- หน้าแรก
- บันทึกการเดินทางของสาวรถบ้าน ในโลกต่างมิติสุดป่วน
- บทที่ 12 เห็นลูกสาวมีปีกงอกกับตา!
บทที่ 12 เห็นลูกสาวมีปีกงอกกับตา!
บทที่ 12 เห็นลูกสาวมีปีกงอกกับตา!
หลินเซียงซ่างและเซี่ยขุยจ้องมองลูกสาวผ่านหน้าจอด้วยความตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
"คุณพ่อ คุณแม่ ดูหนูสิคะ! หนูบินได้ด้วย ฮ่าๆๆ~"
หลินเซินเหมียวสวมปีกคู่สวย เธอย่อขนาดตัวให้เล็กลงสลับกับขยายกลับคืนให้พ่อแม่ดูซ้ำๆ ก่อนจะบินโฉบไปมากลางอากาศพร้อมร่ายรำอย่างสนุกสนาน
"คุณ หยิกผมทีสิ ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?"
คราวนี้แม้แต่เซี่ยขุยผู้เยือกเย็นยังถึงกับนิ่งอึ้ง จ้องมองลูกสาวที่บินว่อนไปมาบนหน้าจอตาไม่กะพริบ
ก่อนหน้านี้หลินเซียงซ่างยังพอทำใจยอมรับเรื่องแอปเปิลและข้าวสาลียักษ์ได้ เพราะอย่างน้อยมันก็ยังเป็นของที่มีอยู่จริงในโลก แม้ว่าขนาดของผลไม้ในมือลูกสาวจะดูใหญ่โตผิดปกติไปหน่อยก็ตาม
แต่นี่มันปีกนะ! ปีกจริงๆ!
หลังจากอวดปีกจนพอใจแล้ว หลินเซินเหมียวก็นำของแปลกๆ ที่เก็บรวบรวมมาระหว่างทางออกมาโชว์ให้พ่อแม่ดูทีละชิ้น
เมื่อมีเรื่องปีกเป็นตัวเปิดโรง หลินเซียงซ่างและเซี่ยขุยจึงไม่รู้สึกแปลกใจกับอะไรอีกแล้ว
จนกระทั่งเวลาในการโทรใกล้จะหมดลง
"เอาล่ะค่ะคุณพ่อคุณแม่ วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ เวลาใกล้หมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะ"
"จ้ะๆ ลูกดูแลตัวเองดีๆ นะ"
ทันทีที่วางสาย หลินเซินเหมียวก็กลับเข้ามาในห้องโดยสาร การ์ตูนยังคงฉายอยู่ และเจ้าตัวเล็กทั้งสามก็ยังนั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าจอ
หลินเซินเหมียวชำเลืองมองเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ เมื่อกลับมาเธอก็เปลี่ยนไปเปิดซีรีส์แทน คราวนี้เธอใช้ระบบฉายภาพขึ้นจอใหญ่เพื่อให้ได้อรรถรสในการรับชม
อีกสามชีวิตสังเกตเห็นซีรีส์เรื่องใหม่ที่หลินเซินเหมียวเปิด พวกมันเลิกสนใจการ์ตูนแล้วขยับมานั่งข้างๆ เธอเพื่อดูด้วยกัน พร้อมกับขนมขบเคี้ยวที่วางอยู่ตรงหน้า
ในขณะที่ฝั่งนี้กำลังเพลิดเพลิน ฝั่งของคุณพ่อคุณแม่ตระกูลหลินกลับไม่สงบใจเช่นนั้น
หลังจากวางสาย
"คุณ หยิกผมหน่อย เมื่อกี้ผมเห็นลูกสาวมีปีกงอกออกมาจริงๆ ใช่ไหม!" หลินเซียงซ่างพูดอย่างคนละเมอ
"ไม่ต้องหยิกหรอก ฉันก็เห็นเหมือนกัน" เซี่ยขุยค้อนขวับใส่สามี เป็นถึงครูบาอาจารย์ทำไมถึงได้ดูเลอะเลือนนัก
"คุณ ผมว่าเรื่องนี้เราคงต้องรายงานให้ทางการทราบแล้วล่ะ แต่ก่อนอื่นเรียกหลินเหยียนกลับมาปรึกษากันก่อนดีกว่า"
ดังนั้น หลินเหยียนที่เพิ่งทานมื้อเย็นเสร็จจึงได้รับโทรศัพท์สายด่วนจากบุพการี
"หลินเหยียน หาเวลาลางานกลับบ้านหน่อย พ่อกับแม่มีเรื่องจะปรึกษา ด่วนที่สุด!"
"พ่อ แม่ เกิดอะไรขึ้นครับ? เรื่องเหมียวเหมียวหรือเสี่ยวซวิน?"
"เสี่ยวซวินสบายดี ตอนนี้ไปเรียนพิเศษ เรื่องของเหมียวเหมียวน่ะ อธิบายทางโทรศัพท์ไม่สะดวก ลูกลางานแล้วรีบกลับมาเถอะ"
"ได้ครับพ่อแม่ เดี๋ยวผมรีบไป"
หลังจากวางสาย สองสามีภรรยายังคงจมดิ่งอยู่กับเรื่องราวการผจญภัยของลูกสาว
อย่างไรก็ตาม ลูกสาวบอกว่าภารกิจในโลกนั้นสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว อย่างช้าที่สุดอีกหนึ่งสัปดาห์เธอก็จะกลับมา ถึงตอนนั้นค่อยซักไซ้ไล่เรียงรายละเอียดกันอีกที
ตัดกลับมาที่ฝั่งมิติดึกดำบรรพ์
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเซินเหมียวตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น
เมื่อคืนเธอใช้ 'ถุงนอนหลับสบายตลอดคืน' ของระบบ บอกตามตรงว่าสรรพคุณของมันยอดเยี่ยมไร้ที่ติ!
วันนี้เธอต้องออกเดินทางต่อเพื่อไปยังเผ่ามนุษย์สัตว์เสือ
เมื่อคืนหลังจากที่ภูตน้อยทั้งสองดูทีวีจบ พวกเธอก็หลงใหลทุกอย่างที่นี่มาก จนยอมเอาน้ำทิพย์บุปผาและปีกของขึ้นชื่อประจำถิ่นมาแลกเปลี่ยนกับเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และขนมสมัยใหม่จำนวนมากจากหลินเซินเหมียว แถมยังแลกชุดกระโปรงสวยๆ ไปอีกหลายชุดและหนังสือการ์ตูนกองโต
ตอนที่ดูทีวีเมื่อวาน เดิมทีพวกภูตอยากได้ทีวี แต่เมื่อพิจารณาว่าที่นี่ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณ หลินเซินเหมียวจึงแนะนำหนังสือการ์ตูนให้แทน
ปรากฏว่ามันกลายเป็นสินค้ายอดฮิต เจ้าตัวเล็กทั้งสองตกหลุมรักทันที ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องหรือลายเส้น ล้วนถูกจริตพวกเธอไปเสียหมด
พวกเธอจึงกวาดแลกหนังสือการ์ตูนทุกแนวจากหลินเซินเหมียวไปกองพะเนิน
พวกภูตจัดการย่อส่วนเฟอร์นิเจอร์ หนังสือการ์ตูน และของตกแต่งให้เหลือขนาดพอเหมาะกับตัว แล้วทยอยขนกลับบ้านดอกไม้ทีละชิ้น
ส่วนพวกขนมและของอื่นๆ ก็ย่อส่วนเก็บไว้ชั่วคราว พอจะกินหรือใช้ค่อยขยายกลับมาเท่าเดิม ทำเอาหลินเซินเหมียวที่ยืนมองอยู่ถึงกับปรบมือให้ในความสะดวกสบายนี้
เรื่องน้ำทิพย์บุปผา ตอนแรกหลินเซินเหมียวเกรงใจไม่อยากรับไว้ แต่ระบบเตือนว่าเธอควรแลกมาเก็บไว้บ้าง
ระบบบอกว่าของสิ่งนี้มีสรรพคุณพิเศษ ช่วยบำรุงผิวพรรณและขับของเสียออกจากร่างกาย
แม้ภายหลังจะสามารถหาซื้อได้ในร้านค้าของระบบ แต่ราคาคะแนนก็แพงหูฉี่ ดังนั้นในเมื่อมีโอกาสก็ควรตุนไว้ให้มากที่สุด
พอได้ยินแบบนั้น หลินเซินเหมียวก็ยิ่งรู้สึกกระดากใจที่จะขอเยอะเกินไป สรุปแล้วเธอแลกน้ำทิพย์บุปผามา 20 ขวด และปีกอีก 25 คู่
เอลาย่าและเวลยังรู้สึกว่าหลินเซินเหมียวเสียเปรียบและอยากแถมให้อีก แต่หลินเซินเหมียวปฏิเสธเสียงแข็ง
มูลค่าของมันต่างกันเกินไป เธอรู้สึกผิดจริงๆ
หลังจากร่ำลาภูตน้อยทั้งสอง หลินเซินเหมียวก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เผ่ามนุษย์สัตว์เสือต่อ
คราวนี้เธอไม่โอ้เอ้และรีบเร่งเดินทาง
หากระหว่างทางเจอของมีประโยชน์และระบบยืนยันว่าไม่มีพิษ เธอก็จะแวะเก็บมาบ้าง แต่ถ้ามีพิษ เธอก็เชื่อฟังคำเตือนและรักชีวิตตัวเองเป็นอย่างดี
จนกระทั่งช่วงบ่าย หลินเซินเหมียวก็เดินพ้นชายป่าออกมาได้ในที่สุด
เมื่อไร้เงาไม้ใหญ่บดบังท้องฟ้า แสงแดดสาดส่องลงมากระทบใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วของเธอดูเจิดจ้ายิ่งขึ้น
พื้นที่ถัดไปเป็นภูมิประเทศที่ค่อนข้างราบเรียบ
ไม่ไกลนักมีลำธารกว้างสายหนึ่ง... ไม่สิ ในสายตาของหลินเซินเหมียว ความกว้างขนาดนี้น่าจะเรียกว่าแม่น้ำมากกว่า
กระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยวกราก ไม่รู้ว่าต้นน้ำมาจากไหน และจะไหลลงสู่มหาสมุทรแห่งใด
"ระบบ เปลี่ยนรถบ้านเป็นเฮลิคอปเตอร์!"
"จัดไปครับ!"
ด้วยเหตุนี้ หลินเซินเหมียวจึงข้ามแม่น้ำอันเชี่ยวกรากนั้นได้อย่างง่ายดาย
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในป่า เธอไม่ใช้เฮลิคอปเตอร์เพราะกลัวว่าถ้าบินบนฟ้าจะมองไม่เห็นของดีที่อยู่ตามพื้น
แต่ตอนนี้เป็นที่ราบโล่ง ไม่มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัย หลินเซินเหมียวจึงไม่ลังเลที่จะใช้ตัวช่วยบินลัดฟ้า
แบบนี้เร็วกว่าตั้งเยอะ
การเดินทางราบรื่นไร้อุปสรรค ถ้าไม่ติดว่ากลัวพวกมนุษย์สัตว์เสือจะแตกตื่น หลินเซินเหมียวคงอยากขับเฮลิคอปเตอร์ไปลงจอดหน้าประตูบ้านพวกเขาเลยด้วยซ้ำ!
เมื่อถึงจุดที่เหมาะสม หลินเซินเหมียวก็ลงจอดและเปลี่ยนรถบ้านกลับเป็นรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ส่วนเจ้าเสือขาวตัวน้อยก็เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ
"โฮก โฮก โฮก~"
หลินเซินเหมียวฟังไม่ออกว่าเจ้าเสือขาวน้อยร้องว่าอะไร บางทีมันอาจจะตื่นเต้นที่ใกล้ถึงบ้านแล้วก็ได้
"โฮสต์ครับ เดินหน้าไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรก็จะถึงเผ่ามนุษย์สัตว์เสือแล้วครับ"
"โอเค รับทราบ"
โชคดีที่เส้นทางค่อนข้างราบเรียบและเดินง่าย ไม่นานนักหลินเซินเหมียวก็มาหยุดอยู่หน้าทางเข้าเผ่า
สภาพของเผ่าตรงหน้าดูคล้ายกับภาพจำของชนเผ่าดึกดำบรรพ์ในหัวของเธอ
ที่ตั้งของเผ่าอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ มีถ้ำน้อยใหญ่เรียงราย ขนาดถ้ำไม่ใหญ่มากนัก แต่หันหน้าไปทางทิศใต้และพิงทิศเหนือ ชัยภูมิถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะ
ดูท่ามนุษย์สัตว์ที่เลือกทำเลนี้จะมีประสบการณ์ไม่เบา
ที่ทางเข้าเผ่ามีจุดที่ดูคล้ายป้อมยาม มีมนุษย์สัตว์เพศผู้สองตนนั่งเฝ้าอยู่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังจ้องเขม็งมาที่หลินเซินเหมียว
สมกับที่เป็นเผ่าเสือ เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาตอนจ้องมองช่างรุนแรงเหลือเกิน
เดิมทีหลินเซินเหมียวกะว่าจะแค่แอบเช็คอินอยู่ข้างนอกแล้วชิ่งหนีไปเลย แต่พอนึกถึงภารกิจส่งคืนเจ้าเสือขาวน้อย เธอจึงจำใจต้องแข็งใจเดินเข้าไปหา
"ไฮ เอ่อ... สวัสดีค่ะ"
หลินเซินเหมียว: (ยิ้มแห้งแต่สุภาพ)