เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - ของขวัญชิ้นใหญ่

บทที่ 19 - ของขวัญชิ้นใหญ่

บทที่ 19 - ของขวัญชิ้นใหญ่


บทที่ 19 - ของขวัญชิ้นใหญ่

★★★★★

"สรุปคือ ที่นี่คือที่ปลอดภัยที่สุดที่คุณว่าเหรอ?"

ในตรอกร้างไร้ผู้คนแห่งหนึ่งของเขตเมืองชั้นล่าง ลอเรนมองดูแม่สาววู้ดเอลฟ์ที่กำลังยื่นมือไขว่คว้าอากาศไปมาซ้ายทีขวาที แล้วก็เริ่มสงสัยในสภาพจิตใจของเธอ

เขาไม่เคยได้ยินว่ายาสลบมีผลข้างเคียงทำให้ปัญญาอ่อนนะ และสิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้ ลอเรนก็ดูไม่ออกจริงๆ

ในประสาทสัมผัสของเขา เดนิสไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์ใดๆ เลย เธอแค่โบกมือไปมาในอากาศเฉยๆ

"เมื่อกี้ยังไม่ใช่ค่ะ"

หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ในที่สุดมือขวาที่ยื่นออกไปของเดนิสก็หยุดชะงักกลางอากาศ ราวกับว่าคว้าจับอะไรบางอย่างได้แล้ว

"แต่ตอนนี้ใช่แล้ว"

ใบหน้าสวยหวานของเดนิสประดับด้วยรอยยิ้มยินดี เธอหันมามองลอเรนที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากความ

เธอเพียงแค่เอ่ยคำศัพท์ภาษาสูงของเอลฟ์ที่ซับซ้อนออกมาสองสามคำ อากาศตรงหน้าก็ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนเบาๆ

จากนั้น เธอก็บิดข้อมือขวาเบาๆ กลางอากาศ

ประตูขนาดพอดีตัวคนบานหนึ่งก็เปิดออก

"นี่มัน?"

แม้จะพอเดาได้ แต่ลอเรนก็ยังอดทึ่งไม่ได้ คงไม่ใช่ไอ้นั่นหรอกมั้ง?

คงไม่ใช่มั้ง?

"เศษเสี้ยวแห่งการดำรงอยู่ของเมืองกรีนลีฟค่ะ คุณจะเข้าใจว่าเป็นกึ่งมิติขนาดเล็กที่เกาะติดอยู่กับตัวตนของเมืองกรีนลีฟก็ได้ นี่เป็นหนึ่งในเซฟเฮาส์ที่ตระกูลลีฟชาโดว์ดัดแปลงไว้ในเมืองนี้"

เดนิสอธิบาย

"หลังจากวันนี้ไป มันเป็นของคุณแล้วค่ะ"

"หา?"

ยังไม่ทันที่ลอเรนจะหายตกใจกับข้อมูลแรก อีกฝ่ายก็โยนของขวัญชิ้นใหญ่เบิ้มใส่หน้า

เหมือนกลัวว่าลอเรนจะไม่รับ เดนิสรีบอธิบายเสริม

"ในเมื่อเป็นเซฟเฮาส์ เมื่อถูกเปิดใช้งานแล้ว ความเสี่ยงที่จะถูกเปิดโปงก็จะเพิ่มขึ้น"

"ภายในหนึ่งร้อยปีนี้ เซฟเฮาส์แห่งนี้คงไม่ได้ใช้งานอีกแล้ว"

"แต่มันเป็นจุดพักเท้าที่ดีมากนะคะ ที่บ้านฉันซุกเสบียงฉุกเฉินเอาไว้ข้างในเพียบเลย"

"ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งตอบแทนแล้วกันค่ะ ข้าวของข้างในนั้นยกให้คุณสไปค์หมดเลย"

มังกรแดงถึงกับเอ๋อรับประทาน

ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายรวย แต่ความรวยระดับนี้มันเกินจินตนาการของลอเรนไปไกลโข

เฮ้ย กึ่งมิติเลยนะเว้ย ของที่ต้องระดับจอมเวทตำนานถึงจะครอบครองได้ คุณหนูเล่นยกให้กันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?

ต่อให้เป็นกึ่งมิติแบบยึดติดกับสถานที่ พกพาไปไหนไม่ได้ และเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ มูลค่าในตลาดจอมเวทอาจจะตกลงมาหน่อย

แต่ตระกูลลีฟชาโดว์ได้ดัดแปลงมันแล้ว แถมข้างในยังยัดของฉุกเฉินไว้เต็มเอี๊ยด...

ลอเรนไม่กล้าคำนวณเลยว่าไอ้ของสิ่งนี้มันตีราคาได้เท่าไหร่

เขาสงสัยว่าต่อให้ชำแหละตัวเองแยกขายเป็นชิ้นส่วน จะมีปัญญาซื้อไอ้ห้องนี้ได้หรือเปล่า?

แค่ช็อตนี้ช็อตเดียว การลงทุนช่วยชีวิตวู้ดเอลฟ์ครั้งนี้ก็คุ้มทุน... ไม่สิ กำไรมหาศาลจนพุงกางแล้ว

พวกสวะในเมืองชั้นล่างเทียบอะไรได้กับกึ่งมิติส่วนตัวแบบนี้?

ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองยังไม่บรรลุนิติภาวะ กลัวว่าจะทำให้เศรษฐีนีลำบากใจ ลอเรนแทบอยากจะคุกเข่ากราบงามๆ ฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมเสียเดี๋ยวนี้

"เฟนเลีย"

"คำศัพท์ภาษาเอลฟ์ชั้นสูงคำนี้ คุณต้องจำให้ดีนะคะ นี่คือรหัสลับสำหรับเปิดประตูบานนี้ ด้วยระดับจอมเวทของคุณ ฉันคงไม่ต้องสอนวิธีอัดพลังเวทลงไปในคำพูดหรอกนะคะ"

"ภาษาเอลฟ์ชั้นสูงเรียนรู้ได้เร็วดีนี่คะ"

เดนิสเอ่ยชม เพราะเผ่ามังกรมีพรสวรรค์ด้านภาษาเป็นเลิศ ลอเรนฟังแค่รอบเดียวก็จำวิธีเปิดได้แม่นยำ

"วิธีการเปิดก็เหมือนที่ฉันทำเมื่อกี้ค่ะ ไขว่คว้าในอากาศซ้ำๆ จนกว่าจะจับเงาของลูกบิดประตูที่ฉายทับซ้อนกับมิติหลักได้"

"จากนั้นก็ร่ายคำเปิดประตู ข้างในเป็นบ้านต้นไม้สไตล์วู้ดเอลฟ์ ห้องกว้างขวางมากค่ะ"

เดนิสอธิบายอย่างละเอียด ความอัตคัดขัดสนของคุณสไปค์เมื่อคืนทำเอาคุณหนูเอลฟ์จำฝังใจ

และเมื่อพิจารณาว่าคุณสไปค์คงไม่อยากเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งของตระกูลเธอ บ้านที่ซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดน่าจะเป็นของตอบแทนที่ดีที่สุดที่เธอนึกออก

แน่นอนว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น รอให้เธอกวาดล้างสวะในเมืองกรีนลีฟจนสะอาดเอี่ยมอ่องเมื่อไหร่ เธอจะกลับมาตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตอย่างเปิดเผยแน่นอน

ใช่แล้ว ลอเรนผู้ยากจนจินตนาการไม่ออกหรอกว่า สำหรับคุณหนูเอลฟ์ผู้มั่งคั่ง กึ่งมิติก็เป็นแค่บ้านลับหลังหนึ่งเท่านั้นเอง

ตอนนี้ลอเรนยังคงจมดิ่งอยู่กับความป๋าของอีกฝ่าย จนอดไม่ได้ที่จะถามรายละเอียดเกี่ยวกับกึ่งมิติรัวๆ

"มันได้ยินเสียงข้างนอกมั้ย มองเห็นข้างนอกมั้ย ถ้าไม่ได้ แล้วคุณจะรู้ได้ไงว่าคนที่มาคือคนของบ้านคุณ ไม่ใช่พวกที่จ้องจะเล่นงานคุณ?"

"ไม่ได้ยินเสียงค่ะ เพราะเสียงคือการสั่นสะเทือน มันส่งผ่านข้ามมิติไม่ได้"

"แต่สามารถมองเห็นภาพข้างนอกได้ค่ะ"

"เพราะเซฟเฮาส์พวกนี้โดยเนื้อแท้คือเศษเสี้ยวของเมืองกรีนลีฟ ทั้งสองมิติมีความสอดคล้องทางคลื่นแสงอยู่แล้ว"

เดนิสอธิบายอย่างใจเย็น เธอรู้ดีว่าพวกจอมเวทก็เป็นแบบนี้แหละ ขี้สงสัยไปซะทุกเรื่อง

หลังจากซักถามจนพอใจ ทั้งสองก็ร่ำลากันที่หน้าประตูมิติ

พอบานประตูมิติปิดลง ลอเรนก็ยังไม่ไปไหน

กึ่งมิตินี้ปลุกวิญญาณจอมเวทในตัวเขาให้ลุกโชน มันทำงานด้วยหลักการอะไรนะ?

ลอเรนสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียด และใช้วิธีการต่างๆ ทดสอบดู

เขาอยากรู้ว่านอกจากเงาของลูกบิดประตูแล้ว กึ่งมิตินี้ยังมีจุดสังเกตอื่นๆ ในโลกหลักให้ตรวจสอบได้อีกไหม

เขารู้ดีว่าเขาควรจะออกไปจากที่นี่ก่อนที่กำลังเสริมของตระกูลลีฟชาโดว์จะมาถึง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา

แต่ตามที่ตกลงกับเดนิสไว้ เธอจะรออีกหนึ่งชั่วโมงค่อยเรียกคนของตระกูลมา

แต่สิ่งที่ลอเรนคาดไม่ถึงคือ มีคนกลุ่มอื่นมาถึงที่นี่ก่อนคนของตระกูลลีฟชาโดว์

นั่นคือกองกำลังสวมเกราะเหล็กที่เหาะมากลางเวหา สวมชุดเกราะผลึกมานามาตรฐานของหน่วยตรวจการ พวกมันพุ่งมาจากหลายทิศทาง ล้อมกรอบลอเรนเอาไว้ตรงกลาง

ลอเรนขมวดคิ้ว ในใจเริ่มมีคลื่นลมก่อตัว

"ลอเรน เกอร์ลิส ไอแซค ไปกับพวกเราซะดีๆ เรื่องของคุณแดงแล้ว!"

หน้ากากเกราะของซัลลี่เปิดออก ดาบยาวในมือชี้ตรงมาที่มังกรแดงซึ่งยืนหน้านิ่ง

ลอเรนไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย

เขาจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาอย่างช้าๆ

"คุณซัลลี่ ถ้าผมจำไม่ผิด การที่เจ้าหน้าที่ตรวจการแอบเรียกดูตำแหน่งอุปกรณ์สื่อสารของพลเมืองโดยไม่ได้รับอนุมัติ ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงนะครับ"

และตามคาด สีหน้าของซัลลี่เปลี่ยนไปทันที

ในฐานะมังกรที่คลุกคลีอยู่ในเขตเมืองชั้นล่างมานาน ถ้าถามว่าลอเรนคุ้นเคยกับอะไรที่สุด ก็ต้องเป็นพวกเจ้าหน้าที่หนุ่มสาวไฟแรงที่ชอบเดินไต่เส้นสีเทาพวกนี้นี่แหละ

พวกนี้มักจะมีพื้นเพธรรมดา แต่มีความสามารถ และมีความกระหายที่จะไต่เต้าสูงมาก เพื่อการนั้น พวกเขาพร้อมจะใช้วิธีการก้ำกึ่งระหว่างขาวกับดำ

เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการเปลี่ยนสีหน้า และชำนาญเรื่องการตั้งธงว่าใครผิดไว้ก่อน

เมื่อปักใจเชื่อว่าใครผิด ก็จะกัดไม่ปล่อย จนกว่าอีกฝ่ายจะตายคาเขี้ยว หรือไม่ก็โดนฉีกทึ้งกลืนลงท้อง

พูดจริงๆ ลอเรนไม่ได้เกลียดคนประเภทนี้หรอก ความโลภไม่ใช่คำหยาบคายสำหรับเผ่ามังกร

ในแง่หนึ่ง ลอเรนรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นพวกเดียวกับคนพวกนี้นั่นแหละ เพียงแต่ลอเรนในฐานะมังกร มีขอบเขตการหากินที่กว้างกว่าและยืดหยุ่นกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังช่วยให้ลอเรนได้ลาภลอยก้อนแรกในเมืองกรีนลีฟ ตั้ง 40 เหรียญผลึกมานา ตอนนี้ยังนอนนิ่งอยู่ในบัญชี ไม่ได้ขยับไปไหน

แต่เธอไม่ควรมาปรากฏตัวที่นี่ ในเวลานี้

เพราะในบ้านต้นไม้ในกึ่งมิติที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น คุณหนูวู้ดเอลฟ์ชนชั้นสูงที่กำลังเตรียมจะล้างบางคนชั่ว กำลังยืนดูผู้มีพระคุณของเธอถูกเจ้าหน้าที่ล้อมจับอยู่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - ของขวัญชิ้นใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว