- หน้าแรก
- วิถีมังกรในเมืองคอนกรีต
- บทที่ 11 - แผงขายเนื้อย่างของโอเกอร์
บทที่ 11 - แผงขายเนื้อย่างของโอเกอร์
บทที่ 11 - แผงขายเนื้อย่างของโอเกอร์
บทที่ 11 - แผงขายเนื้อย่างของโอเกอร์
★★★★★
ตอนที่ลอเรนออกจากสวนสัตว์ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแล้ว
โซนจัดแสดงของเขายังต้องปรับปรุงอีกสองสามวัน สัญญาตัวจริงก็ต้องรอให้มอร์ริสหารือกับเจ้าของสวนสัตว์ก่อนถึงจะตัดสินใจได้
แต่ไม่ว่าจะยังไง วันนี้ก็เป็นวันที่ดี เขาไม่เพียงหางานที่พอไปวัดไปวาได้ แต่ยังได้ลาภลอยมาอีกก้อนโต
"ต่อไปก็ต้องหาที่พักสินะ"
ลอเรนหยิบอุปกรณ์สื่อสารผลึกมานาออกมา เปิดหน้าแผนที่ ค้นหาที่อยู่ของโอเกอร์สองหัวที่จดไว้ตอนอยู่บนรถไฟ
แม้จะได้เงินก้อนโตมา ลอเรนก็ยังตัดสินใจไปหาพวกเขาอยู่ดี
เพื่ออาศัยไหว้วานคุณอาที่เปิดร้านเนื้อย่างของพวกเขา ช่วยหาที่พักชั่วคราวที่ปลอดภัยและราคาถูกในเขตเมืองชั้นล่างของเมืองกรีนลีฟให้
จากประสบการณ์ชีวิตในเมืองลินเย่ว์ เขตเมืองชั้นกลางและชั้นบนนั้นปลอดภัยกว่า แต่ทุกอย่างต้องใช้เงิน
ส่วนเขตเมืองชั้นล่างนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ที่นั่นของถูก ถูกไปหมดทุกอย่าง และมีทุกอย่าง เช่น ตลาดมืดขายของเถื่อน หรือแก๊งมาเฟียที่ทำธุรกิจสีเทา
จะว่าไป เมื่อตอนเที่ยงที่เพิ่งมาถึงเมืองกรีนลีฟ เขาก็เพิ่งไปมีเรื่องกับแก๊งล้วงกระเป๋าจนต้องไปนอนโรงพักมาหมาดๆ
ถ้าคืนนี้ไปนอนในเขตเมืองชั้นกลางหรือชั้นบน ก็เท่ากับไปหาเรื่องพวกมันฟรีๆ น่ะสิ?
พอนึกถึงว่าแค่เจ้าโง่ไม่กี่คนนั้นแลกมาได้ตั้งสี่สิบเหรียญผลึกมานา ลอเรนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
"พวกแกต้องรีบมาแก้แค้นนะ กระเป๋าตังค์ฉันรออยู่"
คิดได้ดังนั้น ลอเรนก็เดินยิ้มร่าไปยังแถวรอใช้งานแท่นวาร์ป
ขั้นตอนที่คุ้นเคย อาการเวียนหัวที่คุ้นเคย หลังจากเปลี่ยนจุดวาร์ปไม่กี่ครั้ง ลอเรนก็มาถึงบริเวณที่ระบุในแผนที่
หลังจากเดินวนหาอีกนิดหน่อย ในที่สุดลอเรนก็ตามกลิ่นยี่หร่าจนเจอเป้าหมาย
ร้านเล็กๆ พื้นที่รวมไม่ถึงสิบตารางเมตร มีโต๊ะตั้งอยู่ริมถนนหลายตัว โอเกอร์สูงกว่าสามเมตรกำลังกำผักกำใหญ่ย่างไฟ ส่วนโอเกอร์สองหัวที่ดูเงอะงะกำลังใส่ชุดพนักงาน ถือจานเดินชนกันเองไปมา...
ข้างร้านมีป้ายไฟเขียนว่า 'เนื้อย่างหินดำ' ลอเรนจำได้ว่า หินดำ น่าจะเป็นชื่อชนเผ่าของอีกฝ่าย
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจลอเรนที่สุดคือตัวหนังสือเล็กๆ ที่น่าสนใจด้านล่าง ซึ่งระบุว่า:
'ร้านนี้เป็นร้านปิ้งย่างมังสวิรัติแท้ มีเห็ดและถั่วแปรรูปเป็นเนื้อเทียมให้บริการ ไม่มีเนื้อสัตว์จริงจำหน่าย'
ลอเรนถึงกับขำ
ร้านปิ้งย่างมังสวิรัติที่โอเกอร์เป็นคนเปิด?
น่าสนใจแฮะ แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็สมเหตุสมผล
ประชากรกลุ่มใหญ่อันดับสองของเมืองกรีนลีฟคือฮาล์ฟเอลฟ์ แม้พวกเขาจะกินเนื้อ แต่อาหารมังสวิรัติก็มีสัดส่วนไม่น้อยในชีวิตประจำวันของพวกเขา
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ:
คงมีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาไม่กี่คนที่อยากกินเนื้อย่างฝีมือโอเกอร์
ต่อให้ย้ำว่าเป็นเนื้อสัตว์ธรรมดา แต่ความรู้สึกขยะแขยงมันก็ห้ามกันยาก
ความเท่าเทียมทางเผ่าพันธุ์เป็นสิ่งที่ทุกคนแค่พูดไปงั้นๆ แหละ
ไม่มีใครเหยียดโอเกอร์หรอก แต่ถ้าคุณกล้ารับโอเกอร์เข้าทำงาน ทั้งคนรับและโอเกอร์คงโดนไล่ออกแพ็คคู่
"ร้านดูไม่เหมือนเพิ่งเปิด รสชาติกับราคาน่าจะโอเค"
ลอเรนคิดพลางหาโต๊ะนั่ง เตรียมลองชิมปิ้งย่างมังสวิรัติที่นี่
ถึงจะเป็นร้านมังสวิรัติ แต่การอยู่รอดได้ภายใต้การเหยียดเชื้อชาติโอเกอร์ แปลว่ารสชาติต้องไม่ธรรมดาแน่
กินของเขาแล้ว ติดใจรสชาติแล้ว ค่อยไหว้วานให้ช่วย ก็เป็นมารยาทพื้นฐานของการใช้ชีวิตในเมืองชั้นล่าง
"ซิก้า ซิดาน ทางนี้"
มังกรแดงกวักมือเรียก ผมสีแดงสดของลอเรนทำให้โอเกอร์สองหัวจำเขาได้ทันที
"โอ้ นายคือเจ้าตัวเล็กบนรถไฟ!"
ซิก้ากับซิดานตื่นเต้น รีบวางจานปิ้งย่างของโต๊ะอื่น แล้ววิ่งซอยเท้าถี่ๆ มาหาลอเรน
"เพื่อน อยากกินอะไร?"
"ฉันควรถามต่างหาก ครั้งที่แล้วนายเป็นคนถาม!"
ยังไม่ทันที่ลอเรนจะอ้าปาก สองหัวนั่นก็ทะเลาะกันเองซะแล้ว ลอเรนเลยต้องรีบห้ามทัพ
"หยุดก่อน ให้คุณอาของพวกนายย่างเมนูเด็ดที่เป็นผักมาให้ฉันหน่อย วันนี้ฉันมีตังค์"
พูดพลาง ลอเรนก็หยิบถุงเงินที่จิ๊กมาจากหัวหน้าโจรเมื่อตอนเที่ยงออกมาจากช่องเก็บของในท้อง เปิดออกแล้วเริ่มนับรายได้
จะว่าไป พอนับดูแล้วก็ไม่เลวเลย แบงก์ย่อยๆ รวมกับเหรียญแล้วน่าจะมีสักพันกว่าเหรียญทองแดง
ซิก้ากับซิดานวิ่งไปรายงานคุณอา ส่วนลอเรนนั่งสังเกตลูกค้าโต๊ะรอบๆ อย่างเงียบๆ
ผู้คนที่ผ่านไปมาก็คล้ายกับเขตเมืองชั้นล่างของเมืองลินเย่ว์ มนุษย์ คนแคระ ออร์ค แต่ที่ต่างกันคือลูกค้าของร้านนี้น่าจะมีรายได้สูงกว่าหน่อย ถึงจะไม่มาก แต่ก็น่าจะได้กินเนื้อสัตว์จริงๆ สักมื้อต่อสัปดาห์ ไม่ใช่หนูย่าง
นอกจากนี้ บริการห่อกลับบ้านของที่นี่ดูจะขายดีมาก คนที่มาซื้อดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นพ่อบ้านหรือพี่เลี้ยงของพวกเศรษฐีฮาล์ฟเอลฟ์ ที่ปิดจมูกรีบรับของแล้วรีบไป
ลอเรนสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่นานอาหารของเขาก็มาเสิร์ฟ
เขามองดู อืม... เห็ด มีแต่เห็ดเต็มไปหมด
คงเพราะลอเรนสั่งเมนูแนะนำ และเห็ดก็คงเป็นเมนูเด็ดของที่นี่
"จะว่าไป รสชาติไม่เลวเลยแฮะ"
ลอเรนลองชิมไปหลายไม้ แล้วก็ต้องประหลาดใจ
อย่างที่รุ่นพี่มังกรเขียวเคยบอกไว้ พวกโอเกอร์มีความพิถีพิถันในการใช้เครื่องเทศจริงๆ สามารถดึงรสชาติซับซ้อนของเห็ดออกมาได้อย่างเต็มที่
พอกินหมดจาน ลอเรนยังรู้สึกไม่จุใจ สั่งเพิ่มอีกจาน พอกินจนอิ่มแปล้แล้วค่อยเช็ดปากลุกขึ้น
"ขอบคุณที่อุดหนุน ยี่สิบเหรียญทองแดง"
ยังไม่ทันที่ซิก้ากับซิดานจะพูดอะไร เสียงทุ้มต่ำของเจ้าของร้านก็ดังมาจากหน้าเตาย่าง
แม้เขาจะไม่รู้สถานะที่แท้จริงของลอเรน เพราะซิก้ากับซิดานฟังมาไม่ชัดตอนอยู่บนรถไฟ แต่คนที่นั่งตู้โดยสารสัตว์อันตรายขนาดใหญ่ได้ จะเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาได้เหรอ?
เขามีความระแวงและสงสัยในตัวไอ้หนุ่มผมแดงคนนี้อยู่ลึกๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก
"ขอบคุณที่เลี้ยงดูปูเสื่อครับ เห็ดปิ้งของคุณอร่อยมาก ผมชอบมากเลย"
ลอเรนวางเงินไว้ที่เคาน์เตอร์ แล้วถามอย่างไม่ใส่ใจ
"ผมเพิ่งมาเมืองกรีนลีฟ อยากหาที่พักชั่วคราวในเขตเมืองชั้นล่าง เห็นแก่หน้าซิก้ากับซิดาน รบกวนคุณช่วยแนะนำนายหน้าดีๆ ให้หน่อยได้มั้ยครับ อืม ขอแบบจ่ายรายวันนะ ผมอยู่อาศัยแค่ไม่กี่วัน"
ลอเรนบอกความต้องการอย่างละเอียด คุณอาโอเกอร์ตอบโดยไม่เงยหน้ามอง
"ไปที่หัวถนนเส้นนี้ มองหาหมูบกที่ชื่อเฒ่าโอเนย์ บ้านของเขาใช้ได้"
"หมู? คุณแน่ใจนะ?"
ลอเรนตกใจนิดหน่อย บ้านของหมูบกนี่เช่าอยู่ได้ด้วยเหรอ กลิ่นตัวพวกนั้นถ้าไม่อาบน้ำวันละสามรอบมันรบกวนคนอื่นไม่ใช่เหรอ?
"เฒ่าโอเนย์ไม่เหมือนคนอื่น"
หน้าเตาไฟ คุณอาโอเกอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงปลงตก
"เขาเป็น 'คาสตราโต' "
"ตัวอะไรนะ?!"
ลอเรนอึ้งไปเลย เขาคิดว่าวันนี้คงไม่มีข่าวอะไรชวนช็อกไปกว่านี้อีกแล้ว
[จบแล้ว]