เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 : คนที่ร้ายกาจ...มันคือเจ้านี่แหละ

บทที่ 41 : คนที่ร้ายกาจ...มันคือเจ้านี่แหละ

บทที่ 41 : คนที่ร้ายกาจ...มันคือเจ้านี่แหละ


บทที่ 41 : คนที่ร้ายกาจ...มันคือเจ้านี่แหละ

หลังจากที่เซียวจ้านจากไป โจวฉางชิงก็เข้าพักที่หอประมูลหมี่เท่อเอ่อเป็นการชั่วคราว เพื่อเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง

เขาใช้เวลาพักฟื้นอยู่หลายวัน กว่าที่อวัยวะภายในที่เจ็บปวดรวดร้าวอยู่ลึกๆจะหายดีเป็นปกติ

ในวันนั้น...โจวฉางชิงก็ได้ไปหาหยาเฟย ซึ่งเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการเป็นผู้ดำเนินรายการประมูลรอบหนึ่งมาหมาดๆ

“น้องฉางชิง...มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่สาวคนนี้งั้นเหรอ? หรือว่า...อยากให้พี่กลับไปที่ตระกูลสักรอบ?”

ภายในห้อง...หยาเฟยเอ่ยถามอย่างขี้เล่น

เฮ้อ...ทำไมยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกนะ?

โจวฉางชิงมองหยาเฟยอย่างจนใจ ก่อนจะตอบว่า

“คิดอะไรของท่านน่ะ? ข้าบอกไปแล้วว่าไม่จำเป็น พี่ก็อย่าได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจอีกเลย”

“ที่ข้ามาหาพี่ในครั้งนี้ ก็เพราะมีเรื่องอื่นจะบอกน่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยาเฟยก็หุบรอยยิ้มลง สีหน้าจริงจังขึ้นหลายส่วน

โจวฉางชิงหยิบอาวุธยุทโธปกรณ์และชุดเกราะจำนวนไม่น้อยออกมาจากแหวนมิติ วางลงบนพื้นตรงหน้าหยาเฟย พลางกล่าวว่า

“พี่หยาเฟย...ข้ากำลังจะออกจากเมืองอูถ่านแล้ว ที่มาวันนี้ก็เพื่อจะมาบอกลาท่าน แล้วก็นำของบางอย่างมาให้ด้วย”

“หา?! จะออกจากเมืองอูถ่านงั้นเหรอ?”

หยาเฟยที่ตอนแรกกำลังจ้องมองอาวุธแก่นอสูรมากมายบนพื้น พอได้ยินคำพูดนั้นก็ถึงกับตกใจในทันที

“ทำไมล่ะ?”

“เป็นเพราะเรื่องของตระกูลเจียเลี่ยใช่ไหม?”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ เจ้าไม่จำเป็นต้องไปไหนเลยนะ แค่อยู่ที่หมี่เท่อเอ่อ พวกนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรเจ้าแล้ว”

“แต่ถ้าเจ้ายังไม่วางใจจริงๆก็ทำตามวิธีของข้าสิ”

“ฮะๆพี่หยาเฟย...ใจเย็นๆก่อน”

โจวฉางชิงส่ายหน้าเบาๆพลางวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ที่หอมกรุ่นของหยาเฟย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ข้ามีความคิดของข้าเองน่ะ อันที่จริง...ต่อให้ไม่มีเรื่องของตระกูลเจียเลี่ย อีกไม่นานข้าก็ต้องไปอยู่ดี เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันทำให้กำหนดการของข้าต้องเลื่อนมาเร็วขึ้นก็เท่านั้นเอง”

“ดังนั้น...วิธีที่พี่บอกน่ะ ไม่จำเป็นเลย ต่อให้ท่านไม่พูดข้าก็รู้ ถ้าทำแบบนั้นจริงๆล่ะก็...วันข้างหน้าของพี่คงจะลำบากน่าดู”

“อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ใช่คนของตระกูลหมี่เท่อเอ่อ จะให้มาอาศัยอยู่ที่หอประมูลหมี่เท่อเอ่อตลอดไปได้ยังไงกันล่ะ?”

