เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เรื่องราวในเมืองมู่เฉา

บทที่ 21 เรื่องราวในเมืองมู่เฉา

บทที่ 21 เรื่องราวในเมืองมู่เฉา


บทที่ 21 เรื่องราวในเมืองมู่เฉา

ลู่เหรินหมินพินิจดูแก้วใส่เตกีล่ากระบองเพชรขนาดเล็กในมือ

ของเหลวสีทองอำพันหมุนวนอยู่ในแก้วราวกับทองคำที่ถูกหลอมละลาย

ทว่ากลิ่นหอมหวานเอียนอย่างรุนแรงที่โชยออกมานั้น บ่งบอกถึงฤทธิ์เดชของมันได้เป็นอย่างดี นี่มันคนละเรื่องกับค็อกเทลผลไม้รสหวานที่เขาเคยดื่มเลยสักนิด

"เอาเถอะ อย่างน้อยก็ต้องลองดูสักหน่อย"

ด้วยความคิดที่ว่า 'ไหนๆ ก็มาแล้ว' เขาจึงกลั้นใจยกแก้วขึ้นจ่อริมฝีปาก กลิ่นฉุนกึกของแอลกอฮอล์แทบจะจุดไฟเผาโพรงจมูกของเขา

เขาจิบเข้าไปเล็กน้อย รสสัมผัสแรกกลับนุ่มนวลเกินคาด มีกลิ่นหอมของไม้จางๆ ที่ระบุที่มาไม่ได้ รสเปรี้ยวบางเบาสดชื่นแตกซ่านบนลิ้น... เป็นรสชาติของกระบองเพชรที่เขาคุ้นเคยและเคยกินมาหลายครั้งจนจำได้แม่น

ในขณะที่เขากำลังคิดว่า "ก็แค่นี้เองเหรอ?" จู่ๆ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่รุนแรงเกินบรรยายก็บีบรัดลำคอราวกับมือยักษ์ แล้วโยนไม้ขีดไฟตามลงไปในปาก ลู่เหรินหมินรู้สึกเหมือนมีเส้นทางลาวาเดือดพล่านไหลผ่านหลอดอาหารลงไปจนถึงกระเพาะ

เหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง ความหวานเลี่ยนที่เข้มข้นจนแทบสำลักเอ่อล้นขึ้นมาในลำคอตามหลังมา

เพียงแค่จิบเดียว ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำไปทั้งแถบ

"ดูพ่อหนุ่มหน้าหยกคนนั้นสิ คออ่อนชะมัด!"

"นายอำเภอแกล้งคนอีกแล้ว หลอกให้ดื่มเตกีล่ากระบองเพชรเนี่ยนะ!"

"เอานมให้น้องชายเขาแก้วหนึ่งซิ ลงบัญชีฉัน!"

เสียงหยอกล้อดังขึ้นเซ็งแซ่ ทุกคนมองดูฉากนี้ด้วยความขบขันแต่ไร้ซึ่งเจตนาร้าย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบเป็นกันเอง

นายอำเภอยูไลออนเองก็ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เขาตบไหล่ลู่เหรินหมินหนักๆ อย่างอารมณ์ดี

"ฮ่าๆๆๆ โทษทีๆ นี่เป็นธรรมเนียมการทักทายของลูกผู้ชายในเมืองมู่เฉาน่ะ เอ้านี่ ดื่มนี่แก้เผ็ดซะ!" ยูไลออนยัดแก้วนมใส่มือลู่เหรินหมิน

ลู่เหรินหมินรับนมมาแล้วกระดกจนหมดแก้ว รสชาติของมันไม่มีการปรุงแต่งใดๆ มีเพียงความเข้มข้นของนมและกลิ่นสาบจางๆ แม้จะไม่อร่อยนัก แต่มันช่วยกดทับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ตีตื้นขึ้นมาได้อย่างชะงัด

"อามินอส..." ลู่เหรินหมินกลอกตามองบนใส่ยูไลออน พลางสบถคำหยาบที่เข้าใจอยู่คนเดียว

"ภาษาถิ่นที่ไม่เคยได้ยินแฮะ... ช่างเถอะ นานๆ ทีจะมีพ่อค้าแวะมาที่กันดารแบบนี้ ลองชิมอาหารขึ้นชื่อของเราหน่อย เดี๋ยวฉันจะพาเดินชมเมือง"

ยูไลออนหยิบเมนูขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น ตะโกนเรียกพนักงานเสิร์ฟ สั่งอาหารจานเด็ดมาสองสามอย่าง แล้วหันมาชวนลู่เหรินหมินคุยสัพเพเหระ

เขาเป็นคนคุยเก่ง หัวข้อสนทนากระโดดไปมาจนลู่เหรินหมินแทบตามไม่ทัน แต่เขาก็ยังสามารถเก็บประเด็นที่ลู่เหรินหมินพูดขึ้นมาได้ทุกครั้ง

ไม่นานนัก พนักงานก็ยกอาหารร้อนๆ ควันฉุยมาเสิร์ฟ

"ซี่โครงวัวย่างถ่าน มันบดเนยสด ซี่โครงแกะอบซอสโหระพากระเทียม เสิร์ฟพร้อมแป้งตอร์ติญ่าข้าวโพด ทานให้อร่อยนะครับ~"

กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเนื้อและนมดึงดูดความสนใจของลู่เหรินหมินทันที ในขณะที่ยูไลออนค่อยๆ จิบเตกีล่าที่เหลือของลู่เหรินหมินต่ออย่างไม่รังเกียจ

ซี่โครงวัวที่ผ่านการย่างด้วยไฟแรงจนผิวนอกเกรียมกรอบเหมือนถ่าน แต่เนื้อในยังคงชุ่มฉ่ำนุ่มลิ้นไร้กลิ่นคาว เกลือเม็ดหยาบที่ยังละลายไม่หมดช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

มันบดเนื้อเนียนละเอียดแทบจะละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น กลิ่นหอมมันของเนยอบอวลไปทั่วปาก

ซี่โครงแกะเองก็มีผิวนอกที่กรอบเกรียม ซอสโหระพากระเทียมให้รสสัมผัสที่ติดตรึงใจ ต่างจากซี่โครงวัวตรงที่เนื้อแกะมีความสู้ฟันมากกว่า บางครั้งฟันกระทบโดนกระดูกอ่อนกรุบๆ การเคี้ยวแต่ละคำจึงเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน

เขาฉีกแป้งตอร์ติญ่าข้าวโพดชิ้นเล็กๆ มาชิมเปล่าๆ กลิ่นหอมของข้าวโพดผสมกับกลิ่นนมเจือรสเค็มปะแล่มๆ ทำให้มันอร่อยได้โดยไม่ต้องจิ้มซอส

ลู่เหรินหมินกินอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย ถึงขนาดใช้แผ่นแป้งกวาดซอสที่เหลือในจานจนเกลี้ยง เขาเองยังแปลกใจ นี่เขาติดนิสัยกินจุมาจากอัญญาหรือเปล่าเนี่ย?

"หมายความว่ายังไง! เจ้าเสี่ยวลู่คนใจร้าย แอบกินของอร่อยในมิติคนเดียว ฉันอยากกินด้วย แงๆๆ..."

เสียงโอดครวญของอัญญาดังขึ้นในหัว ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ลู่เหรินหมินจินตนาการภาพแก้มป่องๆ ที่กำลังงอนตุ๊บป่องของเธอออกทันที

"ตอนนี้รู้สึกว่าสายคอมแบทมันหอมหวานขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ?" ลู่เหรินหมินอดไม่ได้ที่จะแซวกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

ทั้งสองสื่อสารกันผ่านพันธะสัญญามิติ จึงไม่เป็นที่สังเกตของคนรอบข้าง

ยูไลออนเห็นท่าทางกินดุของเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย เจ้าหนุ่มนี่ดูภายนอกตัดสินไม่ได้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเพลิดเพลินกับอาหาร แต่ลู่เหรินหมินก็ไม่ลืมจุดประสงค์ของการเดินทาง ครั้งนี้เขาใช้แต้มเซอร์ไพรส์ไปจนเกลี้ยงกระเป๋า จำเป็นต้องกว้านซื้อวัตถุดิบต่างมิติกลับไปให้คุ้มค่า อย่างน้อยก็ต้องสะสมทุนสำหรับค่าตั๋วเข้ามิติรอบหน้า

"เมื่อหลายสิบปีก่อน เกิดกระแสตื่นทองขึ้นที่ไหนสักแห่ง คนหนุ่มยากจนนับหมื่นทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนมาแสวงโชคบน 'ทุ่งหินใหญ่' แห่งนี้ นานวันเข้า ผู้คนหลากหลายอาชีพก็มารวมตัวกัน จนเริ่มก่อตั้งเป็นเมือง และนี่คือที่มาของเมืองมู่เฉา"

ยูไลออนเขี่ยขี้บุหรี่ทิ้ง พลางเดินนำลู่เหรินหมินชมเมือง "นายคงสงสัยสินะว่าทำไมที่กันดารขนาดหญ้ายังไม่ขึ้นแบบนี้ ถึงได้ชื่อว่าเมืองมู่เฉา (เมืองทุ่งหญ้า)?"

ไม่รอให้ลู่เหรินหมินตอบ ยูไลออนหัวเราะหึๆ แล้วเล่าต่อ

"ไม่รู้ว่านายเคยเห็นโอเอซิสเคลื่อนที่ในทะเลทรายไหม... ในผืนทรายอันเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด นานๆ ทีจะมีน้ำใต้ดินพุ่งทะลักขึ้นมาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์และแร่ธาตุ แล้วสักพักมันก็จะแห้งหายกลับลงไปใต้ดิน ไปโผล่ที่ไหนอีกก็สุดจะรู้"

"อาจจะเป็นเพราะพระเจ้า... หรือเทพองค์ไหนสักองค์เกิดเมตตา ตรงใจกลางเมืองมู่เฉามีแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ไม่มีวันแห้งเหือดอยู่แห่งหนึ่ง มากพอที่จะหล่อเลี้ยงประชากรจำนวนหนึ่งได้ โชคดีที่เบื้องบนยังไม่ทิ้งเราซะทีเดียว ถนนดินลูกรังที่นายเดินผ่านมาวันนี้ก็เป็นคนของทางการมาสร้างให้ นานๆ ทีเขาก็จะขนส่งเหล้าและเสบียงมาให้ ชีวิตชาวบ้านตาดำๆ ก็เลยพอถูไถไปได้"

ยูไลออนนับเป็นไกด์ที่ดีทีเดียว เขาอธิบายประวัติความเป็นมาของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ได้อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย

"หลังจากนั้น ในเมื่อทุกคนกินเหล้าต่างน้ำกันอยู่แล้ว น้ำจืดที่ประหยัดได้ก็เลยเอามาลองปลูกพืชใบเขียวดู ไม่น่าเชื่อว่ามันจะได้ผลจริงๆ..."

"สรุปสั้นๆ ก็คือ เราไม่ได้แค่แบมือขอส่วนบุญจากเบื้องบนอย่างเดียว ที่นี่ค่อยๆ กลายเป็นจุดแวะพักให้ผู้คนได้พักผ่อน และเป็นแหล่งผลิตเนื้อสัตว์... โอ๊ะ! ถึงแล้ว พอดีเลย เดี๋ยวพาเข้าไปดูข้างใน"

ขณะที่ทั้งสองเดินคุยกัน พืชพรรณสีเขียวรอบตัวก็เริ่มหนาตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านประตูใหญ่ที่มีป้ายรูปหัววัวแขวนอยู่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ขนาดกว่าสองพันตารางเมตรก็ปรากฏแก่สายตาของลู่เหรินหมิน

มันเป็นคนละโลกกับทิวทัศน์แห้งแล้งที่เขาเห็นก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

พื้นที่แห่งนี้ปกคลุมไปด้วยหญ้าเลี้ยงสัตว์สีเขียวมรกต สูงเกือบถึงหัวเข่า ขึ้นแน่นขนัดเป็นผืนกว้าง ยามลมพัดผ่านก็เกิดระลอกคลื่นสีเขียวไหวลู่ เขาเด็ดขึ้นมาดูต้นหนึ่ง น้ำเลี้ยงสีเขียวอ่อนส่งกลิ่นหอมสดชื่นทำให้จิตใจเบิกบาน

วัวเนื้อตัวสูงใหญ่กำยำหลายสิบตัวกระจายกันเล็มหญ้าอยู่อย่างสบายอารมณ์ นานๆ ครั้งพวกมันจะเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ส่วนใหญ่มีเขาขนาดเล็กผิวเรียบมันวาวสองคู่ คู่หนึ่งชี้ไปข้างหน้า อีกคู่ชี้ขึ้นด้านบน ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเหมือนหยก และที่โดดเด่นที่สุดคือ บริเวณคอและหลังส่วนบนมีก้อนเนื้อนูนขึ้นมา 1-2 ก้อน

"พวกนี้คือ... โคอูฐเขายักษ์?"

ลู่เหรินหมินรู้สึกคุ้นตา เหมือนเคยเห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในโอเอซิสเคลื่อนที่มาก่อน

จบบทที่ บทที่ 21 เรื่องราวในเมืองมู่เฉา

คัดลอกลิงก์แล้ว