เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152: หุบเขาพันอัสนี

บทที่ 152: หุบเขาพันอัสนี

บทที่ 152: หุบเขาพันอัสนี


บทที่ 152: หุบเขาพันอัสนี

หลังจากออกจากหอหลัวซาแล้ว โจวฉางชิงก็ไม่ได้คิดจะอยู่ในเมืองโลหิตอสูรต่ออีกนานนัก

เขาเพียงแค่จัดซื้อเสบียงและของใช้จำเป็นต่างๆในปริมาณที่มากพอจะใช้ได้เป็นเวลานาน จากนั้นก็มุ่งหน้าออกจากเมืองโลหิตอสูรไปในทันที

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมือง ร่างของโจวฉางชิงก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และด้วยพลังจากปีกแห่งปราณยุทธ์ที่แผ่ออกมากลางหลัง เขาก็ได้กลายสภาพเป็นลำแสงเจิดจ้าสายหนึ่ง พุ่งหายลับไปสุดขอบฟ้า

...

เจ็ดแปดวันต่อมา...

ณ บริเวณใจกลางของแดนทมิฬ ทางทิศตะวันตก

บนฟากฟ้าอันมืดครึ้ม ลำแสงสายหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วสูง

ในขณะที่เบื้องล่างนั้น คือผืนป่าและเทือกเขาโบราณที่กว้างใหญ่ไพศาลจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

เทือกเขาที่ทอดตัวสลับซับซ้อนนั้น ดูราวกับมังกรยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังขดตัวพันกันอยู่บนผืนดิน อีกทั้งบนเทือกเขายังปกคลุมไปด้วยป่าไม้อันหนาทึบ ซึ่งเปรียบเสมือนเกล็ดของมังกรยักษ์ที่แผ่ขยายออกไปครอบคลุมทุกตารางนิ้วอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

เมื่อมองจากระยะไกล ช่างเป็นทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ราวกับมีกลิ่นอายแห่งความดึกดำบรรพ์โชยมาปะทะใบหน้า!

บนท้องฟ้าที่สูงลิบ แรงลมปะทะอันรุนแรงที่เกิดจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ถูกเกราะป้องกันที่ก่อตัวขึ้นจากปราณยุทธ์สกัดกั้นเอาไว้จนหมดสิ้น

ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีลมแม้เพียงน้อยนิดที่สามารถสัมผัสตัวของโจวฉางชิงได้ ชายเสื้อของเขาจึงทิ้งตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ทว่า…ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็ไม่พบความพิเศษใดๆในเทือกเขาแห่งนี้เลย

โจวฉางชิงขมวดคิ้วมุ่น พลางครุ่นคิดในใจ

"หอหลัวซาคงไม่ได้หลอกข้าหรอกนะ?"

ทันใดนั้น เขาก็หยิบแผนที่ฉบับที่ซื้อมาจากหอหลัวซาออกจากแหวนมิติ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตำแหน่งปัจจุบันของตนเองอย่างละเอียด

หากหอหลัวซากล้าดีมาหลอกลวงเขาจริงๆล่ะก็...

ต่อให้เบื้องหลังของอีกฝ่ายคือหอหลัวซา โจวฉางชิงก็จะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้ง ว่าผลของการหลอกลวงเขานั้นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่แสนแพงเพียงใด!

หลังจากเปรียบเทียบอยู่ครู่หนึ่ง โจวฉางชิงก็พบว่าตำแหน่งของตนอยู่ไม่ไกลจากจุดหมายปลายทางแล้ว

เมื่อคำนวณจากระยะทางบนแผนที่ อย่างมากที่สุดอีกเพียงหนึ่งชั่วยาม เขาก็จะไปถึง

เมื่อเก็บแผนที่เป็นที่เรียบร้อย โจวฉางชิงก็รู้สึกคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นไปอีกขั้น!

...

และแล้ว เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม

โจวฉางชิงมองลงไปยังผืนป่าอันหนาทึบเบื้องล่างที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พลันใบหน้าของเขาก็เริ่มดำคล้ำลง

"ฟู่~…ลองค้นหาดูแถวๆนี้ก่อนแล้วกัน ถ้าหากว่าไม่มีจริงๆล่ะก็…เหอะๆ..."

เขาพยายามข่มความรู้สึกอยากจะบินกลับไปถล่มหอหลัวซาที่เมืองโลหิตอสูรให้สิ้นซาก

จากนั้นจึงลดระดับความสูงลงมาทันที โดยใช้ตำแหน่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลาง แล้วเริ่มค้นหาไปรอบๆ

ในขณะเดียวกัน พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขาก็แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบหลายพันเมตร เพื่อสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ไม่ยอมปล่อยให้มีที่ใดเล็ดลอดสายตาไปได้

และในเวลาไม่นานนัก...ดวงตาของโจวฉางชิงก็พลันเป็นประกายขึ้นมา!

เขารีบหันไปมองทางทิศตะวันออก

ณ ทิศทางนั้น ในสถานที่แห่งหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานฟ้าดินธาตุอัสนีที่เข้มข้นอย่างยิ่งยวด!

"เจอแล้ว!"

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย โจวฉางชิงพุ่งทะยานออกไปในทันที ความเร็วของเขาทะลุทะลวงกำแพงเสียงจนเกิดเป็นวงแหวนคลื่นกระแทกขึ้นหลายชั้น!

เพียงชั่วอึดใจ เขาก็มาถึงบริเวณหุบเขาแห่งหนึ่ง!

และแล้วสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของเขาก็คือ ประกายแสงสีขาวสว่างวาบที่กำลังเต้นระริกอยู่เต็มพื้นที่จนสุดลูกหูลูกตา!

บริเวณแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่จำนวนมาก ทว่าพื้นที่ตรงกลางกลับทรุดตัวต่ำลง มีลักษณะคล้ายกับแอ่งกระทะ

หุบเขาแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬารมาก อย่างน้อยที่สุดเส้นผ่านศูนย์กลางก็ต้องยาวหลายสิบหลี่!

ไม่เพียงเท่านั้น!

นอกเหนือจากขนาดที่ใหญ่โตแล้ว ภายในแอ่งที่ยุบตัวลงไปนั้นยังอัดแน่นไปด้วยสายฟ้าอันเจิดจ้าจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งรุนแรงพอที่จะทำให้ดวงตาของคนธรรมดาต้องบอดสนิท!

เมื่อมองไปเพียงแวบเดียว ก็ราวกับว่าที่แห่งนั้นไม่ใช่หุบเขา แต่เป็นทะเลอัสนีต่างหาก!

แม้จะอยู่ห่างออกไปนับพันเมตร โจวฉางชิงก็ยังคงได้ยินเสียง "เปรี๊ยะปร๊ะ" ที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าจะถล่มทลายแว่วมาจากใจกลางทะเลอัสนีนั้น!

แดนทมิฬ…หุบเขาพันอัสนี!

ภาพอันน่าตื่นตะลึงตรงหน้า ทำให้โจวฉางชิงที่ปกติแล้วเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ถึงกับต้องยืนตะลึงไปชั่วขณะ!

"ซี้ด~"

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง โจวฉางชิงก็สูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ!

หอหลัวซาไม่ได้หลอกเขา!

เพียงแค่ตำแหน่งบนแผนที่คลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยเท่านั้น!

ด้วยความรู้สึกที่แทบจะอดใจรอไม่ไหว โจวฉางชิงกระพือปีกแล้วบินตรงไปยังหุบเขาพันอัสนีในทันที

ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่...พลังงานฟ้าดินธาตุอัสนีโดยรอบก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น และเสียงระเบิดของสายฟ้าที่ถักทอกันก็ยิ่งดังและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ!

เมื่อมาถึงยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณขอบของหุบเขาพันอัสนี...ไอความร้อนอันเกรี้ยวกราดก็พัดโหมกระหน่ำเข้ามา

ทุกครั้งที่คลื่นในทะเลอัสนีม้วนตัว ก็จะมีประกายไฟฟ้าเล็กๆจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายออกมา แล้วฟาดเข้ากับผนังด้านในของภูเขา!

พลังงานธาตุอัสนีที่เข้มข้นจนจับตัวกันเป็นสายฟ้านั้น ทำให้โจวฉางชิงรู้สึกราวกับรูขุมขนทั่วร่างกายกำลังเปิดออก!

เมื่อมองลงไปที่ขอบหุบเขา โจวฉางชิงก็พบว่าเนื่องจากมันเต็มไปด้วยสายฟ้า ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีพืชพรรณใดๆขึ้นอยู่เลยแม้แต่ต้นเดียว!

แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะภายใต้การทำลายล้างของทะเลอัสนีอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้…หากมีพืชใดสามารถเติบโตขึ้นมาได้ อย่างหนึ่งก็ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์และปฐพีธาตุอัสนี หรือมิเช่นนั้นก็คงจะเป็นเรื่องผีสางไปแล้ว

ทว่าดูเหมือนว่าสายฟ้าเหล่านี้จะถูกบางสิ่งบางอย่างพันธนาการไว้ ทำให้มันไม่สามารถแผ่ขยายออกไปได้

มิฉะนั้นแล้ว อย่าว่าแต่พืชพรรณเลย แม้แต่ภูเขาที่โอบล้อมอยู่รอบๆหุบเขา ก็คงจะถูกพลังงานอันเกรี้ยวกราดและร้อนระอุนั้นทำลายล้างจนสิ้นซากไปแล้ว!

"ฟู่~"

โจวฉางชิงพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นยินดี

หุบเขาพันอัสนีแห่งนี้…สำหรับคนอื่นแล้ว อาจจะเป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง

นั่นก็เพราะสายฟ้าที่อยู่บริเวณขอบๆนั้น มีความรุนแรงไม่ด้อยไปกว่าอัสนีบาตจากสวรรค์เลยแม้แต่น้อย!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าที่รุนแรงระดับนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับ "จักรพรรดิยุทธ์" หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจบาดเจ็บสาหัสได้

แม้กระทั่ง "จักรพรรดิยุทธ์" ธาตุอัสนีเอง ก็ทำได้เพียงแค่ฝึกฝนอยู่บริเวณขอบๆเพื่อดูดซับพลังงานธาตุอัสนีที่เข้มข้นเท่านั้น ไม่กล้าที่จะล่วงล้ำเข้าไปลึกกว่านี้ มิฉะนั้นจุดจบก็คงไม่ต่างกันนัก

แต่สำหรับเขาแล้ว…มันแตกต่างออกไป

ที่นี่…เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ล้ำค่าชั้นเลิศสำหรับการชักนำอัสนีบาตมาฝึกฝนร่างกายของเขาโดยแท้!

หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว แล้วใช้ปราณยุทธ์ห่อหุ้มแหวนมิติเพื่อป้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว โจวฉางชิงก็กระพือปีกบินลงไปยังเบื้องล่างของภูเขาทันที!

ในชั่วพริบตา เขาก็มาถึงบริเวณตีนเขา

ณ ที่แห่งนี้ มีประกายสายฟ้าฟาดลงมาอยู่เป็นครั้งคราว ทว่ายังคงอยู่ห่างจากทะเลอัสนีอยู่ราวสิบกว่าเมตร

เมื่อเก็บปีกแห่งปราณยุทธ์แล้ว โจวฉางชิงก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงบริเวณขอบของทะเลอัสนี จากนั้นก็ยื่นมือออกไปสัมผัสกับม่านสายฟ้าอันเจิดจ้าที่ถูกพันธนาการไว้นั้น!

"เปรี๊ยะปร๊ะ! เปรี๊ยะปร๊ะ!"

"ซี่ ซี่ ซี่!"

ในวินาทีที่สัมผัส ประกายสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ราวกับเจอทางระบาย พวกมันไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่งผ่านทางฝ่ามือ!

ความเจ็บปวดแปลบปลาบอันคุ้นเคยจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง และในชั่วพริบตา พลังอัสนีอันเกรี้ยวกราดก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกายของโจวฉางชิง!

"อึ่ก!"

โจวฉางชิงส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะรีบชักมือกลับในทันที!

จากนั้น ท่ามกลางความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวที่ราวกับร่างกายกำลังแช่อยู่ในลาวา ถูกเข็มเหล็กนับล้านเล่มทิ่มแทงเข้าไปถึงไขกระดูก และเนื้อหนังถูกมดนับไม่ถ้วนกัดกิน เขาก็รีบโคจรเคล็ดวิชา "กายาหลอมทองวังสวรรค์" ขึ้นมา!

ประกายสายฟ้าที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกาย ถูกหลอมรวมอย่างรวดเร็วภายใต้การโคจรของเคล็ดวิชา

ในขณะเดียวกัน ปราณยุทธ์ธาตุทองก็เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็น "ประกายทอง" แล้วหลอมรวมเข้าไปในทุกอณูเลือดเนื้อของเขา!

เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็มิอาจทราบได้...ในที่สุด ประกายสายฟ้าก็ถูกหลอมรวมจนหมดสิ้น

โจวฉางชิงลืมตาขึ้น และในแววตาของเขานั้นก็เต็มไปด้วยความยินดีที่ไม่อาจปิดบังไว้ได้!

ได้ผลจริงๆ!

เมื่อเทียบกับการชักนำอัสนีบาตจากสวรรค์มาฝึกฝนร่างกายแล้ว…ผลลัพธ์ไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย!

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นไปอีก!

เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับม่านสายฟ้าเบื้องหน้าอีกครั้ง และหลังจากนั้น ก็เข้าสู่สภาวะการฝึกฝนร่างกายอีกครา!

ชักนำสายฟ้า…โคจรเคล็ดวิชาเพื่อหลอมรวม…ชักนำอีกครั้ง...

และก็ทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

โจวฉางชิงทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย!

บางครั้งยังไม่ทันที่เขาจะหลอมรวมสายฟ้าชุดเดิมเสร็จสิ้น แล้วชักนำสายฟ้าชุดใหม่เข้ามาในร่างกาย พลันก็มีสายฟ้าเส้นใหญ่อีกสายหนึ่งพุ่งออกมาจากขอบทะเลอัสนี แล้วฟาดลงบนร่างของเขาโดยตรง!

หากเป็นเมื่อก่อนที่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขายังอยู่ในระดับ "ราชันย์ยุทธ์" เขาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้

แต่ทว่าในตอนนี้ เขากลับไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย…ตรงกันข้าม เขากลับยินดีเสียอีกที่มันช่วยให้เขาสะดวกสบายขึ้น

ในอดีต เขาจำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง อีกทั้งยังต้องมีคนคอยชักนำอัสนีบาตจากสวรรค์ให้ฟาดลงมาบนเสาเหล็กล่อฟ้า

ถึงอย่างนั้น เวลาที่เขาใช้ในการฝึกฝนร่างกายในแต่ละครั้งที่มีพายุฝนฟ้าคะนองก็ไม่เคยเกินหกชั่วยาม

แต่บัดนี้ เขาสามารถอยู่ในสภาวะการฝึกฝนร่างกายได้แทบจะทุกวินาที!

ซึ่งมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าการชักนำอัสนีบาตจากสวรรค์มาฝึกฝนร่างกายของเขามากนัก!

…………………..

จบบทที่ บทที่ 152: หุบเขาพันอัสนี

คัดลอกลิงก์แล้ว