- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 44 เบื้องหลังชาติกำเนิดอันลึกลับของเย่เฟิง!
ตอนที่ 44 เบื้องหลังชาติกำเนิดอันลึกลับของเย่เฟิง!
ตอนที่ 44 เบื้องหลังชาติกำเนิดอันลึกลับของเย่เฟิง!
ตอนที่ 44 เบื้องหลังชาติกำเนิดอันลึกลับของเย่เฟิง!
ท่านอาจารย์อ้วนอวี้หลงลงมือตรวจสอบพลังบำเพ็ญของเย่เฟิงด้วยตนเอง รวมถึงไอ้กระบี่ห่วยๆ ที่สนิมเขรอะจนแทบจะผุพังเล่มนั้น ...ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
แต่เหตุใดแม่หนูเสี่ยวหมานผู้นั้น ถึงได้รับบาดเจ็บภายในสาหัสถึงเพียงนี้?
ไม่เพียงกระดูกหัก ยังกระอักโลหิตออกมาตรงนั้นเลย!
ตามคำให้การของเย่เฟิง ในวินาทีเป็นตายที่กระบี่ปราณพุ่งเข้าใส่ เสี่ยวหมานได้ใช้กระบี่เซียนในมือขึ้นขวางไว้ได้ทันท่วงที
ท่ามกลางเสียงปะทะดังสนั่น กระบี่ยาวของแม่หนูเสี่ยวหมานก็หลุดมือ และถูกพลังสะท้อนกลับซัดจนกระเด็น
พูดง่ายๆ ก็คือ... กระบี่ปราณไม่ได้ฟาดฟันเข้าใส่ร่างกายของแม่หนูเสี่ยวหมานโดยตรง แต่ฟาดฟันลงบนกระบี่เซียนของนาง
ปัญหามันอยู่ตรงนี้นี่แหละ!
วันนี้เย่เฟิงเพิ่งจะลองรวบรวมกระบี่ปราณเป็นครั้งแรก ลำพังแค่รวบรวมออกมาได้ ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว พลังทำลายล้างไม่ควรจะรุนแรงเวอร์วังขนาดนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงผ่านการป้องกันของกระบี่เซียน เข้าไปซัดอวัยวะภายในของแม่หนูเสี่ยวหมาน ซึ่งอยู่ในขอบเขตเหินนภาเหมือนกัน จนแทบจะย้ายที่แบบนี้
"หรือว่า... มีคนแอบเล่นตุกติกอยู่ลับๆ?"
ความคิดประหลาดผุดขึ้นในสมองของเฒ่าอ้วนอวี้หลง
หรือในชั่วขณะที่เย่เฟิงปล่อยของ มียอดฝีมือที่พลังบำเพ็ญแก่กล้า แอบส่งปราณมาหนุนหลังกระบี่สายนั้น?
พอโยงเรื่องนี้เข้ากับทฤษฎีสมคบคิด จินตนาการของเฒ่าอ้วนอวี้หลงก็บรรเจิดทันที
นับตั้งแต่ที่รู้ว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เย่เฟิงถูกคนนำศพไปทิ้งที่สุสานไร้ญาติ เขาก็รู้ทันทีว่า... คนร้ายย่อมไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่
ในเมื่อเดิมพันไม่ได้ว่าความทรงจำของเย่เฟิงจะฟื้นคืนมาเมื่อไหร่ ทางเดียวคือต้องหาโอกาสเก็บเย่เฟิงอีกครั้ง!
แต่กฎของนิกายทะเลเมฆานั้นเข้มงวดยิ่ง การฆ่าแกงกันในสำนักไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่า... หากเย่เฟิงพลั้งมือสังหารศิษย์ร่วมสำนัก โทษทัณฑ์ย่อมรุนแรงสาหัส!
ถึงขั้นประหารคงไม่ แต่การถูกทำลายวรยุทธ์ หรือถูกอัปเปหิออกจากฝ่ายใน มีความเป็นไปได้สูงลิ่ว
ขอเพียงเย่เฟิงสูญเสียสถานะศิษย์ฝ่ายใน หรือหลุดจากการคุ้มครองของมหาปราชญ์อวี้หลง ฝ่ายตรงข้ามก็จะมีวิธีนับร้อยแปดที่จะเด็ดหัวหนามยอกอกชิ้นนี้ทิ้งซะ
น่าเสียดาย... ฝ่ายตรงข้ามคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง แม่นางน้อยเสี่ยวหมานปฏิกิริยาไวดุจสายฟ้า ยกกระบี่ขึ้นมากันตายได้ทันเฉียดฉิว
"ตกลงแล้วเหตุใดถึงต้องจ้องเล่นงานเฟิงเอ๋อ? เป็นเพราะสมุนไพรทิพย์เหล่านั้นรึ? หรือเฟิงเอ๋อไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เข้า? ไปเหยียบตาปลาใครเข้ากันแน่?"
"หรือว่า..."
สีหน้าของเฒ่าอ้วนอวี้หลงพลันเคร่งเครียดลงทันตา "ชาติกำเนิดของเฟิงเอ๋อ... แดงแล้ว?"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้! เรื่องชาติกำเนิดของเฟิงเอ๋อ ทั่วทั้งใต้หล้ามีเพียงข้าคนเดียวที่รู้ หากเป็นเพราะเหตุผลนี้จริงๆ เฟิงเอ๋อคงไม่มีทางมีชีวิตรอดมาแหกปากโวยวายได้จนถึงวันนี้แน่..."
เดี๋ยวนะ... หรือว่าศิษย์น้องอวี้อิงจะระแคะระคายอะไรบางอย่าง? เรื่องในอดีตนั้น... ข้ากับนางเป็นคนจัดการด้วยกัน ครั้งนี้นางก็ยังคอยกดดันอวี้เฉินจื่ออยู่ตลอด ปากบอกว่าลงโทษเฟิงเอ๋อ แต่ดูยังไงก็เหมือนกางปีกปกป้องชัดๆ
"ไม่ได้การ... ข้าต้องไปหยั่งเชิงศิษย์น้องอวี้อิงดูเสียหน่อยแล้ว"
สายตาของเฒ่าอ้วนอวี้หลงฉายแววสับสน พลางพึมพำกับตัวเองในใจ
ที่จริงแล้ว... มหาปราชญ์อวี้หลงคิดไปไกลโข
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฆาตกรที่เคยทำร้ายเย่เฟิงเลยแม้แต่น้อย และยิ่งไม่เกี่ยวกับชาติกำเนิดอันลึกลับซับซ้อนอะไรนั่นด้วย
สาเหตุที่พลังทำลายล้างของกระบี่ปราณรุนแรงระดับนั้น นอกจากเย่เฟิงจะมือใหม่หัดขับ เผลอเทหมดหน้าตักสูบแก่นปราณมหาศาลออกมาใช้อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่แล้ว... ตัวการสำคัญคือ 'กระบี่จื่อเตี้ยนชิงซวง' ต่างหาก!
พลังวิญญาณของกระบี่วิหคอัสนีเหมันต์ครามนั้นเหนือล้ำเข้าขั้นเทพศาสตรา กระบี่ปราณที่เป่าเสี่ยวหมานกระเด็นนั้น อย่างน้อยเจ็ดส่วน... ล้วนมาจากพลังดั้งเดิมของตัวกระบี่เอง!
มันคือพลังระดับ 'เติมทรู' ที่ทำให้ดาเมจพุ่งทะยานหลายเท่าตัว จนอวัยวะภายในของเสี่ยวหมานแทบจะลงไปกองรวมกัน
แต่อนิจจา... มหาปราชญ์อวี้หลงดันตาถั่ว มองไม่เห็นความเทพของกระบี่จื่อเตี้ยนชิงซวง เลยมโนไปไกลว่ามีมือมืดคอยบงการ
เย่เฟิงไม่รู้เลยว่าในสมองของอาจารย์อ้วนกำลังผูกเรื่องระดับนิยายสืบสวนอยู่ เมื่อเห็นสายตาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของอาจารย์ เขาก็รีบกอดกระบี่ม่วงครามคู่ใจ ถอยกรูดไปหลบอยู่ไกลๆ ...ขืนอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวโดนลูกเตะมหาประลัยอีกรอบจะงานงอก
ในยามนี้ เฒ่าอ้วนอวี้หลงเริ่มได้สติ เหลือบเห็นศิษย์รักทำตัวลับๆ ล่อๆ (หัวลีบตัวลีบ) อยู่ห่างไปหลายจั้ง ก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมา
"ข้านัดพวกท่านอาของเจ้าไว้ก๊งเหล้ามื้อเที่ยง เจ้าเด็กบ้า! ช่วงนี้งดฝึกรูปแบบรวมกระบี่ไปก่อน แล้วก็ห้ามไปซ่าที่ลานกว้างบนยอดเขาอีกนะโว้ย! ไปฝึกไอ้วิชาเหินกระบี่ที่ทั้งทุเรศลูกตา ทั้งน่าขายหน้านั่นให้คล่องซะก่อนเถอะ"
"จะบินทีต้องเอาเชือกมามัดเท้า... นอกจากจะน่าอายแล้วยังอันตรายชิบหาย ถ้าเจอศัตรูตอนกำลังบินอยู่ เอ็งจะชักกระบี่ออกมาสู้ยังไงฮะ?"
"ศิษย์ขอน้อมรับคำสั่งสอนของท่านอาจารย์! จะรีบไปปั๊มเวลวิชาเหินกระบี่เดี๋ยวนี้ขอรับ!"
คำด่าของท่านอาจารย์อ้วน กลับช่วยเตือนสติเย่เฟิงให้ฉุกคิดขึ้นมาได้
เออว่ะ... มีคนจ้องจะเล่นงานตูอยู่ลับๆ ถ้ามันดักสอยตอนตูมัดขาติดกับกระบี่อยู่กลางอากาศ... มีหวังได้สู่ขิตแน่!
ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้ คือต้องตั้งหน้าตั้งตาอัปเกรดสกิลการบินให้เป็นงานเป็นการเสียที!
"บอกหลิงเอ๋อว่าไม่ต้องรอข้ากินข้าว!"
สั่งความจบ เฒ่าอ้วนอวี้หลงก็ไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินอาดๆ ออกจากลานเรือนไป
พอเห็นอาจารย์คล้อยหลัง เย่เฟิงก็รีบปิดประตูเรือน แล้วพุ่งตัวไปยังห้องของหวงหลิงเอ๋อ
หวงหลิงเอ๋อ ผู้ซึ่งทั้งสวยทั้งจิตใจงามดุจแม่พระ กำลังนั่งอยู่ขอบเตียง คุยกระหนุงกระหนิงกับแม่หนูเสี่ยวหมาน
เมื่อเห็นเย่เฟิงเดินเข้ามา หวงหลิงเอ๋อก็ลุกขึ้น "ศิษย์พี่... ท่านพ่อล่ะเจ้าคะ?"
"ท่านอาจารย์หนีเที่ยวไปก๊งเหล้ากับพวกท่านอาแล้ว บอกว่าไม่ต้องรอ ...หลิงเอ๋อ แม่นางน้อยเสี่ยวหมานอาการเป็นไงบ้าง?"
เสี่ยวหมานบนเตียงพยักหน้าเบาๆ "ข้าดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ... เดี๋ยวข้าก็จะกลับไปที่สวนอสูรแล้ว"
"เดี๋ยว!" หวงหลิงเอ๋อเสียงเขียว "จะรีบไปไหน แผลยังไม่หายดีเลย น้องเสี่ยวหมานเจ้าพักผ่อนไปเถอะ ข้าจะไปทำของอร่อยๆ มาขุนเจ้าเอง!"
"ไม่ได้เจ้าค่ะ! ไม่ได้เด็ดขาด! พี่สาวหลิงเอ๋อ ท่านเป็นถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านผู้อาวุโสอวี้หลง ข้าเป็นแค่ศิษย์รับใช้ฝ่ายนอกต๊อกต๋อย จะให้ท่านมาปรนนิบัติได้ยังไง!"
แม่นางน้อยเสี่ยวหมานพยายามจะยันกายลุกขึ้น แต่ก็ต้องร้อง "โอ๊ย" ออกมาเบาๆ เพราะสะเทือนถึงแผล
"นั่นไง! บอกแล้วอย่าขยับ!" หวงหลิงเอ๋อดุเสียงเข้ม "ข้าก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน อาหารการกินของท่านพ่อกับศิษย์พี่ ข้าก็เป็นคนทำเองทั้งนั้น! นอนลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าดื้อข้าจะโกรธจริงๆ ด้วย!"
"ใช่ๆๆ แม่นางน้อยเสี่ยวหมาน เชื่อพี่สาวเขาเถอะ" เย่เฟิงรีบผสมโรงด้วยใบหน้าจริงจัง (เกินเบอร์) "ตอนข้ากระดูกหัก (เพราะโดนซ้อม) ข้าค้นพบว่าการใช้พลังวิญญาณฮีลตัวเองมันเวิร์กมาก ไม่แค่หายเจ็บไว แต่กระดูกยังสมานเร็วขึ้นด้วย เจ้าพักรักษาตัวอยู่ที่นี่แหละ... ไม่งั้นข้าคงรู้สึกผิดไปจนวันตาย!"
เมื่อเห็นท่าทางจริงใจ (และเล่นใหญ่) ของเย่เฟิง แม่นางน้อยเสี่ยวหมานก็เริ่มสับสน
นี่คือเย่เฟิงคนถึกทึน จอมระรานชาวบ้านคนนั้นจริงดิ? ทำไมดูอบอุ่นผิดคีย์แบบนี้ล่ะ?
เย่เฟิงและหวงหลิงเอ๋อช่วยกันกล่อมเสี่ยวหมานอีกสองสามยก ก่อนจะพากันเดินออกจากห้อง
หวงหลิงเอ๋อแยกตัวไปเข้าครัว ส่วนเย่เฟิง... ได้เวลาฝึกวิชา
ครั้งนี้เย่เฟิงเลิกใช้เชือกมัดขาแล้ว เขาเริ่มฝึกบินร่อนในระดับต่ำ สูงจากพื้นแค่สามสี่เมตร เหมือนตอนเริ่มแรก
เอาเข้าจริง... วิชานี้มันก็ไม่ได้ยากนี่หว่า หลักการมันเบสิกมาก แค่รวมพลังวิญญาณไว้ที่เท้า ให้มันดูดติดกับกระบี่เซียนเหมือนแม่เหล็ก แค่นี้ก็ทรงตัวได้แล้ว
ขอแค่ขยันซ้อมหน่อย ต่อให้หัวทึบแค่ไหน ก็ต้องบินได้คล่องสักวัน
ที่ผ่านมาเย่เฟิงใจร้อน อยากจะซิ่งทะลุฟ้าให้สมกับความฝันวัยเด็ก เลยต้องใช้ 'ออพชั่นเสริม' (เชือก) ช่วยยึด แต่วันนี้... หลังจากได้เปิดโลกทัศน์บนลานประลองยอดเขา และได้ซิ่งโต้ลมบนความสูงเสียดฟ้ามาแล้ว เขาจึงยอมกลับมาฝึกพื้นฐานอย่างว่าง่าย
และผลจากการ 'บินผาดโผน' บนฟ้าสูงเมื่อวาน ทำให้สกิลการทรงตัวของเขาในวันนี้... นิ่งกริบ! แม้ไม่มีเชือกช่วย ก็ยืนบนกระบี่ได้มั่นคงกว่าเมื่อวานคนละเรื่อง
นี่สินะสิ่งที่เย่ฝูโหยวบอกไว้... การบินด้วยความเร็วสูงในสภาวะกดดัน ช่วยบูสต์ทักษะการเหินกระบี่ของเขาให้เลเวลอัปแบบก้าวกระโดด!
...
ในขณะเดียวกัน มหาปราชญ์อวี้หลงก็มาถึงหน้าประตู 'เรือนไผ่หมึก'
ประตูเปิดอ้าซ่าอยู่ แต่เฒ่าอ้วนกลับไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไป ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ
จะเข้าดี... ไม่เข้าดีวะ?
ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน ตกลงเรื่องซวยซ้ำซวยซ้อนของเย่เฟิงเนี่ย... มันเกี่ยวกับชาติกำเนิดจริงรึเปล่า? แล้วศิษย์น้องอวี้อิงรู้เรื่องนี้จริงมั้ย?
หากนางไม่รู้อะไรเลย แล้วไอ้การที่ข้าโผล่หัวไปถามโต้งๆ... มันจะไม่กลายเป็นการ 'ร้อนตัว' สารภาพบาปเองเรอะ? แบบนั้นเท่ากับถีบเย่เฟิงลงกองไฟชัดๆ!
เจียงเหอ ศิษย์ลำดับที่หกของท่านปราชญ์อวี้อิง เหลือบเห็นท่านอาจารย์อาอวี้หลงเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่หน้าประตู นางรู้สึกทะแม่งๆ จึงรีบวิ่งแจ้นไปรายงานศิษย์พี่ใหญ่จินเหอ
จินเหอเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เรือนไผ่หมึกปกติเงียบเชียบยังกะป่าช้า ไม่ค่อยมีใครแวะเวียนมา ไหงท่านอาจารย์อาถึงมาเดินด้อมๆ มองๆ อยู่ได้?
จินเหอจึงเดินออกมาพร้อมกับเจียงเหอ เห็นท่านอาจารย์อาอวี้หลงร่างตุ้ยนุ้ยยืนหน้าเครียดอยู่ไม่ไกลจริงๆ
จินเหอเดินเข้าไปทักทาย "ท่านอาจารย์อาอวี้หลง... ข้าเห็นท่านเดินวนอยู่นานสองนาน ทำของตกหายหรือเจ้าคะ? ให้พวกข้าช่วยหาไหม?"
เฒ่าอ้วนอวี้หลงสะดุ้งโหยง ได้สติกลับมา หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ "มะ... ไม่ได้ทำอะไรหาย! เอ่อ... จินเหอ อาจารย์เจ้าอยู่มั้ย?"
จินเหอพยักหน้า "เพิ่งทานมื้อเที่ยงเสร็จ กำลังจิบชาอยู่เจ้าค่ะ ท่านอา... มีธุระด่วนหรือเจ้าคะ?"
สุดท้าย... ความปอดแหกก็ชนะ เฒ่าอ้วนอวี้หลงไม่กล้าพอที่จะเข้าไปถามอวี้อิงต่อหน้า
แต่เขาก็พลิกลิ้นได้ไวปานวอก ลูกตากลอกกลิ้งไปมา แล้วแถไปว่า "ก็ไม่มีธุระใหญ่อะไรหรอก เมื่อวานคนมันเยอะ ข้าเลยพูดไม่สะดวก ข้าแค่จะมาขอบคุณอวี้อิงที่ช่วยดูแลเจ้าศิษย์ไม่ได้ความของข้าคนนั้น ถ้าไม่ได้นาง... ป่านนี้เฟิงเอ๋อคงรอข้ากลับมาไม่ไหวแน่ๆ"
"เฮ้อ... ช่างเถอะ ข้าไปล่ะ!"
พูดจบ เฒ่าอ้วนอวี้หลงก็ไพล่มือเดินจ้ำอ้าวหนีไปดื้อๆ
มองดูแผ่นหลังกว้างๆ ที่ค่อยๆ ห่างออกไป จินเหอก็ขมวดคิ้วมุ่น
เจียงเหอกระซิบถาม "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านอาจารย์อาอวี้หลงแก... สมองกระทบกระเทือนรึเปล่า? พูดจาฟังไม่รู้เรื่องเลย!"
แววตาของจินเหอไหววูบ ตอบเสียงเรียบ "ข้าก็ฟังไม่เข้าใจ... ไปเถอะ กลับกัน"
ลึกๆ แล้ว นางพอจะจับใจความแฝงได้รางๆ เพราะช่วงนี้... นางเองก็สัมผัสได้ว่าท่านอาจารย์ของตน ดูจะโอ๋เย่เฟิงแปลกๆ
หลังจากทั้งสองกลับมาถึงเรือน จินเหอก็มุ่งตรงไปยังเรือนไผ่ของท่านอาจารย์ ประตูแง้มอยู่ กลิ่นหอมจางๆ ของชาชั้นดีลอยออกมาแตะจมูก
จินเหอเดินเข้าไป แล้วปิดประตูลงอย่างเบามือ
"ท่านอาจารย์เจ้าคะ... เมื่อครู่ท่านอาจารย์อาอวี้หลงมาด้อมๆ มองๆ เจ้าค่ะ"
"อ้อ... เจ้าอ้วนตายนั่นมาทำอะไรอีกล่ะ?"
"เขาฝากมาบอกว่า... ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยดูแลเย่เฟิง หากไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์... เย่เฟิงคงตายไปนานแล้วเจ้าค่ะ"
เคร้ง!
มือที่ถือถ้วยชาของท่านปราชญ์อวี้อิงชะงักกึก สีหน้าพลันเคร่งขรึมลงเล็กน้อย... น้ำชาในถ้วย... กระฉอกออกมาเปื้อนมือ