เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 แซนด์วิชเพลิง

บทที่ 15 แซนด์วิชเพลิง

บทที่ 15 แซนด์วิชเพลิง


บทที่ 15 แซนด์วิชเพลิง

ลู่เหรินหมินเดินเข้าครัว จ้องมองเนื้อส่วนหางสองชิ้นบนเขียงด้วยความรู้สึกจนปัญญา

เมื่อประเมินจากความอยากอาหารของคนที่รออยู่ข้างนอกแล้ว เนื้อส่วนหางที่หนาเท่านิ้วมือและยาวเจ็ดถึงแปดเซนติเมตรสองชิ้นนี้ คงหายวับไปกับตาในคำเดียวแน่ๆ เขาต้องหาวิธีเพิ่มปริมาณจากอย่างอื่นมาเสริม

เขาเปิดตู้เย็นแล้วก็ต้องยิ้มออกมา เมื่อพบว่ายังมีหมั่นโถวเหลือจากเมื่อวานอยู่ลูกหนึ่ง เหมาะเหม็งสำหรับเอามาทำแซนด์วิชพอดี

ขั้นแรก เขาจัดการเตรียมเนื้อส่วนหาง เนื้อที่กู้คืนผ่านวงเวทย์ไม่จำเป็นต้องรีดเลือด เขาใช้มีดกรีดเบาๆ บนผิว แล้วใช้นิ้วลอกและฉีกแยกหนังที่เหนียวหนึบออกจากเนื้อส่วนหางที่นุ่มหยุ่น คล้ายกับการลอกพลาสติกหุ้มไส้กรอก

เขาหั่นเนื้อแฉลบเป็นชิ้นหนาครึ่งเซนติเมตร แล้วนำไปหมักกับน้ำขิงและต้นหอม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน หั่นหมั่นโถวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมกว้างสองเซนติเมตร หนาครึ่งเซนติเมตร นำไปจี่ในกระทะจนผิวเหลืองกรอบเล็กน้อย แล้วตักขึ้นพักไว้

ต่อมา เขาเติมน้ำมันลงในกระทะ พอน้ำมันร้อนได้ที่ก็นำเนื้อส่วนหางที่หมักไว้ลงไปทอด เสียงน้ำมันปะทะกับเนื้อดังฉ่าอย่างไพเราะ กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ต่างมิติที่แปลกใหม่และเย้ายวนใจเริ่มลอยฟุ้ง

"หอมยิ่งกว่าเนื้อย่างอีกแฮะ~" เขากลืนน้ำลาย พลางใช้ตะหลิวพลิกเนื้อไปมา ชิ้นเนื้อเริงระบำอยู่ในกระทะ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและส่งกลิ่นหอมกรุ่น

เมื่อเนื้อสุกทั่วและขอบเริ่มม้วนงอเล็กน้อย ก็ตักขึ้นพักไว้ ในขณะที่กระทะยังร้อนอยู่ เขาเทไข่ไก่ที่ตีผสมไว้ลงไป ลู่เหรินหมินสะบัดข้อมือ เกลี่ยไข่ให้แผ่เป็นแผ่นกลม รอจนไข่เริ่มเซ็ตตัว เขาก็ออกแรงดันและดึงกระทะ แผ่นไข่เจียวลอยคว้างกลางอากาศเป็นเส้นโค้งสวยงาม ก่อนจะตกลงกลับมาในกระทะอย่างแม่นยำ

"เหอะ! ฝีมือยังไม่ตกนี่หว่า~" ลู่เหรินหมินยิ้มอย่างภูมิใจ

ไข่เจียวถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ เขาเริ่มประกอบร่างโดยเรียงลำดับจาก หมั่นโถว - ไข่ - เนื้อส่วนหาง - หมั่นโถว - ไข่ - เนื้อส่วนหาง - หมั่นโถว แล้วกลัดด้วยไม้จิ้มฟัน กลายเป็นมินิแซนด์วิชสองชั้น เนื้อส่วนหางสองชิ้นถูกใช้ไปจนหมด ได้แซนด์วิชออกมา 8 ชิ้นพอดีเป๊ะ

เขายังมีอารมณ์ศิลปินเหลือเฟือ บรรจงวาดลวดลายบนจานด้วยซอสมะเขือเทศและโรยต้นหอมซอยเพื่อความสวยงาม (และดูแพง)

"อาหารมาละ... คุณพระช่วย!"

ลู่เหรินหมินตั้งใจจะลากเสียงยาวเรียกอย่างอารมณ์ดี แต่ภาพที่เห็นทำเอาเขาชะงัก อันยาฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะอาหาร แน่นิ่งไม่ไหวติง

หรือว่าเขาใช้เวลาทำนานเกินไปจนแม่สาวมนุษย์หมาป่าหิวตายไปแล้ว!?

"ช้าจังเลย เสี่ยวลู่~" อันยาไม่แม้แต่จะเงยหน้า เสียงบ่นอู้อี้ปนน้อยใจลอยมาตามลมอย่างแผ่วเบา

ประสาทรับกลิ่นของเธอไวเป็นเลิศ เธอได้กลิ่นเนื้อตั้งแต่ตอนที่มันสัมผัสกระทะแล้ว และแทบจะในทันที ท้องไส้ของเธอก็ร้องประท้วงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต้องอาศัยพลังใจขั้นสูงสุดผนวกกับยางอายของสาวน้อยในการกดข่มความหิวโหยที่พุ่งพล่าน ไม่ให้ตัวเองพังประตูห้องครัวเข้าไปขโมยของกินในกระทะ

ยังไม่ตายก็ดีแล้ว

ลู่เหรินหมินหยิบแซนด์วิชขึ้นมาไม้หนึ่ง แล้วแกว่งไปมาเหนือหัวอันยา กลิ่นหอมยั่วน้ำลายเปรียบเสมือนมือที่มองไม่เห็น ค่อยๆ เชิดหัวของเธอขึ้นมา ลู่เหรินหมินอาศัยจังหวะนั้นยัดแซนด์วิชเข้าปากอันยาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มือหนึ่งบีบปากเธอไว้ อีกมือดึงไม้จิ้มฟันออก อันยาฟื้นคืนชีพในบัดดล!

"อื้อ อื้อ อื้อ อร่อย!" แม่สาวมนุษย์หมาป่าใช้สองมือกุมแก้มตัวเอง ดวงตาเป็นประกายวิบวับ เคี้ยวตุ้ยๆ พลางส่งเสียงงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์

[แต้มความประหลาดใจ +77] [แต้มความประหลาดใจ +59]...

ลู่เหรินหมินมองดูข้อความแจ้งเตือนที่เด้งรัวๆ อย่างมีความสุข เขาคิดว่าแค่เลี้ยงดูแม่สาวคนนี้ให้อิ่มหนำสำราญ ก็คงมีแต้มพอไปซื้อบ้านเงินสดในร้านค้ามิติได้โดยไม่ต้องง้อลูกค้าใหม่แล้วมั้ง... เขาหยิบแซนด์วิชไม้หนึ่งเข้าปาก สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกรอบของแผ่นหมั่นโถวและรสหวานนิดๆ ของแป้ง ตามด้วยไข่เจียวเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ สุดท้ายคือพระเอกของงาน เนื้อส่วนหางที่เขาตั้งความหวังไว้สูง

หลังผ่านการหมักและจี่ไฟ เนื้อส่วนหางที่เดิมทีนุ่มหยุ่นและเต็มไปด้วยไขมัน ได้แปรสภาพเป็นกรอบเกรียมที่ผิวนอก ส่วนเนื้อในยังคงความนุ่มลื่นและมีความเด้งสู้ฟันอย่างคาดไม่ถึง กระดูกอ่อนตรงกลางเคี้ยวกรุบกริบ ให้สัมผัสที่ชัดเจนแต่ไม่รบกวนการเคี้ยว น้ำเนื้อเข้มข้นที่ไม่ได้สูญเสียไปไหนแตกซ่านไปทั่วปาก

ยิ่งเคี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไขมันก็ยิ่งกระจายอบอวล ความหวานของหมั่นโถวช่วยตัดเลี่ยน ในขณะที่ความนุ่มละมุนของไข่ช่วยสมานรอยต่อระหว่างรสสัมผัสที่แตกต่าง ทั้งสามองค์ประกอบจับมือกันบรรเลงเพลงซิมโฟนีแห่งรสชาติที่ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ!

[แต้มความประหลาดใจ +67] [แต้มความประหลาดใจ +42]...

[ปลดล็อกสูตรอาหารคิดค้นเอง: แซนด์วิชลิ้นเพลิง, ระดับ 3 ดาว]

[ประเมินระดับ: ไม่สมบูรณ์แบบ, โปรดพยายามปรับปรุง]

"สลัดกระบองเพชรที่ทำแบบลวกๆ ได้ 1 ดาว ส่วนแซนด์วิชที่ใส่ใจทำขึ้นมาหน่อยได้ 3 ดาว ความแตกต่างของรสชาติมันคนละชั้นกันจริงๆ ด้วย"

ลู่เหรินหมินลูบคาง ลิ้มรสกลิ่นเนื้อที่ยังติดอยู่ในปากพลางครุ่นคิด

"แต่เนื้อย่างที่ทำในมิตินั้นกลับไม่ขึ้นแจ้งเตือน เป็นไปได้ไหมว่าความยากและความสมบูรณ์ของการปรุงอาหารถูกนำมาคำนวณด้วย? อยากรู้จังว่าถ้าระดับสมบูรณ์แบบจะได้กี่ดาว แล้วรสชาติจะวิเศษขนาดไหน..."

เขาเอื้อมมือไปที่จานอีกครั้ง แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า แซนด์วิชทั้ง 8 ชิ้นถูกพวกเขาสองคนจัดการเกลี้ยงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แถมอันยายังเลียซอสที่ตกแต่งจานจนเกลี้ยงเกลา จานสะอาดวับจนส่องเห็นหน้าตัวเองได้... ลู่เหรินหมินตบหน้าผากอย่างอ่อนใจ ดึงไม้จิ้มฟันหลายอันออกจากปากตุ่ยๆ ของอันยา "กินให้มันเรียบร้อยหน่อยไม่ได้หรือไง? ไม่กลัวไม้ทิ่มปากเอาเหรอ..."

"กระสุนปืนยังทำอะไรฉันไม่ได้ นับประสาอะไรกับไม้จิ้มฟันย่ะ!" แม่สาวมนุษย์หมาป่ายืดอกเท้าสะเอวอย่างภูมิใจ

ลู่เหรินหมิน: ...ยอมใจเลย

หลังมื้ออาหาร ลู่เหรินหมินแช่จานไว้ในอ่างล้างจาน แล้วนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถาม "จริงสิ เล่าเรื่อง 'การแปลงร่างขั้นที่สอง' ของเธอให้ฟังหน่อย"

"ขั้นที่สองอะไรกันเล่า! อย่ามาเรียกเหมือนฉันเป็นซูเปอร์ไซย่านะ! นั่นคือร่างที่แท้จริงของฉันต่างหาก แต่ที่นี่มันแคบเกินไป ฉันเลยแปลงร่างได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว!"

อันยานอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างไร้มาด กดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยเปื่อย

"นายจำสัญญาที่เซ็นไปได้ไหม?"

เขาลืมไม่ลงหรอก สัญญาฉบับนั้นตอนนี้ถูกใส่กรอบแขวนไว้บนผนัง ในระดับสายตาพอดีเป๊ะ ด้วยขนาดห้องเช่าเท่ารูหนูนี่ ต่อให้ไม่ตั้งใจมอง เขาก็ต้องเดินผ่านมันเป็นสิบๆ รอบต่อวัน...

"นั่นเป็นไอเทมระดับสูงที่ฉันอุตส่าห์หามาเชียวนะ ตราบใดที่นายเซ็นมัน นายก็สามารถอัญเชิญฉันไปช่วยสู้ข้ามมิติได้หนึ่งครั้ง เจ๋งไปเลยใช่ไหมล่ะ~" อันยายิ้มเผล่ หางส่ายดิกๆ อย่างอารมณ์ดี

ได้ยินดังนั้น ลู่เหรินหมินก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แต้มความประหลาดใจสองหมื่นแต้ม... ต่อให้เขาล้างเผ่าพันธุ์กิ้งก่าหินลิ้นเพลิงจนสูญพันธุ์ ก็ไม่รู้ว่าจะรวบรวมได้ครบไหม... "แต่เธอไม่ขาดทุนแย่เหรอ? ทั้งเสียเงินทั้งลงแรงฟรีเพื่อเด็กใหม่เนี่ยนะ?"

"จุ๊ๆๆ นายเข้าใจผิดแล้วย่ะ~" อันยาพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ยิ้มตาหยีจนตาปิด "พอนายเก่งขึ้นเมื่อไหร่ ฉันก็จะลากนายไปใช้แรงงานที่มิติของฉันบ้าง เตรียมตัวไว้เถอะ เจ้ามือใหม่~"

ลู่เหรินหมินมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอันยา แล้วนึกคำถามหนึ่งขึ้นมาได้:

"แต่ตอนนั้นฉันยังไม่รู้เรื่องอัญเชิญผู้ช่วยเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย?"

"หรือว่า... เธอแอบดูฉันอยู่?"

หางสีขาวสวยของเธอแข็งทื่อขึ้นมาทันที

"แหะๆ... เรื่องนั้นนายไม่ต้องสนใจหรอกน่า... ไปนอนได้แล้วไป๊..."

อันยาลุกจากโซฟาด้วยท่าทางเกร็งๆ เดินแกว่งแขนและขาข้างเดียวกัน ดันหลังลู่เหรินหมินที่กำลังงุนงงเข้าไปในห้องนอน จากนั้นเธอก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น ปูฟูกที่นอน แล้วซุกหน้าแดงก่ำลงกับหมอน ส่งเสียงร้องงึมงำอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์...

(ลู่เหรินหมิน: กาน้ำร้อนบ้านใครเดือดเนี่ย?)

จบบทที่ บทที่ 15 แซนด์วิชเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว