- หน้าแรก
- ว่าด้วยเรื่องที่ผมถูกทาลูลาห์เก็บไปเลี้ยง
- ลำดับที่3 เจ้าหญิงในความฝัน
ลำดับที่3 เจ้าหญิงในความฝัน
ลำดับที่3 เจ้าหญิงในความฝัน
"รอดมาได้แฮะ..."
ในค่ายที่ไม่มีจุดเด่นท่ามกลางโลกแห่งน้ำแข็งและหิมะ เอาเซนนั่งเหม่อลอยอยู่บนตอไม้ จ้องมองท้องฟ้าสีครามและปุยเมฆสีขาวด้วยความสับสน
ในขณะนี้ มือของเอาเซนถูกล่ามด้วยกุญแจมือ และมีห่วงเหล็กหนา ๆ คล้องอยู่ที่คอ ว่ากันว่ามันสามารถละลายหัวเขาให้หลุดออกจากบ่าได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าจากภายนอก เอาเซนจะดูเหมือนผู้ชายที่ยังแหกคุกไม่ได้ หรือไม่ก็นักโทษประหารที่กำลังจะถูกส่งไปลานประหาร แต่แย่ที่สุด เขาก็ยังรอดชีวิตมาได้
"จำไม่ได้เลยแฮะว่าตอบคำถามสุดท้ายไปว่ายังไง..."
เพราะเขากดปุ่ม "กลไกป้องกันตัวเองเมื่ออับอายสุดขีด" เอาเซนจึงลืมไปสนิทว่าเขาตอบคำถามที่ว่า "รู้สึกอย่างไรที่มีคนมาเรียกว่า 'เมีย' ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน?" ไปว่าอย่างไร ในขณะที่ถูกฟรอสต์โนวาและทาลูลาห์จ้องเขม็ง
ดูจากผลลัพธ์แล้ว ทาลูลาห์ไม่ได้จับเขาทำเป็นไม้ขีดไฟแล้วจุดเผา และไม่ได้ใช้ดาบฟันหัวเขาขาด ดูเหมือนว่าเขาจะ... รอดพ้นพายุลูกนี้มาได้แบบหวุดหวิด?
เอาเซนไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับสาว ๆ จากในเกมในลักษณะนี้
ตามปกติแล้ว พล็อตเรื่องมาตรฐานหลังจากการข้ามมิติคือ สาว ๆ ตกอยู่ในอันตรายและพระเอกก็เปิดตัวอย่างเท่ ๆ เพื่อเข้าไปช่วย แต่นี่กลับตรงกันข้าม: สาว ๆ เปิดตัวอย่างเท่ ๆ แล้วมานั่งปรึกษากันว่าจะฆ่าเขาดีหรือไม่
แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้เขาอยู่ในไทม์ไลน์ช่วงไหนของอาร์กไนท์กันนะ?
หลังจากที่ชีวิตประจำวันอันสงบสุขพังทลาย ถูกลากลงสู่หลุมฝังศพแห่งความสิ้นหวัง รอดตายมาได้ด้วยโชค ช่วยเหลือโดยทาลูลาห์ และต้องสู้เพื่อชีวิตตัวเอง—หลังจากผ่านประสบการณ์ชวนอึดอัดเหล่านี้มาทั้งหมด ในที่สุดเอาเซนก็มีโอกาสได้คิดและเรียบเรียงสถานการณ์ปัจจุบันในขณะที่นั่งพักบนตอไม้
แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันนานนัก แต่เอาเซนก็รู้สึกถึงความไม่เข้ากันบางอย่างจากการพบกับทาลูลาห์และฟรอสต์โนวาเมื่อครู่นี้
เขารู้สึกว่าผู้นำกลุ่มรียูเนียนทั้งสองคนนี้ค่อนข้างแตกต่างจากภาพจำในความทรงจำของเขา?
เอาเซนก้มหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก พยายามกรองคำตอบที่น่าอับอายขายขี้หน้าของตัวเองออกไปก่อน แล้วค้นหาต้นตอของความรู้สึกขัดแย้งนี้
เป็นที่รูปลักษณ์เหรอ? ทาลูลาห์ดูเหมือนจะมีรูปลักษณ์ที่นุ่มนวลกว่าที่เขาจำได้มาก ในขณะที่ฟรอสต์โนวาไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่
เป็นที่นิสัยหรือเปล่า? ระหว่างการสนทนา ทาลูลาห์ไม่ได้พูดด้วยปริศนาที่ลึกซึ้งและลึกลับ และฟรอสต์โนวาก็เย็นชาเสมอต้นเสมอปลาย
เป็นที่เสื้อผ้าเหรอ? เครื่องแบบทหารของทาลูลาห์ ซึ่งดูเป็นทางการเกินไปในแวบแรก ดูเท่แต่ก็รู้สึกผิดที่ผิดทางท่ามกลางผู้ติดเชื้อรอบข้าง ในทางกลับกัน เสื้อผ้าของฟรอสต์โนวา นอกจากจะสีซีดลงแล้ว ก็เหมือนกับในความทรงจำของเขาเปี๊ยบ... เดี๋ยวนะ สีซีด!
เอาเซนคิดอะไรบางอย่างออก เขาลุกขึ้นจากตอไม้และมองไปรอบ ๆ ที่ตั้งค่าย เพื่อยืนยันข้อสงสัยของเขา
ไม่ว่าจะเป็นทาลูลาห์ ฟรอสต์โนวา หรือผู้ติดเชื้อเหล่านี้ ไม่มีใครสักคนที่มีสัญลักษณ์ดีเอ็นเอสีแดงดำของกลุ่มรียูเนียนเลย
"ฉันเลิกเล่นเกมไปชั่วคราวหลังจากจบแกปเตอร์เจ็ด ยังไม่ได้เล่นแชปเตอร์แปดหลังจากที่ประกาศออกมาเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะมาขุดมันฝรั่งอยู่ที่นี่ สรุปนี่คือเนื้อเรื่องช่วงหลังงั้นเหรอ? ไม่สิ ฟรอสต์โนวา..."
เอาเซนพึมพำกับตัวเอง เรียบเรียงสถานการณ์
ฟรอสต์โนวายังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นไทม์ไลน์ปัจจุบันต้องอยู่ก่อนแชปเตอร์หก และมันก็ไม่น่าจะอยู่ในช่วงเวลาระหว่างแชปเตอร์หนึ่งถึงเจ็ดด้วย
"บางทีอาจจะไม่ใช่ว่ากลุ่มรียูเนียนถูกกวาดล้างไปแล้ว แต่เป็น... ยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นต่างหาก?"
อีกจุดหนึ่งคือทาลูลาห์ ในแชปเตอร์เจ็ด เธอแทบจะเป็นคนบ้า ไม่เพียงแต่วางแผนทำร้ายเพื่อนร่วมทีมรอบตัวเท่านั้น แต่ยังพยายามขับเชอร์โนบ็อกไปชนเมืองหลงเหมินสีดำของผู้ดีตีนแดง จำนวนชีวิตที่เปื้อนมือเธอน่าจะมีอย่างน้อยห้าหลัก
แม้ว่าตอนนั้นเขาจะไม่มีสติ แต่การที่เขาเรียกคนบ้าสงครามที่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมทีมตัวเองว่า 'เมีย'—หรือว่าจิตใต้สำนึกของเขาจริง ๆ แล้วแค่แพ้คนสวย?
เอาเซนใช้เวลาคิดอยู่สองวินาที
"ช่างเถอะ ผู้ชายทุกคนก็แพ้คนสวยกันทั้งนั้นแหละ!"
จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
แม้เขาจะเรียบเรียงสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้ว แต่ข้อมูลก็ยังไม่เพียงพออย่างมาก ทาลูลาห์ไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไรเป็นพิเศษ งั้นเขาก็ถือโอกาสเดินสำรวจแถวนี้ดูสักหน่อย
เอาเซนลุกขึ้นและเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ ค่าย หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็เจอกับนักรบผู้ติดเชื้อหลายคน ผู้ติดเชื้อเหล่านี้ซึ่งพันร่างกายด้วยเสื้อผ้าและแถบผ้ากำลังผ่าฟืนอยู่
"ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือคนธรรมดา ถ้าอยากรอดชีวิต สิ่งที่ต้องทำก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ"
เอาเซนตระหนักได้อีกครั้งว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือชนชั้นสูงคนธรรมดา โดยเนื้อแท้แล้ว การจะรอดชีวิต ทุกคนต้องการไฟ ความอบอุ่น และที่ซุกหัวนอน ไม่มีความแตกต่างกันเลย
"หืม? นายคือ—อ๋อ นายคือผู้รอดชีวิตที่ทาลูลาห์เจอในหมู่บ้านใช่ไหม? ทำไมถึงถูกขังล่ะ?"
การมาถึงของเอาเซนดึงดูดความสนใจของเหล่านักรบผู้ติดเชื้อ พวกเขามองดูชายหนุ่มธรรมดา ๆ ที่ลากกุญแจมือคนนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ฉัน... เอ่อ สถานการณ์ของฉันตอนนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนน่ะ? ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่เป็นมาตรการป้องกันเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม หรือแค่เพราะฉันไปลวนลามบอสพวกนายแล้วโดนจับใส่กุญแจมือ"
"?"
คำอธิบายของเอาเซนทำให้ผู้ติดเชื้อมีเครื่องหมายคำถามขึ้นเต็มหัว
"นายเป็นคนบ้าพันธุ์แท้เลยหรือไง?"
เสียงของฟรอสต์โนวาดังขึ้นจากด้านหลังทันที เอาเซนหันกลับไปและพบว่ากระต่ายขาวมายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเธอเลย
ไม่นับเรื่องมุกตลก ว่ากันว่าน้ำหนักตัวของฟรอสต์โนวานั้นเบามากจริง ๆ และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง
"ฟรอสต์โนวา เมื่อกี้หน่วยเยติกำลังตามหาเธออยู่ พวกเขาบอกว่ากระบวนการสำหรับการต่อสู้ครั้งล่าสุดกับทีมบังคับใช้กฎหมายสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้"
"รับทราบ ขอบใจที่บอก"
ฟรอสต์โนวาเดินไปที่กองฟืนและหยิบฟืนขึ้นมาสองสามท่อน พลางเหลือบมองเอาเซนอีกครั้ง
"ยังไงก็ทำตัวดี ๆ ล่ะ เราไม่มีกำลังคนหรือพลังงานเหลือเฟือที่จะมาคอยจับตาดูท่าทีและตัวตนของนาย ทาลูลาห์อาจจะไม่อยากกำจัดนายในฐานะผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แต่ฉันไม่เกี่ยงหรอกนะที่จะทำ"
"..."
หลังจากขู่เสร็จ ฟรอสต์โนวาก็หันหลังกลับเพื่อจะเดินจากไป แต่ในจังหวะนั้น เอาเซนก็พูดขึ้น
"คุณฟรอสต์โนวา—"
"?"
ฟรอสต์โนวาหยุดและหันกลับมามองเอาเซนด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว
"คือว่า... ผมดีใจมากที่ได้เจอคุณ"
"..."
ฟรอสต์โนวาเงียบและไม่ตอบอะไร เธอเดินตรงไปยังกระโจมอีกหลังที่อยู่ไม่ไกล
—ได้โปรดรักษาสุขภาพและมีชีวิตอยู่ต่อไปดี ๆ นะ
เอาเซนไม่ได้พูดประโยคที่เหลือออกมาดัง ๆ
แม้ว่าจากตำแหน่งปัจจุบันของเขา ฟรอสต์โนวาน่าจะเป็นคนที่เขาต้อง "รับมือด้วยความระมัดระวัง" แต่การได้เห็น 'กระต่ายหิมะ' ยังมีชีวิตอยู่ด้วยตาตัวเองก็ทำให้เอาเซนรู้สึก... มีความสุขมาก
หลังจากช่วยผ่าฟืนไปสองสามท่อน เอาเซนก็เดินเล่นต่อ เมื่อเขาเดินไปถึงมุมที่ห่างไกลที่สุดของค่ายพัก เอาเซนก็สัมผัสได้ถึงท่วงทำนองบางอย่าง
มันเหมือนกับคอร์ดพื้นฐานที่สุดในบทเพลง—สงบเงียบ ทำให้จิตใจสงบลง
ท่วงทำนองนั้นดึงดูดเอาเซนไปยังกระท่อมไม้ที่ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย เอาเซนค่อย ๆ ผลักประตูเปิดออก ก้าวเข้าไปในห้อง และสังเกตเห็นเด็กสาวเผ่าอีลาเฟียคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง
ลูกกวางน้อยตัวนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง หลังจากตื่นตระหนกในตอนแรก เอาเซนก็เข้าใจทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้แค่นอนหลับลึก แต่อยู่ในสภาวะโคม่าที่ลึกยิ่งกว่า
ข้างเตียงไม้มีปฏิทินง่าย ๆ แขวนอยู่ มีรอยขีดบอกระยะเวลาประมาณ 60 วัน
นั่นคือระยะเวลาที่หมดสติไปงั้นเหรอ?
แม้จะอยู่ในระยะใกล้ขนาดนี้ เอาเซนก็ยังไม่รู้สึกถึง "ลมหายใจแห่งชีวิต" จากเด็กสาวเลย
แต่... ท่วงทำนองนั้นยังคงไหลรินอย่างช้า ๆ
เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เอาเซนถูกดึงดูดด้วยท่วงทำนองและค่อย ๆ เดินไปที่หน้าเด็กสาว