เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: กระแสร้อนแรงอีกครั้ง

บทที่ 16: กระแสร้อนแรงอีกครั้ง

บทที่ 16: กระแสร้อนแรงอีกครั้ง


บทที่ 16: กระแสร้อนแรงอีกครั้ง

หลังจากที่สั่งให้สาวใช้ไปส่งโจวฉางชิงแล้ว

หยาเฟยก็หยิบรายการสิ่งของแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ดวงตาคู่สวยของนางเป็นประกายวูบวาบ สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่แน่นอน ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใดอยู่

“วัสดุโลหะ…ค่ายกล…หม้อโอสถ…”

“ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจเสียจริง...”

ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าคุณชายโจวผู้นี้ต้องการของเหล่านี้ไปทำอะไร แต่หยาเฟยก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ในขณะนั้น นักประเมินวัยกลางคนก็เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“คุณหนูขอรับ จำเป็นต้องให้คนไปสืบประวัติของเขาหรือไม่ขอรับ?”

หยาเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางส่ายศีรษะเบาๆ

“ไม่ต้อง เรามีหน้าที่แค่ประมูลและรับซื้อเท่านั้น เรื่องอื่นๆอย่าได้ยื่นมือเข้าไปยุ่ง มันไม่เป็นผลดีต่อโรงประมูลของเรา”

“และอีกอย่าง ดูจากท่าทีของคุณชายโจวผู้นี้แล้ว อาวุธอย่างดาบวิเศษตัดเหล็กกล้า ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก เผลอๆในอนาคตเขาอาจจะนำสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านี้มาให้ข้าอีกก็เป็นได้”

“ออกไปเถอะ นำดาบวิเศษทั้งสามเล่มนี้ไปจัดเข้าการประมูลในรอบที่ใกล้ที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นต้องโปรโมตให้ดีๆล่ะ”

“บ่าวเข้าใจแล้วขอรับ จะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ จากนั้นจึงถอยออกไป

เมื่อในห้องเหลือเพียงหยาเฟยอยู่ตามลำพัง นางก็เดินไปนั่งลงข้างหน้าต่าง พลางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางเอาไว้ ทอดสายตามองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนนเบื้องนอกด้วยท่วงท่าอันเกียจคร้าน

“หึๆ เมืองอูถ่านนี่ชักจะน่าสนใจขึ้นทุกทีแล้วนะ เริ่มจากน้ำทิพย์รากฐานที่ช่วยเร่งการบ่มเพาะปราณยุทธ์ได้ ตอนนี้ก็มาเป็นดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าที่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ของคุรุยุทธ์ได้อย่างมหาศาล”

“บางทีก่อนที่การทดสอบจะสิ้นสุดลง ข้าอาจจะสามารถทำภารกิจได้เกินเป้าหมายก็เป็นได้ และเมื่อถึงตอนนั้น ตำแหน่งนั้นก็คงไม่ได้ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป...”

…..

อีกด้าน

หลังจากกลับมาแล้ว โจวฉางชิงก็กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติอีกครั้ง

ตอนนี้เขาจำเป็นต้องขัดเกลาดาบธรรมดาที่คมกล้าให้ได้มากขึ้น เพื่อนำไปแลกเป็นเงินทุนสำหรับซื้อทรัพยากรต่างๆ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะเกียจคร้านแม้แต่น้อย

อาทิตย์ขึ้นแล้วก็ลับขอบฟ้า เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ

และเมื่อความชำนาญในการขัดเกลาอาวุธของโจวฉางชิงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเวลาที่ต้องใช้ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย

พอเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน เขาก็สามารถขัดเกลาดาบธรรมดาที่คมกล้าออกมาได้ถึงสี่เล่มเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพของอาวุธทั้งสี่เล่มนี้ยังดีกว่าของเก่าถึงเกือบสองส่วน

ซึ่งนี่นับว่าเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดไม่น้อยเลย

และในช่วงเวลานี้ เมืองอูถ่านก็คึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ไม่มีเหตุผลอื่นใด ก็เพราะหวังจื้อได้สร้างเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง และก็ยังคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าเช่นเคย

สาเหตุก็เพราะว่าหลังจากเหตุการณ์ปะทะกันของกองกำลังทหารรับจ้างในครั้งก่อน เขาก็ได้ทำเรื่องที่น่าตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ว่ากันว่า ในการเดินทางเข้าไปล่าสัตว์ในเทือกเขาสัตว์อสูรครั้งหนึ่งของกองกำลังทหารรับจ้างที่หวังจื้อสังกัดอยู่ ทั้งกองกำลังได้บังเอิญไปพบกับสัตว์อสูรประเภทเสือระดับสองขั้นสุดยอดเข้าถึงสองตัว

ต้องเข้าใจก่อนว่าในระดับพลังเดียวกัน สัตว์อสูรส่วนใหญ่มักจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์อยู่แล้ว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรที่ดุร้ายอย่างเสือ แถมยังมาพร้อมกันถึงสองตัวอีกด้วย

สถานการณ์ในตอนนั้นเรียกได้ว่าคับขันอย่างยิ่ง ขนาดหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างระดับคุรุยุทธ์  เก้าดาว กับรองหัวหน้ากองกำลังระดับคุรุยุทธ์แปดดาวต้องร่วมมือกัน ถึงจะสามารถต้านทานสัตว์อสูรตัวหนึ่งไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้น ก็ถูกทหารรับจ้างที่เหลือช่วยกันสกัดไว้

น่าเสียดายที่ภายใต้อุ้งเท้าเหล็กที่สามารถทุบทองคำและบดขยี้ก้อนหินได้ เขี้ยวเล็บที่แหลมคม พลังกัดที่มหาศาล บวกกับพลังป้องกันอันน่าสะพรึงกลัวของอสูรเสือแล้ว เหล่าทหารรับจ้างเหล่านี้ย่อมมิอาจต้านทานได้เลย

ในชั่วพริบตาเดียวก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนไม่น้อย

และในตอนนั้นเอง หวังจื้อก็ได้ก้าวออกมาพร้อมกับดาบวิเศษในมือ เขาอาศัยระดับพลังเพียงแค่คุรุยุทธ์สามดาว บวกกับการช่วยเหลือของทหารรับจ้างคนอื่นๆจนในที่สุดก็สามารถหยุดยั้งอสูรเสือตัวนั้นไว้ได้สำเร็จ

ท้ายที่สุด หวังจื้อถึงกับยอมเสี่ยงบาดเจ็บสาหัสเพื่อสังหารมันลงได้ในที่สุด

แรงกดดันของกองกำลังทหารรับจ้างจึงลดลงอย่างฮวบฮาบในทันที

ส่วนอสูรเสืออีกตัวหนึ่งนั้น หลังจากที่หวังจื้อได้ให้หัวหน้ากองกำลังยืมดาบวิเศษไป ก็ถูกสังหารลงด้วยน้ำมือของหัวหน้ากองกำลังในที่สุด

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้

ถึงแม้ว่ากองกำลังทหารรับจ้างจะสูญเสียไปไม่น้อย แต่ก็ได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน นั่นคือการขุดพบแก่นอสูรระดับสองขั้นสุดยอดถึงสองชิ้นจากร่างของสัตว์อสูรทั้งสองตัว

พอข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป กระแสความร้อนแรงของดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าที่เดิมทีเริ่มจะซาลงแล้ว ก็พลันเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง!

และช่างบังเอิญเสียจริงที่ในตอนนั้นเอง โรงประมูลหมี่เท่อเอ่อก็ได้ประกาศข่าวการประมูลดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าออกมา

พอข่าวนี้ถูกปล่อยออกไป วงการทหารรับจ้างในเมืองอูถ่านก็แทบจะระเบิดเป็นจุล เหล่าทหารรับจ้างนับไม่ถ้วนต่างพากันเริ่มรวบรวมเงินทอง กระทั่งยอมขายทรัพย์สมบัติของตนเองก็ยังมี!

ทั้งหมดก็เพื่อที่จะได้ประมูลดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าที่มีอยู่เพียงไม่กี่เล่มในงานประมูลครั้งนี้ให้ได้!

ในวันประมูล ภาพของผู้คนที่เนืองแน่นนั้น เรียกได้ว่าคึกคักยิ่งกว่าตอนที่ประมูลเคล็ดวิชาระดับลึกลับขั้นสูงเมื่อไม่นานมานี้เสียอีก

เพราะอย่างไรเสีย ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาระดับลึกลับขั้นสูง หรือน้ำทิพย์รากฐาน ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทหารรับจ้างธรรมดาๆจะอาจเอื้อมได้

แต่ดาบวิเศษตัดเหล็กกล้านั้นแตกต่างออกไป ขุมกำลังใหญ่อาจจะไม่เห็นค่า ทว่าสำหรับทหารรับจ้างเหล่านี้แล้ว มันคือสมบัติที่สามารถช่วยชีวิตและเพิ่มรายได้ได้อย่างแท้จริง!

ขุมกำลังใหญ่ในเมืองอูถ่านรวมกันแล้วจะมีสักกี่คนกันเชียว? จะนำไปเทียบกับจำนวนทหารรับจ้างทั้งเมืองได้อย่างไร

ด้วยเหตุนี้ งานประมูลในครั้งนี้จึงเต็มทุกที่นั่ง มีผู้คนมากมายที่พยายามอย่างสุดความสามารถก็ยังหาที่นั่งไม่ได้!

และในท้ายที่สุด ดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าทั้งสามเล่มก็ถูกประมูลออกไปในราคาประมาณหนึ่งหมื่นสี่พันเหรียญทองต่อเล่ม!

ผู้ที่ได้ครอบครองดาบวิเศษไปนั้น ถึงแม้ว่าจะต้องทุ่มเงินจนหมดตัว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส

เงินหมดไปแล้วก็หาใหม่ได้…เมื่อมีดาบวิเศษอยู่ในมือ พวกเขาก็เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีก็จะสามารถหาเงินคืนทุนได้แล้ว

ส่วนเหล่าทหารรับจ้างที่ไม่ได้ประมูลดาบวิเศษไปนั้น หลังจากนั้นก็ยังคงแวะเวียนไปสอบถามที่โรงประมูลหมี่เท่อเอ่ออยู่เรื่อยๆ

ว่าในอนาคตจะยังมีการประมูลดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าอีกหรือไม่?

และถ้ามี จะต้องรอนานแค่ไหน?

สำหรับเรื่องนี้ ทางโรงประมูลหมี่เท่อเอ่อเองก็ปวดหัวอยู่ไม่น้อย

และเมื่อกระแสความร้อนแรงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

คำว่า ‘ดาบวิเศษตัดเหล็กกล้า’ ทั้งสี่คำนี้ ก็ได้เข้าไปอยู่ในสายตาของเหล่าขุมกำลังใหญ่ในเมืองอูถ่านในที่สุด

ก่อนหน้านี้เหล่าขุมกำลังใหญ่เหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจ นั่นก็เพราะดาบวิเศษตัดเหล็กกล้ามีอยู่เพียงเล่มเดียว พวกเขาจึงคิดว่ามันเป็นเพียงสมบัติที่คนโชคดีคนหนึ่งบังเอิญไปได้มาเท่านั้น

ซึ่งเมื่ออยู่ในเมืองอูถ่านแห่งนี้ ก็ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมใดๆได้เลยแม้แต่น้อย

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว

เพราะศาสตราวุธอันทรงพลังเช่นนี้ ได้ปรากฏออกมาแล้วถึงสี่เล่ม!

ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตมันจะปรากฏออกมาอีกหรือไม่ และจะปรากฏออกมาอีกกี่เล่ม?

ศาสตราวุธเช่นนี้ หากมีเพียงเล่มสองเล่มก็อาจจะยังไม่เป็นไร แต่หากจำนวนของมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆล่ะก็ นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป

ในบรรดาขุมกำลังใหญ่ของเมืองอูถ่าน ถึงแม้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะอยู่ในระดับมหาคุรุยุทธ์ทั้งสิ้น แต่ทว่ากำลังหลักของขุมกำลังเหล่านั้นก็ยังคงเป็นเหล่าคุรุยุทธ์อยู่ดี

และเมื่อใดก็ตามที่ขุมกำลังใหญ่สักแห่งได้แหล่งที่มาของดาบวิเศษไปครอง และคุรุยุทธ์ภายใต้สังกัดของตนต่างก็มีดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าไว้ในครอบครอง เมื่อนั้นมันจะกลายเป็นกองกำลังที่ไม่มีขุมกำลังใดสามารถมองข้ามได้เลย!

กระทั่งความแข็งแกร่งของขุมกำลังนั้น จะเหนือกว่าขุมกำลังอื่นๆที่เคยทัดเทียมกันมาก่อนหน้านี้อย่างขาดลอย!

ดังนั้นในชั่วพริบตา ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเซียว ตระกูลเจียเลี่ย หรือตระกูลอ้าวปา หรือแม้แต่ขุมกำลังรองอื่นๆต่างก็เริ่มตามหาสืบข่าวเกี่ยวกับดาบวิเศษตัดเหล็กกล้ากันอย่างจริงจัง!

…..

“ไอ้พวกไร้ประโยชน์! มีแต่พวกไร้น้ำยา!”

“ทำไมตอนที่ดาบวิเศษตัดเหล็กกล้าปรากฏขึ้นมาครั้งแรก ถึงไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ขึ้นมา!”

“ข่าวสำคัญขนาดนี้กลับทำเป็นมองไม่เห็น! ข้าเลี้ยงพวกเจ้าไว้ทำซากอะไรกันวะ?!”

“ไปให้พ้นหน้าข้า แล้วไปสืบมา! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมืองอูถ่าน! ก็ต้องหาแหล่งที่มาของดาบวิเศษนั่นมาให้ข้าให้ได้!”

…..

ทางทิศตะวันตกของเมืองอูถ่าน

ณ คฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่ง

ชายวัยกลางคนร่างท้วมศีรษะล้านคนหนึ่งกำลังตะโกนคำรามอย่างเกรี้ยวกราด พลางด่าทอผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่หยุดปาก!

ส่วนคนกลุ่มนั้น เมื่อได้ยินเสียงตวาดของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน ร่างกายก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย!

หลังจากที่ชายวัยกลางคนศีรษะล้านด่าทอจนพอใจแล้ว คนกลุ่มนั้นก็ราวกับยกภูเขาออกจากอก พวกเขารีบโค้งคำนับคารวะพร้อมกับเอ่ยขึ้นพร้อมเพรียงกันว่า

“ท่านประธานวางใจได้ขอรับ พวกข้าจะสืบหาแหล่งที่มาของดาบวิเศษให้พบอย่างแน่นอน!”

“ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามวัน! ไปให้พ้น!”

“ขอรับ!”

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว คนกลุ่มนั้นจึงรีบถอยออกไปราวกับหนีตาย

เมื่อเห็นว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว ชายวัยกลางคนศีรษะล้านก็แค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง จากนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจิบน้ำชา

พออารมณ์สงบลงไม่น้อยแล้ว ในดวงตาของชายวัยกลางคนศีรษะล้านก็ฉายแววอำมหิตและความละโมบขึ้นมาวูบหนึ่ง

“ในวงการอาวุธของเมืองอูถ่านแห่งนี้ ข้า เชี่ยเอ่อหลัว ผู้นี้ต่างหากคือราชันย์เพียงหนึ่งเดียว!”

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร กล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจอาวุธ ข้าจะต้องลากตัวเจ้าออกมาให้ได้ แล้วให้ทุกคนได้เห็นจุดจบของคนที่กล้ามาหาเรื่องข้า!”

“ดาบวิเศษตัดเหล็กกล้างั้นรึ? สมบัติเช่นนี้ มีเพียงข้า เชี่ยเอ่อหลัว เท่านั้นที่คู่ควร!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 16: กระแสร้อนแรงอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว