เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ขายผัก

บทที่ 24 ขายผัก

บทที่ 24 ขายผัก


บทที่ 24 ขายผัก

จื่อซีซื้อหมวกฟางที่สานจากฟางข้าวสาลีมาสามใบจากตลาด แล้วอุ้มสี่จื่อเดินมาอย่างเชื่องช้า

"มาแล้วรึ!" หญิงสูงวัยเอ่ยทักจื่อซีอย่างคุ้นเคย

"จ้ะ ขอบคุณนะป้าหลิว" จื่อซีวางสี่จื่อลงบนพื้น ก่อนจะสวมหมวกฟางใบเล็กให้สี่จื่อ และสวมหมวกฟางขนาดใหญ่ยักษ์ลงบนหัวสุนัขของเจ้าด่างอย่างเป็นธรรมชาติ

เจ้าด่างที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่บนพื้นลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นจื่อซี มันก็หลับตาลงแล้วนอนต่ออย่างสบายใจ

จื่อซีสวมหมวกฟางใบแรกให้ตัวเอง แล้วนั่งยองๆ หน้าแผงขายของอย่างชำนาญ

ป้าหลิวชินกับภาพนี้เสียแล้ว แม่หนูคนนี้เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มาขายผัก แต่บังเอิญว่าผักที่นางปลูกนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ขอแค่คุณภาพดี ผู้คนย่อมยอมควักเงินซื้อเป็นธรรมดา

ตอนนี้เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เข้าเรียนกันหมดแล้ว ป้าหลิวมองดูไส้กรอกสองสามชิ้นที่ย่างสุกแล้ว นางหยิบไม้ไผ่ขึ้นมาเสียบไส้กรอก โรยผงปรุงรสสูตรลับลงไปกำมือหนึ่ง สุดท้ายก็โรยต้นหอมซอย กลิ่นหอมฉุยก็ลอยฟุ้งออกมาทันที

ป้าหลิวยื่นไส้กรอกย่างสามไม้ให้สี่จื่อและจื่อซี คนละไม้ "เด็กน้อยคนนี้น่ารักจริงเชียว" ป้าหลิวเอ่ยชม ก่อนจะนั่งลงแล้วยื่นมือไปลูบหัวเจ้าด่าง "มา เจ้าด่าง กินไส้กรอกสิ"

เจ้าด่างไม่เพียงแต่ตัวโตและหล่อเหลา แต่ยังฉลาดมาก บ่อยครั้งที่มันเป็นคนเฝ้าแผงและขายผักในขณะที่จื่อซีเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว

ป้าหลิวย่อมชอบสุนัขแสนรู้เช่นนี้มากเป็นธรรมดา

"แม่หนูจื่อ เอาแตงกวาให้ป้าสองชั่งสิ" แผงของป้าหลิวส่วนใหญ่จะตั้งขายแค่สองสามชั่วโมงตอนเด็กๆ ไปโรงเรียนในตอนเช้า และอีกสองสามชั่วโมงตอนเลิกเรียนช่วงสี่หรือห้าโมงเย็น

เวลานี้เด็กๆ เข้าเรียนกันหมดแล้ว ป้าหลิวจึงเตรียมเก็บของกลับบ้าน

"ได้จ้ะ" จื่อซีหยิบถุงขึ้นมาแล้วหยิบแตงกวาใส่ลงไปส่งๆ โดยไม่ได้ชั่งน้ำหนักก่อนจะยื่นให้ป้าหลิว ทันทีที่ป้าหลิวรับถุงไป นางก็รู้ได้ทันทีว่ามันหนักเกินสองชั่งไปมากโข

"ขอบใจนะ! ป้ากลับก่อนล่ะ! ตรงนี้มีเก้าอี้ตัวเล็กอยู่ เอาไปใช้ได้เลยตามสบาย"

ป้าหลิวไม่ต้องเข็นรถเข็นกลับ นางจอดฝากไว้ข้างร้านค้าใกล้ๆ เจ้าของร้านทั้งสองเป็นญาติกันจึงสะดวกมาก ทุกครั้งที่ป้าหลิวมาตั้งแผง นางจะพกเก้าอี้ตัวเล็กมาด้วยหนึ่งหรือสองตัว

ทุกครั้งที่นางกลับ นางจะทิ้งเก้าอี้ไว้ให้จื่อซี และจื่อซีก็จะเอาไปเก็บคืนให้เมื่อขายเสร็จ

ป้าหลิวรับผักของนางไป แล้วเข็นรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกมาจากด้านข้าง ก่อนจะขี่ออกไปอย่างอารมณ์ดี

จื่อซีและสี่จื่อนั่งยองๆ เคียงข้างกัน สวมหมวกฟางและกินไส้กรอกย่าง ดูราวกับห่านทึ่มสองตัว

หลังจากกินไส้กรอกหมด จื่อซีก็ลากเก้าอี้ตัวเล็กสองตัวมานั่ง การได้นั่งเคียงข้างกันมองดูผู้คนเดินผ่านไปมานั้นน่าสนใจไม่น้อย จื่อซีชอบนั่งเงียบๆ สังเกตการไหลเวียนของผู้คน

อย่างไรเสีย นี่ก็น่าสนใจกว่าการอ่านนิยายหรือดูละครทีวีมากนัก จะเรียกว่าดูคนก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เหมือนนางกำลังดูเรื่องราวที่มีชีวิตชีวาค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละเรื่องเสียมากกว่า

ส่วนสี่จื่อตัวน้อย นางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในเมืองโบราณแห่งนี้ ผู้คนแต่งกายกันหลากหลายรูปแบบ ที่นี่แตกต่างจากต้าถังโดยสิ้นเชิง ต่อให้นั่งมองทั้งวันนางก็ไม่เบื่อ

"เถ่าแก่เเนี้ย ขายอะไรจ๊ะ?" คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามา ฝ่ายหญิงควงแขนฝ่ายชายและจ้องมองสี่จื่อตัวน้อยที่หน้าแผงอย่างไม่วางตา

นางเห็นเด็กคนนี้มาแต่ไกล ผิวขาวสะอาดสะอ้าน สวมหมวกฟางใบเล็กอย่างว่าง่าย ดูเหม่อลอยและน่ารักสุดๆ!

จื่อซีเปิดผ้าที่คลุมแตงกวาออก แล้วดันป้ายราคาไปข้างหน้า

ชายหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ สีหน้าบอกชัดเจนว่านี่มันร้านต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวชัดๆ

คนหนุ่มสาวทั้งสองเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นพวกเขารู้ดีว่าของในแหล่งท่องเที่ยวจะแพงกว่าปกติ แต่ไม่คิดเลยว่าแตงกวาจะขายกันชั่งละสิบหยวน!

นี่เป็นฤดูที่แตงกวาล้นตลาด ในซูเปอร์มาร์เก็ตขายแค่สองหยวนเก้าสิบเก้า แต่นางกล้าขายถึงสิบหยวน

ชายหนุ่มไม่อยากซื้อแล้วจึงพยายามดึงแฟนสาวให้เดินหนี

ฝ่ายหญิงหยิบแตงกวาขึ้นมาดู นอกจากจะดูดีกว่าแตงกวาแผงอื่นนิดหน่อย ก็ดูไม่มีอะไรพิเศษ

"เถ่าแก่เเนี้ย แตงกวาร้านคุณมีอะไรพิเศษเหรอ? เราเห็นแผงข้างหน้าขายแค่ชั่งละสองหยวนห้าสิบเองนะ!"

"เอ่อ... อร่อยนับไหม?"

ชายหนุ่มมองจื่อซีอย่างพูดไม่ออก อร่อยเหรอ? แตงกวาจะอร่อยได้แค่ไหนกันเชียว?

เขาดึงแฟนสาวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบ "ไปกันเถอะ ร้านนี้จ้องจะฟันราคานักท่องเที่ยวอย่างเราชัดๆ"

หญิงสาวคิดว่าแฟนของนางพูดถูก ขณะที่นางกำลังจะวางแตงกวาลง ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ นุ่มๆ ดังขึ้น

"พี่สาวเจ้าคะ แตงกวานี้อร่อยมากๆ เลยนะ! เมื่อเช้าข้ากินไปแล้ว อร่อยจริงๆ เจ้าค่ะ!"

เมื่อเห็นเด็กน้อยน่ารักพูดเจื้อยแจ้ว หญิงสาวก็ไม่อยากไปไหนแล้ว เดิมทีนางก็ถูกดึงดูดด้วยเด็กคนนี้อยู่แล้ว

"งั้นให้พี่สาวหอมแก้มทีหนึ่งได้ไหม? ถ้าให้หอมทีหนึ่ง พี่จะซื้อแตงกวา ตกลงไหม?"

สี่จื่อตัวน้อยโบกมือปฏิเสธพัลวัน เอามือกุมแก้มยุ้ยๆ ของตัวเองไว้ "ไม่ได้นะเจ้าคะ พี่สาวควรซื้อก็ต่อเมื่อคิดว่ามันอร่อยสิเจ้าคะ"

"เถ่าแก่เเนี้ย น้องสาวของคุณน่ารักจังเลย!" หญิงสาวตกหลุมความน่ารักของสี่จื่อเข้าเต็มเปา

"ข้าไม่ใช่สักหน่อย ข้าเป็นศิษย์ตัวน้อยของท่านอาจารย์ต่างหาก"

"เอ๋!" หญิงสาวประหลาดใจครู่หนึ่ง แต่คิดว่าเด็กน้อยคงพูดไปเรื่อยเปื่อยจึงไม่ได้ใส่ใจ นางหันไปบอกจื่อซี "เถ่าแก่เเนี้ย งั้นเอาสองลูกค่ะ"

"ได้เลย สองลูกหนึ่งชั่งพอดี สิบหยวน"

ชายหนุ่มชำเลืองมองตาชั่ง แตงกวาของเจ้าของร้านนี้ลูกใหญ่จริงๆ ดังนั้นน้ำหนักคงไม่ขาด เขาไม่พูดอะไรต่อและหยิบโทรศัพท์ออกมาจ่ายเงิน

"เถ่าแก่เเนี้ย มีคิวอาร์โค้ดไหม?"

"มีสิ" จื่อซีดึงป้ายคิวอาร์โค้ดออกมาจากใต้ท้องเจ้าด่าง "สแกนตรงนี้เลย"

เจ้าด่างถูกปลุกให้ตื่น มันลุกขึ้นยืน สะบัดฝุ่นออกจากตัว แล้วเดินเชิดหน้าเข้าไปหาชายหนุ่ม ให้เขาสแกนคิวอาร์โค้ดที่ห้อยอยู่ตรงคอ

ชายหนุ่มถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกใจ หมาตัวนี้ตัวใหญ่เกินไปแล้ว!

เขาจ่ายเงินด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนไปก็อดใจไม่ไหว ลูบหัวเจ้าหมาไปหนึ่งทีก่อนจะรีบวิ่งหนีไปพร้อมกับแฟนสาว

สี่จื่อมองพี่ชายที่วิ่งหนีไปไกลด้วยสีหน้างุนงง รู้สึกว่าพี่ชายคนนั้นท่าทางจะเพี้ยนๆ ชอบกล

หลังจากคู่รักหนุ่มสาวจากไปไม่นาน เจ้าของร้านบะหมี่ก็รีบวิ่งเข้ามา "เถ่าแก่เเนี้ย เอามาสักสิบชั่งซิ"

แตงกวาของจื่อซีแพงไปหน่อยก็จริง แต่คุณภาพคุ้มราคาแน่นอน

ตอนที่จื่อซีเริ่มมาขายผักใหม่ๆ เขาซื้อผักกวางตุ้งไปแค่ชั่งเดียวเพราะเห็นว่านางเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน ตอนนั้นเขาคิดว่าจะไม่ซื้อของนางอีกแล้ว

ใครจะรู้ว่าผักกวางตุ้งนั่นจะอร่อยขนาดนี้? เมื่อต้มในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว รู้สึกเหมือนน้ำซุปทั้งหม้ออบอวลไปด้วยรสชาติสดชื่น ซึ่งทำให้ยอดขายวันนั้นดีขึ้นด้วย

ต่อมาเขาได้ชิมผักนั้นด้วยตัวเองและพบว่ามันอร่อยจริงๆ มีรสหวานสดชื่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของผักกวางตุ้ง ครอบครัวของเขาก็ชอบเหมือนกัน

แม้ผักจะแพงไปหน่อย แต่ซื้อไปกินเองก็ไม่เสียหาย ถ้าเป็นผักใบเขียว เขาจะลวกใส่ในชามก๋วยเตี๋ยวชามละใบสองใบ ขอแค่ให้น้ำซุปมีรสชาตินั้นก็เพียงพอแล้ว

นี่ถือเป็นเคล็ดลับทางการค้าเล็กๆ น้อยๆ ของเขาเลยทีเดียว

น่าเสียดายที่วันเวลาขายผักของเถ่าแก่เเนี้ยคนนี้ไม่แน่นอน และของที่เอามาขายแต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกันด้วย

จบบทที่ บทที่ 24 ขายผัก

คัดลอกลิงก์แล้ว