พึ่งคนอื่น...สู้พึ่งตัวเองไม่ได้หรอก

ถ้าโจวฉางชิงคิดจะเกาะแข้งเกาะขาตระกูลหมี่เท่อเอ่อ อาศัยอำนาจบารมีของพวกเขามาจัดการเรื่องนี้ล่ะก็

ป่านนี้เขาคงอาศัยความสัมพันธ์กับเซียวเหยียนเข้าไปอยู่ในตระกูลเซียวเพื่อฝึกเคล็ดวิชา แล้วยอมขายชีวิตให้ตระกูลเซียวไปนานแล้ว

ขนาดตระกูลที่สามัคคีกันอย่างตระกูลเซียว ยังแบ่งออกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า คอยแก่งแย่งชิงดีกันเอง…แล้วนับประสาอะไรกับตระกูลหมี่เท่อเอ่อ

ถึงแม้ว่าในนิยายต้นฉบับ ตระกูลหมี่เท่อเอ่อจะมีชื่อเสียงค่อนข้างดี แต่เขาก็ไม่ได้ไว้ใจคนของตระกูลหมี่เท่อเอ่อทุกคนหรอกนะ

ใครจะไปรู้ว่าวันดีคืนดี...ในตระกูลหมี่เท่อเอ่อจะไม่มีคนโง่เง่าโผล่ออกมาก็ได้

โจวฉางชิงไม่เคยคิดเลยว่าบนโลกใบนี้จะมีแต่คนฉลาด ที่จริงแล้ว...คนโง่ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อีกอย่าง...หยาเฟยก็คือหยาเฟย ส่วนหมี่เท่อเอ่อก็คือหมี่เท่อเอ่อ จะนำทั้งสองอย่างมาปนกันไม่ได้

“แต่ว่า...”

หยาเฟยยังคิดจะเกลี้ยกล่อมต่อ แต่ก็ถูกโจวฉางชิงโบกมือขัดจังหวะ

“ไม่มีแต่แล้วล่ะน่า อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้ไปแล้วไปลับเสียเมื่อไหร่”

“ข้าจำได้ว่าพี่เคยบอกว่าท่านถูกส่งมาประจำการที่นี่ ในอนาคตก็ต้องกลับเมืองหลวงไม่ใช่เหรอ? ไม่แน่ว่าถึงตอนนั้น...ท่านอาจจะได้เจอข้าที่เมืองหลวงก็ได้นะ”

ใช่สิ…ถึงแม้ว่าเมืองอูถ่านจะนับเป็นเมืองใหญ่ในจักรวรรดิเจียหม่า แต่มันก็เป็นเมืองใหญ่ที่อยู่รั้งท้ายสุด ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงแค่คุรุยุทธ์เท่านั้น

สถานที่เล็กๆแบบนี้...อัจฉริยะอย่างฉางชิงคงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไปแน่

อนาคตของเขา...ควรจะอยู่บนเวทีใหญ่ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือและอัจฉริยะรวมตัวกัน

มีเพียงสถานที่แบบนั้นเท่านั้น...ที่เขาจะสามารถเฉิดฉายได้อย่างเต็มที่...

หยาเฟยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เหม่อลอยเล็กน้อย ในแววตาของนางปรากฏความอาลัยอาวรณ์ออกมา ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา

“ก็ได้...พี่สาวเคารพการตัดสินใจของเจ้า”

“แต่ว่า...เจ้าอย่าลืมที่พูดไว้นะ ถ้าในอนาคตได้ไปที่เมืองหลวงล่ะก็...ต้องมาหาพี่สาวด้วยล่ะ”

“แน่นอนครับ”

โจวฉางชิงเผยรอยยิ้ม ก่อนจะสวมกอดหยาเฟยเบาๆแล้วกระซิบว่า

“พี่หยาเฟย...ไว้เจอกันใหม่นะ”

หลังจากนั้น...โจวฉางชิงก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

...

ครู่ต่อมา

หยาเฟยใช้มือเท้าคาง พิงกายอยู่ริมหน้าต่าง จ้องมองแผ่นหลังของร่างที่เดินออกจากหอประมูลไป จนค่อยๆเลือนหายไปในฝูงชน

ในตอนนั้นเอง...ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา

“ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึว่าเขาจะต้องไป? แล้วทำไมยังทำท่าอาลัยอาวรณ์แบบนั้นอีกล่ะ?”

“ฮะๆดอกไม้แห่งหมี่เท่อเอ่อ...ถึงกับแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาเพื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ดูท่า...เสน่ห์ของสหายตัวน้อยฉางชิงจะเหนือกว่าคุณชายทั้งหลายในเมืองหลวงอยู่มากโขเลยนะ”

ที่จริงแล้ว...ตั้งแต่วันที่สองหลังจากที่โจวฉางชิงถูกลอบโจมตี เขาก็ได้ให้หมี่เท่อเอ่อช่วยรวบรวมเสบียงจำนวนมากให้แล้ว ซึ่งก็มีทั้งวัตถุดิบต่างๆตำรา รวมถึงเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ด้วย

ของเหล่านั้น...คนฉลาดอย่างหยาเฟยและกู๋หนีย่อมเดาแผนการของเขาออกตั้งนานแล้ว

“ท่านลุงกู๋หนี...ท่านก็อย่าล้อข้าเล่นเลยน่า ฉางชิงไปครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ข้าต้องสูญเสียแหล่งที่มาของสินค้าล้ำค่าอย่างศาสตราวุธไป แล้วอารมณ์จะดีได้อย่างไรกัน”

หยาเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับว่าคนที่เหม่อลอยเมื่อครู่นี้ไม่ใช่นาง

กู๋หนีลูบเคราพลางส่ายหน้า ชี้ไปยังเด็กสาวตรงหน้าแล้วกล่าวอย่างจนใจว่า

“เจ้าเด็กคนนี้นี่...ไม่รู้จะว่ายังไงดีเลยจริงๆ”

“ถ้าเจ้ามีความรู้สึกกับสหายตัวน้อยฉางชิงจริงๆล่ะก็...ด้วยพรสวรรค์ของเขา ตระกูลก็อาจจะไม่ปฏิเสธก็ได้นะ”

“ท่านลุงกู๋หนี...ท่านคิดง่ายไปแล้ว อัจฉริยะแล้วอย่างไร? ตราบใดที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ ตระกูลก็ไม่มีทางไปมีเรื่องกับตระกูลมู่เพื่อเขาหรอก”

“ถ้ามีแค่พรสวรรค์แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างล่ะก็...พรสวรรค์ที่คุณชายสามตระกูลเซียวเคยแสดงออกมาในปีนั้น มันยังไม่มากพอที่จะดึงดูดความสนใจจากขุมอำนาจต่างๆในเมืองหลวงอีกเหรอ?”

“สุดท้ายแล้ว...โลกใบนี้ก็ยังต้องใช้ความแข็งแกร่งเป็นเครื่องตัดสินอยู่ดี...”

….

หลังจากออกจากหอประมูลหมี่เท่อเอ่อแล้ว โจวฉางชิงก็มุ่งหน้าไปยังตระกูลเซียวอย่างรวดเร็ว

เมื่อแจ้งชื่อและจุดประสงค์ของตนเองกับคนรับใช้ที่เฝ้าประตูแล้ว เขาก็ถูกนำทางเข้าไปยังลานบ้านเล็กๆของเซียวเหยียนในเวลาไม่นาน

“เหล่าโจว...มาได้ยังไงวะเนี่ย? ได้ข่าวว่าเมื่อสองสามวันก่อนเจ้ทโดนลอบทำร้ายเหรอ?”

“วันนี้ก็เอาแต่อยู่ที่หมี่เท่อเอ่อ ข้าเลยไม่สะดวกไปหาน่ะ”

เซียวเหยียนได้รับรายงานจากคนรับใช้ตั้งนานแล้ว เขาจึงได้จัดเตรียมน้ำชาไว้รอท่าที่โต๊ะหินในลานบ้านเรียบร้อย

“อืม...ฝีมือตระกูลเจียเลี่ยน่ะ มันรวมหัวกับอีกหลายตระกูล คิดจะกำจัดข้าทิ้ง เพื่อให้ศาสตราวุธขาดตลาด แล้วจะได้ดึงคนกลับไปที่ตลาดของพวกมัน”

ถึงแม้จะเป็นการมาครั้งแรก แต่โจวฉางชิงก็ทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเอง เขาเดินไปนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ แล้วรินน้ำชาดื่มแก้กระหาย

เซียวเหยียนเดินตามไปนั่งลง แต่ก็ไม่ได้ถามถึงอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย...ในเมื่อเหล่าโจวมาหาเขาได้ ก็แสดงว่าคงไม่มีปัญหาอะไรมากแล้วล่ะมั้ง

เซียวเหยียนขมวดคิ้ว ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา “ก็สมกับเป็นสไตล์ของตระกูลเจียเลี่ยดีนี่...ลงทุนไม่น้อยเลยนะ”

“แล้วแกจะเอายังไงต่อ? จะให้ตระกูลเซียวไปสั่งสอนพวกมันสักหน่อยไหม? ถ้าไม่ได้เรื่องจริงๆเดี๋ยวข้าจัดการเอง บดขยี้พวกมันให้สิ้นซากไปเลย”

“โม้ไปเรื่อย… เจ้ายังไม่ทะลวงระดับคุรุยุทธ์เลยไม่ใช่รึไง? ไปเล่นตรงโน้นไป ข้ามีแผนของข้าแล้ว”

โจวฉางชิงด่าพลางหัวเราะ ก่อนจะชูนิ้วกลางให้

ไม่ต้องถาม...ถามก็คือแกล้งทำเป็นว่าเรียนรู้มาจากเซียวเหยียน

เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวเหยียนก็ชูนิ้วกลางกลับไป แล้วพูดอย่างอวดดีว่า

“อย่ามาดูถูกกันนะ ถึงข้าจะยังอยู่แค่ระดับคุรุยุทธ์​ แต่ตระกูลเจียเลี่ยข้ายังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย”

โจวฉางชิงมีหรือจะไม่รู้ว่าเซียวเหยียนหมายถึงอะไร ก็แค่เชิญวิญญาณท่านอาจารย์เข้าสิง แล้วยืมพลังของท่านอาจารย์มาทำลายล้างตระกูลเจียเลี่ยก็เท่านั้นเอง

แต่ก็อย่างที่ว่า...พึ่งคนอื่น สู้พึ่งตัวเองไม่ได้

เรื่องที่เขาสามารถจัดการเองได้ เขาก็จะไม่ไปรบกวนคนอื่นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะติดเป็นนิสัยได้

แต่ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆล่ะก็...เขาไม่เกรงใจแน่ เผลอๆอาจจะอยากให้เซียวเหยียนโดนผีเข้าวันละแปดรอบเลยด้วยซ้ำ

“ไม่คุยเรื่องไร้สาระกับแกแล้ว...ที่ข้ามานี่ ก็เพราะอยากจะขอให้ช่วยอะไรหน่อย แล้วก็มาบอกลาด้วย”

“บอกลา?”

“อืม”

“เจ้าจะไม่เข้าร่วมการทดสอบของนิกายเจียหนานแล้วเหรอ?”

“ไม่ล่ะ...ที่ไปครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเรื่องของตระกูลเจียเลี่ยอย่างเดียว ข้ามีธุระต้องไปทำน่ะ ไว้ถ้ามีโอกาส ข้าจะไปที่นิกายเจียหนานโดยตรงเลย”

“แล้วถ้าข้าเดาไม่ผิดล่ะก็...เจ้าเองก็ยังไม่คิดจะไปตอนนี้เหมือนกันใช่ไหม?”

“ก็มีแต่เจ้านี่แหละที่เข้าใจข้า...เอาล่ะ งั้นข้าก็ไม่พูดอะไรมากแล้ว เจ้าอยากให้ข้าช่วยอะไรล่ะ?”

“ช่วยข้าสืบหาเบาะแสของเจียเลี่ยเอ้า, เอ้าปาเล่อ, แล้วก็เชี่ยเอ่อซวี่หน่อย มีปัญหาไหม?”

“แค่นี้เองเหรอ? ได้สิไม่มีปัญหา”

“แต่ว่า…เจ้าคิดจะทำอะไร...?”

“หึๆ...หาเรื่องข้าแล้ว ยังคิดว่าจะอยู่ดีมีสุขได้อีกเหรอ? ในเมื่อจัดการพวกมันไม่ได้ ข้าก็จัดการลูกชายพวกมันแทนก็ได้นี่ จริงไหม?”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 41 : คนที่ร้ายกาจ...มันคือเจ้านี่แหละ

คัดลอกลิงก์แล้ว