เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 มือใหม่ไม่น่าไว้ใจจริงๆ

บทที่ 11 มือใหม่ไม่น่าไว้ใจจริงๆ

บทที่ 11 มือใหม่ไม่น่าไว้ใจจริงๆ


บทที่ 11 มือใหม่ไม่น่าไว้ใจจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา นำความอบอุ่นมาสู่ห้องอันคับแคบ

ผ้าม่านที่กั้นกลางถูกรูดเปิดครึ่งหนึ่ง มือใหญ่จับมือเล็ก เหรินเจี๋ยยอมจำนนต่ออำนาจมืดของเถาเหยาเหยาในที่สุด

( ´∀`)♡( ̄ε ̄) "พี่~ ตื่นเร็ว~ พี่?"

เหรินเจี๋ยลืมตาที่ยังคงงัวเงีย ตื่นจากความฝัน ทันทีที่ลืมตา ก็เห็นเถาเหยาเหยาสวมกางเกงขาสั้นสีชมพูไว้บนหัว เผยให้เห็นเพียงดวงตากลมโตสองข้าง ที่กำลังกะพริบตาปริบๆ มองมาที่เขา

เหรินเจี๋ย: ???

นี่มันแฟชั่นอะไรวะเนี่ย? เก๋ไก๋ไม่เบาเลยแฮะ?

"เธอละเมออยู่หรือไง?"

อะไรก็เอามาสวมหัวไปหมดเลยเหรอ?

เถาเหยาเหยามองเหรินเจี๋ยด้วยสีหน้าจริงจัง

"พี่~ พี่เลือดร้อนจริงๆ! ตอนแรกที่พี่บอกว่าตัวเองเป็นหนุ่มเลือดร้อน หนูก็ยังไม่เชื่อเลย!"

"ตอนนี้หนูเชื่อแล้ว แค่กๆ~"

เหรินเจี๋ยยิ่งงงหนักกว่าเดิม

(¬_¬) "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอกางเกงในสวมหัวด้วย?"

เถาเหยาเหยาไอค่อกแค่ก "พี่เลือดร้อนจนควันขึ้นเลยนะ แค่กๆๆ~ ปล่อยหนูสิ ร้อนมือ!"

เหรินเจี๋ยเบิกตากว้างทันที ก้มลงมอง เห็นควันหนาทึบลอยออกมาจากผ้าห่มของตัวเอง ในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นไหม้ แม้แต่ผิวหนังก็ร้อนระอุขึ้นมา

เหรินเจี๋ยตกใจจนดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที

"บัดซบ! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?"

เห็นเพียงที่นอนถูกตัวเขาเผาจนเป็นรอยดำรูปคน นุ่นข้างในลุกเป็นไฟ

พอออกมาจากผ้าห่ม ร่างของเหรินเจี๋ยก็ลุกเป็นไฟท่วมตัวทันที กลายเป็นคบเพลิงมนุษย์ กางเกงขาสั้นตัวเดียวที่สวมอยู่ก็ลุกไหม้ไปด้วย

เถาเหยาเหยามองเหรินเจี๋ยด้วยสายตาชื่นชม

( ´∀`)♡( ̄ε ̄) "โอ้โห~ พี่! พี่นี่ร้อนแรงจริงๆ นะ ถ้าแวมไพร์ดูดเลือดพี่สักอึก ปากคงพองเป็นแผลเลยใช่ไหม?"

เหรินเจี๋ยหน้าดำคล้ำ ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำนอกห้องทันที ขืนช้ากว่านี้อีกนิด กางเกงลิงก็คงไม่เหลือ

"ยัยเด็กแสบเอ๊ย ทำไมไม่ปลุกพี่ให้เร็วกว่านี้? พี่ชายเธอตัวติดไฟแล้วเนี่ย!"

เถาเหยาเหยายิ้มเจ้าเล่ห์

( ͡° ͜ʖ ͡°) "จะให้สาวน้อยแสนสวยวัย 15 ที่พิการและป่วยเป็นโรคร้ายมาปลุกพี่ชายตื่นนอนเนี่ยนะ พี่คาดหวังเกินไปหน่อยมั้ย"

ที่ทางเดิน อันหนิงกำลังถือถาดอาหารเช้า ได้ยินเสียงโครมครามในห้องก็ขมวดคิ้ว "เสี่ยวเจี๋ย เหยาเหยา? ตื่นมากินข้าวเช้าได้แล้วจ้ะ?"

"อืม~ กลิ่นอะไรไหม้ๆ..."

ยังไม่ทันที่อันหนิงจะเดินเข้าไป ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิดออก คบเพลิงมนุษย์พุ่งออกมาจากห้องด้วยความเร็วร้อยเมตร

ตรงไปยังห้องน้ำอย่างบ้าคลั่ง

อันหนิงงงเป็นไก่ตาแตก ( ° △ °|||) "เสี่ยวเจี๋ย? เกิดอะไรขึ้น?"

หรือว่าเหยาเหยาเล่นพิเรนทร์จุดไฟเผาพี่ชาย?

เธอรีบร้อนเข้าไปดูในห้อง แล้วก็เห็นเถาเหยาเหยาที่สวมกางเกงในไว้บนหัว กับรอยไหม้รูปคนบนผ้าปูที่นอนของเหรินเจี๋ย...

อันหนิง: (?_?|||)……

ในห้องน้ำ เสียงน้ำไหลดังซู่ซ่าพร้อมกับเสียงฉ่าๆ ดังลอยออกมา ควันขาวลอยออกมาจากห้องน้ำเป็นระยะ

เสียงของเหรินเจี๋ยดังแว่วมาแต่ไกล

"น้าอันหนิง ไม่ต้องห่วงครับ เมื่อคืนโดนลมเย็นไปหน่อย สงสัยจะเป็นไข้ พวกน้ากินกันก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไป"

อันหนิง: ???

เป็นไข้?

เป็นไข้แล้วที่นอนไหม้เป็นรอยดำ ตัวลุกเป็นไฟได้เนี่ยนะ?

นี่มันอุณหภูมิร่างกายที่มนุษย์ปกติจะทำได้เหรอ?

ในห้องน้ำ เหรินเจี๋ยราดน้ำเย็นใส่ตัว ในที่สุดอุณหภูมิร่างกายก็ค่อยๆ ลดลง กลับสู่ภาวะปกติ

นี่ต้องเป็นการตื่นรู้อย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ลุกไหม้แน่ๆ

ตอนแรกนึกว่าจะต้องใช้เวลาสองสามวันกว่าจะผ่านช่วงตื่นรู้ ไม่คิดว่าแค่คืนเดียวก็ตื่นรู้แล้ว?

ตอนนี้ เหรินเจี๋ยก็นับว่าเปิดล็อกยีนอย่างเป็นทางการ เข้าสู่ระดับหนึ่งขอบเขตตื่นรู้ซะที

วินาทีนี้ โลกตรงหน้าดูเหมือนจะคมชัดขึ้น เขาถึงกับมองเห็นวิถีการหยดของน้ำได้

ได้กลิ่นหอมของซาลาเปาไส้หมูสับต้นหอมจากร้านชั้นล่าง ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จากห้องข้างๆ เสียงสามีภรรยาทะเลาะกัน แม้กระทั่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกละเอียดอ่อนของหยดน้ำที่ตกกระทบผิวหนัง

ขอบเขตตื่นรู้ ก็คือการปลุกประสาทสัมผัสทั้งห้านั่นเอง

หลังจากนักรบพันธุกรรมเข้าสู่ระดับหนึ่งขอบเขตตื่นรู้ นอกจากสมรรถภาพทางกายจะเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว ประสาทสัมผัสทั้งห้า ทั้งการมองเห็น การสัมผัส การรับรส การดมกลิ่น และการได้ยิน ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน

หากควบคุมความสามารถที่ตื่นรู้ได้ ในขอบเขตตื่นรู้ช่วงขั้นที่หนึ่ง จะมีช่องสกิลหนึ่งช่อง

เหรินเจี๋ยยกมือขึ้น ดีดนิ้วดังเป๊าะ ประกายไฟลอยฟุ้ง วินาทีถัดมา ฝ่ามือของเหรินเจี๋ยก็ถูกเปลวไฟสีแดงฉานห่อหุ้ม

เปลวไฟปะทุและสั่นไหวไม่หยุด ดูบ้าคลั่งสุดขีด

ดวงตาของเหรินเจี๋ยสะท้อนแสงไฟ

"ต่อไปนี้ ฉันออกจากบ้านคงไม่ต้องพกไฟแช็กแล้ว..."

