เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?

บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?

บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?


บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?

ใต้เสาไฟฟ้าตรงข้ามร้านซักรีดอันหนิงในเขต 69 เยี่ยเยว่ยืนรออยู่ใต้เสาไฟฟ้ามาสามชั่วโมงแล้ว

ระหว่างรอก็ชะเง้อมองร้านซักรีดอันหนิงและปากทางแยกอยู่ตลอด พร้อมกับปาดน้ำตา สูดน้ำมูกไปด้วย

ไม่ใช่ว่าเยี่ยเยว่อยากร้องไห้ แต่ฤทธิ์สเปรย์มันแรงเกินไป จนป่านนี้ยังไม่หายแสบตาเลย

แต่ทว่าภาพนี้ในสายตาของเพื่อนบ้าน มันช่างดูมีความหมายลึกซึ้งเหลือเกิน

สาวสวยหยาดเยิ้มมายืนรอใต้โคมไฟถนนสามชั่วโมง รอไปร้องไห้ไป ขอบตาแดงก่ำ มันบ่งบอกอะไรได้ชัดเจนเลยไม่ใช่เหรอ?

ทันใดนั้น เพื่อนบ้านหลายคนก็เข้ามาปลอบใจ

“แม่หนู~ อย่าร้องเลยนะ มีเรื่องอะไรทุกข์ใจบอกป้าได้นะ?”

“เอาน่า~ ไม่ต้องอายหรอกหนู ป้าก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว หนูคงกำลังกลุ้มใจเรื่องความรักอยู่ใช่ไหมล่ะ?”

(????) “ทำแท้ง? เลิกกัน? เจอผู้ชายเฮงซวย? หรือว่าเป็นศึกเมียน้อยตบเมียหลวง? ระบายออกมาเถอะนะ~”

ในตอนนี้ ป้าๆ หลายคนเริ่มมุงเข้ามา แววตาแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชน บางคนถึงกับควักเก้าอี้พับออกมานั่ง เตรียมตัวเสพข่าวซุบซิบกันเต็มที่

เยี่ยเยว่งงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย? เธอเลยสูดน้ำมูกฟืดฟาด:

(??~?) “เปล่าค่ะ... คุณป้าคะ พอจะรู้ไหมคะว่าปกติเหรินเจี๋ยกลับมาตอนกี่โมง? หนูมารอเขา...”

พอเอ่ยถึงชื่อนี้ ดวงตาของเหล่าคุณป้าพลันเป็นประกายทันที หรือว่าแม่หนูคนนี้กับเสี่ยวเจี๋ย...

จุ๊ๆๆ~

“เสี่ยวเจี๋ยเหรอ? ปกติกว่าจะกลับก็ตีสองตีสามโน่นแหละ แล้วพอเช้ามืดยังไม่ทันสว่างก็ออกไปอีกแล้ว เด็กคนนี้มันดีจริงๆ นะ แถวบ้านมีเรื่องอะไร ปกติก็ไหว้วานเด็กคนนี้ให้ช่วยทั้งนั้น...”

“อย่างเช่นซ่อมแอร์ ตามหาหมาแมว ทะลวงท่อระบายน้ำ ขนวัสดุก่อสร้าง ติวหนังสือให้เด็กๆ ไม่มีเรื่องไหนที่เขาทำไม่ได้...”

“แต่เด็กคนนี้อาภัพนะ ดันมาเจอเรื่องแบบนี้ที่บ้าน เฮ้อ~ แม่หนู... หนูคงไม่ใช่กับเสี่ยวเจี๋ย...”

เยี่ยเยว่กระแอมเบาๆ สองที ลูบจมูกแก้เขิน:

“คุณป้าคะ... ไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ เรื่องของหนูกับเหรินเจี๋ย เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเองได้ค่ะ...”

คุณป้าเริ่มออกรส: “ป้าจะบอกให้นะแม่หนู สมัยนี้เด็กดีๆ อย่างเสี่ยวเจี๋ยหาไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ ถ้าคว้าไว้ได้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียว...”

“ถ้าไอ้หนูนั่นมันทำอะไรไม่ดีกับหนู บอกป้ามาเลย เดี๋ยวป้าช่วยจัดการมันให้!”

สีหน้าของเยี่ยเยว่ดูประหลาดพิกล เหรินเจี๋ย? เด็กดี?

วางยาถ่ายนกพิราบ ระเบิดโถอึในห้องน้ำ นี่มันห่างไกลจากคำว่าเด็กดีไปไกลโขเลยนะ?

“คุณป้าคะ... ไม่ใช่จริงๆ...”

ยังไม่ทันที่เยี่ยเยว่จะพูดจบ ก็ได้ยินเสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากซอย

ตามมาด้วยกลุ่มคนจำนวนมหาศาลที่ลงมาจากรถ ในมือถือท่อเหล็ก ถังสี และไม้เบสบอล แถมยังมีนักรบพันธุกรรมปะปนมาด้วยหลายคน

ส่วนชายร่างท้วมที่ทั้งตัวพันไปด้วยผ้าพันแผลและใส่เฝือก ก็ถูกลูกน้องหามใส่เปลพยาบาลตามมาด้วย

“ผมว่านะพี่หม่า เรื่องแค่นี้ให้พวกผมจัดการก็พอแล้ว พี่ไม่เห็นต้องลำบากมาเองเลย?”

ชายร่างท้วมถลึงตา: “แกจะไปรู้อะไรวะ? ลุยเข้าไป! ทุบร้านซักรีดอันหนิงให้เละ สาดสีให้ทั่ว!”

“สองแม่ลูกนั่นก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุข ฉันจะทำให้ไอ้เด็กนั่นรู้ว่ามันเล่นผิดคนแล้ว คอยดูสิว่ามันยังจะกล้าซ่าอีกไหม!”

คนกลุ่มใหญ่วิ่งกรูเข้ามาที่ร้านซักรีดอันหนิง

พวกคุณป้าหน้าเปลี่ยนสีทันที: “แย่แล้ว ปัญหามาเคาะประตูบ้านแล้ว เมื่อเช้าเสี่ยวเจี๋ยไม่น่าใจร้อนเลย พวก ‘ซานเหอกรุ๊ป’ นี่ตอแยด้วยยากจะตาย?”

อันหนิงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอกก็รีบวิ่งลงมาข้างล่าง เถาเหยาเหยาก็มองดูอยู่บนตึกด้วยความตื่นตระหนก

คุณป้ารีบแนะนำ: “อันหนิง รีบโทรแจ้งตำรวจเร็วเข้า ไม่งั้นจะไม่ทันการเอานะ...”

อันหนิงหน้าตาตื่น รีบหยิบมือถือออกมาจะโทรแจ้งตำรวจ

ทว่าในขณะนั้น เยี่ยเยว่ขมวดคิ้วแน่น มองดูพวกนักเลงที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา

“คุณน้าคะ... ไม่ต้องแจ้งตำรวจหรอก มีหนูอยู่ทั้งคน หนูนี่แหละตำรวจ!”

อันหนิงชะงัก: “เธอคือ...”

เยี่ยเยว่ไม่หันกลับไปมอง เดินตรงดิ่งไปหาพวกนักเลงทันที:

“หนูคือเพื่อนของเสี่ยวเจี๋ยค่ะ คุณน้าไม่ต้องห่วง หนูจัดการได้!”

ชายร่างท้วมพอเห็นเยี่ยเยว่ก็ยิ่งคึก

สาวอกตู้มมาจากไหนวะเนี่ย? คืนนี้มาไม่เสียเที่ยวแฮะ?

“ลุย! ใครกล้าออกหน้าแทนมัน จัดการให้หมด!”

เยี่ยเยว่หรี่ตาลง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งจันทร์โลหิต เธอดีดนิ้วดังเปาะ นักรบพันธุกรรมเหล่านั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที ร่างกายระเบิดหมอกเลือดออกมา

หมอกเลือดเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นหนามโลหิต ลอยคว้างจ่ออยู่ที่คอหอยของพวกนักเลงตามการสะบัดมือของเยี่ยเยว่

“พวกแกอยากจะจัดการใคร?”

“ถ้ากล้าขยับอีกแม้แต่นิดเดียว ก็ไปลงนรกกันให้หมด!”

พวกนักรบพันธุกรรมหน้าซีดเผือด มองเยี่ยเยว่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ผู้หญิงคนนี้เป็นนักรบพันธุกรรมระดับไหนกันแน่?

ในวินาทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นอันหนิงหรือพวกคุณป้าต่างก็ตาโต ผู้หญิงคนนี้เก่งชะมัด

เธอเป็นเพื่อนกับเสี่ยวเจี๋ยจริงๆ เหรอ?

ชายร่างท้วมหน้าซีดเผือด เตะเจอของแข็งเข้าแล้วไหมล่ะ? ไอ้เด็กจนๆ นั่น มันมีเส้นสายขนาดนี้เลยเหรอ?

“เธอ... เธอเด็กถิ่นไหน? เคยได้ยินชื่อซานเหอกรุ๊ปไหม? ทางที่ดีเธอ...”

เยี่ยเยว่หรี่ตา: “ถามว่าฉันเด็กถิ่นไหนงั้นเหรอ?”

“หัวหน้าหน่วยที่สาม หน่วยปราบปีศาจ แกคิดว่าฉันเด็กถิ่นไหนล่ะ?”

พูดจบ เธอก็โชว์ตราประจำตัวออกมา

สมองของชายร่างท้วมวิ้งไปหมด เหงื่อกาฬไหลพราก

หน่วยปราบปีศาจ?

ต่อให้อิทธิพลของที่บ้านจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่กล้าไปงัดข้อกับองค์กรของรัฐหรอก ใช่ไหม? โดยเฉพาะหน่วยปราบปีศาจที่มีอำนาจล้นฟ้าเนี่ยนะ?

ไอ้เด็กนั่น แมังมีความสัมพันธ์กับคนของหน่วยปราบปีศาจด้วยเรอะ!?

สีหน้าของเยี่ยเยว่เย็นชาถึงขีดสุด: “ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในเขตชุมชน พกพาอาวุธ พยายามทำลายทรัพย์สินของประชาชน แถมยังมีนักรบพันธุกรรมเข้าร่วมด้วย?”

“พวกแกอยากจะเข้าไปกินข้าวแดงในคุกของสำนักงานรักษาความสงบกันให้หมดเลยใช่ไหม?”

ชายร่างท้วมตัวสั่นงันงก:

=????(?﹏? ????) “ปะ... เปล่านะครับ ไม่มี๊ พวกเรา... พวกเรามาบูรณะตึกเก่า มาทาสีให้ร้านค้าครับ!”

“แล้วที่พกไม้เบสบอล ท่อเหล็ก มีดดาบมาล่ะ?”

(⌒?⌒;)? “อ่าฮะ... อ่าฮะฮะ ไม่มีๆ ครับ นั่นมัน... เอามาเขี่ยขยะ ถางหญ้า ช่วยทำความสะอาดชุมชนครับ ที่ต้องมาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ก็เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำมาหากินและเวลาพักผ่อนของชาวบ้านไงครับ...”

เยี่ยเยว่พูดเสียงเย็น: “เห็นฉันตาบอดหรือไง? กลางวันแสกๆ... เอ้ย ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ยังกล้าท้าทายกฎหมายต้าเซี่ย พวกแกยังมีอะไรที่ไม่กล้าทำอีก?”

ทันใดนั้น เหรินเจี๋ยที่หน้าดำคร่ำเครียดก็เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มนักเลง สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่ชายร่างท้วม

เขาเดินเข้าไปถีบเปลพยาบาลจนคว่ำ แล้วเหยียบหน้าชายร่างท้วมเดินผ่านไป

ชายร่างท้วมเจ็บจนตัวสั่น แต่ไม่กล้าแม้แต่จะโกรธ

เหรินเจี๋ยหันไปมองเยี่ยเยว่ แล้วพูดอย่างเอือมระอาว่า:

“เอ่อ~ ดึกป่านนี้แล้ว จะเรียกว่ากลางวันแสกๆ ก็คงไม่ได้มั้งครับ...”

เยี่ยเยว่หน้าแดงระเรื่อ:

“มะ... ไม่สำคัญหรอก ฉันว่าซานเหอกรุ๊ปเนี่ย สมควรต้องโดนตรวจสอบอย่างละเอียดได้แล้วนะ!”

ชายร่างท้วมร้อนรนถึงขีดสุด ถ้าเพราะเรื่องนี้ทำให้ซานเหอกรุ๊ปโดนหน่วยปราบปีศาจเพ่งเล็ง พ่อต้องตีเขาตายแน่ๆ

“อย่านะครับ... อย่าเลย... ขอละเว้นเถอะครับ... ผม...”

เหรินเจี๋ยเดินไปหยุดตรงหน้าเยี่ยเยว่ เลิกคิ้วถาม:

(??~??) “รอผมนานแค่ไหนแล้วครับ?”

เยี่ยเยว่ยิ้ม: “ก็นานอยู่นะ... ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม? เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?”

ความคิดของเธอนั้นเรียบง่าย หนีได้ก็หนีไป ยังไงก็หนีไม่พ้นบ้าน เหรินเจี๋ยยังไงก็ต้องกลับบ้าน

เหรินเจี๋ยถอนหายใจ หนีไม่พ้นจริงๆ ด้วย?

“งั้นคุยกันก็ได้ครับ น้าอันหนิงครับ เดี๋ยวผมกลับมานะ น้ากับเหยาเหยาเข้านอนก่อนได้เลยครับ~”

ในตอนนี้ อันหนิงและเถาเหยาเหยารวมถึงพวกคุณป้ายังคงตกตะลึงจนตั้งสติไม่ได้

เสี่ยวเจี๋ยไปรู้จักคนของหน่วยปราบปีศาจได้ยังไง?

นั่นมันหน่วยปราบปีศาจเชียวนะ!

เห็นเพียงเยี่ยเยว่ที่มีสีหน้าดีใจ รีบคว้าข้อมือเหรินเจี๋ย

“ตามฉันมา!”

พูดไปก็หันกลับไปมองพวกนักเลงแล้วพูดเสียงเย็น: “สิ่งที่พวกแกพูด ทางที่ดีขอให้เป็นเรื่องจริง!”

พูดจบเยี่ยเยว่ก็ลากเหรินเจี๋ยวิ่งออกไป

ชายร่างท้วมที่มีรอยรองเท้าสีดำประทับอยู่บนหน้า นอนหมอบอยู่กับพื้นตะโกนสั่งลูกน้อง: “ยังจะยืนบื้อกันอยู่ทำไมวะ? ทำงานสิโว้ย!”

ดังนั้น ฉากที่แปลกประหลาดจึงเกิดขึ้น

ในเวลาเช้ามืด... กลุ่มชายฉกรรจ์สวมสูทใส่แว่นดำและมีรอยสัก เริ่มถือมีดดาบเล่มโตมาถางหญ้า ถือถังสีกลายเป็นช่างทาสี ไม้เบสบอลและท่อเหล็กกลายสภาพเป็นไม้เขี่ยขยะ...

กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่ของเหล่าแก๊งมาเฟีย จึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคักด้วยประการละฉะนี้

จบบทที่ บทที่ 27 กิจกรรมจิตอาสาครั้งใหญ่?

คัดลอกลิงก์แล้ว