เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 ที่มาของเย่เฟิง... ไม่ธรรมดายิ่ง!

ตอนที่ 45 ที่มาของเย่เฟิง... ไม่ธรรมดายิ่ง!

ตอนที่ 45 ที่มาของเย่เฟิง... ไม่ธรรมดายิ่ง!


ตอนที่ 45 ที่มาของเย่เฟิง... ไม่ธรรมดายิ่ง!

แม้ว่าท่านปราชญ์อวี้อิงจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ในเสี้ยววินาที

แต่จินเหอก็ไม่ใช่คนโง่ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าของท่านอาจารย์ ล้วนตกอยู่ในสายตาของนางทั้งสิ้น

จินเหอไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ เพียงแค่นั่งลงข้างกายท่านปราชญ์อวี้อิงอย่างสงบเสงี่ยม รินชาให้ท่านอาจารย์เงียบๆ โดยไม่กล่าววาจาใด

ท่านปราชญ์อวี้อิงทอดสายตามองดูศิษย์เอกของตน กล่าวเนิบช้า "เหอเอ๋อ... ช่วงเวลานี้ในใจของเจ้าคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย และคงคันปากอยากจะถามเรื่องนี้เต็มแก่แล้วกระมัง?"

จินเหอค่อยๆ ส่ายหน้า

อวี้อิงเลิกคิ้วสูง "เจ้าไม่สงสัยใคร่รู้บ้างเลยหรือ?"

"ศิษย์ติดตามรับใช้ท่านอาจารย์มานานหลายปี เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งดีเจ้าค่ะ... สิ่งที่ควรรู้ ย่อมจะได้รู้ สิ่งที่ไม่ควรล่วงรู้ ห้ามสอดรู้เป็นอันขาด หากต้องการอยู่รอดในนิกายทะเลเมฆา ก็จงทำหน้าที่ของตนให้ดี อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น"

เมื่อได้ยินคำตอบฉลาดเฉลียวของจินเหอ บนใบหน้าที่ยังคงงดงามสง่าของท่านปราชญ์อวี้อิง ก็เผยรอยยิ้มบางๆ

"เหอเอ๋อ เจ้าคิดได้เช่นนี้ ข้าก็เบาใจ เฮ้อ... ในการจัดการเรื่องของเย่เฟิง ข้าเองก็มีความคิดส่วนตัวปะปนอยู่จริง แน่นอนว่า ที่ข้าลงมือปกป้องเย่เฟิงลับๆ ไม่ใช่เพื่อเจ้าอ้วนตายอวี้หลงนั่นหรอกนะ"

จินเหอพยักหน้า "ศิษย์ทราบเจ้าค่ะ"

"เจ้ารู้? ข้ายังนึกว่าเจ้าจะคิดว่า ข้ากับเจ้าอ้วนตายนั่นมี 'ซัมติง' กันเสียอีก"

จินเหอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ รสนิยมของท่านอาจารย์... ไม่มีทางเป็นท่านอาจารย์อาอวี้หลงอย่างแน่นอน"

"โอ้... งั้นข้าชักอยากรู้แล้วสิ เจ้าคิดว่าข้าปกป้องเย่เฟิงเพื่อสิ่งใด? ในเมื่อไม่ใช่เพื่อเจ้าอ้วนอวี้หลง หรือจะเป็นเพราะข้าถูกชะตากับพรสวรรค์ของเย่เฟิง? ไม่อยากให้นิกายทะเลเมฆาสูญเสียเพชรเม็ดงามไป?"

"เย่เฟิง? พรสวรรค์? แถมยังเพชรเม็ดงาม?" จินเหอถึงกับไปไม่เป็น

นอกจากกิน ดื่ม เที่ยว เล่นพนัน ต้มตุ๋นหลอกลวง ใช้อิทธิพลเบ่งใส่ชาวบ้าน ลวนลามแม่นาง... เย่เฟิงยังทำอะไรเป็นอีก?

นางหัวเราะแห้งๆ "ท่านอาจารย์... ในเมื่อวันนี้พวกเราเปิดอกคุยกันแล้ว ศิษย์ก็จะไม่ขออ้อมค้อม ที่ท่านอาจารย์ช่วยกักขังเย่เฟิงไว้ในคุกหินของหอวินัยอย่างลับๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับ 'ชาติกำเนิด' ของเย่เฟิงกระมังเจ้าคะ?"

ท่านปราชญ์อวี้อิงได้ยินคำว่า 'ชาติกำเนิด' สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นไม่เป็นธรรมชาติทันที

นางยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อน เหลือบสายตามองไปที่ประตูห้องแวบหนึ่ง ...ประตูปิดแล้ว อาคมเก็บเสียงทำงานแล้ว

ท่านปราชญ์อวี้อิงจึงวางถ้วยชาลง "พูดต่อสิ"

จินเหอสูดหายใจลึก "ชาติกำเนิดของเย่เฟิงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ! นิกายทะเลเมฆาของพวกเรามีระบบคัดกรองศิษย์ที่เข้มงวด ศิษย์ฝ่ายในเกือบทั้งหมด ล้วนต้องไต่เต้ามาจากศิษย์รับใช้ฝ่ายนอก เรือนไผ่หมึกของพวกเราเอง ก็ล้วนเคยคลุกคลีในฝ่ายนอกมาหลายปี"

"แต่เย่เฟิง... กลับเป็นข้อยกเว้นระดับวีไอพี"

"เย่เฟิงไม่ได้สอบเลื่อนขั้น แต่เขาคือคนที่ท่านอาจารย์อาอวี้หลง 'เก็บได้' จากตีนเขาเมื่อสิบสองปีก่อน ในตอนนั้น... เย่เฟิงอายุเพียงสามขวบ"

"ด้วยสถานะของท่านอาจารย์อาอวี้หลง หากคิดจะรับศิษย์ แค่เดินไปจิ้มเอาที่หอถ่ายทอดวิชา ก็มีเด็กอัจฉริยะเข้าคิวรอให้เลือกเป็นตับ แต่เขากลับเลือกที่จะหิ้วเด็กสามขวบที่ยังไม่รู้ประสีประสาขึ้นมาบนเขา"

"ดูไม่ออกว่ามีรากฐานบำเพ็ญเพียรหรือไม่ แถมยังต้องหาคนมาคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวดูแลเป็นพิเศษ แต่ท่านอาจารย์อาอวี้หลงกลับไม่รังเกียจ กลับประคบประหงมไข่ในหิน"

"ข้ายังจำได้ว่าตอนนั้นท่านอาจารย์อาอวี้หลงเลี้ยงเด็กไม่เป็น ช่วงสองปีแรก มักจะหิ้วเย่เฟิงมาทิ้งไว้ที่เรือนไผ่หมึก ให้พวกเราช่วยเลี้ยง ตอนแรกท่านอาจารย์โมโหมาก ทะเลาะกับท่านอาจารย์อาบ้านแตก แต่อยู่ๆ วันหนึ่ง... ท่านอาจารย์กลับยอมรับเรื่องนี้โดยดุษณี"

"น่าจะเป็นตอนนั้นเอง... ที่ท่านอาจารย์ค้นพบชาติกำเนิดที่แท้จริงของเย่เฟิง"

สีหน้าของท่านปราชญ์อวี้อิงยังคงสงบนิ่ง แต่ลึกเข้าไปในดวงตา กลับฉายแววโศกเศร้าและรำลึกถึงอดีตจางๆ ราวกับกำลังมองเห็นเงาของสหายเก่าผู้ล่วงลับ

เมื่อเห็นอาจารย์เงียบ จินเหอก็รุกต่อ "ช่วงเวลานั้น ท่านอาจารย์อาอวี้หลงแทบไม่ออกไปท่องเที่ยวไหนเลย ทำให้หลายคนลือกันว่า เย่เฟิงอาจเป็น 'ลูกไข่ทิ้งไว้' ของท่านอาจารย์อา ข้าเองก็เคยหลงเชื่อเช่นนั้น"

"เมื่อช่วงก่อน ข้าถึงกับคิดว่าท่านอาจารย์ปกป้องเย่เฟิงเพราะเห็นแก่หน้าท่านอาจารย์อา แต่สามวันก่อน... ท่านอาจารย์อาพา 'หวงหลิงเอ๋อ' กลับมาเปิดตัว ข้าจึงได้รู้ว่าตัวเองเดาผิดไปคนละทิศ"

"ขนาดลูกสาวที่เกิดกับนางคณิกา เขายังกล้าพาเข้าสำนักอย่างเปิดเผย แถมยังขี้อวดขนาดนั้น หากเย่เฟิงเป็นลูกชายเขาจริงๆ... มีหรือจะปิดบังซ่อนเร้น?"

มุมปากของท่านปราชญ์อวี้อิงกระตุกยิ้มเหยียดหยาม "ถูกต้อง... เจ้าอ้วนตายนั่นนอกจากจะหน้าหนาแล้ว ยังเป็นพวกขี้อวดตัวพ่อ! ถ้ามีลูกชายจริง ป่านนี้คงพาเย่เฟิงเดินสายโชว์ตัวทั่วเสินโจวแล้ว"

"อีกอย่าง... ด้วยเบ้าหน้าอย่างเฒ่าสารเลวอวี้หลง ไม่มีทางให้น้ำเชื้อที่กำเนิดลูกชายหล่อเหลาอย่างเย่เฟิงได้หรอก!"

"ตอนนี้ข้ายังสงสัยอยู่เลยว่า แม่หนูหวงหลิงเอ๋อคนนั้น เป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขาจริงรึเปล่า?"

แม้ท่านปราชญ์อวี้อิงจะยังไม่เจอตัวจริง แต่กิตติศัพท์ความงามของหวงหลิงเอ๋อก็ลือกระฉ่อนไปทั่วภูเขาแล้ว

แค่เฒ่าอ้วนเตี้ย ดำเมี่ยม ตาชั้นเดียวอย่างอวี้หลง จะผลิตลูกสาวตาสองชั้น ขายาวผิวขาว ออกมาได้ยังไง? DNA มันผิดพลาดตรงไหนรึเปล่า?

แม่ของหวงหลิงเอ๋อคือนางโลมอันดับหนึ่ง ผู้ซึ่ง 'แขนหยกหนุนนอนพันราตรี ริมฝีปากแดงแต้มจูบหมื่นบุรุษ' สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่านางผ่านสมรภูมิมาโชกโชนแค่ไหน ใครจะไปรู้ว่าพ่อเด็กตัวจริงคือใคร?

เมื่อเห็นอาจารย์เริ่มออกทะเลไปนินทาชาวบ้าน จินเหอก็กระแอมเบาๆ "อะแฮ่ม... ในเมื่อเย่เฟิงไม่ใช่ลูกท่านอาจารย์อา คำถามคือ... เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร? ทำไมระดับมหาปราชญ์อวี้หลงวัยเกือบสี่ร้อยปี ถึงยอมแหกกฎรับเป็นศิษย์?"

"เมื่อลองตรองดู... ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเย่เฟิงจะก่อเรื่องวินาศสันตะโรแค่ไหน ท่านอาจารย์อาก็จะกางปีกปกป้องสุดชีวิต รวมถึง 'ชื่อรุ่น' บนป้ายประจำตัวของเย่เฟิง ข้าจึงมั่นใจว่า ชาติกำเนิดของเขาต้องระดับบิ๊กเบิ้มแน่นอน"

"ป้ายประจำตัว..." แววตาของท่านปราชญ์อวี้อิงไหววูบ "เจ้าถึงกับเคยเห็นป้ายประจำตัวของเย่เฟิงเชียวรึ?"

จินเหอพยักหน้า "ประมาณครึ่งปีหลังเขาเข้าสำนัก... ตอนที่เขาตกลงไปในบ่อขี้... เอ่อ บ่ออุจจาระ โชคดีที่ศิษย์น้องซวงเอ๋อไปเจอเข้า ตอนข้าลากเขาขึ้นมาล้างตัว ข้าเจอป้ายนั่นในเสื้อของเขา"

"ศิษย์ในนิกายแทบไม่มีใครรู้ชื่อรุ่นของเย่เฟิง เย่เฟิง... เกิดวันที่สอง เดือนอ้าย ปีอู้เซิน นามรุ่น 'เจิ้ง' ชื่อ 'อี'"

"บนป้ายสลักว่า... เย่เจิ้งอี!"