แค่ไม่รู้ว่าสกิลของตัวเองจะเป็นอะไร

สามนาทีต่อมา หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย เหรินเจี๋ยก็มากินข้าว

ที่โต๊ะอาหาร เถาเหยาเหยานั่งอยู่บนรถเข็น อันหนิงก็อยู่ด้วย ทั้งสองคนยังไม่ได้แตะตะเกียบ จ้องมองเหรินเจี๋ยตาไม่กะพริบ

เหมือนกำลังรอคำอธิบาย

ยังไงซะ เหตุผลที่ว่าเป็นไข้แล้วตัวลุกเป็นไฟ มันก็ออกจะเหลือเชื่อไปหน่อย...

เหรินเจี๋ยลูบจมตัวเอง พูดอย่างเขินอาย "เอ่อ... ผมเหมือนจะเปิดล็อกยีน กลายเป็นนักรบพันธุกรรมแล้ว ความสามารถที่ตื่นรู้ดูเหมือนจะเป็นพลังแห่งเปลวเพลิงน่ะครับ"

ดวงตาของอันหนิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เถาเหยาเหยาก็ร้องอุทานออกมา

"ตื่นรู้ความสามารถแล้ว? นักรบพันธุกรรม? ฮ่า! หนูดูออกตั้งแต่เด็กแล้วว่า พี่ชายหนูต้องได้ดี เป็นยอดคนจริงๆ ด้วย!"

"พลังแห่งเปลวเพลิงเหรอ? รีบโชว์ให้หนูดูหน่อยสิ พี่ทอดไข่ดาวด้วยมือเปล่าได้ไหม? เอาแบบไข่แดงเยิ้มๆ นะ!"

เหรินเจี๋ยหน้าดำคล้ำ ฉันอุตส่าห์ตื่นรู้ความสามารถมาได้แทบตาย สุดท้ายก็แค่เอาไว้ทอดไข่ดาวให้เธอกินเนี่ยนะ?

อย่าว่าไป มันก็ทำได้จริงๆ นั่นแหละ

อันหนิงยิ้มกว้าง "เสี่ยวเจี๋ยกลายเป็นนักรบพันธุกรรมแล้วเหรอ? ดีจัง~ ดีจริงๆ!"

"น้ารู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวเจี๋ยต้องทำได้แน่ กลางวันนี้กลับมากินข้าวที่บ้านนะ น้าจะผัดกับข้าวเพิ่มสองสามอย่างฉลองให้"

อันหนิงเก็บความดีใจไว้ไม่มิด ในความคิดของคนธรรมดา นักรบพันธุกรรมมีพลังแข็งแกร่ง เหาะเหินเดินอากาศได้ ปกป้องบ้านเมือง เป็นเหมือนเทพเซียนเลยทีเดียว

เห็นได้ชัดว่าอันหนิงกับเถาเหยาเหยาดีใจกับเขาจริงๆ

เถาเหยาเหยายื่นปาก "หึๆ~ ถ้าหนูได้ฉีดยาพันธุกรรมบ้างนะ ไม่แน่อาจจะตื่นรู้ความสามารถอะไรสักอย่าง เก่งกว่าพี่ชายแน่ๆ!"

เหรินเจี๋ยยิ้มพลางลูบหัวเล็กๆ ของเธอ

"รอพี่หาเงินได้เยอะๆ เดี๋ยวจะซื้อยาพันธุกรรมให้เธอสักเข็ม เธอสิบห้าแล้วด้วย เธอก็ควรจะฉีดได้ซะที!"

เถาเหยาเหยาหดคอ พูดเสียงอ่อย

(??﹏??) "พี่~ แน่ใจนะว่าพูดถึงฉีดยา ไม่ใช่ฉีดหนู?"

อันหนิงกับเหรินเจี๋ยหัวเราะร่า ในเวลานี้เถาเหยาเหยาไม่ได้ดูเหมือนเด็กสาวที่ป่วยหนักเลยสักนิด เธอดูสดใส ร่าเริง และเจ้าเล่ห์ไม่เบา...

บางทีอาจจะมีแค่ตอนที่อาการกำเริบเท่านั้นแหละที่เธอจะดูหดหู่

"มาๆๆ อย่ามัวแต่นั่งเฉยกันอยู่เลย รีบกินข้าวเถอะ"

เหรินเจี๋ยมองดูอันหนิงและเถาเหยาเหยา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน...

สองคนนี้คือสิ่งเดียวในโลกที่เขาต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้...

เมื่อคิดได้ดังนั้น เหรินเจี๋ยก็แววตาแน่วแน่ หยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมจะคีบไข่ดาว

ทว่าทันทีที่เขาเริ่มขยับ มือซ้ายของเหรินเจี๋ยกลับไม่ฟังคำสั่ง มันตวัดขึ้นอย่างแรง

ไข่ดาวถูกตวัดปลิวละลิ่ว ตะเกียบถูกบีบจนหักคาที่ จากนั้นมือซ้ายก็กำหมัดแน่น

แล้วทุบลงบนโต๊ะดังปัง!

"โครม!"

โต๊ะอาหารอาหารถูดทุบจนเอียงกระเท่่ห์ กับข้าวเต็มโต๊ะกระเด็นหวือ กระจัดกระจายไปทั่ว

บนใบหน้าของอันหนิงมีไข่ดาวแปะอยู่ บนหัวมีเศษผักสี่ห้าใบ แม้แต่ชามข้าวก็ยังคว่ำอยู่บนหัว

รอยยิ้มบนหน้าเธอแข็งค้าง เส้นเลือดปูดขึ้นที่หน้าผากทันที

(⌒‿⌒;)

ส่วนอีกด้าน เถาเหยาเหยาที่เพิ่งยกแก้วนมขึ้นกำลังจะดื่ม ก็โดนโต๊ะกระแทกจนหงายหลัง

นมทั้งแก้วราดเต็มหน้า กลายเป็นมาส์กหน้านมสดไปโดยปริยาย

(⚆ 3 ⚆) "อึก... พรูดดด แค่กๆ!"

เถาเหยาเหยาพ่นนมออกมาทันควัน

ทั้งสองคนตัวแข็งทื่อ ต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง มองเหรินเจี๋ยด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

ทำบ้าอะไรวะ?

เห็นเพียงมือซ้ายของเหรินเจี๋ยเข้าสู่โหมดสั่นสะเทือนโดยอัตโนมัติ มันสั่นขึ้นลงและรัวทุบโต๊ะอย่างบ้าคลั่งโดยควบคุมไม่ได้ ความถี่นั้นเร็วมาก

มันทุบโต๊ะจนดัง "วึ่ง~ วึ่ง~ วึ่ง~" ไม่หยุด...

แถมยังเป็นการทุบแบบมีจังหวะจะโคน จนถ้วยชามตะเกียบสั่นสะท้านไปหมด

เถาเหยาเหยากัดฟันกรอด:

(╬◣皿◢) "พี่! รีบขอโทษโต๊ะเดี๋ยวนี้เลยนะ! แล้วก็ขอโทษหนูด้วย!"

อันหนิงยิ้มแบบตาปิด:

(⌒‿⌒) "เสี่ยวเจี๋ย เดี๋ยวเธอเป็นคนเก็บกวาดนะ ต่อให้กลายเป็นนักรบพันธุกรรม ก็ไม่เห็นต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลยนี่นา?"

นั่นข้าวเช้าที่น้าตื่นมาทำให้แต่เช้ามืดเลยนะ!

เหรินเจี๋ยเหงื่อแตกพลั่ก

ไอ้แขนกลนี่ทำไมมันไม่ฟังคำสั่งวะ?

มือใหม่นี่มันไม่น่าไว้ใจจริงๆ ด้วย!

บัดซบ! ยัยเจ๊นักซิ่งนั่น ต่อวงจรให้ฉันผิดตรงไหนหรือเปล่าวะเนี่ย?

"มือผมเป็นตะคริวครับ มันไม่ฟังคำสั่ง..."

เหรินเจี๋ยพยายามทุกวิถีทางที่จะหยุดแขนตัวเอง แต่มันไม่ได้ผลเลย

และภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของอันหนิงกับเถาเหยาเหยา มือซ้ายของเหรินเจี๋ยก็ทุบโต๊ะเป็นจังหวะพลางเคลื่อนที่ต่ำลงไปใต้โต๊ะเรื่อยๆ

อันหนิงเบิกตากว้าง เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก สีหน้าดูแปรเปลี่ยนไป แก้มแดงระเรื่อขึ้นมานิดๆ

ไอ้เด็กคนนี้คงไม่ได้คิดจะมาทำ 'เรื่องอย่างว่า' ในห้องนั่งเล่นตอนนี้หรอกนะ...

เถาเหยาเหยาอ้าปากค้าง พลางแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเริ่มถ่ายวิดีโอ...

ทว่าในตอนนั้น แขนก็ยังคงเคลื่อนที่ลงไปใต้โต๊ะอย่างไม่หยุดยั้ง...

จบบทที่ บทที่ 11 มือใหม่ไม่น่าไว้ใจจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว