- หน้าแรก
- ระบบปั้นราชันย์มนุษย์ กำเนิดใหม่ในโลกเจือเทียน
- บทที่ 25 - เทือกเขาไท่หาง
บทที่ 25 - เทือกเขาไท่หาง
บทที่ 25 - เทือกเขาไท่หาง
บทที่ 25 - เทือกเขาไท่หาง
◉◉◉◉◉
ดวงตาของเจียงเฉินฉายแววอำมหิต อักขระเทพยี่สิบเอ็ดสายกลายสภาพเป็นหอกยาวด้ามหนึ่ง ถูกเจียงเฉินกำไว้ในมือ
บนตัวเขาไม่เพียงแต่ทะเลทุกข์ที่เดือดพล่าน เสียงฟ้าร้องครืนครั่น แต่ยังมีเสียงมังกรคำรามพยัคฆ์คำรนดังออกมา ราวกับจะทำลายล้างขุนเขาและสายน้ำ
จางหลงเซี่ยงรีบตั้งท่าเริ่มมวยไทเก๊ก ใช้อักขระเทพสร้างไทเก๊ก เตรียมรับการโจมตีของเจียงเฉิน
หอกยาวแทงสวนออกไป หอกพุ่งดุจมังกร ราวกับมีมังกรครามถูกเจียงเฉินพันธนาการไว้ พุ่งเข้าสังหารจางหลงเซี่ยง
จางหลงเซี่ยงรวบรวมลมปราณไว้ที่จุดตันเถียน สองมือวาดวน ก่อเกิดอาณาเขตพลังเทพที่เหมือนบึงโคลนรอบกาย
เจียงเฉินเหมือนแทงเข้าไปในปุยนุ่น รุกคืบเข้าไปได้อย่างยากลำบาก
"กล้าล้อเล่นกับบิดา ตายซะเถอะไอ้อ้วน!"
เจียงเฉินแค่นเสียงเย็น มือเตรียมจะเปลี่ยนกระบวนท่า อักขระเทพอีกสายหนึ่งพุ่งออกมาจากทะเลทุกข์ ก่อเกิดลวดลายมังกรบนหอกมังกร
จางหลงเซี่ยงหน้าถอดสีทันที อักขระเทพยี่สิบเอ็ดสายเขาก็รับมือยากอยู่แล้ว ตอนนี้มายี่สิบสองสาย เล่นเอาเขาเหงื่อตกหน้าผากเลยทีเดียว
แต่ไอ้อ้วนคนนี้สมกับเป็นศิษย์สำนักบู๊ตึ๊ง ลื่นไหลเป็นบ้า ถึงขั้นอาศัยจังหวะสลายแรงของเจียงเฉินออกไปได้
จากนั้นก็รุกคืบ ถึงขั้นเป็นฝ่ายบุกเข้ามาหาเจียงเฉิน
เห็นฉากนี้ เจียงเฉินแสยะยิ้ม หมัดหนึ่งชกใส่จางหลงเซี่ยงอย่างดูเหมือนเบาหวิว
จางหลงเซี่ยงยังคงใช้มุขเดิม สลายแรง แต่ครั้งนี้พอได้สัมผัส เขาก็หน้าถอดสีทันที
คิดจะถอย แต่ก็ไม่ทันแล้ว
หมัดของเจียงเฉินเปลี่ยนเป็นฝ่ามือกลางทาง คว้าแขนของจางหลงเซี่ยงไว้หมับ
ตามหลักแล้วจางหลงเซี่ยงน่าจะสลัดหลุดได้สบายๆ แต่ครั้งนี้มือใหญ่ของเจียงเฉินกลับเหมือนคีมเหล็ก ล็อกเขาไว้แน่นหนา
เจียงเฉินออกแรง กระชากจางหลงเซี่ยงเข้ามา มุมปากฉีกยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย
"อย่าตบหน้านะ อ๊าก..."
ก่อนโดนยำ จางหลงเซี่ยงทันได้พูดแคประโยคเดียว จากนั้นก็เป็นเสียงร้องโหยหวนสะเทือนเลื่อนลั่น
สิบกว่านาทีต่อมา จางหลงเซี่ยงในสภาพหัวหมูมองเจียงเฉินด้วยสายตาตัดพ้อ บอกแล้วว่าอย่าตบหน้า อย่าตบหน้า หมอนี่กลับจงใจเล็งที่หน้าเน้นๆ
"ทำไมจู่ๆ นายถึงเก่งขึ้นขนาดนี้ รอบก่อนร่างกายของนายไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา!"
จางหลงเซี่ยงแม้จะเต็มไปด้วยความน้อยใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย ช่วยไม่ได้ ร่างกายของเจียงเฉินแข็งแกร่งขึ้นมากเกินไป ในระยะประชิดเขาไม่มีโอกาสเลยสักนิด
"ฉันกินยาสมุนไพรอมตะมา นายเชื่อเปล่า!"
เจียงเฉินมองจางหลงเซี่ยงด้วยรอยยิ้ม ได้ระบายอารมณ์แล้ว รู้สึกดีขึ้นเยอะ
ไอ้อ้วนคนนี้กล้าเอามวยไทเก๊กแบบย่อที่เขาเรียนมาตั้งแต่ประถมมาหลอกเขา สมควรโดนยำแล้ว!
แถมเขายังยั้งมือไว้เยอะ มีอักขระเทพตั้งยี่สิบห้าสายแต่ใช้ไปแค่ยี่สิบสองสาย ร่างกายยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เขาเป็นถึงกายาราชันย์มนุษย์ ต่อให้เพิ่งจะตื่นขึ้น ลำพังแค่ร่างกายก็เพียงพอจะดูแคลนทั้งขอบเขตล้อสมุทร แน่นอน ไม่นับพลังเทพ!
ดังนั้น โดนเขาประชิดตัว ก็เพราะเมื่อกี้ในใจเจียงเฉินไม่ได้มีเจตนาฆ่า ไม่อย่างนั้น จางหลงเซี่ยงคงโดนเขาต่อยร่างแหลกไปในหมัดเดียวแล้ว!
"หรือว่านายเข้าไปในโลกเสมือนมา?"
ครั้งนี้จางหลงเซี่ยงไม่ได้คิดว่าเจียงเฉินล้อเล่น แต่พูดข้อสันนิษฐานที่ใกล้เคียงความจริงออกมา
"นายรู้จักโลกเสมือนด้วยเหรอ?"
เจียงเฉินแปลกใจ หรือว่าไอ้อ้วนคนนี้ก็เข้าไปมาเหมือนกัน?
"เปล่า ฉันเห็นคนอื่นตั้งกระทู้เกี่ยวกับโลกเสมือนในบอร์ดสนทนาน่ะ แค่นึกไม่ถึงว่านายจะเคยเข้าไป!"
จางหลงเซี่ยงส่ายหน้า พูดด้วยความอิจฉา
พลังกายของเจียงเฉินเมื่อครู่ ทำให้เขาสิ้นหวัง เกรงว่าต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสะพานเทพถ้าไม่ระวัง ก็อาจจะโดนเจียงเฉินฆ่าสวนกลับได้
หมอนี่ โหดเกินไปแล้ว!
"ฮ่าๆ ต่อไปก็มาติดตามลูกพี่สิ เดี๋ยวพาไปกินหรูอยู่สบาย!"
จู่ๆ เจียงเฉินก็ยืนขึ้นพูดกับจางหลงเซี่ยง
"ก็ได้ งั้นนายเอาสมุนไพรอมตะมาให้ฉันชิมสักสองสามต้นก่อนสิ?"
"ฝันกลางวันอยู่หรือไง!"
สำหรับความหน้าหนาของจางหลงเซี่ยง เจียงเฉินก็ยอมใจจริงๆ ยังจะเอาสมุนไพรอมตะสองสามต้น คิดว่าบ้านฉันทำฟาร์มสมุนไพรอมตะหรือไง!
แน่นอนสำหรับหัวข้อนี้ ทั้งสองคนก็แค่ขำๆ ผ่านไป
ผู้ติดตาม?
ทุกคนต่างก็มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน ใครจะไปยอมใคร พูดเรื่องติดตาม ก็เป็นแค่คำพูดล้อเล่นเท่านั้น
เป้าหมายที่จางหลงเซี่ยงมาครั้งนี้ก็เพื่อเขาอวี๋กง ตอนนี้ได้รับคำสัญญาจากเจียงเฉินว่าจะไปสำรวจเขาอวี๋กงด้วยกันแล้ว เขาก็ไม่อยู่ต่อ ลงเขาไปในวันนั้นเลย
หลังจากจางหลงเซี่ยงจากไป เจียงเฉินในชุดนักพรตยืนอยู่บนยอดเขาเขามังกรพยัคฆ์ มือไพล่หลัง ในดวงตามีแสงเทพเปล่งประกาย
ฝูซี มรดกราชันย์มนุษย์ ถึงเวลาที่ตัวเองต้องลงเขาไปเดินเล่นบ้างแล้ว!
วันต่อมา เจียงเฉินก็ไปลาท่านนักพรตคุยอวิ๋นที่ตำหนักเสวียนเต๋อ เขาบอกว่าตัวเองใกล้จะเลื่อนระดับสู่ขอบเขตน้ำพุชีวิต จำเป็นต้องลงเขาไปสัมผัสทางโลก
นักพรตคุยอวิ๋นย่อมรู้ว่านี่เป็นข้ออ้างของเจียงเฉิน แต่เขาก็อนุญาต มีชุดคลุมผ้าโปร่งระดับราชันย์ชุดนั้นคอยปกป้อง ความปลอดภัยของเจียงเฉินบนโลกก็พอจะรับประกันได้!
บ่ายวันนั้น เจียงเฉินก็พาเจียงเฟิงและเจียงอวี่ลงเขา
อักขระเทพยี่สิบห้าสายในทะเลทุกข์ของเขาราวกับสายฟ้าฟาดใส่ชุดคลุมผ้าโปร่งซูอวิ๋นไม่หยุด ต้องการจะหลอมรวมมัน
แต่ทว่า ของวิเศษระดับราชันย์ จะหลอมรวมได้ง่ายๆ ได้ยังไง หลายวันมานี้ เจียงเฉินก็แค่ทิ้งกลิ่นอายของตัวเองไว้บนนั้นได้สายหนึ่ง ใช้ควบคุมชุดคลุมผ้าโปร่งนี้ได้ง่ายๆ เท่านั้น
ส่วนที่จะให้มันคลุมอยู่บนตัว สามารถปรากฏหรือซ่อนเร้นได้ดั่งใจ หนทางสายนี้ยังอีกยาวไกล
ออกจากสำนักเขามังกรพยัคฆ์ ขับรถเบนซ์คันนั้นของเย่ฟาน เจียงเฉินก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือ
เป้าหมายในครั้งนี้คือเทือกเขาไท่หางในมณฑลเหอเป่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในชีพจรมังกรหลักของโลกด้วย
สาเหตุที่ไปเทือกเขาไท่หาง ก็เพราะชีพจรหลักที่อื่นอันตรายเกินไป
เทือกเขาคุนหลุน คือชีพจรบรรพบุรุษมังกรหมื่นตัว ในนั้นให้กำเนิดกระถางเซียนอยู่
เขาฉางไป๋มีปีศาจใหญ่เผ่ากิเลนแห่งถ้ำมังกรดึกดำบรรพ์ อันตรายสุดๆ
เทือกเขาใหญ่ๆ ที่เหลือถ้าไม่มีสำนักเต๋าสืบทอด ก็มีปีศาจใหญ่ยึดครอง ดังนั้นคิดไปคิดมา เทือกเขาไท่หางปลอดภัยที่สุด
วาสนาบนโลกเจียงเฉินรู้เยอะมาก หรือจะพูดว่าคนที่ถูกแดนสวรรค์แห่งการรบพามาในครั้งนี้ต่างก็รู้เยอะมาก
แต่บางสถานที่ มันอันตรายเกินไป ต่อให้รู้ก็เอาวาสนาในนั้นมาไม่ได้
สระล้างกระบี่ของสำนักกระบี่ซูซาน ในนั้นมีแผนที่คุนหลุนมุมหนึ่ง แถมยังมีมรดกเซียนกระบี่
เซียนเผาศพในวังใต้ดินที่เขาหลูซาน ครรภ์หินวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ชายแดนจีน ภูเขาวิญญาณที่แห้งเหือดในแดนฝังศพ ฯลฯ ล้วนเป็นสถานที่แห่งวาสนาอันยิ่งใหญ่
แต่ถ้าไม่มีฝีมือ ไปก็ไปตายเปล่า!
ถ้าจะพูดถึงวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นอกจากคุนหลุน ก็คงเป็นสำนักเขามังกรพยัคฆ์ที่เจียงเฉินอยู่นี่แหละ
เบื้องหลังเขามังกรเก้าสิบเก้าลูกของสำนักเขามังกรพยัคฆ์ ยังมีแดนเซียนที่แท้จริงอยู่แห่งหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่หรงเฉิงซื่อผู้เป็นเซียนดินสร้างขึ้นโดยอิงจากชีพจรมังกรเก้าสิบเก้าแห่งของโลก
ในนั้นมีความลับแห่งความเป็นอมตะ!
วาสนาเหล่านี้หลายคนรู้ เพียงแต่เป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง ต้องเติบโตถึงระดับหนึ่งก่อน ถึงจะเข้าไปดูให้เห็นกับตาได้
ส่วนเทือกเขาไท่หางที่เจียงเฉินไปครั้งนี้ ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ตำนานเล่าว่าอวี๋กงย้ายภูเขา หนึ่งในเทือกเขานั้นก็คือเทือกเขาไท่หาง!
เจียงเฉินขับรถมุ่งหน้าไปตลอดทาง เลียบเทือกเขาไท่หางสำรวจภูมิประเทศและวัฒนธรรมไปเรื่อยๆ เพื่อหาเบาะแส
เขาเชื่อว่า ตำนานเทพนิยายของจีนไม่มีทางเกิดขึ้นลอยๆ เทือกเขาไท่หางนี้ต้องมีความลับที่เขาไม่รู้อยู่แน่นอน
เดินทางต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดเจียงเฉินก็ได้ข่าวสำคัญจากปากของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตทะเลทุกข์วัยร้อยกว่าปีที่ใกล้จะหมดอายุขัยคนหนึ่ง
ทางทิศใต้ของไท่หาง มียอดเขาหนึ่ง นามว่าเขาอวี๋กง ตำนานว่าที่นั่นมีมรดกวิชาลับ ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนต่างมุ่งหน้าไป
เจียงเฉินแสดงความขอบคุณชายชรา จากนั้นก็พาเจียงเฟิงและเจียงอวี่ขับรถมุ่งหน้าไปยังเขาอวี๋กง
"นายท่าน พวกเราถูกสะกดรอยตาม!"
ในรถเบนซ์ จู่ๆ เจียงเฟิงก็พูดกับเจียงเฉินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
เจียงเฉินมองกระจกหลัง ด้านหลังพวกเขามีหมาป่าสีเทาที่มีแววตาดุร้ายตัวหนึ่งตามติด ท่าทางแบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์ป่าธรรมดาจะมีได้แน่นอน
ร่างกายใหญ่โต ราวกับลูกวัว ขนเป็นมันขลับ ราวกับผ้าไหม กลิ่นอายปีศาจจางๆ ลอยออกมาจากตัวมัน เวลาวิ่ง แทบจะสี่เท้าลอยพ้นพื้น
นี่คือเผ่าปีศาจ นึกไม่ถึงว่าเข้ามาในเทือกเขาไท่หางตั้งนาน บทจะไม่เจอก็ไม่เจออะไรเลย วันนี้กลับเจอทั้งผู้บำเพ็ญเพียร ทั้งเผ่าปีศาจ ดวงชะตานี่มันสุดจริงๆ
จู่ๆ เจียงเฉินก็ลูบพวงมาลัยรถ ดวงของตัวเองจะเกี่ยวกับรถเบนซ์คันนี้หรือเปล่านะ เขาจำได้แม่นเลยว่า แดนสวรรค์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดเคยบอกว่า รถเบนซ์คันนี้จะนำโชคดีมาให้เขา!
[จบแล้ว]