"ในนิกายทะเลเมฆา ชื่อนี้ไม่มีใครรู้จัก แต่รุ่น 'เจิ้ง' นั้นสูงส่งนัก ขนาดตู๋กูฉางคง ศิษย์เอกท่านเจ้าสำนัก ยังมีนามเต๋าว่า 'หยวนอี' หากเย่เฟิงไม่ใช่บุคคลพิเศษ ท่านอาจารย์อาอวี้หลงไม่มีทางตั้งชื่อรุ่น 'เจิ้ง' ให้เด็กสามขวบแน่ๆ"

"ข้าจำได้ว่า หลังจากเหตุการณ์ตกบ่อขี้ครั้งนั้น ท่าทีของท่านอาจารย์ที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนไป ท่านอาจารย์น่าจะเห็นป้ายนั่นเหมือนกันใช่ไหมเจ้าคะ?"

ท่านปราชญ์อวี้อิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เหอเอ๋อ... เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว ไม่เสียแรงที่ข้าฟูมฟักมา"

"คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ถึงเพียงนี้ เอาล่ะ... วันนี้ถือเป็นแค่การเมาท์มอยระหว่างศิษย์อาจารย์ ออกจากเรือนไผ่ไปเมื่อไหร่ เจ้าคือคนที่ไม่รู้อะไรเลย เข้าใจหรือไม่?"

จินเหอก้มศีรษะลง "ศิษย์เข้าใจแล้ว... ปิดปากเงียบสนิทเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์... ตกลงแล้วเย่เฟิงผู้นี้..."

ท่านปราชญ์อวี้อิงยกมือห้าม "พอแค่นี้... เรื่องเย่เฟิงให้จบแค่นี้ ต่อไปไม่ต้องพูดถึงอีก เมื่อครู่เจ้าเองก็เพิ่งพูดหยกๆ ว่า 'รู้น้อยพลอยรำคาญ' ไม่ใช่หรือ?"

สีหน้าจินเหอเจื่อนลงเล็กน้อย "ศิษย์ทราบแล้วเจ้าค่ะ"

"อืม... เจ้าออกไปก่อนเถอะ"

จินเหอลุกขึ้นคารวะ แล้วถอยออกจากห้องไปเงียบๆ

ลับหลังศิษย์เอก สีหน้าของท่านปราชญ์อวี้อิงพลันฉายแววซับซ้อนหนักอึ้ง

นางคาดไม่ถึงว่าจินเหอจะหูไวตาไวขนาดนี้ และยิ่งคาดไม่ถึงว่า... เจ้าอ้วนอวี้หลงดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่า นางเองก็รู้ความลับเรื่องชาติกำเนิดเด็กนั่น

ท่านปราชญ์อวี้อิงหยิบกล่องไม้จันทน์สีม่วงออกมาจากกำไลเก็บของ กล่องใบจิ๋วที่ดูธรรมดา แต่เมื่อเปิดออก... ป้ายหยกสีขาวบริสุทธิ์ก็นอนนิ่งสงบอยู่ภายใน

ตัวอักษรสลักชัดเจน ศิษย์นิกายทะเลเมฆารุ่นที่ยี่สิบเจ็ด เย่เฟิง เกิดวันที่สอง เดือนอ้าย ปีอู้เซิน นามรุ่นเจิ้ง ชื่อ อี...

ป้ายประจำตัวของเย่เฟิง กลับมาอยู่ในมือของท่านปราชญ์อวี้อิง ผู้ที่ดูเหมือนจะเกลียดขี้หน้าเขาเข้าไส้!

นางลูบไล้ป้ายหยกแผ่วเบา ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาถือไว้

"บางครั้งข้าก็หวังว่าข้าจะเดาถูก... แต่บางครั้งก็ภาวนาให้ตัวเองเดาผิด"

"เฮ้อ... ผ่านไปสองร้อยกว่าปีแล้ว มันควรจะจบได้แล้วกระมัง ข้าไม่อยากให้เด็กน้อยเย่เฟิงต้องกลับไปพัวพันกับพายุเลือดเมื่อสองร้อยปีก่อนอีก และที่สำคัญ... ข้าไม่อยากให้เรือนไผ่หมึกต้องโดนลูกหลงไปด้วย..."

ท่านปราชญ์อวี้อิงถอนหายใจทิ้ง แววตาฉายความอ้างว้างจับใจ

...

ตัดภาพมาที่ เรือนเฟิงหลิง

เย่เฟิงกำลังบินว่อนอยู่กลางอากาศเหนือลานเรือนมาได้ครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) แล้ว เขารักษาระดับความเร็วไว้ที่ 60 ไมล์ต่อชั่วยาม แม้จะมีจังหวะหวาดเสียวจนเกือบ 'งานเข้า' อยู่หลายรอบ แต่ก็ประคองตัวไม่ให้ร่วงลงไปจูบพื้นได้

เยส! ไม่ร่วงเว้ยเฮ้ย! ความเร็วนี้น้องๆ มอเตอร์ไซค์แว้นหน้าปากซอยแล้วนะเนี่ย

เย่เฟิงปลื้มปริ่มกับผลงานตัวเองสุดๆ

มื้อเที่ยงเสร็จแล้ว หวงหลิงเอ๋อยืนตะโกนเรียกอยู่กลางลาน แข่งกับเสียงลม "ศิษย์พี่! ลงมาเติมพลังได้แล้วเจ้าค่ะ!"

เย่เฟิงส่งสัญญาณตอบรับ ร่อนลงจอดอย่างนิ่มนวล (ในความคิดของเขาเอง)

เขาพอใจกับพัฒนาการแบบก้าวกระโดดนี้มาก เมื่อวานยังต้วมเตี้ยมอยู่ที่ 30-40 ไมล์ วันนี้อัปเกรดเป็น 60 ไมล์ แถมทรงตัวนิ่งกริบ สัมผัสได้เลยว่าสกิลการขับขี่... เอ้ย การเหินกระบี่ กำลังพุ่งกระฉูด

หวงหลิงเอ๋อแยกตัวไปป้อนข้าวเสี่ยวหมาน เย่เฟิงจึงต้องนั่งกินข้าวแบบ Solo Player อยู่ที่โรงอาหารเล็กๆ

เมื่อเช้าไม่ได้กินอะไร หิวจนไส้กิ่ว เลยซัดโฮกไปชุดใหญ่

หลังอิ่มหนำสำราญ เย่เฟิงไม่ได้ออกไปซ้อมบินต่อ แต่เลือกกลับเข้าห้องพัก

เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืน แถมเช้านี้ยังเจออีเวนต์ระทึกขวัญต่อเนื่อง ร่างกายมันฟ้องว่าแบตเตอรี่เริ่มแดงเถือก

แน่นอนว่า... ระดับเย่เฟิงไม่มีคำว่า 'นอนหลับ' การนอนคือการเสียเวลาชีวิต มีแต่คนตายเท่านั้นแหละที่นอน!

เย่เฟิงไม่มีทางยอมเสียเวลาอันมีค่าไปกับการนอนอืดบนเตียงแน่ๆ ต่อให้บนเตียงจะมีสาวงามนอนรออยู่... ก็ (อาจจะ) ไม่ได้!

เย่เฟิงนั่งขัดสมาธิ เริ่มเดินเครื่องบำเพ็ญเพียร 'คัมภีร์ทะเลเมฆา'

ชาร์จแบตด้วยการทำสมาธิ... นี่แหละวิถีเซียน!

หลังจากโคจรพลังไปสองรอบ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาก็ถูกชะล้างหายไปจนเกลี้ยงเกลา!

จบบทที่ ตอนที่ 45 ที่มาของเย่เฟิง... ไม่ธรรมดายิ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว