เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 การเริ่มต้นธุรกิจมันยากจังวู้ว~

บทที่ 28 การเริ่มต้นธุรกิจมันยากจังวู้ว~

บทที่ 28 การเริ่มต้นธุรกิจมันยากจังวู้ว~


บทที่ 28 การเริ่มต้นธุรกิจมันยากจังวู้ว~

"ลุงอู๋มาหาเหรอ? แต่ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันเก็บค่าเช่านี่นา..." ลู่เหรินหมินพึมพำกับตัวเองขณะลุกขึ้นไปเปิดประตู

ร่างทะมึนใหญ่โตเกือบเท่าประตูเหล็กดัดบดบังทัศนียภาพของลู่เหรินหมินจนมิด เจ้ายักษ์ตนนี้เหมือนหมีควายที่มีแต่กล้ามเนื้อหยาบกร้าน ผิวหนังหนาเหมือนเหล็กไหล ผมชี้ฟูเหมือนแปรงลวด และใบหน้าที่ดุร้ายราวกับสัตว์ประหลาดในตำนาน

ลู่เหรินหมินตัวแข็งทื่อไปทันที ไอ้พายุทอร์นาโดสีดำนี่มันโผล่มาจากไหนฟะ?!

ดูเหมือนจะรู้สึกตัวว่าทำให้อีกฝ่ายตกใจ เจ้ายักษ์จึงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อให้ลู่เหรินหมินเปิดประตูได้ถนัด แล้วเผยสิ่งที่ น่าจะ เป็นรอยยิ้ม พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร: "สวัสดีครับ คุณใช่คนที่ติดต่อจะซื้อรถขายอาหารไฟฟ้าหรือเปล่า?"

ส่วนเหตุผลที่ต้องใช้คำว่า น่าจะ เป็นรอยยิ้ม ก็เพราะลู่เหรินหมินประมวลผลจากบริบทล้วนๆ...

ก็แหม ไม่ว่าพ่อหนุ่มร่างยักษ์สูง 220 เซนติเมตรคนนี้จะทำหน้าแบบไหน มันก็ดูเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องทั้งนั้นแหละ...

"ใช่ๆ ฉันเอง ฉันจะซื้อ ฉันจะซื้อ!" อันยาวางจานลงแล้วกระโดดดึ๋งๆ ไปที่ประตูอย่างตื่นเต้น "มาเร็วจังเลย ฉันเพิ่งกดสั่งซื้อไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเองนะ!"

ลู่เหรินหมินชะโงกหน้าไปดูโทรศัพท์ของอันยาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วก็ต้องอึ้งกิมกี่ หน้าเว็บ 'ปลาเหลืองตัวน้อย' (เว็บขายของมือสอง) เขียนชัดเจนว่า: "ขายด่วน รถขายอาหารข้างทางอเนกประสงค์มือสอง ขนาด 3 x 1.6 เมตร เจ้าของเป็นผู้หญิง สภาพ 99% [อิโมจิหัวใจ] [อิโมจิหัวใจ]"

ใครมันเป็นคนคิดสโลแกนขายของแย่ๆ แบบนี้ฟะ... เอาเถอะ เชิญ 'พี่ชายร่างยักษ์' เข้ามาในบ้านก่อนดีกว่า ลู่เหรินหมินรินชาร้อนให้เขาหนึ่งถ้วย ใบชาก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากลุงอู๋นั่นแหละ

พี่ชายร่างยักษ์รับถ้วยชาไป พร้อมส่งสิ่งที่ น่าจะ เป็นรอยยิ้มเขินอายให้ลู่เหรินหมิน ลู่เหรินหมินคิดในใจว่า นายอย่าฝืนยิ้มเลยจะดีกว่า หน้าตานายตอนยิ้มมันดูน่าสงสารพิลึก... "ว่าแต่ ผมเห็นรูปที่คุณโพสต์แล้ว รถคันนี้สภาพดีมากเลย ทำไมถึงตัดใจขายล่ะครับ?"

อันยาส่งสายตาให้ลู่เหรินหมินประมาณว่า "นายเนี่ยถามได้ดีมาก~" แล้วเริ่มเปิดฉากเจรจาธุรกิจกับพี่ชายร่างยักษ์

"ความจริงแล้ว ตามหลักการ เจ้ารถคันนี้เป็นของน้องสาวผมน่ะครับ" พี่ชายร่างยักษ์เกาหัวแกรกๆ ดูเหมือนจะกระดากอายที่จะพูด

"ช่วงนี้เทรนด์นักศึกษาทำธุรกิจกำลังมาแรงใช่ไหมครับ? ถึงน้องสาวผมจะยังไม่ได้เข้ามหาลัย แต่เธอก็อยากตามกระแสบ้าง เลยถอยรถคันนี้มาขายเค้กทำมือหน้าโรงเรียน"

"ตอนแรกก็ขายดีอยู่หรอก แต่หลังๆ เธอทำคนเดียวไม่ทัน ผมเห็นว่าตัวเองว่างๆ ก็เลยอาสาไปช่วย แต่ไม่รู้ทำไมหลังจากนั้นลูกค้าก็หายหมดเลย แม้แต่ร้านอื่นที่ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนก็พากันเก็บของหนีหมด..."

ลู่เหรินหมินฟังแล้วมุมปากกระตุกยิกๆ คิดในใจว่า ก็นายเล่นยิ้มทีเหมือนจะกินหัวคนเข้าไปทั้งเป็นแบบนั้น เด็กนักเรียนที่ไหนจะกล้าเดินผ่าน แค่ขาไม่แข็งก้าวไม่ออกก็บุญโขแล้ว... "มันเป็นเรื่องของจังหวะและดวงครับ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย รถของน้องสาวคุณมาอยู่ในมือพวกเรา รับรองว่าจะต้องรุ่งเรืองเฟื่องฟู ไม่ทำให้ความตั้งใจของคุณสูญเปล่าแน่นอน!"

ความห่วงใยของอันยาดูไม่ได้เสแสร้ง เธอตบไหล่พี่ชายร่างยักษ์เพื่อปลอบใจ แล้วพูดต่อ:

"งั้นเราไปดูสภาพรถกันเลยดีไหมคะ?"

"ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา ผมขับมาจอดไว้แล้ว เชิญครับ!"

"เชิญค่ะ!"

ชายร่างยักษ์หนึ่งคนกับสาวน้อยน่ารักอีกหนึ่งคน ต่างผายมือเชิญกันและกันออกจากห้อง ท่าทางขึงขังจริงจังราวกับกำลังจะไปทำพิธีสาบานเลือดตัดหัวไก่ ทำให้ลู่เหรินหมินยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว...

————————

ทั้งสามคนเดินลงมาข้างล่าง รถคันเล็กที่พี่ชายร่างยักษ์พูดถึงจอดสงบนิ่งอยู่ที่ลานจอดรถ

ตัวรถเป็นสีชมพูหวานแหววทั้งคัน ทรงสี่เหลี่ยมเหมือนบ้านหลังน้อย มุมทั้งสี่โค้งมนดูนุ่มนวลน่ารัก ด้านข้างทั้งสองฝั่งเป็นกระจกใสทำให้มองเห็นภายใน แต่เปิดได้เพียงฝั่งเดียว

ใต้กระจกมีรูปเค้กนานาชนิดติดอยู่ พร้อมประดับไฟหลากสีอย่างสร้างสรรค์ ดูสะดุดตามาก

ความสูงภายในรถประมาณ 2 เมตร ซึ่งดูจะคับแคบไปสักหน่อยสำหรับลู่เหรินหมินที่ส่วนสูงเพิ่มขึ้นเป็น 183 เซนติเมตรหลังจากผ่านการสั่นพ้องครั้งที่สอง ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าตอนพี่ชายร่างยักษ์เข้าไปอยู่ข้างในจะอึดอัดขนาดไหน... พื้นที่ภายในมีจำกัด พวงมาลัยและที่นั่งคนขับกินพื้นที่ไปแล้วหนึ่งในสาม แต่เคาน์เตอร์ทำอาหารกลับกว้างขวางดี อันยาดึงตัวลู่เหรินหมินเข้าไปลองยืนดูข้างใน ถึงจะเบียดกันนิดหน่อยแต่ก็พอไหว

"เดิมทีรถคันนี้ออกแบบมาสำหรับขายพวกบาร์บีคิวหรือของทอดเสียบไม้ แต่น้องสาวผมไม่ค่อยชอบของมันๆ เตาแก๊สข้างล่างเลยแทบไม่ได้ใช้" พี่ชายร่างยักษ์แนะนำอย่างร่าเริงจากนอกรถ "ถ้าพวกคุณจะใช้ แนะนำให้เช็คให้ละเอียดหน่อยนะครับ อ้อ ลืมถามไปเลย พวกคุณกะจะขายอะไรเหรอครับ?"

"ยังไม่รู้เลย!"

"?"

พี่ชายร่างยักษ์มองอันยาที่ยืนยืดอกเท้าสะเอวอย่างภาคภูมิใจด้วยความมึนงง แม่สาวคนนี้ดูท่าทางฉลาดเฉลียว แต่ทำไมคำพูดคำจาถึงได้ชวนปวดหัวขนาดนี้... "เฮ้! ยัยนี่ก็ชอบพูดจาแปลกๆ แบบนี้แหละ รอเดี๋ยวนะครับ ผมมีอะไรจะให้ดู"

ลู่เหรินหมินตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ ยัยตัวแสบนี่เริ่มอีกแล้ว เขาบอกให้พี่ชายร่างยักษ์รอสักครู่ แล้ววิ่งขึ้นตึกไปหยิบของบางอย่างลงมา

"เบื้องต้นเรากะว่าจะขายเมนูนี้ครับ ไหนๆ ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ถือซะว่าทานมื้อเที่ยงล่วงหน้าเลยแล้วกัน ช่วยติชมรสชาติให้ด้วยนะครับ"

สเต็กชิ้นหนาอยู่ในมือของลู่เหรินหมิน เนื้อแดงแทรกไขมันกระจายตัวสวยงาม บ่งบอกว่าเป็นเนื้อคุณภาพดี

มาถึงขั้นนี้แล้ว จะปฏิเสธก็กระไรอยู่ อีกอย่างเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคู่หูสุดแปลกคู่นี้จะทำอะไรให้เขากิน

คิดได้ดังนั้น พี่ชายร่างยักษ์จึงยืนเท้าสะเอว ก้มตัวลงเล็กน้อย ชะโงกหน้ามองผ่านกระจกเข้าไปในรถ

ลู่เหรินหมินนำสเต็กเข้าไปในรถขายอาหาร ปรุงรสและหมักง่ายๆ ด้วย เครื่องปรุง ที่นำมาจากบ้าน

เขาคลำหาปุ่มเปิดเตาย่าง— "ฟึ่บ!" —เปลวไฟสีน้ำเงินลุกพรึ่บขึ้นมาทำเอาเขาสะดุ้งโหยง

เฮ้ย ไฟแรงกว่าเตาแก๊สปิกนิกที่บ้านเยอะเลยแฮะ!

เขาหรี่ไฟลง แล้วใช้มันเนื้อวัวก้อนเล็กทาเคลือบกระทะเหมือนเคย สักพักน้ำมันวัวใสๆ ก็เริ่มส่งเสียงฉ่า สเต็กส่งเสียงซู่ซ่าทันทีที่สัมผัสกระทะร้อนๆ น้ำมันกระเด็นทำให้เปลวไฟลุกโชน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของปฏิกิริยามายาร์ดเริ่มอบอวลไปทั่วรถคันเล็ก

"เสี่ยวลู่ ขี้โกงนี่นา!"

อันยาตะโกนลั่น พลางเปิดหน้าต่างกระจก กลิ่นหอมของเนื้อย่างพุ่งเข้าปะทะจมูกพี่ชายร่างยักษ์เต็มๆ จนเขาต้องกลืนน้ำลายเอือก

"ร้ายกาจไม่เบาแฮะ~"

เขาลูบท้องตัวเอง เมื่อกี้ยังไม่หิวแท้ๆ แต่พอได้กลิ่นเนื้อหอมหวนแบบนี้ ท้องไส้ก็เริ่มประท้วงเสียแล้ว

"รอบนี้จะย่างด้านละสามนาที" ลู่เหรินหมินทดสอบอุณหภูมิเตา พลางจับเวลาในใจเงียบๆ

พี่ชายร่างยักษ์รออยู่นอกรถอย่างใจจดใจจ่อ กลิ่นเนื้อที่หอมยั่วน้ำลายกับการเคลื่อนไหวอันเชื่องช้าของลู่เหรินหมิน ทำให้เขาอยากจะพังประตูเข้าไปคว้าสเต็กมากัดกินเสียเดี๋ยวนี้

"เสร็จแล้วครับ มาลองชิมกัน!"

พี่ชายร่างยักษ์รู้สึกเหมือนรอคอยมานานนับร้อยปี เสียงสวรรค์เรียกสติเขากลับคืนมา มือของเขายื่นออกไปรับจานสเต็กราวกับไม่ใช่ของตัวเอง

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเกี่ยงงอนว่าทำไมมีแต่ตะเกียบ ไม่มีมีดกับส้อม

พี่ชายร่างยักษ์ไม่รอให้หายร้อน เขาคีบสเต็กชิ้นโตเข้าปากแล้วกัดลงไปเต็มแรง น้ำจากเนื้อที่ร้อนระอุและหอมหวานทะลักออกมาเต็มปาก ทำเอาเขาหน้าเบ้ด้วยความร้อนแต่ก็ตัดใจคายทิ้งไม่ได้ ได้แต่ใช้ลิ้นตวัดพลิกเนื้อไปมาพร้อมส่งเสียง "ซู๊ดปาก" ไม่หยุด

เนื้อด้านนอกกรอบเกรียม ด้านในนุ่มชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมของมันเนื้อผสานกับกลิ่นนมเนยเข้มข้น รสชาติซับซ้อนหลายมิติผสมผสานกันอย่างลงตัว พี่ชายร่างยักษ์กินคำแล้วคำเล่าจนหยุดไม่ได้

[ค่าความตื่นตา +51]... [จำนวนนักชิมที่ได้รับ: 3/5]

[ได้รับ 1000 ค่าความตื่นตา: 611/1000]

ลู่เหรินหมินอึ้งไปเล็กน้อย แค่กินคำเดียวก็ติดใจขนาดนี้เลยเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 28 การเริ่มต้นธุรกิจมันยากจังวู้ว~

คัดลอกลิงก์แล้ว