เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้

บทที่ 12 เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้

บทที่ 12 เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้


บทที่ 12 เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้

เหรินเจี๋ยรู้ดีว่าถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ เรื่องมันจะต้องบานปลายจนกู่ไม่กลับแน่

เขาจึงรีบคว้าแขนกลที่กำลังสั่นไม่หยุดไว้ แล้วหันหลังพุ่งกลับไปในห้องน้ำอีกรอบ

"พวกน้ากินกันก่อนเลย ผมไปทำธุระเดี๋ยวเดียว!"

เถาเหยาเหยาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์:

( ͡° ͜ʖ ͡°) "ไปทำธุระเดี๋ยวเดียวเหรอ? นึกไม่ถึงเลยว่าพี่ชายหนูจะเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญการใช้มือ' ขนาดนี้~"

ฮุๆๆ วิธีฉลองแบบนี้ ดูจะเฉพาะตัวเกินไปหน่อยไหม?

ในตอนนั้นเอง ที่ชั้นล่างก็มีเสียงทุบประตูร้านดังสนั่น:

"เปิดประตู!"

อันหนิงตวัดสายตาดุใส่เถาเหยาเหยา พลางหยิบเศษผักออกจากหัว: "แขกมาน่ะ เดี๋ยวให้เสี่ยวเจี๋ยมาเก็บกวาดให้สะอาดนะ"

พูดจบเธอก็รีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที...

...

ในห้องน้ำ เหรินเจี๋ยที่กดแขนกิเลน (แขนกล) ไว้ไม่อยู่รีบโทรหานั่วเหยียนทันที

"เจ๊นักซิ่ง! แขนเฮงซวยนี่มันพังหรือไง? ตั้งแต่เช้ามันสั่นไม่หยุดเลยเนี่ย! มัน... มันยัง..."

นั่วเหยียนที่เดิมทียังงัวเงียและหงุดหงิดที่โดนปลุก พอได้ยินเสียงเหรินเจี๋ยเธอก็หูผึ่งทันที

"มันยังไง? นายคงไม่ได้... พรูดดด ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า! นี่แนะ... มะกา ปากา (เทเลทับบี้) ดีนัก!"

เหรินเจี๋ยกัดฟัน:

"ไหนบอกว่ารับประกันตลอดชีพไง พี่สาวต้องรับผิดชอบผมนะ!"

"อุ๊ยตายๆ~ คำพูดแบบนั้นอย่ามาพูดสุ่มสี่สุ่มห้ากับผู้หญิงสิคะ~"

"มันไม่ได้พังหรอก นี่มันแขนกลอเนกประสงค์นะ การมี 'โหมดการบิน' (เครื่องสั่น) มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ดูสิฉันใส่ใจขนาดไหน? นี่ก็เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนายไงล่ะ~"

"ฉันแค่ตั้งปุ่มลัดไว้ให้เท่านั้นเอง"

เหรินเจี๋ยหน้ามืด โหมดการบินบ้าบออะไร จะใส่ใจเกินไปไหมเนี่ย?

แถมยังตั้งปุ่มลัดไว้อีก? ท่าทางคีบตะเกียบนี่คือปุ่มลัดเหรอ?

ซู้ดดด~

ยัยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หวังดีกับฉันแน่ๆ!

"แล้วปิดยังไง?"

"หักนิ้วนางลง มันจะมีเมนูฟังก์ชันเด้งขึ้นมา ไปศึกษาเอาเองนะ~ ติ๊ด!"

พูดจบเธอก็ชิงตัดสายไปทันที เหรินเจี๋ยหน้าคล้ำยิ่งกว่าเดิม รีบหักนิ้วนางลงตามที่บอก...

เป็นอย่างที่คิด บนหลังมือมีภาพโฮโลแกรมเมนูฟังก์ชันเด้งขึ้นมา รายการฟังก์ชันยาวเหยียดมีเป็นร้อยๆ รายการ

ทั้งโหมดเพิ่มแรง, เกราะพลังงาน, ปืนใหญ่ฝ่ามือ, โหมดเกาะผนัง, กรงเล็บ, สกัดจุด แม้กระทั่งโหมด 'ปืนนวดกล้ามเนื้อ' ก็ยังมี โคตรจะไร้สาระจริงๆ

"โว้ยยย~ แล้วไอ้ปุ่มปิดโหมดการบินมันอยู่ตรงไหนเนี่ย?"

เหรินเจี๋ยไล่หาจนตาลาย จนในใจแอบมีความคิดแผลงๆ ผุดขึ้นมา

หรือว่า... ฉันควรจะปล่อยเลยตามเลยไปเลยดีไหม? พอมันเสร็จธุระ โหมดการบินก็น่าจะจบลงเอง?

แต่ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา เหรินเจี๋ยก็รีบสลัดมันทิ้งทันที

ไม่ได้!

ในฐานะเยาวชนผู้ดีมีศีลธรรมของชาติ

จะปล่อยให้มันมา 'โชว์พาว' แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ขณะที่เหรินเจี๋ยกำลังง่วนอยู่กับการวิจัยแขนกล

ที่ชั้นล่างกลับมีเสียงโวยวายดังขึ้นเรื่อยๆ

ที่เคาน์เตอร์ อันหนิงกำลังกล่าวคำขอโทษด้วยสีหน้าลำบากใจ...

ทว่าในร้านกลับมีชายร่างท้วมสวมเสื้อเชิ้ตลายงูเหลือม ยืนอยู่ข้างๆ มีโซ่ทองเส้นโตและนาฬิกาหรู บนหน้าใส่แว่นกันแดดสีชา...

ในอ้อมแขนโอบสาวสวยผมลอนชุดวาบหวิวไว้คนหนึ่ง

ด้านหลังของทั้งคู่ มีชายฉกรรจ์สวมเสื้อกล้ามสีดำยืนอยู่ ดูท่าทางหาเรื่องสุดๆ

นอกประตูมีรถคูลลิแนนกับพานาเมร่าจอดอยู่

ส่วนชายสวมสูทผมยาวประบ่าคนหนึ่งยืนพิงรถคูลลิแนนอยู่ ในมือควงเหรียญเงินเล่นไปมา...

ยัยสาวผมลอนพูดจาจิกกัด พลางชี้ไปที่เสื้อคลุมขนมิงค์สีขาวที่โยนทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์:

"ดูสิ~ ดูสิว่าเธอซักยังไง? ขนมันเกาะกันเป็นก้อนไปหมดแล้ว ครั้งนี้ฉันจะใส่ได้ยังไง? เธอคิดว่าเสื้อตัวนี้มันเหมือนเศษผ้าขยะๆ ที่พวกคนจนอย่างพวกเธอใส่อยู่หรือไง?"

อันหนิงขอโทษไม่หยุด: "ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ดิฉันจำได้ว่าเสื้อขนมิงค์ตัวนี้ซักตามขั้นตอนปกติทุกอย่างนะคะ"

"และตอนที่รับไป มัน... มันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ด้วย ไม่ใช่..."

ยัยผมลอนตาเขียวปั้ด คว้าถังผงซักฟอกบนเคาน์เตอร์ทุ่มใส่อันหนิงทันที

"เธอจะบอกว่าฉันแกล้งทำเพื่อมาหาเรื่องเธออย่างนั้นเหรอ? เธอก็สำคัญตัวผิดไปหน่อยมั้ง!"

ถังผงซักฟอกกระแทกเข้าที่หน้าผากอันหนิงจนผิวหนังถลอก ผงซักฟอกหกเลอะเทอะเต็มตัวเธอ

สายตาของชายร่างท้วมกวาดมองร่างกายอันหนิงด้วยความหื่นกระหาย:

"เสื้อขนมิงค์ตัวนี้ฉันซื้อมาสี่หมื่น จ่ายค่าเสียหายมา!"

อันหนิงขอบตาแดงก่ำ: "ดิฉันไม่ได้ทำพังจริงๆ นะคะ แล้วดิฉันจะไปมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง..."

เงินเก็บในบ้านแทบทั้งหมดเอาไปรักษาเถาเหยาเหยาหมดแล้ว สถานะทางการเงินฝืดเคืองสุดๆ

ชายร่างท้วมแค่นหัวเราะ: "อย่าคิดว่าพูดว่าไม่มีเงินแล้วเรื่องจะจบนะ เปิดร้านทำธุรกิจ ทำของพังก็ต้องชดใช้ มันเป็นเรื่องปกติ!"

"ในเมื่อเธอไม่มีปัญญาชดใช้เงิน ก็เซ็นชื่อในสัญญาขอคืนพื้นที่นี่ซะ แล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง"

พูดจบเขาก็คว้าสัญญาขอคืนพื้นที่ออกมาจากกระเป๋าเอกสารแล้วตบลงบนโต๊ะ

อันหนิงเม้มปากแน่น ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าพวกนี้ตั้งใจมาหาเรื่อง?

ย่านชุมชนเก่าแห่งนี้กำลังถูกบีบให้ย้ายออก ไม่ใช่การรื้อถอนเพื่อเวนคืนที่ดิน จึงไม่มีเงินชดเชย แต่เป็นการยัดเยียดห้องพักในเขตวงแหวนรอบนอก (เขตร้อย) ให้ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายขอบเมืองจินเฉิงที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติปีศาจสูงกว่ามาก

แถมร้านซักรีดก็ต้องปิดตัวลง ถ้าขาดรายได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมารักษาเหยาเหยา?

สัญญาฉบับนี้ แทบจะไม่ต่างจากการตัดสินประหารชีวิตทั้งครอบครัวของเธอเลย

อันหนิงกัดฟัน: "ไม่... ฉันเซ็นไม่ได้..."

ชายร่างท้วมมองใบหน้าสะสวยของอันหนิง พลางเลียริมฝีปาก เขาเดินเข้าไปคว้ามืออันหนิงไว้แน่น แล้วถือวิอกาสโอบเอวเธอ

"เธอเป็นคนฉลาด ก็น่าจะรู้นะว่าถ้าไม่เซ็นสัญญาฉบับนี้ เรื่องแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นทุกวัน และอย่าหวังเลยว่าร้านนี้จะทำมาค้าขึ้นได้อีก"

"แน่นอน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำอะไร ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็มา 'จ่ายร่างกาย' ให้ฉันแทนก็ได้..."

"ขอแค่ยอมไปนอนกับฉันสักคืน ฉันจะขยายเวลาให้หน่อยก็ได้นะ พวกเมียชาวบ้านเนี่ย ฉันชอบที่สุดเลย~"

อันหนิงขบเคี้ยวเคี้ยวฟัน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธ

"หน้าไม่อาย!"

เถาเหยาเหยาที่ได้ยินเสียงทะเลาะกันข้างล่างรีบเข็นรถเข็นมาที่หัวบันได พอเห็นภาพนั้นเธอก็ตาแดงก่ำ พยายามจะลงไปช่วย

"ออกไปให้ห่างจากแม่หนูนะ ไอ้หมูตอน!"

ทว่าเธอที่นั่งรถเข็นอยู่จะลงบันไดได้ยังไง? ทั้งคนทั้งรถเข็นเลยกลิ้งตกลงมาจากบันไดพร้อมกัน เธอเจ็บจนน้ำตาร่วง พยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหว

"อย่าแตะต้องแม่หนู!"

ชายร่างท้วมเลิกคิ้ว: "โอ้โฮ~ ลูกสาวสวยไม่เบานี่นา? เสียดายที่เป็นนังง่อย?"

อันหนิงเห็นเถาเหยาเหยาล้มคว่ำก็ใจเสียรีบร้อนจะไปหา

"ปล่อยฉันนะ! เหยาเหยา!"

เธอสะบัดมือออกจากชายร่างท้วมเพื่อจะไปประคองลูกสาว

ชายร่างท้วมสีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดัน:

"นังแพศยา อย่ามาทำตัวหยิ่งไปหน่อยเลย!"

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น ร่างที่ว่องไวร่างหนึ่งพุ่งออกมา และกระโดดข้ามหัวบันไดลงมาโดยตรง

ชายร่างท้วมแสยะยิ้ม กระชากมืออันหนิงไว้แล้วเงื้อมือขึ้น เตรียมจะตบเข้าที่ใบหน้าเธอ

แต่เหรินเจี๋ยกลับพุ่งเข้ามา...

เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว คว้าข้อมือของชายร่างท้วมไว้แน่น แล้วดึงอันหนิงมาไว้ข้างหลังเพื่อปกป้องเธอ

เขามองเถาเหยาเหยาที่ล้มกองอยู่บนพื้น และอันหนิงที่มีแต่ผงซักฟอกแถมหน้าผากยังมีแผล

เหรินเจี๋ยรู้สึกราวกับหัวใจจะระเบิดออกมา ดวงตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน จ้องมองไปที่ใบหน้าของชายร่างท้วมด้วยสายตาเย็นเยียบ

"แกแม่งรนหาที่ตาย!"

พูดจบ เขาก็เริ่มออกแรงบีบมือที่ข้อมือของอีกฝ่าย

ชายร่างท้วมตาถลน กรีดร้องโหยหวนออกมาเหมือนหมูถูกเชือด

"ปล่อยนะ! ไอ้ลูกหมา รีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้ แกมุดหัวมาจากไหนวะ ถึงกล้ามาแตะต้องฉัน?"

"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่? จัดการมันเซ่!"

ชายฉกรรจ์ในชุดเสื้อกล้ามสองคนแยกเขี้ยวใส่ แล้วพุ่งเข้าใส่เหรินเจี๋ยทันที

เหรินเจี๋ยยกแขนซ้ายขึ้น กำหมัดแน่น

โหมดเพิ่มแรง!

"ตูม!" เสียงหมัดนี้รุนแรงจนเกิดคลื่นอัดอากาศ!

"ปัง!"

หมัดเหล็กกระแทกเข้ากลางหน้าอกของชายร่างท้วมเต็มเหนี่ยว ตามมาด้วยเสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้น

ชายร่างท้วมตาเหลือก พ่นเลือดออกมาคำโต ร่างทั้งร่างปลิวละลิ่วเหมือนว่าวสายป่านขาด

เขากระเด็นออกจากร้าน ข้ามถนนไปกระแทกเข้ากับถังขยะที่สุดซอยฝั่งตรงข้ามอย่างพอดิบพอดี หัวทิ่มลงไปข้างในนั้น

ขณะที่ชายฉกรรจ์สองคนกำลังจะเงื้อมหมัด ร่างกายของเหรินเจี๋ยก็พลันปะทุเปลวเพลิงที่บ้าคลั่งออกมา เส้นผมสีดำสยายปลิวไสว เขากลายเป็นมนุษย์เพลิงในพริบตา เสื้อผ้าที่สวมอยู่เริ่มมอดไหม้

อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้ผิวหน้าของคนรอบข้างเจ็บแสบ อากาศในร้านร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว

เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้!

ทั้งสองคนไหนเลยจะกล้าพุ่งเข้ามาอีก ถ้าไม่อยากให้หมัดตัวเองกลายเป็นขาหมูย่าง

เหรินเจี๋ยหันขวับไปมองยัยสาวผมลอนที่ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก

ยัยนั่นหน้าซีดเผือดด้วยความสยดสยอง "แก... แกจะทำอะไร? อย่าเข้ามานะ แก..."

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เหรินเจี๋ยก็ฟาดฝ่ามือเพลิงเข้าที่ใบหน้าเธออย่างจัง จนเธอล้มกลิ้งไปกับพื้น

จากนั้นเขาก็คว้าหมับเข้าที่เส้นผมของยัยสาวผมลอน ลากเธอไปข้างหน้าท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน

ความร้อนที่แผ่ออกมาบีบให้ชายฉกรรจ์สองคนต้องถอยร่นออกไปพ้นเขตประตูร้าน

อันหนิงและเถาเหยาเหยามองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง...

เหรินเจี๋ยหันกลับมามองพวกเธอ

"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการเอง!"

พูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปดึงประตูเหล็กม้วนลงปิดสนิทดังปัง!

จบบทที่ บทที่ 12 เปลวเพลิงแผดเผาร่าง คนนอกห้ามเข้าใกล้

คัดลอกลิงก์แล้ว