆ ยกชื่อท่านอาอวิ๋นอวี่มาข่มข้าสารพัด!”

เย่เฟิงเริ่มโม้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“แต่ข้า เย่เฟิง หนึ่งในสี่จตุรเทพ... เอ้ย สี่อันธพาลแห่งทะเลเมฆา มีหรือจะกลัว! ข้าเลยสั่งลูกน้อง 'ยึดร้าน' แม่มเลย! เตรียมจะเอาผ้าไหมไฮโซออกมาเทขายเลหลังแบกะดิน...”

เย่เฟิงสาธยายวีรกรรมสุดระห่ำอย่างออกรส

แต่ทว่า... สีหน้าของหลินอี้และเหมียวเสี่ยวโหรวเริ่มซีดลงเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นกระดาษ

“เย่เฟิง!!! ไอ้บ้า!!!”

เหมียวเสี่ยวโหรวกกรีดร้องลั่น

“ข้าให้เจ้าไปทวงหนี้! ไม่ได้ให้ไปสั่งปิดร้านท่านอาอวิ๋นอวี่! โอ๊ย... ข้าตายแน่! ตายหยั๋งเขียดแน่ๆ!”

เย่เฟิงรีบโบกมือ “ใจเย็นเจ๊! ไม่ถึงตายหรอก!”

“เจ้าจะรับผิดชอบแทนข้ารึไงยะ?!”

เย่เฟิงส่ายหน้าดิก

“เปล่า... คือชาวบ้านเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่า... ข้าทำงานให้ 'ศิษย์พี่จิงหง' บ้างก็ว่านี่คือศึกช้างชนช้างระหว่างศิษย์พี่ใหญ่ทั้งสอง... สรุปคือ ไม่มีใครพูดถึงท่านเลยสักคน!”

“ดังนั้น... ศิษย์พี่เสี่ยวโหรว ท่านรอดตัว 100% สบายใจได้!”

เย่เฟิงทำหน้าซื่อตาใสสุดฤทธิ์

...ฮ่าๆๆ แผนโยนขี้สำเร็จ!

ในเมื่อคนเขาเข้าใจผิดกันไปเอง ข้าก็แค่ 'เออ-ออ' ห่อหมกไปตามน้ำ! ให้ทุกคนเข้าใจว่า 'ฟู่จิงหง' เป็นคนสั่งการ!

นอกจากจะรอดตัวแล้ว ยังได้ยืมมือ 'เด็กแนวตาเดียว' มาเป็นเกราะกันภัยอีก! ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง!

หลินอี้และเหมียวเสี่ยวโหรวหันมาสบตากัน... ในแววตามีแต่ความช็อกซีนีม่า

แล้วทั้งคู่ก็หันขวับมามองเย่เฟิงพร้อมกัน

หลินอี้กำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปน

...ข้าอยากจะซัดหน้าไอ้เวรนี่ให้คว่ำจริงๆ! มันช่างหาเรื่องใส่ตัวเก่งนัก!

โชคดี หรือโชคร้ายก็ไม่รู้ จังหวะนั้นเอง...

“เฒ่าเย่!!!”

เสียงคำรามดั่งฟ้าผ่าดังมาจากด้านหลัง

'เด็กแนวตาเดียว' ฟู่จิงหง เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิต

แม้ฟ้าจะมืด และตาเดียวของเขาจะมองไม่ค่อยชัด แต่พอเดินเข้ามาใกล้ เห็นหน้าไอ้ตัวต้นเรื่องชัดๆ

ฟู่จิงหงก็ถกแขนเสื้อขึ้นทันที

“ไอ้บัดซบ! ยังกล้าโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีกเรอะ! บ่ายวันนี้เจ้าไปก่อวีรกรรมบ้าบออะไรที่หุบเขาเซียนหลิง! ข้า... ข้าจะฆ่าเจ้า!”

เย่เฟิงขนลุกซู่ สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานทันที

“อุ๊ย! เฒ่าฟู่... ใจเย็นก่อนพี่ชาย! เอ่อ... ข้ามีธุระด่วน! ไปก่อนนะ! ศิษย์พี่เสี่ยวโหรว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะจ๊ะ!”

พูดจบ เย่เฟิงก็ใส่เกียร์หมา โกยแน่บหายไปในความมืด

ฟู่จิงหงมีหรือจะยอมปล่อย! เขากระโจนไล่ตามไปติดๆ

ทิ้งให้หลินอี้และเหมียวเสี่ยวโหรวยืนเอ๋อรับประทานอยู่ตรงนั้น

...

ระดับพลังของเย่เฟิงกับฟู่จิงหง ห่างกันราวฟ้ากับเหว

ตามหลักฟิสิกส์แล้ว เย่เฟิงควรจะโดนตะครุบตัวได้ภายในสามก้าว แล้วโดนกระทืบจมดิน

แต่ผิดคาด!

เย่เฟิงวิ่งนำหน้า ฟู่จิงหงวิ่งไล่หลัง... ทั้งคู่กระโดดโลดเต้น ไล่กวดกันไปตามทางเดินหินราวกับหนังอินเดีย หายลับไปในความมืด

เหล่าศิษย์ที่เดินผ่านไปมาต่างยืนงง... นี่พวกศิษย์พี่เขาเล่นวิ่งไล่จับกันรึ?

หลังจากวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนข้ามเขามาแปดลูก

เย่เฟิงหยุดยืนหอบแฮ่กๆ เกาะต้นไม้เฒ่าคอเอียง ร้องโวยวาย

“เฒ่าฟู่! พอได้แล้วมั้ง! ท่านจะไล่ตามข้าทำไมวะ! ข้าไปทำอะไรให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจนักหนา! นี่ไล่มาแปดถนนแล้วนะ! ไม่เหนื่อยบ้างรึไง!”

ฟู่จิงหงยืนกอดอก หน้าไม่แดง แรงไม่ตก หายใจปกติราวกับเดินเล่นในสวน

เขาใช้ดวงตาข้างเดียวจ้องเขม็ง

“เจ้าถามข้า? เจ้าถามตัวเองดีกว่าไหม! บ่ายนี้เจ้าไปทำระยำอะไรไว้ที่หุบเขาเซียนหลิง!”

“แฮ่กๆ... ข้า... ข้าก็แค่ไปช่วยศิษย์พี่เสี่ยวโหรวทวงหนี้! ได้เงินมาก็ให้เจ๊แกไปหมดแล้ว! ข้าผิดตรงไหน!”

เย่เฟิงยังคงแถสีข้างถลอก

...ถึงตอนอยู่ในร้านข้าจะ 'ใบ้' ให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นท่านก็เถอะ แต่ต่อหน้าท่าน ข้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด!

หลักการคือ... ตราบใดที่ข้าไม่ได้พูดออกจากปากว่า 'ฟู่จิงหงสั่งมา' ข้าก็บริสุทธิ์!

“ยังจะมาแถ!” ฟู่จิงหงคำราม

“เจ้าทวงหนี้ข้าไม่ว่า แต่เจ้าดันอ้างชื่อข้า! เจ้ารู้ไหมว่ากว่าข้าจะดึงพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องมาเป็นพวกได้ มันยากเย็นแค่ไหน!”

“ท่านอาทั้งสาม... อวิ๋นอวี่, อวิ๋นมู่, โส่วฉือ... ตัวแม่ระดับตำนานทั้งนั้น! ข้าอุตส่าห์ประคบประหงม ส่งกระเช้าของขวัญ เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีมาตั้งหลายปี!”

“แต่เจ้า... เจ้าใช้เวลาแค่ชั่วผายลม ทำลายความสัมพันธ์ของข้ากับพวกนางจนพังพินาศ! เจ้าเด็กเวร! วันนี้ข้าไม่หักขาเจ้า อย่ามาเรียกข้าว่าฟู่จิงหง!”

ฟู่จิงหงง้างมือเตรียมประทุษร้าย

“ข้าถูกใส่ร้าย!!!”

เย่เฟิงร้องลั่นป่า

“ใส่ร้ายบ้าบออะไร!”

“ข้าทวงหนี้ก็ส่วนข้า คนที่ไปมีเรื่องกับท่านอาทั้งสามคือข้า! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับท่านวะครับ? ข้าไม่เคยพูดสักคำว่าท่านสั่งมา!”

“เจ้า... เจ้ามันแกล้งโง่หรือโง่จริงวะเนี่ย?”

“ข้าไม่เข้าใจจริงๆ! ศิษย์พี่โปรดชี้แนะ! ถ้าไม่มีเหตุผลดีๆ แล้วมาหักขาข้า ข้าไม่ยอมนะเว้ย!”

“ได้! ข้าจะทำให้เจ้ายอมจำนนด้วยหลักฐาน!”

“เจ้าประกาศปาวๆ ว่าทวงหนี้ในนาม 'หอคลังสวรรค์' ใช่หรือไม่?”

“ใช่สิ! ข้าพูดความจริง! เมื่อวานศิษย์พี่เสี่ยวโหรวเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ข้าเองกับมือ! ข้าพูดผิดตรงไหน?” เย่เฟิงทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ผุดผ่อง

ฟู่จิงหงกัดฟันกรอด

“แล้วเจ้ารู้ไหมว่า... ตอนนี้ 'ใคร' เป็นคนคุมหอคลังสวรรค์อยู่?!”

เย่เฟิงชะงัก แสร้งทำหน้าตกใจสุดขีด

“ห๊ะ! เฒ่าฟู่... ท่านหมายความว่าไง? ผู้อาวุโสใหญ่หอคลังสวรรค์คือท่านอาโส่วเจิ้งไม่ใช่รึ? ไปตกอยู่ในมือท่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!”

...การแสดงระดับออสการ์ต้องมา!

จบบทที่ ตอนที่ 64 ภารกิจลับ... วิ่งหนีตีนเด็กแนว!

คัดลอกลิงก์แล้ว