- หน้าแรก
- วิถีมังกรในเมืองคอนกรีต
- บทที่ 15 - วู้ดเอลฟ์
บทที่ 15 - วู้ดเอลฟ์
บทที่ 15 - วู้ดเอลฟ์
บทที่ 15 - วู้ดเอลฟ์
★★★★★
เป็นไปตามที่ลอเรนคาดไว้ แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล แต่ในการลอบโจมตี เวทมนตร์และความสามารถคล้ายเวทมนตร์ก็ยังครองความได้เปรียบอย่างเด็ดขาด
โดยเฉพาะในที่เสื่อมโทรมแบบนี้ ที่ทุกคนต่างถังแตกและไม่มีปัญญาซื้ออุปกรณ์ป้องกันเวทมนตร์ดีๆ มาใช้
ยิ่งไปกว่านั้น 'เสียงคำรามมังกรทางจิต - เอคโค่' คือเวทมนตร์สายพลังจิตแบบเป็นระลอกคลื่นที่ลอเรนออกแบบมาเอง
คลื่นระลอกแรกคือการประทับตรา ซึ่งมีคลื่นพลังเวทเบาบางจนแทบจับสัมผัสไม่ได้
คลื่นระลอกที่สอง คือคลื่นที่อยู่ในเกณฑ์กระตุ้นการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันทั่วไปในท้องตลาด มีไว้เพื่อล่อเป้า ให้ระบบป้องกันของฝ่ายตรงข้ามทำงานไปก่อน
จากนั้น คลื่นระลอกที่สามถึงจะทำงานโดยกระตุ้นตราประทับที่ฝังไว้ในระลอกแรก สร้างความเสียหายโดยตรงต่อจิตสำนึก
แม้ในจินตนาการของลอเรน เอคโค่จะเป็นเวทมนตร์ที่สามารถเพิ่มจำนวนระลอกคลื่นและความรุนแรงได้เรื่อยๆ แต่ด้วยความสามารถในตอนนี้ สามระลอกคือขีดจำกัดสูงสุดที่เขาทำได้
เมื่อเอคโค่ระลอกที่สองทำงาน ร่างของพวกหัวหน้าแก๊ง โดยเฉพาะเจ้าก็อบลินที่เป็นหัวหน้าใหญ่ และโจรที่มีฐานะหน่อย ต่างก็มีแสงจากอุปกรณ์ป้องกันวาบขึ้น
ชัดเจนว่าพวกมันลงทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันเวทมนตร์แบบทำงานอัตโนมัติมาใช้
"กะคร่าวๆ นี่ยอดความเสียหายหลักหมื่นเลยนะเนี่ย"
ลอเรนมองภาพตรงหน้าแล้วใจจะขาด
แม้จะรู้ว่าของพวกนั้นไม่ใช่ของเขา และจะเป็นอุปสรรคในการต่อสู้ แต่ความงกที่ฝังอยู่ในกระดูกมังกรก็ทำให้เขาอดโมโหไม่ได้
พวกแกที่เป็นแค่ตู้เอทีเอ็มกระจอกๆ จะซื้อของป้องกันมาเยอะแยะทำไม เก็บเงินไว้รอให้ฉันมาถอนไม่ดีกว่าเหรอ?
"ศัตรูบุก!"
หัวหน้ากลุ่มย่อยคนหนึ่งตะโกนลั่น เหล่าโจรชักอาวุธออกมา ส่วนใหญ่เป็นมีดสั้น ดาบโค้ง แต่ที่น่าสนใจสุดคืออาวุธของหัวหน้าก็อบลิน... มีดบิน
มันคีบมีดบินไว้ระหว่างนิ้วทั้งสองข้าง
ดูเหมือนมันจะมีความสามารถสายตรวจจับ มันหลับตาลง เหมือนกำลังค้นหาต้นตอของเวทมนตร์ที่โจมตีเข้ามา
แต่สาเหตุที่เอคโค่ถูกเรียกว่าเอคโค่ ก็เพราะการแพร่กระจายของมันอาศัยการสะท้อนกลับในห้องปิดตาย
และในช่วงท้ายของแสงป้องกันจากอุปกรณ์ระลอกสอง คลื่นระลอกที่สามของเอคโค่ก็กระแทกเข้ามา!
