เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ

บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ

บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ


บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ

ณ ทางม้าลายไม่ไกลจากห้องน้ำสาธารณะ คุณลุงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำก็ยกยิ้มมุมปาก

(¬?¬〃) หึๆ~ คิดจะจับฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ~

คนคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเหรินเจี๋ยที่แอบหนีออกมาจากสายตาของเยี่ยหวาย

โดยใช้ความสามารถในการปลอมตัวของวิญญาณปีศาจหนังมนุษย์

ในที่สุดเหรินเจี๋ยก็เข้าใจแล้วว่า วิญญาณปีศาจสองตนที่ถูกขังอยู่ใต้รากต้นไม้นั้นมีประโยชน์อะไร

ขอแค่เขายอมจ่ายหมอกอารมณ์จำนวนหนึ่ง ก็จะสามารถใช้สกิลพรสวรรค์ดั้งเดิมของวิญญาณปีศาจที่ถูกขังได้หนึ่งครั้ง

แต่การใช้หนึ่งครั้ง มันจะทำให้วิญญาณปีศาจตนนั้นถูกเผาผลาญไปส่วนหนึ่ง

ดูจากสภาพของวิญญาณปีศาจหนังมนุษย์แล้ว ใช้ได้อีกไม่กี่ครั้งก็คงจะหายไปอย่างถาวร

ถึงอย่างนั้น ความสามารถนี้ก็ยังถือว่าโกงมากอยู่ดี

นี่เท่ากับว่าเขาสามารถไปไล่จับวิญญาณปีศาจตัวอื่นๆ มา แล้วใช้สกิลพรสวรรค์ของพวกมันเหมือนเป็นกล่องสกิลเสริมชั่วคราวได้เลยสิ

นี่มันสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ?

และในขณะที่ใช้วิญญาณปีศาจหนังมนุษย์ ความทรงจำที่แตกสลายบางส่วนของเฉินฮว่าก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเหรินเจี๋ย

ทำให้เหรินเจี๋ยได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนเกี่ยวกับกรงเล็บปีศาจ องค์กรทาโรต์ หรือแม้แต่เรื่องของตัวมาร์เทนล่าสมบัติ

ทาโรต์เป็นองค์กรลึกลับที่หยั่งรากลึกอยู่ในอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน เป็นองค์กรขนาดมหึมาที่เกินกว่าจินตนาการของเหรินเจี๋ย

ภายใต้สังกัดมีผู้บริหารหลายคน การปรากฏตัวของผู้บริหารแต่ละคน มักจะมาพร้อมกับเหตุการณ์ใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ

เพราะทาโรต์คือองค์กรก่อการร้ายที่สามารถต่อกรกับทั้งสามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ อสูร และวิญญาณ ได้ด้วยตัวคนเดียว

แม้แต่เฉินฮว่าก็รู้เรื่องนี้ไม่มากนัก เพราะระดับของเธอยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าไปสัมผัสกับตัวตนระดับนั้นได้

ส่วนกรงเล็บปีศาจ เป็นเพียงองค์กรย่อยภายใต้การดูแลของผู้บริหารคนหนึ่งของทาโรต์เท่านั้น

สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ทำสัญญาปีศาจ โดยจะใช้ตัวมาร์เทนล่าสมบัติในการค้นหาและดึงสมาชิกใหม่ เหตุผลที่พวกมันมาหาเขาก็เพราะเรื่องนี้

เหรินเจี๋ยขมวดคิ้วแน่น เขาคือคนที่องค์กรทาโรต์ตามหางั้นเหรอ?

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีอะไรพิเศษ สิ่งเดียวที่นึกออกก็คือต้นไม้ปีศาจ

ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และองค์กรใหญ่อย่างทาโรต์มาหาเขาจริงๆ ปัญหาก็คงจะใหญ่หลวงแน่...

โชคดีที่เฉินฮว่ากับหลี่จั่นยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้ขึ้นไป เพื่อยืนยันว่าเขาใช่ตัวจริงหรือไม่

ตอนนี้เขาปลอดภัยชั่วคราว เหรินเจี๋ยไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันเลยสักนิด

ทำตัวให้เงียบเข้าไว้ อย่าไปยุ่งเกี่ยวก็พอ

......

เขต 38 เมืองจินเฉิง ณ คฤหาสน์ถงกู่(กลองทองแดง) การตกแต่งภายในเรียกได้ว่าเหมือนอยู่ในนรก มีการจุดเทียนเรียงรายเป็นแถว แถมยังแขวนผ้าขาวไว้อีกเพียบ

ในห้องนอนหลัก สิ่งที่ตั้งอยู่ไม่ใช่เตียงนอนขนาดใหญ่ แต่เป็นโลงศพสีแดงชาด...

ชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามา หยุดที่หน้าโลงศพแล้วเคาะเบาๆ สองที

“ใต้เท้าราชันย์ภูต เกิดเรื่องแล้วครับ...”

ได้ยินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากในโลงศพ จากนั้นฝาโลงก็ถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือด สวมชุดนอนและหมวกนอน ลุกขึ้นนั่งในโลงศพ

สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก เหมือนคนตื่นนอนแล้วหงุดหงิดนิดหน่อย~

“รู้แล้วเหรอ? หลี่จั่นอยู่ไหน?”

“หลี่จั่นกับเฉินฮว่าปะทะกับหน่วยปราบปีศาจที่เขตอุตสาหกรรมเคมี ตอนนี้เกรงว่า...”

หลัวซู่เดาะลิ้น “ชิ” ด้วยสีหน้าเซ็งจัด

เมื่อครู่นี้ เขาได้รับข้อความจากหลี่จั่น

“คนที่ทาโรต์ตามหาเจอแล้ว คือคน(เหริน)?”

นี่มันพูดจาภาษาคนไหมเนี่ย? ในเมืองจินเฉิงก็มีแต่คนทั้งนั้น จะให้ฉันไปหาที่ไหน?

ไหนๆ จะสั่งเสียแล้ว ช่วยพูดอะไรที่มีประโยชน์หน่อยไม่ได้หรือไงฟะ?

“ศพล่ะ?”

“ถูกคนของหน่วยปราบปีศาจเอาไปแล้วครับ...”

“ชิ~ ไอ้เวรเอ๊ย ไม่ใช่บอกพวกมันแล้วเหรอว่าช่วงนี้ห้ามทำอะไรโดยพลการ?”

หลัวซู่โกรธจนตัวสั่น หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

เพิ่งจะสูบไปคำเดียว ยังไม่ทันได้ซื้ดลงปอด ลูกน้องชุดสูทก็ตาถลน ง้างมือขึ้น เส้นเลือดที่แขนปูดโปน

ตบฉาดเดียว เสียงดังสนั่นจนเกิดโซนิคบูมสามครั้ง ฟาดเข้าที่หน้าหลัวซู่เต็มแรง บุหรี่หักกระเด็น ประกายไฟปลิวว่อน หลัวซู่โดนตบจนลงไปนอนกองในโลงศพ

(?°?益°?)っ)#??3??) พรูด~

เขามึนตึ้บไปหมด จากนั้นความโกรธก็พุ่งพล่าน กระโดดขึ้นมาจากโลงศพ คว้าคอเสื้อลูกน้องชุดสูท

(???益??) “แกทำบ้าอะไรวะ? เบื่อชีวิตแล้วเหรอ? ลูกพี่แกยังกล้าตบ?”

ลูกน้องชุดสูทหน้าซีดเผือด

(?????﹏??) “ละ... ลูกพี่ ก็ลูกพี่สั่งเองนี่ครับ ว่าถ้าวันไหนสูบเกิน 10 มวน ให้ตบปากลูกพี่ได้เลย แล้วถ้าตบไม่แรง ถือว่าไม่ให้เกียรติลูกพี่... ลูกพี่... ลูกพี่จะเลิกบุหรี่ไม่ใช่เหรอครับ?”

หลัวซู่ชะงัก ก่อนจะถามด้วยความคับแค้นใจ: “วันนี้... ถึงสิบมวนแล้วเหรอ?”

“ถึงแล้วครับ ผมจดไว้ในสมุดโน้ตแล้ว ไม่เชื่อลูกพี่ดูสิ!”

หลัวซู่กัดฟันกรอด ผลักลูกน้องออกไป แล้วเดินไปเดินมาในห้องรับแขก

คนที่ทาโรต์ตามหา? ภารกิจนี้มันผ่านมาเกือบสิบปีแล้วนะ พวกแกยังอุตส่าห์จำได้อีก

สรุปจะรายงานหรือไม่รายงานดี?

ถ้าหลี่จั่นพวกมันไม่มั่นใจ คงไม่เอาชีวิตไปเสี่ยงหรอก มันคือไอ้โง่สองตัวที่โลภมากอยากได้หน้าเลยนะ!

ไม่รู้จักมาปรึกษาฉันก่อน? ตอนนี้ข้อมูลในมือฉันมีแค่คำสั่งเสียของหลี่จั่นที่เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย

หลัวซู่ลังเลอยู่ครู่เดียว

“บอกพี่น้องทุกคนให้ทำตัวสงบเสงี่ยมไว้ช่วงนี้ ใครจะไปรู้ว่าพวกหน่วยปราบปีศาจจะขุดข้อมูลอะไรออกมาจากศพได้บ้าง”

“ฉันจะออกไปข้างนอกสักพัก อีกหลายวันกว่าจะกลับ...”

......

สาขาหน่วยปราบปีศาจเมืองจินเฉิง ห้องทำงานหัวหน้าสาขา

เสิ่นฉือกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขากำลังต่อปราสาทสาวน้อยหวานใจที่ทำจากตัวต่อเลโก้กว่าหมื่นชิ้น ซึ่งต่อเสร็จไปเกินครึ่งแล้ว

ระหว่างที่ต่อ เขาก็เผลอยิ้มอย่างมีความสุขออกมา

ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งอุ้มกองเอกสารวิ่งเข้ามา

“ท่านหัวหน้าสาขา? หน่วยที่สามกลับมาแล้วครับ นี่คือรายงาน... เอ่อ...”

เสิ่นฉือไม่ได้ลุกขึ้น แต่รับรายงานมาอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง อ่านไปต่อปราสาทไป

แต่อ่านไปอ่านมา มือที่ต่อปราสาทของเสิ่นฉือก็เริ่มช้าลง จนสุดท้ายเขาก็จมดิ่งไปกับรายงาน

ในรายงานไม่ได้มีแค่สรุปผลการปฏิบัติงาน ข้อมูลของเหรินเจี๋ย แต่ยังมีข้อมูลที่ผู้สื่อวิญญาณขุดออกมาจากศพด้วย

“คนที่ทาโรต์ตามหา? ภารกิจเก่าสิบปี? ตัวมาร์เทนล่าสมบัติ? อำนาจปีศาจ...”

เสิ่นฉือที่ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง รีบเปิดดูประวัติส่วนตัวของเหรินเจี๋ยทันที

“สิบปีก่อน ผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติปีศาจระดับ A ที่เมืองจิ้นเฉิง? มังกรดินพลิกตัว... เมืองจิ้นเฉิง... เมืองจิ้นเฉิง... ซี้ด~”

เสิ่นฉือขนลุกซู่ไปทั้งตัว เหงื่อแตกพลั่ก ลุกพรวดพราดขึ้นมา เสียงดัง “โครม” ปราสาทสาวน้อยหวานใจพังครืนลงมา

แต่เสิ่นฉือไม่มีเวลามาสนใจแล้ว รีบคว้าโทรศัพท์ กดโทรออกทันที

ปลายสายคือเมืองหลวงมังกรเซี่ยจิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงและหัวใจของประเทศต้าเซี่ย

“ฮัลโหล? ท่านหัวหน้าใหญ่เหรอครับ? ผมสงสัยว่าตราประทับปีศาจชิ้นที่สามปรากฏขึ้นแล้วครับ!”

“แน่ใจนะ? เล่ารายละเอียดมาให้ชัดเจน...”

เสิ่นฉือไม่ปิดบัง ส่งรายงานไปที่เมืองหลวงทันที

ปลายสายเงียบไปนาน

“เข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวของเหรินเจี๋ยด้วยระดับความลับสูงสุด แก้ไขข้อมูลที่บอกว่าเขามาจากเมืองจิ้นเฉิง ห้ามใครเข้าถึงเด็ดขาด”

“นอกจากนี้ หาทางดึงเขาเข้าหน่วยปราบปีศาจให้ได้ ถ้าเขาไม่อยากเข้า ก็ดึงเขาเข้าสู่ระบบราชการของต้าเซี่ย จะให้เป็นกองกำลังป้องกันต้าเซี่ย หรือสำนักงานซือเหยาก็ได้”

“จำไว้ข้อหนึ่ง ห้ามบีบบังคับเขาเด็ดขาด ห้ามสร้างความกดดันทางจิตใจให้เขา ผู้ทำสัญญาปีศาจอารมณ์ไม่คงที่ ความกดดันจะยิ่งผลักไสเขาให้ออกห่างจากต้าเซี่ย ออกห่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์...”

เสิ่นฉือกลืนน้ำลาย: “ท่านหัวหน้าใหญ่ ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ยังไม่แน่ใจเลยนะครับว่า เขาเป็นผู้ถือครองตราประทับปีศาจจริงๆ หรือเปล่า”

ปลายสายถอนหายใจ:

“ไม่ว่าเขาจะเป็นหรือไม่ ขอแค่มีความเป็นไปได้แม้แต่นิดเดียว ก็คุ้มค่าที่เราจะทำ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าพยายามสอดรู้สอดเห็นความลับของเขา บทเรียนมีมากพอแล้ว”

“เผ่าพันธุ์มนุษย์จะสูญเสียเสาหลักไปอีกไม่ได้ และอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนจะให้กำเนิดราชาปีศาจเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้แล้วเช่นกัน ปีศาจมายาแห่งเผ่าอสูรอยู่บนฟ้า ยึดครองดวงจันทร์ ราชาต้นไม้ฮุ่ยหลิงแห่งเผ่าวิญญาณอยู่บนดิน หยั่งรากลงในน้ำพุวิญญาณ...”

“สถานการณ์ของมนุษย์ย่ำแย่เหลือเกิน...”

“ไปจัดการซะ!”

เสิ่นฉือกลืนน้ำลาย แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด คราวนี้ถือว่าเจอของดีเข้าให้แล้ว

เขารีบโทรหาเยี่ยเยว่ทันที สั่งการรัวๆ

ทำทุกอย่างเสร็จ เสิ่นฉือถอนหายใจยาว แล้วพึ่งจะหันไปเห็นกองซากปราสาทสาวน้อยหวานใจที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

(?口?|||) “อ๊ากกก!”

เสียงกรีดร้องเหมือนตัวมาร์มอตดังก้องไปทั่วหน่วยปราบปีศาจ

ลูกสาวฆ่าฉันตายแน่!

จบบทที่ บทที่ 26 ตราประทับปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว