- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?
บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?
บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?
บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?
ใต้เสาไฟฟ้าตรงข้ามร้านซักรีดอันหนิงในเขต 69 เยี่ยเยว่ยืนรออยู่ใต้เสาไฟฟ้ามาสามชั่วโมงแล้ว
ระหว่างรอก็ชะเง้อมองร้านซักรีดอันหนิงและปากทางแยกอยู่ตลอด พร้อมกับปาดน้ำตา สูดน้ำมูกไปด้วย
ไม่ใช่ว่าเยี่ยเยว่อยากร้องไห้ แต่ฤทธิ์สเปรย์มันแรงเกินไป จนป่านนี้ยังไม่หายแสบตาเลย
แต่ทว่าภาพนี้ในสายตาของเพื่อนบ้าน มันช่างดูมีความหมายลึกซึ้งเหลือเกิน
สาวสวยหยาดเยิ้มมายืนรอใต้โคมไฟถนนสามชั่วโมง รอไปร้องไห้ไป ขอบตาแดงก่ำ มันบ่งบอกอะไรได้ชัดเจนเลยไม่ใช่เหรอ?
ทันใดนั้น เพื่อนบ้านหลายคนก็เข้ามาปลอบใจ
“แม่หนู~ อย่าร้องเลยนะ มีเรื่องอะไรทุกข์ใจบอกป้าได้นะ?”
“เอาน่า~ ไม่ต้องอายหรอกหนู ป้าก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว หนูคงกำลังกลุ้มใจเรื่องความรักอยู่ใช่ไหมล่ะ?”
(????) “ทำแท้ง? เลิกกัน? เจอผู้ชายเฮงซวย? หรือว่าเป็นศึกเมียน้อยตบเมียหลวง? ระบายออกมาเถอะนะ~”
ในตอนนี้ ป้าๆ หลายคนเริ่มมุงเข้ามา แววตาแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชน บางคนถึงกับควักเก้าอี้พับออกมานั่ง เตรียมตัวเสพข่าวซุบซิบกันเต็มที่
เยี่ยเยว่งงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย? เธอเลยสูดน้ำมูกฟืดฟาด:
(??~?) “เปล่าค่ะ... คุณป้าคะ พอจะรู้ไหมคะว่าปกติเหรินเจี๋ยกลับมาตอนกี่โมง? หนูมารอเขา...”
พอเอ่ยถึงชื่อนี้ ดวงตาของเหล่าคุณป้าพลันเป็นประกายทันที หรือว่าแม่หนูคนนี้กับเสี่ยวเจี๋ย...
จุ๊ๆๆ~
“เสี่ยวเจี๋ยเหรอ? ปกติกว่าจะกลับก็ตีสองตีสามโน่นแหละ แล้วพอเช้ามืดยังไม่ทันสว่างก็ออกไปอีกแล้ว เด็กคนนี้มันดีจริงๆ นะ แถวบ้านมีเรื่องอะไร ปกติก็ไหว้วานเด็กคนนี้ให้ช่วยทั้งนั้น...”
“อย่างเช่นซ่อมแอร์ ตามหาหมาแมว ทะลวงท่อระบายน้ำ ขนวัสดุก่อสร้าง ติวหนังสือให้เด็กๆ ไม่มีเรื่องไหนที่เขาทำไม่ได้...”
“แต่เด็กคนนี้อาภัพนะ ดันมาเจอเรื่องแบบนี้ที่บ้าน เฮ้อ~ แม่หนู... หนูคงไม่ใช่กับเสี่ยวเจี๋ย...”
เยี่ยเยว่กระแอมเบาๆ สองที ลูบจมูกแก้เขิน:
“คุณป้าคะ... ไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ เรื่องของหนูกับเหรินเจี๋ย เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเองได้ค่ะ...”
คุณป้าเริ่มออกรส: “ป้าจะบอกให้นะแม่หนู สมัยนี้เด็กดีๆ อย่างเสี่ยวเจี๋ยหาไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ ถ้าคว้าไว้ได้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียว...”
“ถ้าไอ้หนูนั่นมันทำอะไรไม่ดีกับหนู บอกป้ามาเลย เดี๋ยวป้าช่วยจัดการมันให้!”
สีหน้าของเยี่ยเยว่ดูประหลาดพิกล เหรินเจี๋ย? เด็กดี?
วางยาถ่ายนกพิราบ ระเบิดโถอึในห้องน้ำ นี่มันห่างไกลจากคำว่าเด็กดีไปไกลโขเลยนะ?
“คุณป้าคะ... ไม่ใช่จริงๆ...”
ยังไม่ทันที่เยี่ยเยว่จะพูดจบ ก็ได้ยินเสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากซอย
ตามมาด้วยกลุ่มคนจำนวนมหาศาลที่ลงมาจากรถ ในมือถือท่อเหล็ก ถังสี และไม้เบสบอล แถมยังมีนักรบพันธุกรรมปะปนมาด้วยหลายคน
ส่วนชายร่างท้วมที่ทั้งตัวพันไปด้วยผ้าพันแผลและใส่เฝือก ก็ถูกลูกน้องหามใส่เปลพยาบาลตามมาด้วย
“ผมว่านะพี่หม่า เรื่องแค่นี้ให้พวกผมจัดการก็พอแล้ว พี่ไม่เห็นต้องลำบากมาเองเลย?”
ชายร่างท้วมถลึงตา: “แกจะไปรู้อะไรวะ? ลุยเข้าไป! ทุบร้านซักรีดอันหนิงให้เละ สาดสีให้ทั่ว!”
“สองแม่ลูกนั่นก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุข ฉันจะทำให้ไอ้เด็กนั่นรู้ว่ามันเล่นผิดคนแล้ว คอยดูสิว่ามันยังจะกล้าซ่าอีกไหม!”
คนกลุ่มใหญ่วิ่งกรูเข้ามาที่ร้านซักรีดอันหนิง
พวกคุณป้าหน้าเปลี่ยนสีทันที: “แย่แล้ว ปัญหามาเคาะประตูบ้านแล้ว เมื่อเช้าเสี่ยวเจี๋ยไม่น่าใจร้อนเลย พวก ‘ซานเหอกรุ๊ป’ นี่ตอแยด้วยยากจะตาย?”
อันหนิงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอกก็รีบวิ่งลงมาข้างล่าง เถาเหยาเหยาก็มองดูอยู่บนตึกด้วยความตื่นตระหนก
คุณป้ารีบแนะนำ: “อันหนิง รีบโทรแจ้งตำรวจเร็วเข้า ไม่งั้นจะไม่ทันการเอานะ...”
อันหนิงหน้าตาตื่น รีบหยิบมือถือออกมาจะโทรแจ้งตำรวจ
ทว่าในขณะนั้น เยี่ยเยว่ขมวดคิ้วแน่น มองดูพวกนักเลงที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา
“คุณน้าคะ... ไม่ต้องแจ้งตำรวจหรอก มีหนูอยู่ทั้งคน หนูนี่แหละตำรวจ!”
อันหนิงชะงัก: “เธอคือ...”
เยี่ยเยว่ไม่หันกลับไปมอง เดินตรงดิ่งไปหาพวกนักเลงทันที:
“หนูคือเพื่อนของเสี่ยวเจี๋ยค่ะ คุณน้าไม่ต้องห่วง หนูจัดการได้!”
ชายร่างท้วมพอเห็นเยี่ยเยว่ก็ยิ่งคึก
สาวอกตู้มมาจากไหนวะเนี่ย? คืนนี้มาไม่เสียเที่ยวแฮะ?
“ลุย! ใครกล้าออกหน้าแทนมัน จัดการให้หมด!”
เยี่ยเยว่หรี่ตาลง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งจันทร์โลหิต เธอดีดนิ้วดังเปาะ นักรบพันธุกรรมเหล่านั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที ร่างกายระเบิดหมอกเลือดออกมา
หมอกเลือดเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นหนามโลหิต ลอยคว้างจ่ออยู่ที่คอหอยของพวกนักเลงตามการสะบัดมือของเยี่ยเยว่
“พวกแกอยากจะจัดการใคร?”
“ถ้ากล้าขยับอีกแม้แต่นิดเดียว ก็ไปลงนรกกันให้หมด!”
พวกนักรบพันธุกรรมหน้าซีดเผือด มองเยี่ยเยว่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ผู้หญิงคนนี้เป็นนักรบพันธุกรรมระดับไหนกันแน่?
ในวินาทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นอันหนิงหรือพวกคุณป้าต่างก็ตาโต ผู้หญิงคนนี้เก่งชะมัด
เธอเป็นเพื่อนกับเสี่ยวเจี๋ยจริงๆ เหรอ?
ชายร่างท้วมหน้าซีดเผือด เตะเจอของแข็งเข้าแล้วไหมล่ะ? ไอ้เด็กจนๆ นั่น มันมีเส้นสายขนาดนี้เลยเหรอ?
“เธอ... เธอเด็กถิ่นไหน? เคยได้ยินชื่อซานเหอกรุ๊ปไหม? ทางที่ดีเธอ...”
เยี่ยเยว่หรี่ตา: “ถามว่าฉันเด็กถิ่นไหนงั้นเหรอ?”
“หัวหน้าหน่วยที่สาม หน่วยปราบปีศาจ แกคิดว่าฉันเด็กถิ่นไหนล่ะ?”
พูดจบ เธอก็โชว์ตราประจำตัวออกมา
สมองของชายร่างท้วมวิ้งไปหมด เหงื่อกาฬไหลพราก
หน่วยปราบปีศาจ?
ต่อให้อิทธิพลของที่บ้านจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่กล้าไปงัดข้อกับองค์กรของรัฐหรอก ใช่ไหม? โดยเฉพาะหน่วยปราบปีศาจที่มีอำนาจล้นฟ้าเนี่ยนะ?
ไอ้เด็กนั่น แมังมีความสัมพันธ์กับคนของหน่วยปราบปีศาจด้วยเรอะ!?
สีหน้าของเยี่ยเยว่เย็นชาถึงขีดสุด: “ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในเขตชุมชน พกพาอาวุธ พยายามทำลายทรัพย์สินของประชาชน แถมยังมีนักรบพันธุกรรมเข้าร่วมด้วย?”
“พวกแกอยากจะเข้าไปกินข้าวแดงในคุกของสำนักงานรักษาความสงบกันให้หมดเลยใช่ไหม?”
ชายร่างท้วมตัวสั่นงันงก:
=????(?﹏? ????) “ปะ... เปล่านะครับ ไม่มี๊ พวกเรา... พวกเรามาบูรณะตึกเก่า มาทาสีให้ร้านค้าครับ!”
“แล้วที่พกไม้เบสบอล ท่อเหล็ก มีดดาบมาล่ะ?”
(⌒?⌒;)? “อ่าฮะ... อ่าฮะฮะ ไม่มีๆ ครับ นั่นมัน... เอามาเขี่ยขยะ ถางหญ้า ช่วยทำความสะอาดชุมชนครับ ที่ต้องมาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ก็เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำมาหากินและเวลาพักผ่อนของชาวบ้านไงครับ...”
เยี่ยเยว่พูดเสียงเย็น: “เห็นฉันตาบอดหรือไง? กลางวันแสกๆ... เอ้ย ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ยังกล้าท้าทายกฎหมายต้าเซี่ย พวกแกยังมีอะไรที่ไม่กล้าทำอีก?”
ทันใดนั้น เหรินเจี๋ยที่หน้าดำคร่ำเครียดก็เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มนักเลง สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่ชายร่างท้วม
เขาเดินเข้าไปถีบเปลพยาบาลจนคว่ำ แล้วเหยียบหน้าชายร่างท้วมเดินผ่านไป
ชายร่างท้วมเจ็บจนตัวสั่น แต่ไม่กล้าแม้แต่จะโกรธ
เหรินเจี๋ยหันไปมองเยี่ยเยว่ แล้วพูดอย่างเอือมระอาว่า:
“เอ่อ~ ดึกป่านนี้แล้ว จะเรียกว่ากลางวันแสกๆ ก็คงไม่ได้มั้งครับ...”
เยี่ยเยว่หน้าแดงระเรื่อ:
“มะ... ไม่สำคัญหรอก ฉันว่าซานเหอกรุ๊ปเนี่ย สมควรต้องโดนตรวจสอบอย่างละเอียดได้แล้วนะ!”
ชายร่างท้วมร้อนรนถึงขีดสุด ถ้าเพราะเรื่องนี้ทำให้ซานเหอกรุ๊ปโดนหน่วยปราบปีศาจเพ่งเล็ง พ่อต้องตีเขาตายแน่ๆ
“อย่านะครับ... อย่าเลย... ขอละเว้นเถอะครับ... ผม...”
เหรินเจี๋ยเดินไปหยุดตรงหน้าเยี่ยเยว่ เลิกคิ้วถาม:
(??~??) “รอผมนานแค่ไหนแล้วครับ?”
เยี่ยเยว่ยิ้ม: “ก็นานอยู่นะ... ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม? เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?”
ความคิดของเธอนั้นเรียบง่าย หนีได้ก็หนีไป ยังไงก็หนีไม่พ้นบ้าน เหรินเจี๋ยยังไงก็ต้องกลับบ้าน
เหรินเจี๋ยถอนหายใจ หนีไม่พ้นจริงๆ ด้วย?
“งั้นคุยกันก็ได้ครับ น้าอันหนิงครับ เดี๋ยวผมกลับมานะ น้ากับเหยาเหยาเข้านอนก่อนได้เลยครับ~”
ในตอนนี้ อันหนิงและเถาเหยาเหยารวมถึงพวกคุณป้ายังคงตกตะลึงจนตั้งสติไม่ได้
เสี่ยวเจี๋ยไปรู้จักคนของหน่วยปราบปีศาจได้ยังไง?
นั่นมันหน่วยปราบปีศาจเชียวนะ!
เห็นเพียงเยี่ยเยว่ที่มีสีหน้าดีใจ รีบคว้าข้อมือเหรินเจี๋ย
“ตามฉันมา!”
พูดไปก็หันกลับไปมองพวกนักเลงแล้วพูดเสียงเย็น: “สิ่งที่พวกแกพูด ทางที่ดีขอให้เป็นเรื่องจริง!”
พูดจบเยี่ยเยว่ก็ลากเหรินเจี๋ยวิ่งออกไป
ชายร่างท้วมที่มีรอยรองเท้าสีดำประทับอยู่บนหน้า นอนหมอบอยู่กับพื้นตะโกนสั่งลูกน้อง: “ยังจะยืนบื้อกันอยู่ทำไมวะ? ทำงานสิโว้ย!”
ดังนั้น ฉากที่แปลกประหลาดจึงเกิดขึ้น
ในเวลาเช้ามืด... กลุ่มชายฉกรรจ์สวมสูทใส่แว่นดำและมีรอยสัก เริ่มถือมีดดาบเล่มโตมาถางหญ้า ถือถังสีกลายเป็นช่างทาสี ไม้เบสบอลและท่อเหล็กกลายสภาพเป็นไม้เขี่ยขยะ...
กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่ของเหล่าแก๊งมาเฟีย จึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคักด้วยประการละฉะนี้