พวกโจรทุุกคนรู้สึกเหมือนสมองระเบิดตูม ราวกับมีใครโยนดินระเบิดก็อบลินเข้าไปจุดชนวนในกะโหลก แต่ละคนยืนบื้อน้ำลายยืดกันไปหมด
แม้แต่หัวหน้าก็อบลิน มีดบินในมือก็ร่วงกราวลงพื้น
เป็นเรื่องธรรมดา เพราะอุปกรณ์ป้องกันทางจิตระดับมาตรฐานราคาเริ่มต้นที่แสนเหรียญ
ใครใช้ให้ 'ผู้ใช้พลังจิต' เป็นอาชีพไฮโซที่เริ่มเก่งกันตอนระดับสามล่ะ
อุปกรณ์พวกนี้ ปกติไม่มีทางโผล่มาในที่จนๆ แบบเขตเมืองชั้นล่างหรอก
"ถึงตาพระเอกออกโรง"
เมื่อเห็นคนยืนบื้อเต็มห้อง ลอเรนก็กระโจนออกมา
ร่างกายเริ่มขยายใหญ่และเปลี่ยนแปลงตามสายลม
กรงเล็บมังกร ปีกมังกร เกล็ดมังกร เขามังกร หางมังกร! เหตุผลที่เขาเลือกอาชีพขั้นสูงของนักรบสาย 'ปรมาจารย์อาวุธ' ตอนระดับสาม ก็เพื่อวันนี้
เพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้!
ความเชี่ยวชาญอาวุธหลากชนิด ใช้อวัยวะทุกส่วนดั่งอาวุธ!
ในพริบตา ลอเรนรู้ทันทีว่าต้องโจมตีศัตรูคนไหนด้วยส่วนไหน และต้องใช้แรงแค่ไหนถึงจะรักษาชีวิตไอ้พวกงี่เง่านี่ไว้ได้
ปีกเฉือน กรงเล็บฉีก หางฟาด!
ปีกคู่กางออก ตวัดตัดกระดูกซี่โครงโจรไปหลายคน กรงเล็บคู่ตะปบ กระชากแขนอีกกลุ่มจนขาดกระเด็น หางมังกรอันทรงพลังฟาดกวาดราวกับแส้เหล็ก กวาดคนล้มลงไปอีกระนาว!
การประสานความสามารถหลายรูปแบบ บวกกับการชิงลงมือก่อนและความได้เปรียบแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ลอเรนเปลี่ยนการต่อสู้ที่ควรจะดุเดือด ให้กลายเป็นฉากในเกมแนว 'มุโซ' (เดินหน้าฆ่าแหลก)
ชั่วพริบตาเดียว นอกจากตัวเขาเอง ก็ไม่มีใครในห้องยืนทรงตัวได้อีก!
หลังจัดการเสร็จ ลอเรนเดินไปที่โต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยของโจร
เขาอ้าปากสูดลมหายใจเฮือกเดียว ดูดทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกมันหามาได้ในวันนี้ กลืนลงท้องไปเก็บไว้ในพื้นที่ลับสำหรับมังกรห้าสีจอมปล้น
จากนั้น เขาก็แก้เชือกกระสอบที่หัวหน้ากลุ่มย่อยคนแรกหิ้วมา เตรียมจะปล่อยคนข้างในออกมา
เอคโค่เป็นเวทมนตร์ที่โจมตีจิตสำนึกโดยตรง มันจะไม่ส่งผลกับคนที่หมดสติอยู่แล้ว
แต่พอลอเรนเปิดปากถุง เทคนที่สลบไสลอยู่ออกมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
นั่นคือวู้ดเอลฟ์สาวที่มีผมสีน้ำตาล ใบหน้างดงาม สวมชุดที่ทำจากเปลือกไม้และใบไม้ รูปร่างดูทะมัดทะแมงกว่าเอลฟ์ทั่วไปมาก
ต่างหูรูปใบโอ๊กที่เธอใส่อยู่ บอกชัดเจนว่าเธอคือดรูอิด
นี่ไม่ใช่สินค้าที่ไอ้พวกงี่เง่าพวกนี้จะหามาได้
เมืองกรีนลีฟเป็นเมืองที่เติบโตขึ้นมารับช่วงต่ออุตสาหกรรมจากเอลฟ์ การที่มีเอลฟ์ถูกส่งมาจัดการผ่านองค์กรโจรในเมืองชั้นล่างแบบนี้...
สมองของลอเรนแล่นเร็วรี่ เขาไม่เชื่อว่านี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่มันบอกข่าวร้ายกับเขาข้อหนึ่ง:
ไอ้แก๊งมือไวปัญญาอ่อนพวกนี้ อาจจะมีผู้บงการระดับสูงที่สมองไหลพอกันหนุนหลังอยู่
"เก็บพวกแกไว้ไม่ได้แล้วสิ"
ประกายความอำมหิตพาดผ่านนัยน์ตาสีทองของลอเรน
เดิมทีเขากะจะเอาไอ้โง่พวกนี้ไปแลกเงินที่สถานีตรวจการ พร้อมสร้างชื่อเสียงเป็นใบเบิกทางให้งานที่สวนสัตว์
เพราะเขาเคยบอกแล้วว่าจะพยายามร่วมมือกับงานของมอร์ริส
การสร้างชื่อเสียงนอกเวลางานก็ถือเป็นความร่วมมืออย่างหนึ่ง
แต่ดูท่าตอนนี้ ไอ้พวกโจรโง่พวกนี้ต้องตายให้หมด
ถ้าพวกมันไม่ตาย ไอ้ผู้บงการที่อยู่ไหนก็ไม่รู้จะสาวมาถึงตัวเขา และมาสร้างปัญหาให้เขาได้
"เธอคงรับจบเรื่องนี้ไหวนะ ใช่ไหม?"
ลอเรนพึมพำกับวู้ดเอลฟ์ที่ยังสลบอยู่ จากนั้นก็เริ่มจัดฉาก
เพื่อให้เรื่องทั้งหมดดูเหมือนเป็นการแก้แค้นจากกองกำลังเบื้องหลังของวู้ดเอลฟ์ ลอเรนจึงไล่เชือดซ้ำทีละคน และค้นตัวเอาทรัพย์สินไปเฉพาะพวกหัวหน้ากลุ่มย่อยกับหัวหน้าก็อบลินเท่านั้น
"พวกแกต้องชดใช้ให้คุ้มกับเงินที่ฉันทิ้งไปนะ"
ลอเรนบ่นอุบ แล้วยัดวู้ดเอลฟ์กลับเข้ากระสอบ แบกขึ้นบ่า แล้วใช้เวทมนตร์ไฟเผาทำลายห้องจนวอดวาย
สุดท้าย เขาคืนร่างเป็นมนุษย์ ร่ายเวทล่องหน แล้วแบกวู้ดเอลฟ์ย่องหนีออกจากที่นั่นเงียบๆ
กลับมาถึงห้องเช่าของเฒ่าโอเนย์ ลอเรนกางอาคมเก็บเสียง แล้วปล่อยวู้ดเอลฟ์ออกมา
เขาใช้เทคนิคพลังจิตกระตุ้นจิตสำนึกที่ถูกยาวางจนชาด้าน ให้เธอค่อยๆ ฟื้นคืนสติ
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของลอเรนคือ พอวู้ดเอลฟ์ฟื้นขึ้นมา เธอไม่ได้กรีดร้องโวยวาย และไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายลอเรน
แม้เธอจะจ้องมองเด็กหนุ่มผมแดงหน้าเด็กตรงหน้าอย่างระแวดระวัง แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอก็เอ่ยถามอย่างลังเล
"คุณช่วยฉันไว้ ใช่ไหมคะ?"
"ก็คงงั้นมั้ง ยังไงฉันก็ไม่มีเจตนาร้ายกับเธอ ถ้าเธอกลัวว่าฉันจะเล่นละครตบตากับไอ้สวะพวกนั้น เธอจะร่ายเวทตรวจจับจิตมุ่งร้ายใส่ฉันก็ได้นะ"
ลอเรนพูดอย่างไม่ใส่ใจ ถึงเขาจะคิดว่าเวทนี้มันโคตรดี ใช้แยกมิตรศัตรูหรือหาไส้ศึกได้เร็วทันใจ
แต่เขาก็รู้ดีว่า ในสายตาของอาชีพสายต่อสู้ส่วนใหญ่ การร่ายเวทตรวจจับจิตมุ่งร้ายใส่กันดื้อๆ ถือเป็นการเสียมารยาท หรือขั้นร้ายแรงคือการยั่วยุ
เพราะมันเป็นเวทมนตร์ที่อิงความรู้สึกล้วนๆ มันตรวจสอบแค่ว่า ณ วินาทีนี้ คุณคิดจะทำร้ายผู้ร่ายหรือไม่เท่านั้น
"งั้นขอเสียมารยาทนะคะ"
วู้ดเอลฟ์ไม่ได้วางใจเพราะท่าทีของลอเรน ตรงกันข้าม เธอเริ่มร่ายเวทตรวจจับจิตมุ่งร้ายใส่ลอเรนจริงๆ
แสงสีขาวจางๆ เปล่งออกมาจากตัวลอเรน เห็นดังนั้น วู้ดเอลฟ์ที่ตึงเครียดและหวาดกลัวมาตลอด ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
[จบแล้ว]