- หน้าแรก
- ระบบปั้นราชันย์มนุษย์ กำเนิดใหม่ในโลกเจือเทียน
- บทที่ 49 - เหยียดหยามยอดฝีมือตะวันตก
บทที่ 49 - เหยียดหยามยอดฝีมือตะวันตก
บทที่ 49 - เหยียดหยามยอดฝีมือตะวันตก
บทที่ 49 - เหยียดหยามยอดฝีมือตะวันตก
◉◉◉◉◉
ไม่ต้องให้เสวี่ยหนี่อธิบาย เห็นสภาพของจางหลงเซี่ยงกับโจวซิงอวิ๋น เจียงเฉินก็เดาเรื่องราวได้เกือบหมดแล้ว
ละครน้ำเน่าชิงรักหักสวาทอีกแล้วสินะ เพียงแต่รอบนี้ตัวเอกกลายเป็นพวกเขา
"รอข้าเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตน้ำพุเทพเมื่อไหร่ ข้าจะแก้แค้นแน่!"
โจวซิงอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น เอ่ยเสียงขรึม
ปกติคนเงียบๆ แบบนี้เวลาพูดอะไรมักจะเอาจริง ดังนั้นเจียงเฉินเลยไว้อาลัยให้คุณชายเซี่ยงไปหนึ่งวินาที
มีสวนสนุกอยู่ การเล่นงานคุณชายเซี่ยงให้ตายเป็นเรื่องที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น อีกอย่างพรสวรรค์ของโจวซิงอวิ๋นเองก็ไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นหนึ่งในสี่ยอดฝีมือในศึกชิงของที่ไท่ซานหรอก!
"น้องสาวเสวี่ยหนี่ ครั้งนี้เพราะเจ้า พี่อ้วนอย่างข้าเกือบโดนคนเฉือนเนื้อไปหลายชั่ง เจ้าว่าเจ้าควรจะชดเชยพี่อ้วนหน่อยไหม!"
จางหลงเซี่ยงตบพุงพูดกลั้วหัวเราะ ในรอยขาดของเสื้อผ้าไม่มีบาดแผลอะไร เผยให้เห็นผิวพรรณที่เปล่งปลั่งของเจ้าอ้วน
เกรงว่าแม้แต่ผู้หญิงยังต้องอิจฉา ผู้บำเพ็ญเพียรเมื่อถึงระดับสูง ร่างกายไร้มลทินถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด
"กลับไปคราวนี้ ข้าจะเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่พวกเจ้าเอง!"
เสวี่ยหนี่ขำจางหลงเซี่ยง เห็นทั้งสองคนไม่เป็นอะไร ในที่สุดก็ยิ้มออกมาได้
"เจียงเฉิน เจ้าใจร้อนเกินไปแล้ว ครั้งนี้ไปแหย่คุณชายเซี่ยง วันหน้าเจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ!"
จากนั้นเสวี่ยหนี่ก็หันมาพูดกับเจียงเฉินด้วยความเป็นห่วง
แม้หมอนี่จะชอบเอาเปรียบ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด แต่เสวี่ยหนี่ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนเขาให้ระวังคุณชายเซี่ยง
ตอนนี้เจียงเฉินปลอดภัยไร้กังวล เป็นเพราะที่นี่คืองานชุมนุมโลกผู้ฝึกตน คุณชายเซี่ยงไม่กล้าลงมือ
มิฉะนั้น หากเปลี่ยนสถานที่เป็นที่อื่น เกรงว่าจะมีผู้ฝึกตนขอบเขตฝั่งตรงข้าม หรือแม้แต่ขอบเขตตำหนักเต๋ามาจัดการเจียงเฉิน
สามตระกูลใหญ่แห่งคุนหลุน ไม่ได้มีดีแค่ราคาคุย!
รู้ว่าเสวี่ยหนี่หวังดี เจียงเฉินยิ้มให้ จากนั้นก็พูดหยอกเสวี่ยหนี่ว่า
"กลัวอะไร ก็มีน้องสาวเสวี่ยหนี่อยู่ทั้งคน อย่างมากข้าก็ไปหลบหลังเจ้ากินข้าวนิ่ม (เกาะผู้หญิงกิน) ก็ได้นี่นา!"
"เอ้ย นับข้าด้วยคน หมอบอกว่ากระเพาะข้าไม่ค่อยดี (ต้องกินข้าวนิ่ม)!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เมื่อเจียงเฉินกับจางหลงเซี่ยงช่วยกันตบมุก บรรยากาศก็เริ่มครึกครื้นขึ้นมา
แต่ทว่า อีกด้านหนึ่ง คุณชายเซี่ยงกลับหน้าตาบูดบึ้ง
เมื่อครู่นี้ คนรับผิดชอบของตระกูลเซี่ยงในงานนี้เพิ่งจะเตือนเขาว่า อย่าก่อเรื่อง!
บัดซบ เป็นเพราะไอ้นักพรตเขาหลงหู่ที่ชื่อเจียงเฉินนั่นแท้ๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เกือบเที่ยง บนท้องฟ้าจู่ๆ ก็มีเมฆดำลอยมาแผ่นหนึ่ง ราวกับมีนกนับไม่ถ้วนกำลังกระพือปีก ลมพายุพัดจากไกลมาใกล้ เริ่มโหมกระหน่ำเขานอกอวี๋กง
ต้นไม้ใหญ่หนาถูกถอนรากถอนโคน หินก้อนใหญ่ถูกพัดลอยขึ้นฟ้า ยากจะจินตนาการได้ว่า ในพื้นที่ราบภาคกลางแบบนี้ จะมีพายุรุนแรงขนาดนี้อาละวาดได้
ผู้อาวุโสแค่นเสียงเย็น บนพื้นดินปรากฏลวดลายเต๋า พายุที่บ้าคลั่งถูกดูดกลืนหายไปจนไร้ร่องรอยในพริบตา
"ในเมื่อเป็นงานชุมนุมโลกผู้ฝึกตน ทำไมถึงไม่เชิญยอดฝีมือของศาสนจักรเราบ้าง!"
ภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ ดังออกมาจากเมฆดำ จากนั้นเมฆดำก็แยกออกจากตรงกลาง นักบวชชาวตะวันตกผมทองสิบกว่าคนเดินออกมาจากข้างใน
คนนำหน้าคือชายชราผมสีเทาขาวผอมแห้งที่กลางหลังมีปีกคู่หนึ่งงอกออกมา แม้แต่ดวงตาของเขาก็เป็นสีตะกั่ว
คนของศาสนจักรตะวันตกมาแล้วจริงๆ ด้วย!
หรือว่าพระสันตะปาปาเตรียมพร้อมที่จะลงมือแล้ว?
บนเขาอวี๋กง เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ของหัวเซี่ยต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด พูดกันตามตรงงานชุมนุมโลกผู้ฝึกตนครั้งนี้ ก็เพื่อหารือว่าจะรับมือการแก้แค้นของตะวันตกอย่างไร
ตอนนี้ คนของศาสนจักรมาแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนพายุฝนกำลังจะถล่มเมืองยังไงยังงั้น
"ที่นี่คืองานชุมนุมโลกผู้ฝึกตนหัวเซี่ย สหายเต๋าชาวตะวันตก พวกท่านล้ำเส้นแล้ว!"
เสวี่ยเฉินเจ้าสำนักเขาคุนหลุนลุกขึ้นจากที่นั่ง มองชายชราปีกเทาบนท้องฟ้า เอ่ยเสียงขรึม
ตอนนี้คนที่วรยุทธ์สูงที่สุดที่นี่ ก็คือเขา เมื่อหลายร้อยปีก่อนเกรียงไกรไปทั่วหล้า แต่ทว่าก็ติดอยู่ที่ขอบเขตเทวะขั้นหนึ่ง ไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก
ชายชราปีกเทาชาวตะวันตกผู้นี้แข็งแกร่งมาก ต่อให้ไม่ใช่ระดับเจ้าลัทธิ ก็คงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับแนวหน้า กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา ทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากหวาดกลัว
หมอกสีเทาปรากฏขึ้นด้านหลังชายชราปีกเทาราวกับวงแหวนเทพ ทำให้เขาดูมีความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
"ในเมื่อเป็นงานชุมนุมโลกผู้ฝึกตน ไหนเลยจะแบ่งแยกตะวันออกตะวันตก ศาสนจักรเรามาร่วมงาน สหายเต๋าชาวหัวเซี่ยคงไม่ถือสามั้ง!"
ปากพูดจาเกรงใจ แต่ชายชราปีกเทากลับไม่เกรงใจเลยสักนิด พาคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งร่อนลงจอดที่เขาอวี๋กงทันที
"ตัวข้าคือราชาอัศวินลำดับที่สาม ครั้งนี้มาในนามของศาสนจักร เพื่อสืบสวนเรื่องการหายตัวไปของสี่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาสนจักร หวังว่าผู้ฝึกตนชาวหัวเซี่ยจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!"
ชายชราปีกเทาเก็บปีก บัลลังก์ทองคำปรากฏขึ้นด้านหลังเขา เขานั่งลงช้าๆ พูดกับเหล่าผู้ฝึกตนหัวเซี่ยด้วยท่าทางหยิ่งยโส
"หึ!"
"อวดดี!"
"น่ารังเกียจ!"
ท่าทีของชายชราปีกเทาทำให้หลายคนไม่พอใจ ท่าทางสูงส่งวางก้ามแบบนี้ คำพูดที่ข่มเหงผู้คน ทำให้อุณหภูมิบรรยากาศลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
"ที่นี่คือหัวเซี่ย ไม่ใช่ศาสนจักร และไม่ใช่นครศักดิ์สิทธิ์ หวังว่าท่านจะระวังคำพูดของตัวเองด้วย!"
เสวี่ยเฉินเจ้าสำนักเขาคุนหลุนก็โกรธจนหน้าแดง พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นระดับเจ้าสำนัก เคยมีใครมาดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ที่ไหน น่าเจ็บใจจริงๆ
"ข้าย่อมรู้ดี แต่พวกเจ้าก็ควรรู้ไว้ด้วยว่า ตอนนี้ขุมกำลังในโลกผู้ฝึกตนอันดับหนึ่งของโลกคือใคร อย่าได้ทำผิดพลาด!"
ชายชราปีกเทานั่งอยู่บนบัลลังก์ มองเหล่าผู้กล้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่คนหนุ่มสาวข้างกายเขาก็ทำหน้าสบายใจเฉิบ ราวกับมาเที่ยวปิกนิกยังไงยังงั้น
แต่ละคนเชิดหน้า ราวกับเจ้าชายเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์มาเที่ยวชนบท หยิ่งยโสจนน่าหมั่นไส้
เพราะพวกเขามีสิทธิ์ที่จะภูมิใจ พระสันตะปาปาของพวกเขาคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในยุคปัจจุบัน และทางตะวันตกยังมีเทพที่ยังมีชีวิตอยู่
ดังนั้นเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับนิกายเต๋าทางตะวันออกที่เสื่อมถอย จึงมีความรู้สึกเหนือกว่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
"น่ารังเกียจจริงๆ!"
หัวหน้าเผ่าจูหวงพ่นลมหายใจร้อนสีแดงออกมาทางจมูกและปาก พูดอย่างคับแค้นใจ
หากไม่ใช่เพราะเมื่อสองพันปีก่อนผู้ยิ่งใหญ่ของหัวเซี่ยรีบร้อนจากโลกไป ตอนนี้ไหนเลยจะถึงคิวให้ผู้ฝึกตนตะวันตกพวกนี้มาวางก้ามที่นี่
แต่ทว่า สถานการณ์เป็นรอง พวกเขาหัวเซี่ย ไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าจริงๆ ขุมกำลังอันดับหนึ่งของโลกอย่างศาสนจักรตะวันตกไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
พระสันตะปาปาเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในยุคปัจจุบันก็เป็นที่ยอมรับกันทั่ว!
"ชิ ไอ้พวกคนไม่เหมือนคนผีไม่เหมือนผี มีอะไรน่าอวดเบ่งนักหนา!"
ในขณะที่บรรยากาศบนเขาอวี๋กงกดดันถึงขีดสุด ชายหนุ่มสวมชุดลำลอง ตัดผมทรงสกินเฮด ก็เดินขึ้นมาด้วยสีหน้าดูแคลน
สีหน้าของเขายิ่งดูอวดดีและบ้าบิ่นกว่าหนุ่มสาวชาวตะวันตกพวกนั้นเสียอีก
คราวนี้ ความสนใจของทุกคนต่างพุ่งไปที่ตัวเจียงเฉิน ผู้ฝึกตนบางคนถึงกับมองเขาด้วยสายตาเลื่อมใส
ไม่ว่าสมองเขาจะมีปัญหาหรือเปล่า การที่กล้าออกหน้าในเวลานี้ ก็นับว่าน่าชื่นชม!
ผู้ฝึกตนขอบเขตน้ำพุเทพคนหนึ่งถึงกับกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ หรือว่าหัวเซี่ยจะมีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่?
ราชาอัศวินลำดับที่สามเห็นเจียงเฉิน แวบแรกไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสงสัย
ช่วยไม่ได้ เพราะเจียงเฉินแสดงออกได้แบบไม่มีความกังวลใดๆ เลย!
เจียงเฉินก้าวเดียวสิบกว่าจั้ง ไม่นานก็มาถึงข้างกายผู้อาวุโส จะ "ขิง" ทั้งทีก็ต้องหาที่พึ่งก่อน!
เจียงเฉินยืนอยู่ข้างผู้อาวุโส ยังคงทำหน้าตาอวดดีมองผู้ฝึกตนตะวันตกเหล่านั้น เต็มไปด้วยความดูถูก
แต่ในใจตื่นตระหนกสุดขีด แม่เอ๊ย ตื่นเต้นชะมัด!
เขาก็ไม่อยากขึ้นมา "ขิง" แบบแข็งกร้าวขนาดนี้ แต่สถานการณ์ไม่อำนวย ถ้าเขาปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ดีไม่ดีโลกผู้ฝึกตนตะวันออกตะวันตกอาจจะตีกันขึ้นมาจริงๆ!
เขาไม่ได้กลัวว่าหัวเซี่ยจะแพ้ เป็นไปไม่ได้ แต่ละสำนักใหญ่ต่างซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ ไม่แน่อาจจะมีอาวุธต้องห้ามติดตัวอยู่
ที่เขากังวลคือชีวิตน้อยๆ ของตัวเองต่างหาก!
เรื่องนี้ พูดไปพูดมาก็เริ่มมาจากเขานั่นแหละ ถ้าเกิดผลกระทบใหญ่หลวง เขาหวั่นใจจริงๆ ว่ารางวัลซ่อนเร้นกายาราชันย์มนุษย์ของเขาจะต้านทานบทลงโทษแห่งเหตุและผลไหวหรือเปล่า
ถึงตอนนั้น ถ้าม่องเท่งไปเลยก็ขาดทุนย่อยยับสิ
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องหยุดยั้งไม่ให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น นี่ถึงเป็นที่มาของฉากเจียงเฉินคนเดียวยืนหยัดท้าทายเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ตะวันตก!
[จบแล้ว]