- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ
บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ
บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ
บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ
ณ ทางม้าลายไม่ไกลจากห้องน้ำสาธารณะ คุณลุงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำก็ยกยิ้มมุมปาก
(¬?¬〃) หึๆ~ คิดจะจับฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ~
คนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเหรินเจี๋ยที่แอบหนีออกมาจากสายตาของเยี่ยหวาย
โดยใช้ความสามารถในการปลอมตัวของวิญญาณปีศาจหนังมนุษย์
ในที่สุดเหรินเจี๋ยก็เข้าใจแล้วว่า วิญญาณปีศาจสองตนที่ถูกขังอยู่ใต้รากต้นไม้นั้นมีประโยชน์อะไร
ขอแค่เขายอมจ่ายหมอกอารมณ์จำนวนหนึ่ง ก็จะสามารถใช้สกิลพรสวรรค์ดั้งเดิมของวิญญาณปีศาจที่ถูกขังได้หนึ่งครั้ง
แต่การใช้หนึ่งครั้ง มันจะทำให้วิญญาณปีศาจตนนั้นถูกเผาผลาญไปส่วนหนึ่ง
ดูจากสภาพของวิญญาณปีศาจหนังมนุษย์แล้ว ใช้ได้อีกไม่กี่ครั้งก็คงจะหายไปอย่างถาวร
ถึงอย่างนั้น ความสามารถนี้ก็ยังถือว่าโกงมากอยู่ดี
นี่เท่ากับว่าเขาสามารถไปไล่จับวิญญาณปีศาจตัวอื่นๆ มา แล้วใช้สกิลพรสวรรค์ของพวกมันเหมือนเป็นกล่องสกิลเสริมชั่วคราวได้เลยสิ
นี่มันสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ?
และในขณะที่ใช้วิญญาณปีศาจหนังมนุษย์ ความทรงจำที่แตกสลายบางส่วนของเฉินฮว่าก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเหรินเจี๋ย
ทำให้เหรินเจี๋ยได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนเกี่ยวกับกรงเล็บปีศาจ องค์กรทาโรต์ หรือแม้แต่เรื่องของตัวมาร์เทนล่าสมบัติ
ทาโรต์เป็นองค์กรลึกลับที่หยั่งรากลึกอยู่ในอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน เป็นองค์กรขนาดมหึมาที่เกินกว่าจินตนาการของเหรินเจี๋ย
ภายใต้สังกัดมีผู้บริหารหลายคน การปรากฏตัวของผู้บริหารแต่ละคน มักจะมาพร้อมกับเหตุการณ์ใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ
เพราะทาโรต์คือองค์กรก่อการร้ายที่สามารถต่อกรกับทั้งสามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ อสูร และวิญญาณ ได้ด้วยตัวคนเดียว
แม้แต่เฉินฮว่าก็รู้เรื่องนี้ไม่มากนัก เพราะระดับของเธอยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าไปสัมผัสกับตัวตนระดับนั้นได้
ส่วนกรงเล็บปีศาจ เป็นเพียงองค์กรย่อยภายใต้การดูแลของผู้บริหารคนหนึ่งของทาโรต์เท่านั้น
สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ทำสัญญาปีศาจ โดยจะใช้ตัวมาร์เทนล่าสมบัติในการค้นหาและดึงสมาชิกใหม่ เหตุผลที่พวกมันมาหาเขาก็เพราะเรื่องนี้
เหรินเจี๋ยขมวดคิ้วแน่น เขาคือคนที่องค์กรทาโรต์ตามหางั้นเหรอ?
เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีอะไรพิเศษ สิ่งเดียวที่นึกออกก็คือต้นไม้ปีศาจ
ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และองค์กรใหญ่อย่างทาโรต์มาหาเขาจริงๆ ปัญหาก็คงจะใหญ่หลวงแน่...
โชคดีที่เฉินฮว่ากับหลี่จั่นยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้ขึ้นไป เพื่อยืนยันว่าเขาใช่ตัวจริงหรือไม่
ตอนนี้เขาปลอดภัยชั่วคราว เหรินเจี๋ยไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันเลยสักนิด
ทำตัวให้เงียบเข้าไว้ อย่าไปยุ่งเกี่ยวก็พอ
......
เขต 38 เมืองจินเฉิง ณ คฤหาสน์ถงกู่(กลองทองแดง) การตกแต่งภายในเรียกได้ว่าเหมือนอยู่ในนรก มีการจุดเทียนเรียงรายเป็นแถว แถมยังแขวนผ้าขาวไว้อีกเพียบ
ในห้องนอนหลัก สิ่งที่ตั้งอยู่ไม่ใช่เตียงนอนขนาดใหญ่ แต่เป็นโลงศพสีแดงชาด...
ชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามา หยุดที่หน้าโลงศพแล้วเคาะเบาๆ สองที
“ใต้เท้าราชันย์ภูต เกิดเรื่องแล้วครับ...”
ได้ยินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากในโลงศพ จากนั้นฝาโลงก็ถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือด สวมชุดนอนและหมวกนอน ลุกขึ้นนั่งในโลงศพ
สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก เหมือนคนตื่นนอนแล้วหงุดหงิดนิดหน่อย~
“รู้แล้วเหรอ? หลี่จั่นอยู่ไหน?”
“หลี่จั่นกับเฉินฮว่าปะทะกับหน่วยปราบปีศาจที่เขตอุตสาหกรรมเคมี ตอนนี้เกรงว่า...”
หลัวซู่เดาะลิ้น “ชิ” ด้วยสีหน้าเซ็งจัด
เมื่อครู่นี้ เขาได้รับข้อความจากหลี่จั่น
“คนที่ทาโรต์ตามหาเจอแล้ว คือคน(เหริน)?”
นี่มันพูดจาภาษาคนไหมเนี่ย? ในเมืองจินเฉิงก็มีแต่คนทั้งนั้น จะให้ฉันไปหาที่ไหน?
ไหนๆ จะสั่งเสียแล้ว ช่วยพูดอะไรที่มีประโยชน์หน่อยไม่ได้หรือไงฟะ?
“ศพล่ะ?”
“ถูกคนของหน่วยปราบปีศาจเอาไปแล้วครับ...”
“ชิ~ ไอ้เวรเอ๊ย ไม่ใช่บอกพวกมันแล้วเหรอว่าช่วงนี้ห้ามทำอะไรโดยพลการ?”
หลัวซู่โกรธจนตัวสั่น หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
เพิ่งจะสูบไปคำเดียว ยังไม่ทันได้ซื้ดลงปอด ลูกน้องชุดสูทก็ตาถลน ง้างมือขึ้น เส้นเลือดที่แขนปูดโปน
ตบฉาดเดียว เสียงดังสนั่นจนเกิดโซนิคบูมสามครั้ง ฟาดเข้าที่หน้าหลัวซู่เต็มแรง บุหรี่หักกระเด็น ประกายไฟปลิวว่อน หลัวซู่โดนตบจนลงไปนอนกองในโลงศพ
(?°?益°?)っ)#??3??) พรูด~
เขามึนตึ้บไปหมด จากนั้นความโกรธก็พุ่งพล่าน กระโดดขึ้นมาจากโลงศพ คว้าคอเสื้อลูกน้องชุดสูท
(???益??) “แกทำบ้าอะไรวะ? เบื่อชีวิตแล้วเหรอ? ลูกพี่แกยังกล้าตบ?”
ลูกน้องชุดสูทหน้าซีดเผือด
(?????﹏??) “ละ... ลูกพี่ ก็ลูกพี่สั่งเองนี่ครับ ว่าถ้าวันไหนสูบเกิน 10 มวน ให้ตบปากลูกพี่ได้เลย แล้วถ้าตบไม่แรง ถือว่าไม่ให้เกียรติลูกพี่... ลูกพี่... ลูกพี่จะเลิกบุหรี่ไม่ใช่เหรอครับ?”
หลัวซู่ชะงัก ก่อนจะถามด้วยความคับแค้นใจ: “วันนี้... ถึงสิบมวนแล้วเหรอ?”
“ถึงแล้วครับ ผมจดไว้ในสมุดโน้ตแล้ว ไม่เชื่อลูกพี่ดูสิ!”
หลัวซู่กัดฟันกรอด ผลักลูกน้องออกไป แล้วเดินไปเดินมาในห้องรับแขก
คนที่ทาโรต์ตามหา? ภารกิจนี้มันผ่านมาเกือบสิบปีแล้วนะ พวกแกยังอุตส่าห์จำได้อีก
สรุปจะรายงานหรือไม่รายงานดี?
ถ้าหลี่จั่นพวกมันไม่มั่นใจ คงไม่เอาชีวิตไปเสี่ยงหรอก มันคือไอ้โง่สองตัวที่โลภมากอยากได้หน้าเลยนะ!
ไม่รู้จักมาปรึกษาฉันก่อน? ตอนนี้ข้อมูลในมือฉันมีแค่คำสั่งเสียของหลี่จั่นที่เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย
หลัวซู่ลังเลอยู่ครู่เดียว
“บอกพี่น้องทุกคนให้ทำตัวสงบเสงี่ยมไว้ช่วงนี้ ใครจะไปรู้ว่าพวกหน่วยปราบปีศาจจะขุดข้อมูลอะไรออกมาจากศพได้บ้าง”
“ฉันจะออกไปข้างนอกสักพัก อีกหลายวันกว่าจะกลับ...”
......
สาขาหน่วยปราบปีศาจเมืองจินเฉิง ห้องทำงานหัวหน้าสาขา
เสิ่นฉือกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขากำลังต่อปราสาทสาวน้อยหวานใจที่ทำจากตัวต่อเลโก้กว่าหมื่นชิ้น ซึ่งต่อเสร็จไปเกินครึ่งแล้ว
ระหว่างที่ต่อ เขาก็เผลอยิ้มอย่างมีความสุขออกมา
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งอุ้มกองเอกสารวิ่งเข้ามา
“ท่านหัวหน้าสาขา? หน่วยที่สามกลับมาแล้วครับ นี่คือรายงาน... เอ่อ...”
เสิ่นฉือไม่ได้ลุกขึ้น แต่รับรายงานมาอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง อ่านไปต่อปราสาทไป
แต่อ่านไปอ่านมา มือที่ต่อปราสาทของเสิ่นฉือก็เริ่มช้าลง จนสุดท้ายเขาก็จมดิ่งไปกับรายงาน
ในรายงานไม่ได้มีแค่สรุปผลการปฏิบัติงาน ข้อมูลของเหรินเจี๋ย แต่ยังมีข้อมูลที่ผู้สื่อวิญญาณขุดออกมาจากศพด้วย
“คนที่ทาโรต์ตามหา? ภารกิจเก่าสิบปี? ตัวมาร์เทนล่าสมบัติ? อำนาจปีศาจ...”
เสิ่นฉือที่ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง รีบเปิดดูประวัติส่วนตัวของเหรินเจี๋ยทันที
“สิบปีก่อน ผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติปีศาจระดับ A ที่เมืองจิ้นเฉิง? มังกรดินพลิกตัว... เมืองจิ้นเฉิง... เมืองจิ้นเฉิง... ซี้ด~”
เสิ่นฉือขนลุกซู่ไปทั้งตัว เหงื่อแตกพลั่ก ลุกพรวดพราดขึ้นมา เสียงดัง “โครม” ปราสาทสาวน้อยหวานใจพังครืนลงมา
แต่เสิ่นฉือไม่มีเวลามาสนใจแล้ว รีบคว้าโทรศัพท์ กดโทรออกทันที
ปลายสายคือเมืองหลวงมังกรเซี่ยจิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงและหัวใจของประเทศต้าเซี่ย
“ฮัลโหล? ท่านหัวหน้าใหญ่เหรอครับ? ผมสงสัยว่าตราประทับปีศาจชิ้นที่สามปรากฏขึ้นแล้วครับ!”
“แน่ใจนะ? เล่ารายละเอียดมาให้ชัดเจน...”
เสิ่นฉือไม่ปิดบัง ส่งรายงานไปที่เมืองหลวงทันที
ปลายสายเงียบไปนาน
“เข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวของเหรินเจี๋ยด้วยระดับความลับสูงสุด แก้ไขข้อมูลที่บอกว่าเขามาจากเมืองจิ้นเฉิง ห้ามใครเข้าถึงเด็ดขาด”
“นอกจากนี้ หาทางดึงเขาเข้าหน่วยปราบปีศาจให้ได้ ถ้าเขาไม่อยากเข้า ก็ดึงเขาเข้าสู่ระบบราชการของต้าเซี่ย จะให้เป็นกองกำลังป้องกันต้าเซี่ย หรือสำนักงานซือเหยาก็ได้”
“จำไว้ข้อหนึ่ง ห้ามบีบบังคับเขาเด็ดขาด ห้ามสร้างความกดดันทางจิตใจให้เขา ผู้ทำสัญญาปีศาจอารมณ์ไม่คงที่ ความกดดันจะยิ่งผลักไสเขาให้ออกห่างจากต้าเซี่ย ออกห่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์...”
เสิ่นฉือกลืนน้ำลาย: “ท่านหัวหน้าใหญ่ ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ยังไม่แน่ใจเลยนะครับว่า เขาเป็นผู้ถือครองตราประทับปีศาจจริงๆ หรือเปล่า”
ปลายสายถอนหายใจ:
“ไม่ว่าเขาจะเป็นหรือไม่ ขอแค่มีความเป็นไปได้แม้แต่นิดเดียว ก็คุ้มค่าที่เราจะทำ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าพยายามสอดรู้สอดเห็นความลับของเขา บทเรียนมีมากพอแล้ว”
“เผ่าพันธุ์มนุษย์จะสูญเสียเสาหลักไปอีกไม่ได้ และอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนจะให้กำเนิดราชาปีศาจเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้แล้วเช่นกัน ปีศาจมายาแห่งเผ่าอสูรอยู่บนฟ้า ยึดครองดวงจันทร์ ราชาต้นไม้ฮุ่ยหลิงแห่งเผ่าวิญญาณอยู่บนดิน หยั่งรากลงในน้ำพุวิญญาณ...”
“สถานการณ์ของมนุษย์ย่ำแย่เหลือเกิน...”
“ไปจัดการซะ!”
เสิ่นฉือกลืนน้ำลาย แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด คราวนี้ถือว่าเจอของดีเข้าให้แล้ว
เขารีบโทรหาเยี่ยเยว่ทันที สั่งการรัวๆ
ทำทุกอย่างเสร็จ เสิ่นฉือถอนหายใจยาว แล้วพึ่งจะหันไปเห็นกองซากปราสาทสาวน้อยหวานใจที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
(?口?|||) “อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องเหมือนตัวมาร์มอตดังก้องไปทั่วหน่วยปราบปีศาจ
ลูกสาวฆ่าฉันตายแน่!