- หน้าแรก
- ยอดนักล่าอาหารข้ามมิติ กับคลาสเรียนภาษาต่างเผ่าพันธุ์
- บทที่ 5 การล่าเริ่มขึ้น
บทที่ 5 การล่าเริ่มขึ้น
บทที่ 5 การล่าเริ่มขึ้น
บทที่ 5 การล่าเริ่มขึ้น
"แค่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... ที่นี่มัน... ที่ไหนวะเนี่ย?"
ลู่เหรินหมินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอย่างหมดสภาพ
หากนับตามปฏิทินจันทรคติ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันตงจื้อบนโลก แม้หิมะจะยังไม่ตกหนัก แต่ก็ไม่ใช่ฤดูที่อบอุ่นแน่ๆ
อันยาไม่เปิดโอกาสให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย ทันทีที่วงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติเปิดออก ยังไม่ทันที่ลู่เหรินหมินจะตั้งตัว เขาก็ถูกอันยาบีบปากแล้วจับโยนเข้ามา เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มศีรษะจนผมและลำคอเปียกชุ่มทันที แม้จะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ถ้าไม่รีบถอดเสื้อนวมหนาเตอะนี่ออก เขาคงได้เป็นลมแดดตายในที่กันดารแห่งนี้แน่
ต่อให้เป็นนักผจญภัยชื่อดังที่ชอบเสี่ยงตาย หรือราชาแห่งความอดทนในตำนานที่อดอาหารเก้ามื้อในสามวันแล้วยังฟิตปั๋ง ก็คงต้องคิดหนักกับสถานที่แบบนี้ นับประสาอะไรกับชายหนุ่มมือเปล่าไร้ทางสู้อย่างเขา
ความรู้สึกตุบๆ แผ่วเบาเกิดขึ้นที่หลังมือ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของผู้หญิงดังออกมาจากวงเวทย์ลึกลับที่ประทับอยู่บนนั้น
"ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล! ได้ยินไหมเอ่ย?"
นี่คือเสียงของอันยา เจ้านายสาวน้อยจอมพูดมากและหาความน่าเชื่อถือไม่ได้ ผู้ซึ่งรู้จักกันได้แค่วันเดียวก็เข้ายึดครองห้องเช่าของเขาอย่างหน้าด้านๆ และยังเป็นตัวการที่ทำให้เขามาโผล่ในทะเลทรายนิรนามแห่งนี้ ลู่เหรินหมินไม่รู้ว่าเธอติดต่อมาได้ยังไง แต่เขารู้สึกเหมือนความดันโลหิตกำลังจะพุ่งปรี๊ด "อันยา? เธอโยนฉันมาไว้ที่ไหนเนี่ย?!"
"เอิ่ม... คือว่านะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน มิติเริ่มต้นสำหรับนักล่ามิติฝึกหัดทุกคนจะเป็นเอกเทศ อ้างอิงจากพรสวรรค์ 'นักชิม' ของนาย นายก็น่าจะถูกส่งไปในโลกที่ปลอดภัยและมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์นะ"
นักชิม... ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์... ปลอดภัยงั้นเรอะ!?
ลู่เหรินหมินอยากจะกระชากอันยาออกมาจากหลังมือให้มาเห็นกับตาเหลือเกิน ว่าไอ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้มันห่างไกลจากคำพูดของเธอขนาดไหน แต่เมื่อคิดดูอีกที ร่างกายผอมแห้งของเขาคงไม่พอให้แม่สาวงามผมขาวคนนั้นเคี้ยวเล่นแน่ๆ เขาเลยต้องจำยอมอดทนไว้
"แต่ไม่ต้องห่วงนะ แม้จะเป็นแค่นักล่ามิติฝึกหัด แต่วงเวทย์มิติของนายก็มีระบบยังชีพพื้นฐานติดมาด้วย ลองงมๆ ดูเองแล้วกัน ทำภารกิจมือใหม่ให้สำเร็จแล้วค่อยกลับมานะ สู้ๆ นะพ่อหนุ่ม เจ้านายเอาใจช่วย!" เสียงขี้เล่นของอันยาเงียบหายไป และก่อนที่ลู่เหรินหมินจะได้กล่าวทักทายด้วยความรักใคร่กลมเกลียว เธอก็ตัดการสื่อสารไปดื้อๆ
"ระบบยังชีพ... พื้นฐาน?"
ลู่เหรินหมินยกมือขึ้นมองลวดลายวิจิตรตระการตาบนหลังมือ พลางคิดในใจว่านี่มันเวทมนตร์ชัดๆ ทำไมถึงเรียกด้วยชื่อทางวิทยาศาสตร์แบบนั้นกันนะ ขณะที่ความคิดกำลังล่องลอย ความเย็นสบายก็โอบล้อมร่างของเขา ขับไล่ความร้อนระอุของสภาพแวดล้อมและกันแสงแดดแผดเผา เหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่พอเหมาะ
เอาเถอะ จะเวทมนตร์หรือวิทยาศาสตร์ก็ช่าง ตราบใดที่ช่วยชีวิตเขาได้ก็นับว่าเป็นของดี ลู่เหรินหมินสรรเสริญในใจ
[เป้าหมายภารกิจ: ล่าสิ่งมีชีวิตต่างมิติอย่างน้อย 1 ตัว, เวลาจำกัด 1 ชั่วโมงตามเวลาโลก (เวลาคงเหลือ 0:52:38)]
เหลือเวลาอีกห้าสิบกว่านาที อย่าว่าแต่ไอ้สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ว่าคือตัวอะไรหรืออยู่ที่ไหนเลย ตอนนี้บนตัวเขาไม่มีอาวุธที่ใช้งานได้สักชิ้น จะให้ใช้ฟันกัดหรือไง?
ช่างเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้วคงต้องเดินหน้าต่อ อย่างแย่ที่สุดก็แค่ทำภารกิจล้มเหลว กลับโลก ลบความทรงจำ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่... เขาไม่ยอมแพ้หรอก!
สาวสวยที่อ้างตัวว่าเป็นมนุษย์หมาป่า วงเวทย์ลึกลับ พรสวรรค์หายากที่ว่ากันว่าเขามี และตอนนี้ยังได้ข้ามมายังดินแดนแปลกประหลาดผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย
ได้เห็นสิ่งเหล่านี้กับตาตัวเองแล้ว จะให้เขากลับไปเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา ใช้ชีวิตจืดชืดแบบนั้นอีกเหรอ!?
"ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!" ลู่เหรินหมินกัดฟัน ฮึดสู้ แล้วเริ่มเดินตรงไปยังซากไม้แห้งที่ล้มอยู่ไกลๆ พลางเบิกตากว้างสำรวจรอบข้างอย่างละเอียด เพื่อหาข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์
ต้องขอบคุณพันธุกรรมดีเด่นจากพ่อแม่ ลู่เหรินหมินที่ชอบนอนคลุมโปงเล่นมือถือมาตั้งแต่เด็กยังคงรักษาสายตาระดับ 5.0 ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ในผืนทรายสีเหลืองอันกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนกันไปหมดนี้ เขาพบกลุ่มกระบองเพชรที่น่าสงสัย
กระบองเพชรทั่วไปมักเป็นทรงกลม ทรงกระบอก หรือแบน แต่ไม่ว่ารูปทรงจะหลากหลายแค่ไหน กิ่งก้านสาขาก็มักจะเชื่อมต่อกับพื้นดินผ่านลำต้นหลักที่แข็งแรงเพียงต้นเดียว
แต่กลุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างออกไป มันขึ้นอยู่ตรงเงาไม้ของซากต้นไม้ที่ล้มลง เรียงตัวสมมาตรกันทั้งสองฝั่ง รูปร่างและขนาดแทบจะเหมือนกันเปี๊ยบ ซึ่งผิดปกติสุดๆ
ความพยายามไม่ทรยศใคร ลู่เหรินหมินคิด นี่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ภารกิจระบุไว้ก็ได้
เขาหักกิ่งไม้จากซากต้นไม้ตายซากนั้น รอยหักก่อให้เกิดปลายแหลมตามธรรมชาติ
เขาลองชั่งน้ำหนักกิ่งไม้ในมือ แม้จะตายซากมานานปี แต่กลับไม่เบาหวิวเพราะสูญเสียความชื้น มันยังคงหนักแน่นและมีน้ำหนัก บางทีอาจใช้เป็นอาวุธฉุกเฉินแก้ขัดได้
ถ้าเอาไปกลึงเป็นลูกปัดคงขายได้ราคาดีแน่ๆ ลู่เหรินหมินคิดเล่นๆ อย่างไม่ใส่ใจ
ลู่เหรินหมินย่อตัวลง ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้กระบองเพชรต้องสงสัยสองต้นนั้นอย่างเงียบเชียบ แปลกจริง... ลมรอบตัวหยุดพัดแล้ว แต่กระบองเพชรพวกนี้กลับยังไหวเอนช้าๆ
"ชู่ว!"
ราวกับสัมผัสได้ถึงการมาของลู่เหรินหมิน กลุ่มกระบองเพชรจู่ๆ ก็ตั้งตรงและเริ่มมุดหนีลงไปในทรายใต้ซากไม้ตายอย่างรวดเร็ว!
"แย่แล้ว!" ลู่เหรินหมินอุทาน ถ้ามันหนีไปได้ ท่ามกลางทรายสีเหลืองสุดลูกหูลูกตานี้ เขาจะไปหาสิ่งมีชีวิตต่างมิติตัวอื่นได้จากที่ไหน?
โดยไม่ลังเล เขารีบล้วงมือลงไปในทรายใต้ซากไม้ ขุดคุ้ยทรายอย่างบ้าคลั่ง พยายามคาดเดาทิศทางของมัน แต่มันเคลื่อนไหวว่องไวเกินไป เพียงแค่พริบตาเดียวก็มุดหนีผ่านเม็ดทราย หลบหลีกการไล่ล่าของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ! ด้วยความร้อนใจ ลู่เหรินหมินจ้วงมือทั้งสองข้างลึกลงไปในทราย ควานหาอย่างสะเปะสะปะวัดดวงเอาดาบหน้า
"ซี๊ด!" ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ามาที่ฝ่ามือ ความเจ็บนั้นจุดประกายความดิบเถื่อนในตัวลู่เหรินหมินขึ้นมา เขากัดฟันคว้าหมับเข้าเต็มแรง แล้วกระชากร่างนั้นขึ้นมาจากใต้ผืนทราย!
คุณพระช่วย! นั่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีทางพบเห็นได้บนโลก!
รูปร่างคล้ายหนูหูยาว ตัวยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ ร่างกายผอมแห้งปกคลุมด้วยขนสีเหลืองซีดด่างๆ ดวงตาเท่าเมล็ดงาสองข้างฉายแววหวาดกลัวสุดขีดที่ถูกจับได้ สิ่งที่ขัดแย้งกับร่างเล็กจิ๋วนั้นอย่างสิ้นเชิงคือกระบองเพชรสีเขียวมรกตอวบอ้วนสองต้นบนหัวของมัน ซึ่งกว้างและยาวเกือบเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่!
หนามแหลมแทบจะทิ่มทะลุฝ่ามือของลู่เหรินหมิน ความเจ็บปวดรวดร้าวเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว เขาฟาดเจ้าหนูประหลาดตัวนั้นลงกับพื้นอย่างแรง!
เจ้าหนูประหลาดดูเหมือนจะมึนงงจากแรงกระแทก หรืออาจเพราะหนักหัวกระบองเพชรจนลุกไม่ขึ้น มันดิ้นรนตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น ก่อนที่มันจะได้สติ ลู่เหรินหมินก็ฉวยกิ่งไม้ปลายแหลมที่โยนทิ้งไปเมื่อครู่ขึ้นมา แล้วระบายอารมณ์ด้วยการแทงเจ้าหนูตัวนั้นซ้ำๆ ไม่ยั้ง!
[เป้าหมายภารกิจ: ล่าสิ่งมีชีวิตต่างมิติ 1 ตัว (สำเร็จ)]
[ยินดีด้วย คุณทำภารกิจนักล่าฝึกหัดสำเร็จแล้ว!]
[คุณสามารถเลือกกลับสู่มิติหลัก หรือจะอยู่สำรวจในมิตินี้ต่อไป]
[ต้องการกลับสู่มิติหลักหรือไม่?]
ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตรงหน้า ลู่เหรินหมินแข้งขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่า
"กลับ..." เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ เมื่อความมุ่งมั่นอันดุเดือดจางหายไป ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็แล่นพล่านมาจากฝ่ามือ แทบจะพรากเรี่ยวแรงในการเปล่งเสียงของเขาไปจนหมดสิ้น